ไป่เฉินพุ่งทะยานด้วยปราณโลหิตอย่างเร่งรีบ แต่เขากลับไม่สามารถสลัดให้เซียวชิงโหรวและเจี้ยนเทียนกงให้ออกห่างจากตนได้
"เฟยเฉิน! หยุดเดี๋ยวนี้" เสียงคำรามของเซียวชิงโหรวไล่หลังตามมาติดๆ
"หยุดให้โง่สิวะ!" ไป๋เฉินสบถพร้อมะโจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งราวกับลิงที่ชำนาญทิศทาง ทันใดนั้นก็ปรากฏให้เห็นแสงอาทิตย์ทอดผ่านต้นไม้ใหญ่เป็สัญญาณบ่งบอกว่าพวกเขากำลังออกมาจากผืนป่าและกำลังจะกลับไปยังเขตเฟิงซู่อีกครั้ง
แต่ทว่าสิ่งที่กำลังรอไป๋เฉินอยู่เบื้องหน้าคือฝูงชนนับร้อยที่ปิดล้อมผืนป่าขจีไว้ด้วยสีหน้าละโมบโลภมาก ไป๋เฉินที่ได้เห็นดังนั้นก็พอจะเข้าใจได้ว่าเขาได้ถูกส่งคำสั่งออกตามล่าเสียแล้ว
ด้านหลังก็ยังมีเซียวชิงโหรวและเจี้ยนเทียนกง ด้านหน้าก็มีเหล่าฝูงชนนับร้อยและหนึ่งในนั้นคือเสิ่นเหวินต้วน บิดาของเสิ่นกู่ชางที่เผยรอยยิ้มอำมหิต!
บัดนี้เข้าถูกประกบทางหนีทางสองด้านไปโดยสมบูรณ์
สีหน้าของไป๋เฉินยังคงไร้อารมณ์ และรีดเค้นพลังปราณไหลเวียนไปที่ต้นขาก่อนจะสลับเปลี่ยนทิศทางเฉียงไปทางด้านขวาอย่างกะทันหัน
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
ฝูงชนนับร้อยรวมถึงเซียวชิงโหรวและเจี้ยนเทียนกงเปลี่ยนทิศทางติดตาม พวกมันอยู่ห่างจากไป๋เฉินเพียงแค่ 50 เมตร
ไป๋เฉินวิ่งหนีจากการไล่ล่าไปยังทิศตะวันออกของเมืองเทียนเฟิงซึ่งเขาก็ไม่มีแบบแผนและการวางกับดักไว้ในหัว เพราะโลกใบนี้ไม่มีะเิ C4 ไม่มีะเิกับดักหรือแม้แต่ลูกะเิ M26 ก็ยังหาไม่ได้ นั่นคือความเสียเปรียบที่เขายากจะสลัดกลุ่มคนพวกนี้ออกไปได้ด้วยพละกำลังของคนเพียงแค่คนเดียว
[อยากจะมีปืนกลหนัก M60 สักกระบอกจริงโว้ย! กูจะสอยให้ร่วงหมดเลย!]
"เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน!" ในขณะที่กำลังหลบหนีแต่จู่ๆเขากลับมีไอเดียผุดขึ้นมา เขาจึงลองทดสอบโดยการรวบรวมพลังปราณโลหิตไว้ที่ปลายนิ้วบังเกิดแสงเจิดจ้าเป็จุดเล็กๆ
มุมปากของไป๋เฉินฉีกยิ้มอย่างสนุกสนาน พร้อมทั้งหันหลังกลับไปโดยที่เคลื่อนไหวถอยหลังและะโข้ามต้นไม้โดยที่ไม่ต้องหันกลับไปมอง
เซียวชิงโหรวและเจี้ยนเทียนกงที่เห็นการเคลื่อนไหวน่าเหลือเชื่อก็อ้าปากค้าง
มันหันหลังให้แก่เส้นทางข้างหน้า แต่สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างแม่นยำเช่นนี้? เป็ไปได้อย่างไร?
