“ทำอะไรของเธอน่ะ? ต้องรีบร้อนเช่นนี้เชียว”
วันนี้อากาศแจ่มใสดวงอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้า ชายชราหลายคนที่อยู่ในตรอกพากันย้ายเก้าอี้ไปนั่งอาบแดดที่หน้าประตู บ้างก็นั่งเล่นหมากรุกบ้างก็เล่นไพ่นกกระจอก ส่วนเหล่าหญิงชราก็รวมตัวกันถักเสื้อหนาวพลางพูดคุยกันไปด้วย
หวังซิ่วอิงเองก็ออกมานั่งอาบแดดกับเขาด้วยเช่นกัน เธอเพิ่งได้ยินข่าวจากเพื่อนบ้านว่า “คนรักเก่าของหลี่เสวี่ยหรูได้เข้าไปทำงานในโรงงานเครื่องจักร” ครั้นเงยหน้าขึ้นเธอก็เห็นลูกสาวของตนกำลังวิ่งฟึดฟัดมาจากที่ไกลๆ
“แกออกไปเที่ยวเล่นกับหลี่เสวี่ยหรูไม่ใช่หรือ? ไยจึงรีบกลับมาเล่า?” หวังซิ่วอิงเอ่ยถามลูกสาว
ซ่งเหม่ยอวิ๋นหอบหายใจพูด “ฉันจะไปหาเซี่ยงเหมย”
“เธอจะไปหาเซี่ยงเหมยทำไมหรือ?” ป้าผมสั้นที่นั่งอยู่ข้างๆ หวังซิ่วอิงเอ่ยถามขึ้นมา “เซี่ยงเหมยออกไปเมื่อครู่นี้เอง ฉันเห็นเธอขี่รถสามล้อไปทางทิศตะวันออก”
“ออกไปแล้วหรือ?” ซ่งเหม่ยอวิ๋นถาม “เธอไปไหน? แล้วเมื่อไหร่จะกลับมา?”
“ฉันจะไปรู้ได้อย่างไร” ป้าผมสั้นตอบ
หวังซิ่วอิงถามขึ้นทันที “แกจะถามหาเซี่ยงเหมยทำไม?” ในความทรงจำของเธอลูกสาวของตนไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับเซี่ยงเหมยเท่าใดนัก ทว่าในทางกลับกัน่นี้ซย่านีไปมาหาสู่กับเซี่ยงเหมยบ่อยมาก
ซ่งเหม่ยอวิ๋นมองผู้คนรอบตัวเธอก็รู้ว่าเื่ที่ซย่านีทำลงไปถือเป็เื่ฉาวโฉ่ของครอบครัวตน ดังนั้นเธอจึงโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูหวังซิ่วอิง “เมื่อครู่ฉันเห็นซย่านีกับเฝิงหย่งกอดกันค่ะ แม่ ฉันสงสัยว่าพวกเขาคบชู้กัน”
“ห๊า?” หวังซิ่วอิงอุทานอย่างใ เธอหยุดถักเสื้อแล้วดึงซ่งเหม่ยอวิ๋นไปอีกทาง “จริงหรือเปล่า? ลูกไม่ได้มองผิดไปใช่ไหม?”
ซ่งเหม่ยอวิ๋นกล่าว “ไม่ผิดแน่ พี่เสวี่ยหรูก็เห็นเหมือนกัน” เธอหันกลับไปมองรอบๆ เธอวิ่งค่อนข้างเร็วทำให้หลี่เสวี่ยหรูรั้งอยู่ด้านหลังเธอ ตอนนี้หญิงสาวเพิ่งจะตามมาทัน ซ่งเหม่ยอวิ๋นรีบกวักมือเรียกหลี่เสวี่ยหรูทันที “พี่เสวี่ยหรู พี่พูดเร็วเข้าว่าพี่เองก็เห็นเหมือนกันใช่ไหม?”
หลี่เสวี่ยหรูมองหน้าซ่งเหม่ยอวิ๋นแล้วก็หันไปมองหวังซิ่วอิง จากนั้นก็พยักหน้าเบาๆ
“นังหญิงหน้าไม่อาย!” หวังซิ่วอิงกัดฟัดกรอดพลางด่าทอซย่านีอย่างเดือนดาล
“เป็อะไรไป?”
“พวกเธอกำลังคุยอะไรกันอยู่?”
