บทที่ ๙ : นวดแผนไทยกู้โลก
ณ ตำหนักยางซิน (ห้องทรงพระอักษร)
(่เวลา: ยามโฉ่ว - ดึกสงัด)
แสงเทียนในห้องทรงงานสั่นไหวตามแรงลม ภายในห้องที่ควรจะเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศมาคุ ฮ่องเต้หลี่เฉินประทับนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่บนตั่งไม้ พระพักตร์บิดเบี้ยวด้วยความทรมาน พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมที่ต้นคอ อีกข้างนวดเฟ้นที่บั้นเอว
“โอ๊ย...”
เสียงครางต่ำๆ เล็ดลอดออกมาเป็ระยะ กงกงเฒ่าที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าซีดเผือด
“ฝ่าา... ให้หม่อมฉันตามหมอหลวงมาฝังเข็มอีกรอบดีไหมพะยะค่ะ?”
“ไม่!” ฮ่องเต้ตวาดเสียงแข็ง แต่หน้ายังนิ่ว “ไอ้พวกหมอแก่ๆ นั่น ฝังเข็มข้าจนตัวพรุนเป็เม่นแล้ว ก็ยังไม่หายปวด! ขยับตัวทีเหมือนกระดูกจะหลุดเป็ชิ้นๆ!”
อาการนี้เป็ผลพวงจากการนั่งอ่านฎีกา หรือเอกสารราชการ ติดต่อกันวันละยี่สิบชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนท่า ทำให้กล้ามเนื้อบ่า ไหล่ และหลัง ตึงเครียดจนแข็งเป็หิน หรือที่คนยุคปัจจุบันเรียกว่า ‘ออฟฟิศซินโดรม’ ขั้นวิกฤต!
“ถ้าเช่นนั้น... ลองให้สนมบัวมาดูไหมพะยะค่ะ?” กงกงเสนออย่างกล้าๆ กลัวๆ “นางมียาดี อาจจะมีวิธีรักษาแปลกๆ อีก”
ฮ่องเต้นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ความเ็ปที่แล่นปราดขึ้นสมองทำให้พระองค์ไม่มีทางเลือก
“ไปตามนางมา... เดี๋ยวนี้!”
.
.
.
ไม่นานนัก แม่หญิงบัวก็เดินหอบตะกร้าใบเดิมเข้ามาในห้องทรงงาน สภาพยังงัวเงียเล็กน้อยเพราะเพิ่งถูกปลุก แต่เมื่อเห็นสภาพของฮ่องเต้ นางก็ตาสว่างทันที
“โถ... พ่อคุณเอ๊ย นั่งหลังค่อมเป็กุ้งต้มเชียว” บัวพึมพำภาษาไทย ก่อนจะเข้าไปถวายบังคม
“เ้า... มียาแก้ปวดเมื่อยหรือไม่?” ฮ่องเต้ถามเสียงอ่อย “ข้าปวดจนจะะเิอยู่แล้ว”
บัวเดินเข้าไปสำรวจอาการ นางใช้นิ้วโป้งกดลงไปที่บ่าของฮ่องเต้เบาๆ
จึ้ก!
“โอ๊ยยย! เจ็บ! เ้าจะฆ่าข้ารึ!” ฮ่องเต้สะดุ้งโหยง
“แข็งโป๊กเลยเ้าค่ะ!” บัวส่ายหน้า “เส้นเอ็นขมวดกันเป็ปม ลมปราณติดขัด เืลมไม่เดิน ขืนปล่อยไว้แบบนี้ อีกไม่นานคุณพี่... เอ้ย ฝ่าา ได้กลายเป็อัมพาตแน่!”
“แล้วจะทำเยี่ยงไร? กินยาต้มรึ?”
“ยาต้มช่วยไม่ได้ดอกเ้าค่ะ อาการแบบนี้ต้องใช้... ‘วิชาดัดตนและหัตถเวช’!”
บัวถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างทะมัดทะแมง
“ถอดเสื้อออกเ้าค่ะ”
“หา!?” ฮ่องเต้และกงกงร้องพร้อมกัน “ถอดเสื้อ? ต่อหน้าธารกำนัลเนี่ยนะ?”
“จะหายไหมล่ะเ้าคะ? ถ้าจะหายก็ถอด! หมอจะรักษา อายทำไม!” บัวดุเสียงเข้ม ิญญาหมอนวดวัดโพธิ์เข้าสิง
ฮ่องเต้จำยอมปลดเสื้อคลุมัออก เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างและมัดกล้ามที่ตึงเปรี๊ยะ แม้จะปวดหลังแต่หุ่นยังกำยำ พระองค์นอนคว่ำลงบนตั่งตามคำสั่งของบัว
บัวหยิบขวด ‘น้ำมันไพล’ ที่นางเคี่ยวเองจากหัวไพล ขมิ้น และการบูร เทลงบนฝ่ามือ ถูมือไปมาจนเกิดความร้อน
กลิ่นสมุนไพรหอมร้อนแรง ลอยฟุ้งไปทั่วห้อง ฮ่องเต้สูดดมแล้วรู้สึกจมูกโล่งขึ้นมาทันที
“ขออนุญาตนะเ้าคะ...”
บัววางฝ่ามืออุ่นๆ ลงบนแผ่นหลังของฮ่องเต้ แล้วเริ่มลงน้ำหนัก
ศาสตร์แห่งการนวดไทย เริ่มต้นขึ้น!
นางใช้นิ้วโป้งไล่กดไปตาม ‘เส้นประธานสิบ’ บริเวณแนวระนาบกระดูกสันหลัง จังหวะการกด เนิบนาบ... หนักแน่น... และแม่นยำ
“อึก... อูยยย...”
