“หยุดเดี๋ยวนี้นะอีสา มึงทำอันใดกับกลิ่นจันทร์” อีนวลวิ่งเข้ามาพยุงร่างของคนที่นั่งกองอยู่ที่พื้นขึ้น ก่อนจะถามออกไปอย่างไม่พอใจ
“มีงก็ถามมันดูสิอีนวล ว่ามันเอาหมามุ่ยมาใส่ในผ้านุ่งพวกกูทำไม กูไปทำอันใดให้มันคับแค้นใจนักหนา” อีนวลหันมองหน้าคนถูกกล่าวหา โดยไม่พูดอะไรตอบโต้ ด้วยพอจะรู้นิสัยของหญิงสาวข้างกายอยู่บ้าง ก่อนจะพาร่างบางเดินไปเปลี่ยนชุด
“กูเตือนมึงไว้ตรงนี้เลยนะอีนวล ถ้ามึงยังดูแลอีกลิ่นจันทร์ไม่ดี ปล่อยให้มันมากัดพวกกูอีก กูจักไม่เอามันไว้” คำข่มขู่ดังไล่หลังทั้งสองอย่างชัดเจน อีนวลหันมองหน้าหญิงสาวก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินออกจากคนกลุ่มนั้น
“เอ็งก็แปลกคน ข้าเตือนหนักหนาว่าอย่าไปยุ่งกับอีสา เตือนกี่รอบก็ไม่เคยฟัง ทำไมถึงได้ดื้อดึงนัก ถ้าไม่เชื่อกันเยี่ยงนี้ต่อไปข้าจักไม่ช่วยเอ็งอีกแล้ว” อีนวลเดินเข้าไปหาลูกประคบมาประคบให้พลางมุ่ยหน้าบ่นหญิงสาวอย่างเบื่อหน่าย
“พี่สากับคนพวกนั้นไม่ชอบข้ารึพี่นวล”
“เอ็งนี่ถามแปลก คราก่อนโดนมันรุมตบเอ็งจำไม่ได้รึ แถมยังไม่เข็ดอีก เหตุใดจึงเอาหมามุ่ยแกล้งพวกมัน อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่ามันคือฝีมือเอ็ง อีพวกนั้นไม่โกหก” หญิงสาวขมวดคิ้วแปลกใจ ก่อนจะเลื่อนสายตามองหน้าของอีนวลที่กำลังแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างหนัก เหตุการณ์นี้ทำให้เธอได้เรียนรู้ว่าควรระวังคนกลุ่มนี้ให้มากที่สุด หากไม่มีความจำเป็จะไม่เข้าใกล้ให้เป็ปัญหาอย่างเช่นวันนี้เด็ดขาด
พระพายเดินเข้าไปกราบเคารพหลวงสุนทรและภรรยาอย่างอ่อนน้อม สมกับเป็ลูกหลานเ้าขุนมูลนายที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาเป็อย่างดี ก่อนจะถูกมารดาเรียกไปนั่งใกล้ๆ
“ขออภัยที่ปล่อยให้คุณหลวงต้องคอย ข้ามิทราบว่าท่านจะมาเวลานี้” ชายหนุ่มพูดด้วยท่าทางฉาดฉาน ก่อนจะเลื่อนสายตาไปสะดุดกับหญิงสาวแรกรุ่นที่งามดังเทพธิดา พระพายตะลึงในความงามของหญิงสาวจนเผลอมองอยู่นาน ก่อนจะถูกมารดากล่าวทัก
“นั่นหนูแก้วจันตา ที่แม่เคยพูดให้ลูกฟัง” หญิงสาวยกมือไหว้เคารพพระพายก่อนจะส่งยิ้มหวานให้ คุณเอื้องฟ้ามองเด็กสาวอย่างพอใจ เขาและเธอช่างเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก แก้วจันตาเป็เด็กสาวที่เพียบพร้อมไปด้วยรูปร่างหน้าตา การศึกษาและชาติตระกูล กิริยามารยาทที่แสดงออกมาว่างดงาม ล้วนผ่านการขัดเกลามาดีแล้วทั้งสิ้น