แน่นอนว่าไป๋เฉินจดจำภูมิศาสตร์ในระยะ 500 เมตรไว้ในหัวได้อย่างแม่นยำ นั่นเป็เหตุผลเขาสามารถเคลื่อนที่หลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างคล่องแคล่วโดยที่ความเร็วมิได้ลดน้อยลง
เซียวชิงโหรวรวมถึงผู้ไล่ตามจ้องมองอย่างสงสัยว่าเหตุใดเฟยเฉินจึงหันหลังกลับมาเช่นนั้น?
แต่ไม่ปล่อยให้สงสัยได้นานพวกมันก็ได้คำตอบเมื่อไป๋เฉินค่อยๆเหยียดแขนตรงโดยขดกำปั้นและมีนิ้วชี้ตรงมายังพวกมัน ส่วนนิ้วโป้งยกขึ้นชี้ฟ้าราวกับเป็โก่งไก
ในขณะที่ผู้ไล่ตามมองอย่างสับสน แสงสีเืส่องประกายที่ปลายนิ้วชี้ด้วยปราณโลหิตพุ่งออกมาเป็เส้นตรง!
"ตราประทับโลหิต—ะุโลหิต!"
เสียง "ปัง!" ดังขึ้น ไป๋เฉินยิงะุโลหิตนัดแรกไปยังทิศทางหน้าผากของเซียวชิงโหรวโดยไม่จำเป็ต้องคิด
เซียวชิงโหรวที่ััได้ถึงหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามาก็รีบะโโหยงไปยังยอดต้นไม้โดยปล่อยให้บุคคลที่ไล่ตามเคราะห์แทนมัน
ไป๋เฉินกัดฟันอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าเซียวชิงโหรวกลับสามารถััถึงอันตรายที่จะถึงตัวได้
แต่เขาก็ยังไม่หยุดยั้ง เสียงจากะุโลหิตยังคงดังอย่างต่อเนื่อง กลุ่มคนที่ไล่ตามนับสิบโดนะุโลหิตเจาะทะลวงกลางขม่อมไปทุกราย พวกมันพลัดตกจากต้นไม้ตกลงไปคอพับไปกับพื้น
หนึ่งนัดต่อหนึ่งชีวิต! และทุกคนที่ตกลงมาตายมีาแเพียงจุดเดียวคือกลางหน้าผากแม้นว่าไป๋เฉินจะกำลังเคลื่อนที่อยู่ก็ตาม!
"เจ๋งเป้ง!" ไป๋เฉินอดไม่ได้ที่จะชื่นชม และเขายังคงกราดะุโลหิตใส่กลุ่มของผู้ที่ไล่ตามอย่างไม่เว้นช่องว่างให้พักหายใจ
ะุโลหิตนับสิบลูกถูกปลดปล่อยออกไปด้วยความเร็ว 1,140 ฟุต/วินาที ราวกับเป็ลูกะุ .45ACP ดีๆนี่เอง!
