จางเหวินค่อย ๆ ลดความเข้มข้นของพิษลงเล็กน้อย เพื่อให้พวกเขายังพอพูดได้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ
“พวกเ้า… ทำไมถึงยังอยู่ในหอการค้าที่กำลังจะพังทลายแห่งนี้ละ ทำไมไม่หนีออกไป”
เจินอี้พยายามฝืนอ้าปาก ก่อนที่เสียงอันแ่เบาและสั่นเล็กน้อยของนางจะดังขึ้น
“เ้า… เ้าทำอะไรกับพวกเรากัน!”
ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง จางเหวินไม่รีบร้อน เขามองดูสีหน้าของพวกเขาทีละคน ก่อนจะหยิบตราประทับรูปดอกไม้ทองคำที่ถูกปลอมแปลงขึ้นมาด้วยวิชาน้ำของเขาเองพร้อมพูดต่ออย่างใจเย็น
“ข้ามาจากหอการค้าทองคำ กองกำลังระดับกึ่งจักรพรรดิในภาคกลางของทวีปลมดำ พวกเราแค่้าขยายสาขาไปยังส่วนต่างๆ ของทวีปตามแนวทางของผู้นำคนใหม่ และสถานที่แห่งนี้ก็ค่อนข้างเหมาะสม พวกเ้าสนใจที่จะขายหรือเปล่า”
เจินอี้ที่นั่งอยู่ตรงกลาง เม็ดเหงื่อไหลลงข้างแก้ม นางรวบรวมสติอย่างยากลำบาก นางไม่อาจรับรู้ออร่าของชายสองคนตรงหน้าได้เลย แต่นางเคยได้ยินชื่อหอการค้าทองคำมาบ้าง พร้อมกับตราประทับรูปดอกไม้ทองคำนั่นคือสัญลักษณ์ของผู้บริหารระดับสูง แต่นางไม่ได้รู้รายละเอียดมากนักเนื่องจากพวกเขาเป็กองกำลังระดับกึ่งจักรพรรดิที่อยู่ในภาคกลางเท่านั้น
แต่สัญชาตญาณของนางบอกว่าชายตรงหน้าอันตราย ในตอนนี้ร่างกายของนางไม่สามารถควบแน่นพลังใดๆ ได้และร่างกายยังอ่อนแอจนแม้แต่พูดก็ยังลำบาก ที่สำคัญก่อนหน้านี้ ตอนที่นางเดินเข้าห้องรับแขกเพื่อมาคุยกับพวกเขา นางไม่สามารถััได้ถึงออร่าการบ่มเพาะใดๆ ของพวกเขาได้เลย ในที่สุดนางก็ตัดสินใจพูดออกมา
“ขออภัยด้วย ที่ท่านคงมาเสียเวลาเปล่าแล้ว ข้าเคยสัญญากับอาจารย์ของข้าไว้ก่อนที่นางจะจากไป นางขอให้ข้าดูแลหอการค้าแห่งนี้ จนกว่านางจะกลับมา…”
ดวงตาของจางเหวินขยับเล็กน้อย
“งั้นเหรอ” เขาพูดเบา ๆ “แล้วถ้าทางหอการค้าทองคำพร้อมจ่ายให้พวกเ้าทั้ง 5 คนในราคาสูงถึงคนละ 150 - 200 หินิญญาระดับสูงสุดต่อเดือนนะ”
