หลังจากหลินเมิ้งหยากลับมาจากห้องอ่านหนังสือแม้บนใบหน้าจะยังประดับไว้ซึ่งรอยยิ้ม แต่นางกลับไม่ชอบออกไปจากสวนหลิวซินอีก
เจียงหรูฉินและหลินเมิ้งหวู่ยังคงอยู่ที่นี่เพียงแค่ไม่กล้าแสดงท่าทีหยิ่งยโสโอหังอีก
สุดท้าย เหล่าข้าทาสในจวนต่างรู้สึกยินดีปรีดาผิดกับบ่าวรับใช้ในสวนหลิวซินอย่างสิ้นเชิง
“พวกเ้าคิดว่านายหญิงกับท่านอ๋องทะเลาะกันหรือไม่?” ป๋ายซ่าวกระซิบถามเสียงเบาสายตาเหลือบมองทางประตูใหญ่ของตำหนักอย่างเป็ห่วง
ไม่มีเื่อันใดให้ต้องทำหลินจงอวี้และสาวใช้อีกสามคนนั่งอยู่ในห้องเล็กของสวนหลิวซินก่อนจะแอบกระซิบกระซาบ
“ข้าว่าไม่ใช่ นายหญิงกับท่านอ๋องยังคงรักกันดีพวกเ้าอย่าเป็ห่วงไปเลย หากนายหญิงได้ยินเข้าจะไม่ดี”
ป๋ายจีที่อายุมากสุดกลับเข้าใจเป็อย่างดีเสื้อผ้ารองเท้าของเด็กทั้งสามฉีกขาดก็เป็นางที่คอยซ่อมให้
ดังนั้นนางจึงมีสิทธิ์ที่จะพูดเช่นนี้
“พี่สาวหาได้ขี้น้อยใจเช่นนั้นไม่ ในสายตาของข้าจิ้งจอกเ้าเล่ห์ทั้งสองจะต้องเป็ตัวการทำให้พี่สาวโกรธอย่างแน่นอน”
ใบหน้าหล่อเหลาของหลินจงอวี้แข็งทื่อขึ้นมา ่นี้เขาสังเกตเห็นว่าดวงตาของพี่สาวไม่เปล่งประกายเหมือนก่อน
แต่เขาไม่มีวิธีไหนจะช่วยพี่สาวได้เลย
หากเขาไม่ใช่คนไร้ประโยชน์แบบนี้ก็คงดี
เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่กำลังถกเถียงกันอยู่ทางด้านนอกภายในห้องกลับเกิดบรรยากาศน่าอึดอัด
หลินเมิ้งหยานั่งอยู่บนโต๊ะขีดๆ เขียนๆ ชิงหูกลับนั่งอยู่บนโซฟาตัวนุ่มนิ่มด้วยท่าทางผ่อนคลาย
“เ้าเด็กน้อย ไม่ว่าจะมองอย่างไร คำจำกัดความที่ใช้กับเหยียก็คือคำว่าสวยจนอยากกลืนกินแต่ทุกครั้งที่เหยียมาหาเ้า เ้ากลับไร้หัวใจแสดงท่าทีเหมือนมองไม่เห็นเหยียอย่างไรอย่างนั้น”
ชิงหูยังคงใช้เสียงที่ไม่น่าฟังดังเดิม ทว่าหลินเมิ้งหยาเคยชินแล้วดังนั้นจึงมิได้ใส่ใจ
หลายวันมานี้ ชิงหูยังคงแอบไปขโมยพระราชโองการของแต่ละบ้านแต่เวลากลับมีมากขึ้นเรื่อยๆ
หากอ้างอิงจากคำพูดของเขา นายจ้างเป็คนใจร้อนดังนั้นเขาจึงไม่ต้องทำเื่อื่น
“หากเ้าคิดจะเปลี่ยนไปเป็หัวขโมย ข้าขอเตือนเ้าเอาไว้ก่อนเลยว่าให้ออกห่างจากจวนของข้าไปไกลๆไม่เช่นนั้นข้าจะนำตัวเ้าเข้าวังแล้วทำเป็ขันทีเสีย”
ไม่แม้แต่จะเงยหน้า แต่กลับส่งสัญญาณเตือนทางคำพูดให้ชิงหูหุบปาก
ครู่ต่อมา ชิงหูที่กำลังเบื่อหน่ายลุกขึ้นเดินไปเดินมา เขาเดินเข้าไปดูภาพที่หลินเมิ้งหยาขีดๆเขียนๆ ั้แ่เช้า
บนกระดาษใบนั้นล้วนมีแต่ตัวอักษรที่เขาไม่รู้จัก
นิ้วเรียวยาวของชิงหูพลันเคาะลงบนตัวอักษรขดๆ ม้วนๆ และมีจุดสัญลักษณ์คล้ายกับดอกไม้บนกระดาษก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“นี่เป็ตัวอักษรของประเทศใดกัน? เหตุใดเหยียจึงไม่รู้จัก?”
