“ข้ามิได้มาตลาดกวางผูนานแล้ว จึงไม่เห็นเขาอีกเลย แลเหตุใดจึงต้องตามหาเฒ่าเกอไห่ด้วย” คำถามของหวงซีเหรินทำให้ซีห่าวอ้ำอึ้งเล็กน้อย ก่อนที่ยายฝูจะรีบพูดโพ่งออกมาโดยไม่ผ่านการไตร่ตรอง
“ข้าจะทวงหลานสาวคืนจากเฒ่าเกอไห่” หลันฮวาได้ยินดังนั้นจึงขยับตัวดันหลังหวงซีเหรินให้มิดชิดกว่าเดิม จนเขารู้สึกผิดสังเกต หากแต่ไม่สนใจนาง ยังคงยืนสนทนาอยู่กับผู้มาเยือนต่อไป
“พรุ่งนี้ข้าจะเข้าไปยังตลาดกวางผู หากข้าเจอกับเฒ่าเกอไห่ จักสอบถามความให้ มิทราบว่าหลานสาวของท่านมีนามว่าอะไร”
“นางมีนามว่าหลันฮวา” หวงซีเหรินพยักหน้ายิ้มรับ แล้วจำชื่อของหลันฮวาไว้ขึ้นใจ ก่อนที่หญิงสาวที่กำลังหลบอยู่หลังแทบหัวใจหยุดเต้น นางหลับตาภาวนาไม่ให้ยายฝูจับได้
“ไม่มีวันที่ข้าจะยอมกลับไปตกนรกกับนางอีกแล้ว” หลันฮวาคิดในใจพร้อมลุ้นกับเหตุการณ์ตรงหน้า ยามนี้หัวใจของนางเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว แต่แล้วเสียงฟ้าฟาดจะทาบเข้ามากลางใจเมื่อยายฝูทำท่าเหมือนจะจำนางได้
“แล้วนั่นคือผู้ใดกัน เหตุใดจึงมุดหน้าไม่ออกมา” หวงซีเหรินรับรู้ถึงแรงสั่นไหวจากด้านหลัง เข้าใจว่าหญิงสาวอยู่ในอาการหวาดกลัว ด้วยซีห่าวและพวกแต่งการคล้ายทหาร เมื่อนึกได้ดังนั้นหวงซีเหรินจึงกันตัวยายฝูออกทันที
“นางเป็คนรักของข้า เวลานี้นางไม่ค่อยสบายเท่าใดนัก”
“อย่าเสียมารยาทกับคุณชายซีเหริน” น้ำเสียงเข้มจากซีห่าว ทำให้หญิงชรารีบหดมือกลับไปในทันที แม้จะรู้สึกแคลงใจในรูปร่างที่เหมือนหลันฮวาอยู่มาก แต่ไม่อาจก้าวล่วงคำสั่งได้
“เช่นนั้นข้าขอตัวเดินทางต่อ..แต่หากคุณชายซีเหรินพบกับเฒ่าเกอไห่ ได้โปรดบอกเขาด้วย ว่าให้ไปพบใต้เท้าตงซันที่จวนโดยด่วน เพื่อคืนหลานสาวให้กับยายฝู”
“เ้าไม่ต้องห่วง หากข้าเจอเขา ข้าจะรีบกำชับอย่างแน่นอน” ซีเหรินรับปากด้วยกิริยาราบเรียบ
“เช่นนั้น..พวกข้าขอตัวลา” หลังจากทั้งหมดมุ่งตรงไปยังอีกฟากหนึ่ง หวงซีเหรินจึงเบี่ยงตัวกลับมา พบว่าหลันฮวายืนหลับตาอยู่ในอาการหวาดกลัวจนเห็นเม็ดเหงื่อขึ้นรำไร เขาเอียงคอมองหญิงสาวในสภาพมอมแมมครู่หนึ่ง พลางปล่อยยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น
“พวกเขาไปกันหมดแล้ว ลืมตาของเ้าได้แล้ว” เสียงของซีเหรินทำให้นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาพบกับใบหน้าหล่อเหลาของเขาทอดมองอยู่ และนั่นทำให้นางไม่อาจละสายตาจากชายตรงหน้าได้
“เหตุใดเ้าจึงจ้องคุณชายซีเหรินเช่นนั้น” เสียงของอู่เจ๋อทำให้หลันฮวาได้สติ รีบถอยหลังออกมาตั้งหลัก พลางกะพริบตากลบเกลื่อน