“เห็นอะไรมาหรือ ดูท่าทางมีความลับจริงเชียว”
ความอยากรู้อยากเห็นของเหล่าป้าๆ เพื่อนบ้านถูกกระตุ้นขึ้นมาเสียแล้ว พวกเธอพากันยื่นหน้าเข้ามาถาม
หากเป็แต่ก่อนหวังซิ่วคงไม่อาจที่จะพูดเื่หน้าอายเช่นนี้ให้คนนอกฟังได้แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน เธออยากให้คนในตรอกรู้ใจจะขาดว่าซย่านีเป็หญิงหลายผัว จากนั้นเธอก็จะบังคับให้ซย่านีหย่ากับลูกชายของเธอซะ
“ซย่านีเล่า? ตอนนี้หล่อนยังอยู่กับเฝิงหย่งหรือเปล่า? แกรีบพาแม่ไปหาหล่อนเดี๋ยวนี้เลย!” หวังซิ่วอิงไม่ตอบแต่คำพูดของเธอไม่ต่างจากคำตอบ เธอยัดเสื้อถักและไหมพรมลงในกระเป๋า จากนั้นก็ถลันตัวลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธราวกับจะฉีกร่างของซย่านีออกเป็ชิ้นๆ
เหล่าเพื่อนบ้านมองหน้ากันและกัน พึมพำในใจอย่างอดไม่ได้ ‘ซย่านีเป็อะไรไป? แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเฝิงหย่ง? ดูจากท่าทางของหวังซิ่วอิงแล้ว เหมือนกับกำลังจะไปจับตัวคนทรยศไม่มีผิด! คงไม่ใช่หรอกมั้ง? เป็ไปไม่ได้หรอก? ซย่านีกับเฝิงหย่งคบชู้กันหรือ? พ่อหนุ่มซ่งหานเจียงดีปานนี้ ซย่านีจะตาบอดไปหลงใหลได้ปลื้มเฝิงหย่งได้อย่างไร? แต่่นี้ก็ดูเหมือนว่าซย่านีจะวิ่งแจ้นไปบ้านตระกูลเฝิงอยู่บ่อยๆ เหมือนกันนะ’
“ฉันว่านะ พี่อย่าเพิ่งโกรธไปเลยอาจจะเป็เื่เข้าใจผิดกันก็ได้?”
“ซิ่วอิง เธอก็อย่าไปฟังเสียงนกเสียงกามากนักเลย ซย่านีเป็คนซื่อสัตย์ แถมยังเชื่อฟังเธอขนาดนั้นจะต้องเป็เื่เข้าใจผิดกันแน่ๆ”
แม้เหล่าเพื่อนบ้านปากจะพยายามเกลี้ยมกล่อมหวังซิ่วอิง แต่ในสายตากลับเต็มไปด้วยแววตาที่เฝ้ารอดูเื่สนุก
“ยังจะมีอะไรให้เข้าใจผิดกันอีก! ลูกสาวของฉันเห็นเองกันตาว่าพวกเขานัดเจอกันตามลำพังแถมยังกอดกันแล้วด้วย จะเป็เื่เข้าใจผิดไปได้อย่างไร!” หวังซิ่วอิงคว้าตัวซ่งเหม่ยอวิ๋นพลางกล่าวว่า “ไปเร็ว แกพาแม่ไปหาพวกมันเดี๋ยวนี้”
พูดยังไม่ทันขาดคำภาพนั้นก็ปรากฏสู่สายตาของทุกคน พวกเขาเห็นซย่านีกับเฝิงหย่งเดินออกมาจากตรอกด้วยกัน
ตอนที่ซ่งเหม่ยอวิ๋นกับหลี่เสวี่ยหรูเห็นพวกเขาเป็่ที่ซย่านีกับเฝิงหย่งกำลังจะกลับบ้านพอดี ทั้งสองคนอยู่ไม่ห่างจากบ้านเท่าไหร่นัก แม้ซ่งเหม่ยอวิ๋นจะหันหลังวิ่งกลับบ้านมาแต่เธอก็ได้แวะคุยกับหวังซิ่วอิง ทำให้กินเวลาไปไม่น้อย ดังนั้นซย่านีกับเฝิงหย่งจึงกลับมาถึงบ้านก่อนซ่งเหม่ยอวิ๋น
สายตาของผู้คนโดยรอบพากันจับจ้องไปที่ซย่านีก่อน จากนั้นก็เบนสายตามองไปทางเฝิงหย่งแล้วสุดท้ายก็หันมาสบตากันอย่างมีเลศนัย
ซย่านีพลันสังเกตเห็นแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ
หลังจากนั้น หวังซิ่วอิงก็พุ่งตรงเข้ามาหาเธอทันทีแล้วยกฝ่ามือขึ้นหมายจะตบหน้าเธอพร้อมกับร้องะโลั่น “นังหญิงหน้าไม่อาย แกทำให้บ้านตระกูลซ่งต้องอับอายขายหน้าไปหมดแล้ว!”
ซย่านีตอบสนองอย่างรวดเร็ว เธอก้าวถอยหลังเพื่อหลบการจู่โจมของหวังซิ่วอิง “แม่จะทำอะไรน่ะ!”