ฮ่องเต้กัดฟันแน่น ความเ็ปจากการถูกกดจุดแล่นปราดไปทั่วร่าง แต่ในความเจ็บนั้น มันมีความรู้สึก ‘ผ่อนคลาย’ แทรกซึมเข้ามาอย่างน่าประหลาด
“ตรงนี้... ลมมันอั้นเ้าค่ะ”
บัวกดเน้นที่จุด ‘สะบักจม’ นางใช้นิ้วโป้งขยี้ปมกล้ามเนื้อที่แข็งเกร็งให้คลายตัว
“อ๊ากกกก! เจ็บ! พอ! พอแล้ว!” ฮ่องเต้ตบพื้นรัวๆ เหมือนนักมวยปล้ำขอยอมแพ้
“ทนหน่อยเ้าค่ะ! หวานเป็ลม ขมเป็ยา เจ็บคือหาย!” บัวไม่ยอมปล่อยมือ นางเพิ่มแรงกดอีกนิด
กึด...
เสียงเส้นเอ็นลั่นเบาๆ พร้อมกับความรู้สึกเบาสบายที่แผ่ซ่านไปทั่วแผ่นหลัง ฮ่องเต้ทิ้งศีรษะลงกับหมอน หายใจหอบแฮ่ก
“หาย... หายปวดแล้ว...”
“ยังไม่จบเ้าค่ะ นี่แค่ออเดิร์ฟ” บัวยิ้มกริ่ม “ต่อไปคือของจริง... ‘ท่านวดดัดหลัง’”
นางบอกให้ฮ่องเต้ลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิ แล้วนางก็อ้อมไปด้านหลัง สอดแขนเข้าไปใต้รักแร้ของฮ่องเต้ แล้วประสานมือไว้ที่ท้ายทอยของพระองค์
“หายใจเข้าลึกๆ เ้าค่ะ...”
ฮ่องเต้สูดลมหายใจเข้า “ฮึบ...”
“หายใจออก...”
จังหวะที่ฮ่องเต้ผ่อนลมหายใจออก บัวออกแรงดึงลำตัวของฮ่องเต้ให้แอ่นไปด้านหลัง พร้อมกับใช้เข่าดันที่กลางหลังของพระองค์
กร๊อบบบบบ!!!
เสียงกระดูกสันหลังลั่นดังสนั่นราวกับเสียงประทัดแตก! ดังไปถึงหน้าตำหนัก!
กงกงที่ยืนดูอยู่แทบจะเป็ลม “ฝ่าา! กระดูกหักแล้ว! หมอหลวง! ตามหมอหลวง!”
ฮ่องเต้เบิกตาโพลง ตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ...
หนึ่งวินาที... สองวินาที...
“อ่าาาาาาาา...”
เสียงครางยาวเหยียดด้วยความสุขสมหลุดออกมาจากพระโอษฐ์ ฮ่องเต้รู้สึกเหมือนิญญาหลุดออกจากร่างแล้วกลับเข้ามาใหม่ ร่างกายที่เคยหนักอึ้งราวกับแบกหินผา บัดนี้เบาหวิวราวกับขนนก!
“สุดยอด...” ฮ่องเต้พึมพำ หมุนคอไปมา “คอข้า... หันได้แล้ว! หลังข้า... ไม่ปวดแล้ว!”
พระองค์หันมามองบัวด้วยสายตาที่เป็ประกายยิ่งกว่าตอนกินน้ำพริก
“แม่หญิงบัว... นี่มันวิชาเทพเซียนอันใดกัน? เ้าเสกเวทมนตร์ถอดกระดูกข้าออกมาล้างแล้วใส่กลับเข้าไปใหม่รึ?”
บัวปาดเหงื่อที่หน้าผาก “เรียกว่า ‘นวดแผนไทย’ เ้าค่ะ เป็ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชาวสยาม เอาไว้รักษาอาการปวดเมื่อยจากการทำนาทำไร่... หรือนั่งอ่านฎีกานานๆ แบบฝ่าานี่แหละเ้าค่ะ”
ฮ่องเต้คว้ามือบัวมากุมไว้แน่น สายตาหวานเชื่อมจากความสุขสมที่หายปวด
“มือคู่นี้... ช่างวิเศษนัก ข้าอยากให้เ้ามานวดให้ข้าทุกคืน... จะได้หรือไม่?”
บัวหน้าแดงแปร๊ด รีบดึงมือออก
“บ้า! จะมานวดทุกคืนได้เยี่ยงไร เป็สาวเป็นาง... เอาไว้ถ้าปวดจริงๆ ค่อยเรียกใช้บริการนะเ้าคะ คิดค่าแรงเป็ชั่วโมง!”
นางรีบเก็บขวดน้ำมันไพลลงตะกร้า แล้วกราบลาวิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ฮ่องเต้นั่งยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่คนเดียว บนตัวยังมีกลิ่นหอมเย็นๆ ของน้ำมันไพลติดอยู่
ฮ่องเต้ล้มตัวลงนอนบนตั่ง คืนนั้นเป็คืนแรกในรอบหลายเดือนที่พระองค์หลับสนิททันทีที่หัวถึงหมอน โดยไม่ต้องพึ่งยาต้มขมๆ อีกต่อไป...
และข่าวลือเื่ "สนมบัว หมอนวดเทวดา" ก็แพร่สะพัดไปทั่ววังหลวง เหล่าขุนนางเฒ่าที่ปวดหลังปวดเอวต่างพากันหาช่องทางมาขอใช้บริการลับๆ กันให้ควั่ก!