หลินเมิ้งหยาเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะใช้พู่กันตีนิ้วมือเขาออกไป
“อืม เพราะเ้าไม่มีคุณธรรม”
อ่านออกสิแปลก หลินเมิ้งหยาใช้ความทรงจำในชาติปางก่อนมาจัดการกับเื่ที่เกิดขึ้นในตอนนี้
อันดับแรกคือมีคนยอมทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อจ้างวานมือสังหารเถาฮวาอู๋มาปลิดชีวิตนาง
ต่อมา ฮองเฮาส่งทรายิซามาให้
สุดท้าย ชิงหูขโมยพระราชโองการของแต่ละบ้าน
ทั้งหมดนี้ดูไม่เกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่น้อยแต่นางกลับรู้สึกว่าเื่เหล่านี้มิได้ง่ายดายอย่างที่คิด
อันที่จริงขอเพียงชิงหูบอกชื่อผู้ว่าจ้างมาเื่ทั้งหมดจะคลี่คลายทันที
แต่ใครจะรู้เล่าว่าเ้าเด็กนี่เก็บงำความลับเอาไว้อย่างดีเยี่ยม
ไม่ว่านางจะบีบบังคับหรือหว่านล้อมอย่างไรเขาก็ไม่พูดอีกทั้งยังมาพักผ่อนที่ตำหนักของนางด้วยท่าทางสบายใจเฉิบ
โชคดีที่สาวใช้ทั้งสามและหลินจงอวี้เป็คนสนิทของนาง ไม่เช่นนั้นข่าวฉาวต่างๆนานาคงลือสะพัดไปทั่วทั้งเมือง
“คุณธรรมคืออัญมณีอย่างนั้นหรือ? หากมีแล้วจะอ่านตัวอักษรพวกนี้ออกใช่หรือไม่? เ้าบอกเหยียมาสิว่าของสิ่งนั้นมีอยู่ที่ไหน?”
ชิงหูลืมตาโต ราวกับว่าหาของเล่นชิ้นใหม่เจอ
มุมปากของหลินเมิ้งหยาหยักยิ้มขึ้น ครุ่นคิดก่อนจะเอ่ย
“คนโง่ ต้องอ่านหนังสือมากๆ หากอ่านหนังสือมากแล้วก็จะมีคุณธรรม”
นางยื่นมือเข้าไปขยำกระดาษบนโต๊ะแล้วโยนทิ้ง
“เ้าเด็กบ้า! นี่เ้ากล้าว่าเหยียโง่อย่างนั้นหรือเหยียจะไม่เล่นกับเ้าแล้ว!”
ใบหน้าที่เคยฉีกยิ้มให้นางเมื่อครู่พลันหายไปในชั่วเวลาเพียงหนึ่งวินาที
หลินเมิ้งหยามองดูกระดาษโดยไม่รู้สึกประหลาดใจแต่อย่างใดแต่ผลปรากฏว่าลายลักษณ์อักษรเ่าั้ได้หายไปแล้ว
นางไม่รู้ว่าเลยว่าสรุปแล้วชิงหูมาที่นี่เพื่อสอดแนมหรือไม่?
คิดจะเล่นกับนาง ชิงหูผู้นี้ยังไม่เก่งพอหรอก
“พวกเ้าสี่คนดูแลบ้านให้ดี ข้าจะออกไปเดินเล่นสักหน่อยอีกไม่นานจะกลับมา”
ในที่สุดชิงหูก็จากไป หลินเมิ้งหยาจึงเดินออกจากสวนหลิวซิน
หลินขุยรอหลินเมิ้งหยาอยู่นานแล้ว พยักหน้าลงทั้งสองแอบเดินตรงไปยังประตูหลังของจวน
ขึ้นไปบนรถม้าขนาดเล็ก ไม่นานรถม้าที่ไม่โดดเด่นคันนั้นก็แล่นหายไป
รถม้าแล่นค่อนข้างเร็ว หลินเมิ้งหยาลอบสำรวจบริเวณข้างทางสุดท้ายมันหยุดลงหน้าประตูบานหนึ่ง
“ที่นี่เคยเป็โรงน้ำชาเก่าของเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะเหตุเพราะมีข่าวลือเื่ผีสาง ดังนั้นท่านอ๋องจึงซื้อมาในราคาถูก ศพของผอจื่อคนนั้นถูกเก็บรักษาไว้ในโรงน้ำแข็งพ่ะย่ะค่ะ”
หลินขุยรายงานเสียงเบา หลินเมิ้งหยามองดูที่แท้ทางที่นางเข้ามาคือประตูหลังของโรงน้ำชา
“ของที่ข้าสั่งให้เ้าเตรียม เ้าเตรียมเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”
สีหน้าหลินขุยเปลี่ยนไป ก่อนจะหยิบห่อผ้าใบออกมา
“กระหม่อมหาช่างที่มีฝีมือดีที่สุดทำมันขึ้นมาพระชายา...ท่าน้า...”
หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง รับห่อผ้าใบ
“ศพคือคำบอกใบ้สุดท้ายที่ถูกทิ้งไว้บนโลกนี้ ข้าจะต้องผ่ามันออกดู”
นี่คือประโยคที่เพื่อนนักเรียนแพทย์ด้วยกันมักจะพูดเมื่อก่อนหลินเมิ้งหยาไม่ได้สนใจอะไร ทว่าตอนนี้นางพบว่ามันช่างมีเหตุผลเหลือเกิน
ทว่าหลินขุยที่อยู่ทางด้านหลังกลับรู้สึกเย็นวาบพระชายาพระองค์นี้ใจกล้าเหลือเกิน
เดินเข้าไปยังโรงน้ำแข็งทว่าภายในโรงน้ำแข็งแห่งนั้นกลับมีคนยืนอยู่ก่อนแล้วสองสามคน
หลงเทียนอวี้ยืนอยู่ด้านในสุดเขากำลังจ้องมองศพที่อืดบวมและเปียกชื้น สีหน้าเคร่งขรึม
“พระชายา”
ทุกคนหันมาโค้งคำนับให้พระชายา นางไม่พูดจาให้มากความแต่กลับเดินตรงไปยังศพที่ถูกวางอยู่ตรงหน้า
“พวกเ้าหลบไปก่อน อีกเดี๋ยวข้าจะทำการผ่าศพหากไม่อาจทนมองได้ก็ออกไป”
คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้แววตาของพวกผู้ชายเปลี่ยนไป
ในใจคิด พระชายาเป็ผู้หญิงแต่กลับไม่กลัวหากพวกเขาที่เป็ชายหวาดกลัวหัวหดจะไม่น่าขันหรือ?
ทว่าครู่ต่อมาพวกเขากลับต้องเจอภาพน่าสยดสยองที่ยากจะลืมเลือน
ไม่มีถุงมือยาง หลินเมิ้งหยาสั่งให้หลินขุยเตรียมไส้ที่ล้างจนสะอาดและเย็บเรียบร้อยแล้วเอาไว้
ภายในผ้าใบเมื่อเปิดออกจะได้พบกับมีดผ่าตัดที่ถูกทำขึ้นมาเป็พิเศษ
หลินเมิ้งหยาเป็คนทำผ้าปิดปากด้วยตนเองตรงกลางอีกชั้นใส่เศษขี้เถ้าเอาไว้
ตรวจสอบศพตรงหน้าให้ละเอียด ไม่ยอมมองข้ามแม้แต่เพียงจุดเดียว
“ท่านอ๋อง พระชายา...แบบว่า...”
แม้จูเฉียงจะเป็แม่ทัพ ออกรบและฆ่าคนตายนับไม่ถ้วนแต่เขาไม่เคยเจอใครทำกับศพเช่นนี้
“อย่าพูด เงียบซะ”
น้ำเสียงเ็าถูกส่งออกมา จูเฉียงรีบปิดปากสนิทเขา้าขอความเมตตาจากท่านอ๋อง หากเขาตายในสนามรบเขาจะถูกพระชายากระทำเช่นนี้หรือไม่
ใช้กรรไกรตัดเสื้อผ้าของผอจื่อ หลินเมิ้งหยาผ่าศพออกด้วยความชำนาญ
ตอนแรกยังรู้สึกลังเลแต่สุดท้ายแล้วหลินเมิ้งหยาก็อาศัยความคุ้นเคยในการผ่าตัด
ท่าทางชำนาญการราวกับว่าเคยทำมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
“พระ...พระชายา ท่าน้าเวลาอีกนานหรือไม่?”