หวังซิ่วอิงตบพลาดในครั้งแรกก็ปรี่เข้าไปคว้าคอเสื้อของซย่านีทันทีเพื่อจะตบเธอเป็ครั้งที่สอง แต่เหมือนเฝิงหย่งเพิ่งได้สติก็รีบเข้ามาช่วยซย่านี เขาคว้าข้อมือของหวังซิ่วอิงไว้แล้วออกแรงดึงข้อมือของเธอไปด้านข้างพร้อมกับขมวดคิ้ว เขากล่าวว่า “ป้าหวัง ป้ากำลังจะทำอะไร?”
ในสายตาของหวังซิ่วอิงตอนนี้นี่คือการกระทำของชายชู้ที่กำลังปกป้องหญิงชู้ เธอชี้หน้าเฝิงหย่งกับซย่านีแล้วด่ากราดทันที “ได้เลย นี่แกกำลังปกป้องมันงั้นหรือ? พวกแกสองคนคบชู้สู่ชายกันแล้วยังจะมาพลอดรักกันกลางวันแสกๆ อีก! ไม่มียางอายกันเลยหรือไร?”
ซย่านีแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองเพิ่งจะได้ยิน ชั่วเวลานั้นเธอก็พลันตอบโต้ไม่ถูกขึ้นมา
เฝิงหย่งที่เพิ่งถูกสาดโคลนใส่อย่างไร้เหตุผลจึงโกรธมาก เขากล่าวขึ้นทันที “ป้าหวัง นี่ป้าเสียสติไปแล้วหรือ? ผมกับซย่านีเราสองคนบริสุทธิ์ใจต่อกัน ป้ากำลังพูดบ้าอะไรอยู่?”
“พวกแกบริสุทธิ์ใจงั้นหรือ? ถ้าพวกแกบริสุทธิ์ใจจริงล่ะก็ พวกแกสองคนไปนัดพบกันลับหลังเมียแกทำไม? แล้วยังกอดกันกลางวันแสกๆ อีกเนี่ยนะ?”
เฝิงหย่งหัวเราะด้วยความโกรธ “ผมไปนัดพบกับซย่านีลับหลังภรรยาผมั้แ่เมื่อไหร่กัน? แล้วผมก็ไม่ได้กอดซย่านีด้วย! ป้าหวัง ป้าเห็นมันกับตาตัวเองหรือครับ? อย่าอาศัยแค่คำพูดคำเดียวแล้วจะมากล่าวหาคนอื่นซี้ซั้วได้นะ?”
“พวกแกโดนจับได้คาหนังคาเขาขนาดนี้แล้วยังจะไม่ยอมรับอีกใช่ไหม? ทำไม หรือแกจะบอกว่าวันนี้แกกับหล่อนเจอกันโดยบังเอิญงั้นสิ? กล้ากอดกันบนท้องถนน แกคิดว่าจะไม่มีใครเห็นจริงๆ น่ะหรือ?” หวังซิ่วอิงเท้าเอวแล้วตวาดกร้าว “เหม่ยอวิ๋น! เสวี่ยหรู! พวกเธอออกมาพูดสิ!”
ซ่งเหม่ยอวิ๋นเปิดปากพูดทันที “ใช่แล้ว ฉันกับพี่เสวี่ยหรูเห็นเองกับตาว่าพวกเธอกอดกัน!”
เฝิงหย่งมีสีหน้าสับสน เขาไปกอดซย่านีเมื่อไหร่กัน? นี่มันใส่ร้ายกันเกินไปแล้วจริงๆ!
“ไม่สิ ไฉนหญิงสาวอย่างพวกเธอสองคน อ้าปากแต่ละทีก็พูดแต่เื่เช่นนี้ออกมากัน? พวกเธอไปเห็นตอนไหน? เมื่อไหร่ฮะ?”
ซ่งเหม่ยอวิ๋นกล่าวอย่างมั่นใจเต็มที่ “ก็เมื่อครู่นี้ไง ตรงถนนด้านนอก! ฉันกับพี่เสวี่ยหรูเห็นเองกับตา!”
เฝิงหย่งยังคงมีสีหน้าสับสน วินาทีต่อมาเขาก็เหมือนนึกเื่บางอย่างขึ้นมาได้ หรือว่าจะเป็ตอนที่เขาเห็นรถจักรยานยนต์พุ่งเข้ามาก็เลยดึงตัวซย่านีหลบมาด้านข้างทำให้สองคนนี้เข้าใจผิด?
เฝิงหย่งถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วกล่าวอธิบายด้วยรอยยิ้ม “พวกเธอเข้าใจผมกับซย่านีผิดไปแล้วจริงๆ เื่เมื่อครู่นี้...”
