แสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องผ่านละอองหมอกบางเบา ทอประกายวับวาวดั่งผงดาวที่โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า ความเงียบแผ่ปกคลุมทั่วทั้งภพฝัน เป็ความเงียบที่มีชีวิต เป็ความเงียบที่มีเสียงในตัวมันเอง เสียงของหยดน้ำค้างที่จับตัวบนใบไม้ พื้นหญ้าชุ่มด้วยน้ำค้างยามราตรี เสียงของกลีบดอกไม้ที่ค่อยๆ เบ่งบาน เสียงของแสงจันทร์ที่เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าบนผิวน้ำ ทั่วทั้งภพฝันปกคลุมด้วยหมอกบางที่เรืองแสงจางๆ ยามที่หมอกเ่าั้เคลื่อนไหว จะทิ้งร่องรอยเป็ละอองฝันปลิวไปกระทบกับสิ่งใด สิ่งนั้นจะเปล่งประกายอ่อนๆ น้ำค้างแข็งเกาะตามลำต้นและใบไผ่ เมื่อแสงจันทร์สาดส่อง ผลึกน้ำแข็งเล็กๆ เ่าั้จะสะท้อนแสงออกมาเป็สีรุ้งนับพันนับหมื่นสี บางสีที่ปรากฏไม่มีชื่อเรียกในภาษาของมนุษย์ บางสีไม่เคยปรากฏในโลกแห่งความเป็จริง ทุกครั้งที่สายลมพัดผ่าน ผลึกน้ำแข็งเ่าั้จะกระทบกันเบาๆ สร้างเสียงกังวานแ่เบาที่ฟังคล้ายกับเสียงระฆังเล็กๆ นับล้านใบที่ดังพร้อมกัน นี่เป็เสียงเดียวที่ได้ยินอย่างชัดเจนในความเงียบสงัดของภพฝัน
“ที่นี่คือภพฝันที่เงียบงันนั่น” เ้าวั่งซูเอ่ย
“คราที่แล้วพวกเราเจอเ้าภพแต่ไม่ได้เข้ามาที่นี่ บรรยากาศที่นี่ดูเหมือนจะสงบเงียบมากจนน่าอึดอัด แต่ธรรมชาติช่างงดงาม และข้าไม่รู้สึกถึงสิ่งมีชีวิตเลย นอกจากหิ่งห้อยจากภพเดรัจฉาน”
หิ่งห้อยนับหมื่นนับแสนตัวล่องลอยในอากาศ ใต้เงาของต้นไม้โบราณที่มีอายุนับพันปี ณ ใจกลางทุ่งหญ้า มีสระน้ำวงกลมขนาดใหญ่ ผิวน้ำนิ่งสงบราวกับกระจกเงา สะท้อนภาพดวงจันทร์เต็มดวง น้ำในสระไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรสชาติ มันใสบริสุทธิ์จนสามารถมองทะลุลงไปได้ถึงก้นสระ ที่ซึ่งมีกรวดสีขาวและสีดำวางเรียงตัวเป็รูปแบบของหยินและหยาง
ร่างของหญิงสาวในชุดกี่เพ้าสีขาวประดับด้วยลายปักดอกบัวสีฟ้าอ่อน ผุดขึ้นมาจากกลางน้ำทับเงาสะท้อนดวงจันทร์ ผมยาวสีดำขลับสยายไหวไปตามแรงลม ละอองฝันสีทองวูบวาบล่องลอยรอบกายนางราวกับเป็ผีเสื้อแห่งแสงที่โบยบินอย่างเชื่องช้า
“ไม่ได้พบกันนานเลย เ้าวั่งซู ฮวาเฟยฟา เป็เกียรติยิ่งนักที่พวกท่านมาเยือนถึงนี่” ความสวยที่ตราตรึงท่ามกลางแสงจันทร์ และน้ำเสียงหวานปนเศร้านั่น เทพธิดาเม่งเซี๊ยะ
“เม่งเซี๊ยะ ไม่ได้พบกันนานวันนี้พวกข้ามาเยือนไม่ได้บอกกล่าว หวังว่าท่านจะสบายดี” เ้าวั่งซูเอ่ย
“ข้าและถูหลันไม่เคยมีความทุกข์อีกเลยั้แ่พวกท่านมาปลดปล่อยพวกข้า” เม๊งเซี๊ยะเหาะลอยมาป๊ะหน้าทั้งสี่ ดูเปลี่ยนไปจากวันนั้นที่ตากวางสวยต้องหลับและอยู่ในอิริยาบทของเทพที่ดีดพิณ แต่วันนี้เม๊งเซี๊ยะที่อยู่ตรงหน้าคือเด็กสาววัยแรกรุ่น ที่ดวงตานางช่างงามล้ำเกินใคร สยายผมดำ และร่าเริง