เซียวชิงโหรวที่มองเห็นการกระทำของไป๋เฉินก็ตกตะลึง ั้แ่มันเกิดมามันเคยพบเจอผู้ใดที่ใช้ปราณในลักษณะนี้มาก่อน ไม่เว้นแม้แต่เจี้ยนเทียนกงก็รู้สึกหวาดผวา หากว่าพวกมันหลบหนีไม่ทันการณ์มันคงจะตกเป็เหยื่อไปเสียแล้ว
บัดนี้ฝีเท้าของทั้งสองค่อยๆชะลอลงและไม่กล้าจะนำหน้าเพราะกลัวว่าสิ่งที่ไป๋เฉินกำลังยิงออกมานั้นจะทำให้มันถึงฆาต
แม้นในขณะที่กำลังยิงะุโลหิตไป๋เฉินชำเลืองมองเส้นทางด้านหลังด้วยหางตาเพื่อมองดูสิ่งกีดขวางที่ปิดกั้นเส้นทางไว้
และในขณะเดียวกันยังคงมีนักล่าค่าหัวเกือบจะ 20 คนยังคงไล่ล่าอย่างไม่ย่อท้อ ซ้ำยังรวมถึงเสิ่นเหวินต้วนที่เป็หอกแนวหน้าบุกทะลวง แต่บุคคลอื่นๆที่ติดตามมานับ 70 ชีวิตได้ตายตกเป็เบือไปด้วยะุโลหิต
ะุโลหิตยังคงถูกยิงออกไปอย่างต่อเนื่องเกือบจะสิบลมหายใจ ความอ่อนล้าก็เริ่มเข้าถาโถมไป๋เฉินจนออกอาการหน้าซีด "พลังปราณใกล้หมดแล้วงั้นรึ"
หากจะให้นับเขาได้ยิงะุโลหิตไปแล้วว่า 78 นัด ซึ่งยามนี้พลังปราณของไป๋เฉินก็กลับแห้งเหือด
เมื่อเห็นท่าไม่ดีไป๋เฉินรีบหันหลังกลับและหยุดยิงะุโลหิต ดวงตาสีเืปราดมองซ้ายขวาอย่างตั้งใจก่อนจะเจอะเจอถ้ำมืดมิดแห่งหนึ่งจากทิศสิบเอ็ดนาฬิกา
เขาไม่รอช้าและใช้ปราณทั้งหมดที่มีพุ่งทะยานเข้าสู่ถ้ำมืดมิดนั้นโดยไม่จำเป็ต้องคิด!
"มันเข้าไปในถ้ำ! ตามมันไป!" เสิ่นเหวินต้วนที่นำหน้าโบกมือสั่งการด้วยเสียงคำราม ตามมาด้วยกระแสฝูงชนหลั่งไหลเข้าไปภายในถ้ำดวงตาที่ตื่นเต้น
หากแต่มีเพียงเซียวชิงโหรวที่กลับหยุดฝีเท้าชะงักและไม่กล้าที่จะเข้าไป ก่อนที่เจี้ยนเทียนกงจะเอ่ยถามอย่างสงสัย "พี่เซียว เป็อะไรไปเหตุใดท่านจึงหยุดกะทันหันเช่นนี้?"
คิ้วของเซียวชิงโหรวขมวดเข้าหากัน "ข้าััได้ถึงกลิ่นอายอันตรายภายในถ้ำ เกรงว่าอาจจะเป็ถ้ำของสัตว์อสูรก็เป็ได้"
"สัตว์อสูรงั้นหรือ?" เจี้ยนเทียนกงกลืนน้ำลายเบาๆ หากเป็สัตว์อสูรอย่างที่เซียวชิงโหรวพูดจริงๆ นั่นหมายความว่าเฟยเฉินไม่ต่างกับการหนีเสือปะจระเข้!
เซียวชิงโหรวพยักหน้า "และข้าเกรงว่ามันยังเป็สัตว์ร้ายที่มีการบำเพ็ญตบะอย่างน้อย 500 ปีจากข้อมูลที่ได้รับ"
"500 ปี!" สีหน้าที่มั่นอกมั่นใจของเจี้ยนเทียนกงถอดสี
โดยปกติแล้วสัตว์อสูรที่ปรากฏให้เห็นทั่วไปจะมีระดับการบำเพ็ญตบะที่ 80 ปีเท่านั้น ส่วนตัวที่หายากจะมีการบำเพ็ญตบะใน่ระยะเวลา 100 ปี!