ทันทีทั้ง 5 คนได้ยินในหัวของพวกเขาบางคนเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ทันใดนั้นเอง ฟองน้ำใสบริสุทธิ์ห้าฟองก็ก่อตัวขึ้นลอยอยู่กลางอากาศ จางเหวินเอ่ยขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“นี้คือฟองน้ำที่บรรจุ สัญญา กฎต่างๆ ของหอการค้าพร้อมเงื่อนไขในการทำงานและจำนวนค่าจ้างเอาไว้ หาก้า จงเปิดจิติญญาของพวกเ้า แต่ถ้าพวกเ้าได้เซ็นสัญญาิญญากับกองกำลังใดไปแล้วฟองน้ำนี้จะไม่สามารถเข้าไปในร่างของพวกเ้าได้”
“หากไม่้า ก็แค่นั่งอยู่เฉย ๆ ข้าไม่บังคับใคร หลังจากนี้อีกสักครู่ หากพวกเ้ารับขอเสนอของข้า พวกเ้าจะได้อยู่ในห้องนี้ส่วนคนที่ไม่รับก็แค่รอแล้วค่อยจากไป”
“ข้า้าเพียงแค่คนที่ทำงานให้ข้าได้เท่านั้น”
4 คนที่เหลือยกเว้น เจินอี้ เหลือบมองหน้ากัน ความลังเลฉายชัดในแววตา ชีวิต ความเสี่ยง ความหวัง ทุกอย่างถูกวางไว้ตรงหน้า
ในจังหวะนั้นเอง ชายชราคนหนึ่งที่เป็หนึ่งใน 4 คนก็เอ่ยขึ้น
“ถ้าหากพวกเรา 4 คนได้ทำสัญญากับหอการค้าเมฆาไปก่อนหน้านี้แล้ว ท่านช่วยรอสักครู่ได้หรือไม่ พวกเราจะรีบไปยกเลิกสัญญาทันที”
อีก 3 คนได้ยินที่ชายชราพูดขึ้น พวกเขาก็อยู่ในอาการใ เพราะพวกเขาเองก็ลังเล เนื่องจากพวกเขานั้นได้ตอบรับข้อเสนอของหอการค้าเมฆาไปแล้วเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ส่วนเจินอี้นั้นอยู่ในอาการใกว่าเดิมเนื่องจากว่านางไม่รู้ว่าทั้ง 4 คนได้ไปรับขอเสนอของหอการค้าเมฆาตอนไหน
จางเหวินยิ้มบาง ๆ หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็หันไปถามเจินอี้
“พวกเขาทั้งสี่… มีหน้าที่อะไรในหอการค้าแห่งนี้”
ชายชราคนเดิมกำลังจะพูดแทรกแต่ เจินอี้ได้ชิงตอบคำถามก่อนอย่างตรงไปตรงมา
“พวกเขาเป็ผู้าุโรับเชิญ ทำหน้าที่เป็ผู้คุ้มกันและรับค่าจ้างเป็หินิญญา พวกเขาไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจในการบริหารงานในหอการค้า”
ชายชราคนเดิมกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่จางเหวินยกมือห้ามพวกเขาเอาไว้ ทั้ง 4 คนเงียบไม่กล้าพูดอะไร ในตอนนี้พวกเขาทำได้แค่เงียบเท่านั้น ทั้งจากชื่อเสียงของหอการค้าทองคำและพลังการบ่มเพาะที่ไม่สามารถใช้งานได้ จางเหวินพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะถามคำถามบางอย่างกับเจินอี้
“แล้วเ้าละ ไม่สนใจที่จะมาทำงานให้หอการค้าทองคำงั้นเหรอ?”