“แก้วจันตา เ้าจำคุณพี่ได้ฤาไม่” คุณเอื้องฟ้าถามหยั่งเชิง
“จำได้เ้าค่ะ หากแต่เวลานี้คุณพี่พระพายต่างจากตอนเยาว์” หญิงสาวแสนงดงามหันมาพูดกับคุณเอื้องฟ้ายังคงไว้ซึ่งรอยยิ้มอ่อนหวาน
“ไม่เหมือนเยี่ยงไรฤา” คุณเอื้องฟ้าคิดย้อนไป พลางขมวดคิ้วแปลกใจเล็กน้อย
“ข้าจำได้ว่าตอนเด็กนั้น คุณพี่มิใคร่สนทนากับผู้ใด ข้าเคยชวนเล่นด้วยหลายครา ก็ถูกคุณพี่ปฏิเสธสิ้น เวลานี้ได้พบกับคุณพี่อีกคราจึงดูเปลี่ยนไปเ้าค่ะ” พระพายถึงกับหน้าถอดสี เป็จริงดังที่หญิงสาวพูด ตอนเด็กนั้นชายหนุ่มมักไม่ชอบเล่นกับบ่าวไพร่ หรือแม้แต่เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน เพราะไม่ว่าเล่นอะไรก็มักแพ้คนอื่นเสมอ ด้วยเพราะตัวอวบอ้วนเดินเหินลำบาก พอนึกได้เท่านั้น ชายหนุ่มแอบเห็นหญิงสาวกำลังกลั้นขำอยู่เต็มที จึงพอเดาได้ว่าเธอนั้นยังคงไม่หายเป็ม้าดีดกะโหลกอย่างที่มารดาอ้าง ด้วยแววตาที่ฉายออกมายังคงไว้ซึ่งด้วยความแก่นแก้ว
“คุณป้าเ้าคะ เรือนริมน้ำที่ข้าเคยวิ่งเล่นยังอยู่ดีฤาไม่” แก้วจันตาพยายามเปลี่ยนเื่ เพื่อเบี่ยงความสนใจจากชายหนุ่ม ที่จ้องเขม็งมา หลังจากจับได้ว่าเธอกำลังกลั้นขำเต็มประดา
“ป้าสั่งให้บ่าวไพร่ดูแลอย่างดี เพราะพระพายเองก็ชอบเรือนริมน้ำมาก อยากไปดูฤาไม่” คุณเอื้องฟ้าถามอย่างเอ็นดู ก่อนที่หญิงสาวจะพยักหน้า
“พระพาย พาน้องไปดูเรือนริมน้ำ บริเวณที่เคยวิ่งเล่นกัน ประเดี๋ยวแม่จะไปเข้าครัว คุณหลวงท่านจะได้ปรึกษาราชการกัน” คุณเอื้องฟ้าหันไปสั่งลูกชายของตน ก่อนที่พระพายจะพาหญิงสาวที่แต่งตัวเต็มยศสวยงามหมดจดพร้อมทั้งกิริยาและหน้าตา เดินออกจากกลุ่มผู้ใหญ่ ตรงไปยังเรือนริมน้ำ ซึ่งสร้างจากไม้เนื้อแข็งยื่นออกไปในน้ำครึ่งหนึ่ง บริเวณใกล้ๆ มีต้นไทรคอยให้ร่มเงาทำให้อากาศเย็นสบาย พร้อมมีลมพัดโชยอยู่ตลอดเวลา น้ำในคลองไหลรินช้าๆ เป็เรือนเหมาะกับการผ่อนคลายอย่างมาก
“เรือนนี้ยังอยู่ดี เหมือนเฉกเช่นตอนข้ายังเด็ก” แก้วจันตายืนยิ้มมองเรือนริมน้ำอย่างชื่นชม ทำให้นึกหวนถึงความหลังก่อนจะหันมองชายหนุ่ม เธอพิจารณาเขาอย่างละเอียด จากเด็กชายตัวอวบอ้วนที่ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้ใด บัดนี้เขากลายเป็หนุ่มใหญ่ไฟแรงที่พร้อมไปด้วยฐานะและรูปร่างหน้าตา ถ้ามองในมุมผู้ใหญ่อย่างหลวงสุนทรและคุณเอื้องฟ้า เถียงไม่ได้ว่าเขาและเธอเหมาะสมกันที่สุดในเวลานี้