การที่มีสัตว์อสูรที่มีการบำเพ็ญตบะ 500 ปีในถ้ำเช่นนี้ย่อมไม่เกิดผลดีกับพวกมันทั้งสองเป็แน่
เซียวชิงโหรวพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม "ก่อนหน้านี้เว่ยเส้าเทียนได้สืบหาข่าวและส่งมาให้แก่มู่หรงปิงเฟิง ไม่ว่าจะทางหนีทีไล่ภายในเมืองเทียนเฟิงหรือสถานที่สำหรับหลบซ่อนทั้งหมด และถ้ำแห่งนี้มีเสียงร่ำลือมานานนับสิบปี ข้าเกรงว่าถ้ำแห่งนี้ตรงกันกับข้อมูลที่ข้าได้รับ... ซึ่งถ้ำแห่งนี่ถูกเรียกว่าถ้ำปีศาจ ที่มีนักผจญภัยได้จดบันทึกไว้ว่าถ้ำแห่งนี้เป็อาณาเขตและที่อยู่อาศัยของสัตว์อสูร 500 ปีและถูกตราว่าเป็พื้นที่อันตราย"
แม้นเจี้ยนเทียนกงจะหวาดกลัวแต่มันก็เอ่ยถามต่อ "แต่ถ้ามันหลบหนีไปได้จะทำเช่นไร?"
เซียวชิงโหรวลูบคางพลางครุ่นคิด "เอาเช่นนี้ ข้าจะเฝ้าทางเข้าที่นี่ ส่วนเ้าออกตามหาทางออกทางอื่นและสกัดกั้นมันไว้…"
เซียวชิงโหรวอธิบายจนเจี้ยนเทียนกงพยักหน้าเห็นด้วย
แม้นจะไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าเฟยเฉินจะหลบหนีจากตัวอันตรายเช่นนั้นได้ แต่เซียวชิงโหรวก็มิได้ชะล่าใจ เพราะมันจำต้องนำเืักลับไปให้จงได้
เซียวชิงโหรวรู้ดีว่าบุคคลที่มีระดับการบำเพ็ญปราณ์ไม่มีความสามารถพอในการกลั่นเืับริสุทธิ์ หรือต่อให้เฟยเฉินพยายามกลั่นเืัแต่ทุกอย่างจะล้มเหลว สุดท้ายพวกมันสามารถนำซากศพของเฟยเฉินกลับไปเพื่อกลั่นเืัจากร่างของมันได้เช่นกัน
ดังนั้นมันเพียงแต่ต้องรอเวลาจนกว่าไป๋เฉินจะทนไม่ไหวก็แค่นั้น
"เอาล่ะ แยกย้ายกันไป หากผู้ใดเจอะเจอเฟยเฉินก่อนก็ให้ส่งสัญญาณปล่อยพลังปราณขึ้นฟ้า" สิ้นสุดการให้คำสั่งของเซียวชิงโหรว เจี้ยนเทียนกงพุ่งทะยานข้ามเหนือถ้ำไปเพื่อออกตามหาเส้นทางออกที่ซ่อนอยู่
เซียวชิงโหรวร่อนลงมาจากต้นไม้สูงใหญ่และหลบซ่อนเร้นกายอยู่หลังโขดหินก้อนใหญ่ในขณะสายตาครรลองมองทางเข้าถ้ำอย่างตั้งใจ "เฟยเฉิน ต่อให้เ้าจะหนีไปสุดขอบโลก แต่โลกใบนี้ไม่มีที่สำหรับเ้าอีกต่อไป!"
. . .
"ฟึ่บ!"
"ฟึ่บ!"
ภายในถ้ำมืดมิดที่มีเพียงแสงส่องสลัว ไป๋เฉินกำลังวิ่งหลบหนีด้วยสัญชาตญาณไปยังเส้นตรงด้วยฝีเท้าเร่งรีบแต่ไร้เสียงย่ำพื้น
เสียงฝีเท้าจำนวนมากตกกระทบกับถ้ำทำให้ไป๋เฉินรับรู้เส้นทางของบุคคลที่ไล่ล่ามาได้ แต่บัดนี้ปราณของเขายังไม่ฟื้นฟู ดังนั้นการจะหยุดเพื่อลอบสังหารก็คงเป็ไปไม่ได้ ซ้ำแล้วยังมีเซียวชิงโหรวและเจี้ยนเทียนกง ดังนั้นการต่อสู้กับพวกมันจะเป็เส้นทางที่โง่เขลาที่สุด
สิ่งที่ต้องทำคือหลบหนีจนกว่าจะหาที่ปลอดภัยเพื่อฟื้นฟูพลังปราณให้กลับคืนมาเสียก่อน