เจินอี้พูดขึ้น โดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
“ขออภัยด้วย ข้าไม่สนใจ”
จางเหวินยิ้มเล็กน้อยเขาจ้องมองไปที่อีก 4 คนที่เหลือที่ค่าความชอบยังคงติดลบอยู่เล็กน้อย หลังจากเงียบไปสักพัก เขาก็ตัดสินใจ จากการที่เขาได้แอบอ้างชื่อของหอการค้าทองคำเพื่อตรวจสอบว่ามีคนทรยศในหอการค้าัขาวและเขาก็ได้ข้อสรุปของตัวเองมาแล้ว ทำให้เขาไม่มีทางปล่อยให้ทั้ง 4 คนกลับไปยกเลิกสัญญากับหอการค้าเมฆาได้
ในวินาทีถัดมา ไม่มีคำเตือนใดๆ เข็มที่สร้างจากน้ำที่แหลมคมสี่สายพุ่งออกไปจากมือของจางเหวินในพริบตา ก่อนมันจะเจาะผ่านจิติญญาของทั้งสี่คนอย่างแม่นยำ
ร่างของทั้งสี่คนล้มลงแน่นิ่งโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองโดนโจมตีั้แ่เมื่อไร ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีการดิ้นรน แม้แต่จิติญญาก็ดับวูบในพริบตาเดียว พวกเขาทั้ง 4 คนเข้าสู่สถานะหลับลึกในทันที แต่ไม่ได้เสียชีวิต
เจินอี้อยู่ในอาการใ หัวใจของนางสั่นไหวอย่างรุนแรง ดวงตาเบิกกว้าง นางไม่เห็นการโจมตีนั้นเลยแม้แต่น้อย ในจังหวะนั้นเอง จางเหวินก็เอ่ยเสริม
“ข้าตัดสินใจแล้ว เ้านะ มาทำงานให้ข้าดีกว่า ถึงแม้เ้าจะไม่อยากทำงานให้ข้าแต่ว่าเ้าอาจจะอยากทำงานภายใต้เขา”
จางเหวินยกมือชี้ไปยังชายที่นั่งเงียบอยู่ข้างกายของเขา
เจินอี้หันไปมองิหยวนด้วยความมึนงง นางจ้องไปที่ชายหนุ่มที่นั่งสงบนิ่ง ใบหน้าไม่คุ้นเคย ก่อนที่จางเหวินจะพูดต่อ
“คิดเสียว่าเป็การเดิมพัน เชื่อในสัญชาตญาณตัวเองเอาละกัน”
เจินอี้จ้องมองิหยวนอยู่นาน ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกผุดขึ้นในใจ คล้ายความคุ้นเคย คล้ายความผูกพันที่หลงเหลืออยู่ลึก ๆ นางหลับตาลงครู่หนึ่ง ตอนนี้สถานการณ์ของนางเองไม่ได้อยู่ในจุดที่ต่อรองได้ขนาดนั้น หลังจากคิดเป็ระยะเวลาหนึ่งก่อนจะตัดสินใจครั้งสุดท้าย นางเลือกที่จะเดิมพัน
นางตัดสินใจเปิดจิติญญาของตนเองออก
ฟองน้ำของจางเหวินเคลื่อนไหวทันที มันลอยเข้าไปในร่างของเจินอี้อย่างรวดเร็ว พลังวารีแทรกซึมเข้าสู่จิติญญาของนางอย่างอ่อนโยน แต่ทว่าสิ่งที่เจินอี้ได้นั้นไม่ใช่สัญญาของหอการค้าทองคำ แต่เป็สัญญาแห่งชีวิตและความตายแทน
เจินอี้กำลังจะถามบางอย่างแต่ิหยวนกลับพยักหน้าให้นางเล็กน้อยเพื่อหยุดนางเอาไว้ ซึ่งด้วยความรู้สึกบางอย่างทำให้เจินอี้ก็หยุดการเคลื่อนไหวทันที
จางเหวินมองไปที่ค่าความชอบที่ลงไปแตะเลข 0 แต่ก็ไม่ได้สนใจว่าเจินอี้จะคิดยังไงแม้แต่น้อย เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“สถานการณ์ของหอการค้าัขาวในตอนนี้ เป็อย่างไร”
เจินอี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามกดความสั่นไหวภายในใจ นางรู้ดีว่าชายตรงหน้ากำลังจะเป็ผู้ชี้ชะตาชีวิตของนางและหอการค้าแห่งนี้ นางจึงไม่กล้าปิดบังสิ่งใดแม้แต่น้อย