“ท่านดูราวกับคนละคน ท่านช่างงดงาม และสดใส ในครานี้ ข้าคิดว่า ที่ว่ามีความสุข คงเป็จริงแน่แท้” ฮวาเฟยฟาเอ่ย และ ทั้งสามก็หัวเราะลั่นออกมาพร้อมกันกลางแสงจันทร์ สระน้ำ ละอองหมอก และความเงียบของภพฝันแห่งนี้
“แล้วหลี่เลี่ยงเฟิ่ง กับ ถูหลันหล่ะ ข้าไม่เห็นพวกเค้า” เ้าวั่งซูเอ่ยถาม
“อาเฟิ่งอยู่ภพมนุษย์เค้าช่วยกงซุนต้าเฉียนในพิธีโคมนำิญญา และตอนนี้ก็ฟื้นฟูสำนัก ส่วนถูหลันอยู่ที่วิหารจักราแกะเงินแกะทอง มีแต่สถานที่นั้นที่มีพลังกักเก็บและกันความชั่วร้ายกระจัดกระจาย ข้าและถูหลันต้องผลัดกันไปควบคุมพลังชั่วร้ายนั่นไม่ให้ขยายขอบเขต”
“ท่านรู้มาตลอดหรอว่าจอมมารนั่นเอาภวังคจิตมาที่นี่!? เมือ่ไหร่กัน!?” เ้าวั่งซูเอ่ยถาม
“แน่นอนข้าและถูหลันในฐานะเ้าภพต้องรับรู้เื่การเล็ดลอดเข้ามาของภวังคจิตที่ชั่วร้ายนั่น แต่ภพนี้ปากประตูคือภพรูปธรรมขาดพลังจักราในการต้านความชั่วร้ายนั่น กว่าจะย้ายเข้าภพคู่ขนาน ภพนามธรรม ได้ก็นานหลายร้อยปี”
“สิ่งใดกันที่มันเลือกสถิต เหมือนพวกข้าจะเห็นบางอย่างๆ ใสๆ และทรงพลังในนิมิตร” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ “ลูกแก้วปลุกระดมฝัน” ลูกแก้ววิเศษที่สามารถเชื่อมต่อกับสิ่งมีชีวิตทุกภพผ่านจิตใต้สำนึก จิตไร้สำนึก จิติญญา มีการทำนายในรูปแบบสัญลักษณ์ หรือ เหตุการณ์ตรงๆ ลูกแก้วทำนายฝันคือศาตราที่แกร่งที่สุดในภพฝันเงียบงันแห่งนี้” เม้งเซี๊ยะเอ่ย
“เมื่อหลายพันปีก่อน มีพลังที่ชั่วร้ายแอบเล็ดลอดเข้ามาในภพฝัน เนื่องด้วยมันคือภพฝั่งรูปธรรม ขาดพลังในการป้องกัน มันถอดภวังคจิตเข้าครอบงำลูกแก้วปลุกระดมฝันที่เป็เหมือนหัวใจแห่งภพ และพลังชั่วร้ายนั้นขจรไกลแผ่ออกไวมาก ตัวข้าและถูหลันคือมารและเทพแห่งฝันพลังของพวกเราจะแกร่งในภพนามธรรมมากว่า ดังนั้นพลังจักราก็ลดลงกึ่งหนึ่งในภพฝั่งนี้ พวกเราจึงต้องพยายามทุ่มพลังทั้งหมดเพื่อพาลูกแก้วนี้ข้ามไปภพฝันคู่ขนาน พวกเราใช้เวลากว่าหลายร้อยปี และเวลานี้ภวังคจิตของจริงและถูหลันก็อยู่ฝั่งนามธรรม ที่นั่นถึงสามารถควบคุมพลังมันไว้ได้” เม้งเซี๊ยะกล่าว
“” ภพคู่ขนาน” งั้นหรอ ท่านเคยบอกว่าภพฝันนี้เป็ามธรรม และ เป็สถานที่ให้ิญญาหนีจากความเป็จริงมาหลบเพื่อฝันถึงสิ่งไม่มีในฝั่งรูปธรรม และจะเข้ามาได้แต่ิญญามาและทิ้งร่างกายไว้ที่ภพกำเนิด แล้วด้วยสาเหตุใดภพนี้ถึงต้องแบ่งไว้สองด้านเป็คู่ขนานนามธรรมและรูปธรรม และมันต่างกันอย่างไร” ฮวาเฟยฟาเอ่ยถามสงบ