คราวนี้จูเฉียงที่เคยไม่พอใจในตัวหลินเมิ้งหยาเริ่มยอมรับในตัวนาง
อีกทั้งยังรู้สึกเคารพนับถือ
“เสร็จแล้ว พวกเ้ามาดูสิ”
หลินเมิ้งหยาหันไปมองพวกผู้ชายที่มีใบหน้าขาวซีดเป็ลูกผู้ชายกันมิใช่หรือ เหตุใดจึงแสดงท่าทางเช่นนี้
จัดระเบียบอวัยวะภายในให้อยู่เป็สัดส่วนดูเหมือนวิชาการผ่าตัดที่นางเคยได้ A ตลอดสามปีที่เป็นักเรียนแพทย์จะยังมีประโยชน์
“ผู้ตายเป็เพศหญิง อายุราวสี่สิบห้าถึงห้าสิบปี เคยมีลูกมาก่อนสาเหตุการตายคือถูกยาพิษ เวลาการตายถูกบิดเบือนคนที่เข้ามาในตำหนักของข้าในวันนั้นไม่ใช่นางอย่างแน่นอน”
ทุกคนหันหน้าสบตากัน นี่พวกเขาเจอผีอย่างนั้นหรือ?
“ไม่ใช่ผี นางตายไปแล้ว แต่มีคนแอบอ้างว่าเป็นาง”
หลินเมิ้งหยาถอดถุงมือที่เปื้อนเืสีแดงเข้มออกก่อนชี้ไปทางแขนขาของนาง
“ก่อนเกิดเื่นางถูกหักแขนขา บนแขนขามีรอยปรากฏให้เห็นลิ้นเองก็ถูกตัด สามารถอนุมานว่าเป็การตายของนางได้หรือถ้าจะพูดให้ชัดเจนก็คือนางเคยถูกทรมานมาก่อน”
หลินเมิ้งหยามองดูใบหน้าขาวซีดของศพ เงียบไปไม่พูดอะไร
นางเกลียดการที่คนบริสุทธิ์ต้องถูกฆ่า ทั้งที่มีวิธีการอื่นๆ อีกมากมาย
คนที่ทำเื่หยาบช้าเช่นนี้ได้ นางจะไม่มีวันใจอ่อนเด็ดขาด
ผอจื่อคนนี้เป็เพียงคนธรรมดาเท่านั้น แต่กลับถูกทำร้ายเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าคนที่ทำร้ายช่างเป็คนที่มีจิตใจโเี้อำมหิต
“หลินขุย เ้าจงตามหาครอบครัวของผอจื่อแล้วมอบเงินค่าทำขวัญจากนั้นรีบฝังนางให้ไปสู่สุคติ”
“ช้าก่อน หลินขุยไปซื้อเสื้อผ้าห่มศพมาให้ข้าทีข้า้าห่อร่างของนาง เราควรให้เกียรตินาง”
หลินเมิ้งหยาหยิบเข็มขึ้นมา จากนั้นร้อยด้ายแล้วเย็บร่างของผอจื่อ
ทุกคนมองดูพระชายาเงียบๆ ศพที่ถูกผ่าจนละเอียดค่อยๆ ถูกเย็นจนร่างกายประกบติดกันและกลับมาเป็มนุษย์อีกครั้ง
“เอาล่ะ ไปซื้อโลงศพมาเถอะ”
หลินเมิ้งหยาวางเข็มในมือลง เดินออกจากโรงน้ำแข็งเป็คนแรก
ั์ตาของทุกคนสั่นไหวเล็กน้อย
ตอนแรกพวกเขาคิดว่าพระชายาไม่เคยสนใจความเป็ความตายของผู้อื่นทว่าตอนนี้พวกเขากลับได้เห็นนางแสดงความเคารพกับศพคนที่ไม่รู้จัก
บางที...พวกเขาคงเข้าใจนางผิดไป
“เ้า...” หลงเทียนอวี้ครุ่นคิด วันนั้นที่ห้องอ่านหนังสือเขาเคยว่ากล่าวหลินเมิ้งหยาเช่นนั้น
ทว่าตอนนี้สิ่งที่นางทำทั้งหมดล้วนเป็การประท้วงเขาเงียบๆนางใช้วิธีของนางมาประท้วงเขา
“ท่านอ๋อง บนโลกใบนี้มีการปลอมตัวจริงๆ หรือ? หากวันนั้นเป็คนอื่นปลอมตัวเป็ผอจื่อเข้ามาถ้าเช่นนั้นสุดท้ายแล้วจวนอวี้มีคนของตัวเองกี่คนและมีคนของศัตรูที่ถูกส่งมากี่คนกัน?”
เสียงแ่เบาดังขึ้น ด้านนอกโรงน้ำแข็งคือสวนดอกไม้ที่เต็มไปด้วยวัชพืช