“สถานการณ์ตอนนี้… เลวร้ายมาก”
นางเริ่มอธิบายอย่างช้า ๆ
“หลังจากผู้นำคนก่อนและภรรยาเสียชีวิต หอการค้าถูกตัดขาดจากเครือข่ายทั้งหมด พันธมิตรถอนตัว หอการค้าใหญ่ปิดเส้นทางการค้าทั้งหมด ลูกค้าเก่าถูกแย่งไปเกือบหมด”
“พนักงานเดิมมีทั้งหมดประมาณ 1221 คน แต่ตอนนี้…”
นางยิ้มอย่างขมขื่น
“เหลือศูนย์”
“เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางหอการค้าเมฆาได้ส่งคนมาโจมตีหอการค้าัขาวโดยอ้างว่าพวกเราได้ผิดสัญญาทางการค้า แล้วเป็ทางเราที่พ่ายแพ้ไป แต่ทางจวนเ้าเมืองได้เข้ามาขัดขวางความขัดแย้งเอาไว้ทำให้พวกมันถอยไป แต่จากเหตุการณ์นี้ ทรัพยากรเกือบทั้งหมดถูกขโมยไป และมันส่งผลให้พนักงานหลายคนลาออก บางคนหนี บางคนถูกซื้อตัว บางคนไม่กล้าแม้แต่จะเดินเข้าประตูหอการค้า เพราะกลัวถูกหอการค้าเมฆาเพ่งเล็ง”
“ด้านคลังสินค้า…” เจินอี้หยุดพูดไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ “แทบไม่เหลืออะไรที่มีมูลค่าสูงแล้ว”
“อาวุธ ไม่มี”
“วิชาฝึกตน ไม่มี”
“คัมภีร์การต่อสู้ ไม่มี”
“เม็ดยาโอสถ ไม่มี”
“สมบัติหายากทั้งหมดถูกยึด ถูกปล้น หรือขายทิ้งไปเพื่อประคองหอการค้าใน่ที่ผ่านมา”
จางเหวินพยักหน้า สีหน้าของเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลง ในขณะที่ิหยวนกำหมัดแน่น ก่อนที่เจินอี้จะพูดต่อ
“สิ่งเดียวที่เหลืออยู่… คือสมุนไพรที่พวกหอการค้าเมฆาไม่ได้เอาไป”
นางยกสมุดบันทึกที่จดบันทึกสินค้าที่เหลืออยู่ขึ้นมา
“สมุนไพรแบ่งตามระดับดังนี้”
“ระดับเหลือง ประมาณ 12,000 ต้น เป็สมุนไพรพื้นฐาน”
“ระดับิญญา ประมาณ 2,800 ต้น”
“ระดับปฐี เหลืออยู่เพียง 300 กว่าต้น”
“ระดับ์ มีเพียง 17 ต้นเท่านั้น”
“ส่วนระดับนักบุญ… ไม่มีแม้แต่ต้นเดียว”
“ระดับจักรพรรดิ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง”
นางก้มหน้าลงเล็กน้อย นางรู้สึกอับอายอย่างยิ่ง
จากหอการค้าที่เคยยืนอยู่ในระดับล่างของขุมพลังนักบุญ บัดนี้กลับตกต่ำยิ่งกว่าหอการค้ารองในเมืองเล็กๆ เสียอีก
เจินอี้กัดริมฝีปาก ก่อนจะกล่าวถึงสิ่งสุดท้าย
“หินิญญาที่เหลืออยู่ในคลัง…”
“หินิญญาระดับต่ำ 0 ก้อน”
“หินิญญาระดับกลาง 0 ก้อน”
“หินิญญาระดับสูง 0 ก้อน”
“หินิญญาระดับสูงสุด… เหลือ 0 ก้อน”
หอการค้าัขาวในตอนนี้ แทบไม่ต่างจากซากศพที่ยังหายใจอยู่ เจินอี้เงยหน้ามองจางเหวิน ดวงตาฉายความสิ้นหวัง
“นี่… คือทุกอย่างที่เหลืออยู่”
ห้องรับแขกตกอยู่ในความเงียบ
จางเหวินหลับตาลงครู่หนึ่ง ภาพข้อมูลทั้งหมดเชื่อมต่อกันในสมองอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาพูดบางอย่างในใจ
“อยากจะร้องไห้…”