“ภพฝันแห่งความเงียบงันที่แท้จริงคือภพที่เป็นามธรรม ทุกอย่างคือความเงียบเบาสบาย และพลังจักราแห่งเ้าภพจะแสดงและคุ้มครองฝั่งนั้นทั้งหมด แต่ภพที่ไร้ซึ่งตัวตนไม่อาจยืนอยู่ในโลกนี้ได้ จึงจำต้องมีการเกิดของภพคู่ขนานที่เป็รูปธรรมเพื่อถ่วงและยึดโยงฝั่งนามธรรมเอาไว้ แต่ภพฝันรูปธรรมที่อยู่บนโลกใบนี้จะทำหน้าที่เหมือนประตูเข้าออก อย่างเช่นที่พวกท่านเข้ามา แต่รูปธรรมนี้แทบจะเหมือนไม่มีตัวตน ไม่มีพลังจักราที่คุ้มครองปกป้องตัวภพจากพลังชั่วร้ายเหมือนภพอื่นๆ รวมถึงเราเ้าแห่งภพก็คล้ายจะกลับเป็เทพคุ้มครองจักราไม่ต่างจากสมัยอยู่ภพ์ ความสามารถในฐานะเ้าภพจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเข้าสู่ภพนามธรรม และก็มีแต่พวกข้าเท่านั้นที่สามารถเข้า และพาคนเข้าออกได้” เม่งเซี๊ยะเล่า
“แบบนี้ ที่เราเคยคุยกันเื่ทิ้งร่างสิ่งมีชีวิตในภพรูปธรรมก็เป็สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้ายังเป็แบบนี้ ภพฝันที่ผ่านก็อาจจะยังไม่ใช่สถานที่สำหรับดวงิญญาที่้าหยุดพัก ไถ่บาป และฟื้นกลับ อย่างแท้จริง” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ข้ารู้แล้ว เม้งเซี๊ยะท่านบอกว่าพลังทุกอย่างของท่านและถูหลันจะสำแดงในภพฝันนามธรรมในฐานะเ้าภพอย่างแท้จริง และถ้าในกรณีที่พวกท่าน้าช่วยเหลือิญญาที่น่าสงสารนั่นได้ ภพฝันแห่งนี้ต้องสามารถคืนสติให้กับร่างที่ถูกทิ้งอยู่ในภพฝันรูปธรรมนั้นด้วย หลังจากที่ิญญาเค้าได้รับการเยียวยาจากภพฝั่งนามธรรมและทรายวิเศษนั่น ดังนั้นสิ่งที่พวกเราต้องทำก็คือทำให้ภพฝันเหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียว” เ้าวั่งซูเอ่ย
“หรือว่าเ้าหมายถึง พลิกภพคู่ขนานให้ซ้อนทับกัน คล้ายกับที่พวกเรารวมภพภูติสรรพสัตว์” ฮวาเฟยฟาเอ่ยถาม
“ถูกต้อง เมื่อนามธรรมและรูปธรรมรวมเป็สถานที่เดียวกัน กายหยาบและิญญาจะทิ้งกันเพียงเพื่อเข้าชำระจิติญญาในความฝัน เ้าภพจะมีพลังทั้งนำิญญาออกเพื่อเข้าสู่ห้วงฝัน และ นำิญญาออกจากฝันคืนสู่ร่าง เหมือนเป็ภพที่ สามารถช่วยดวงิญญา และ ชำระิญญาให้บริสุทธิ์ได้อย่างแท้จริง ท่านคิดอย่างไรเม่งเซี๊ยะ” เ้าวั่งซูเอ่ย
“ข้าเคยได้ยินเื่นี้ในนิมิตร สมัยที่ข้าและถูหลันโดนเนรเทศและลงทัณทร์จาก์ให้หันหลังให้กับคนที่รัก รวมถึงการที่ถูกพามายังภพฝันและเก็บพลังจักราจากดวงิญญาที่เข้ามาที่นี่ ทุกดวงิญญาล้วนพร้อมสละทิ้งกายหยาบ และหลับไหลในความฝัน แม้นตัวข้าและถูหลันจะเห็นว่ามันเป็วิธีที่ไม่สู้ดีนัก คือภพฝันแห่งนี้ไม่ใช่ที่หลบลี้ออกจาความเป็จริงเพื่อรักษาหรือแม้แต่ปลอบประโลมจิติญญา แต่ภพฝันแห่งความเงียบงันนี้กลับเหมือนใยแมงมุมตาข่ายที่ดักทุกฝัน และถอดจิตออกจากร่างนั้น แต่ในฐานะเ้าภพที่พลังแม้แต่หล่อเลี้ยงตัวเองยังไม่มีก็ไม่อาจทำอะไรได้” เม่งเซี๊ยที่หน้าเศร้า สักพักก็มีอีกเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลัง ถูหลัน! และเริ่มเล่าต่อ