“ข้าจ้องคุณชายของเ้าเมื่อใดกัน” คำแก้ตัวเลิ่กลั่กของนางดูมีพิรุธอยู่มาก หากแต่ซีเหรินยังคงกอดอกมองตรงไปยังหลันฮวาอย่างมีความหมาย
“เ้ากลัวทหารถึงเพียงนี้ เพราะก่อนหน้า ได้ออกอาละวาดทำความเดือดร้อนให้ผู้อื่นไว้มากสินะ”
“ไม่ใช่..ไม่ใช่เช่นนั้น” หลันฮวารีบปัดมือไปมาปฏิเสธทันที
“ใครว่าข้ากลัวทหารพวกนั้น จริงอยู่ว่าข้ามีชนักติดหลัง แต่อย่าลืมสิเ้าคะ ตอนนี้ข้าเป็คนรักของท่าน หากใครเห็นข้าในสภาพมอมแมมเช่นนี้ พวกเขาจะเชื่อได้อย่างไรว่าข้าเป็คนรักของท่าน ข้าล้วนแล้วแต่ทำเพื่อท่านทั้งนั้น หาได้เป็เช่นดังที่ท่านกล่าวหาข้า” หญิงสาวพูดแก้ตัวด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว ผิดจากเมื่อครู่ที่กลัวยายฝูจนแทบมุดแผ่นดินหนี หากแต่เหตุผลของหลันฮวาทำให้หวงซีเหรินปล่อยยิ้มแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเช่นเคย
“รุ่งขึ้นเราจะเข้าตลาดกวางผู ถึงตอนนั้นข้าจะแปลงโฉมให้เ้าใหม่ทั้งหมด เ้าสบายใจได้ ต่อไปไม่ต้องกลัวผู้ใดจะกล่าวหาว่าเ้าไม่เหมาะสมกับข้า”
หลันฮวานิ่งอึ้งกับคำพูดแสนอ่อนโยนนั้น เหมือนมีนุ่นบาง ๆ ลอยอยู่เต็มท้อง ความรู้สึกประหลาดทาบลงบนกายหยาบ ทุกสิ่งรอบตัวหยุดนิ่ง มีเพียงความอิ่มเอิบที่ชโลมลงกลางใจ ก่อนหวงซีเหรินจะหันหลังเดินตรงไปยังรถม้า ปล่อยให้หญิงสาวตะลึงอยู่กับคำพูดแสนอบอุ่นนั้นลำพัง
หญิงสาวทอดสายตามองแผ่นหลังของเขาอย่างเงียบ ๆ ไม่นานนักเสียงเรียกของอู่เจ๋อก็ดังลอดเข้ามา ให้หลันฮวาได้สติแล้วรีบเร่งฝีเท้าตามไป
ณ จวนผู้ว่าของใต้เท้าตงซัน ยามนี้อาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว มีเพียงแสงของดวงดาวที่ส่องประกายบนนภา เยว่ซินออกมานั่งรับลมด้านนอก นางถือถุงเท้าของลูกสาวในวัยแรกเกิด ที่เคยตั้งใจถักทอไว้ แต่ยังไม่ทันได้สวมใส่ ลูกสาวก็หายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอย โดยการกระทำของหมอตำแยนามว่าผู่เล่อ
“ลูกข้าล่ะท่านพี่ ข้ายังไม่ได้เห็นหน้าลูกเลย พานางมาให้ข้าชื่นใจหน่อยได้ฤาไม่” เยว่ซินในตอนนั้น ถามหาลูกสาวด้วยความหวัง ก่อนสีหน้าของผู้เป็สามีทำให้หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจ
“เกิดอะไรขึ้นกับลูกของเรา” น้ำเสียงสั่นไหว เค้นถามขึ้นพร้อมกับสีหน้ากังวลอย่างถึงที่สุด ชายหนุ่มไม่ตอบคำถาม เขาเดินมานั่งด้านข้างแล้วทอดสายตามองภรรยา ก่อนที่เยว่ซินจะพยุงตัวขึ้นช้า ๆ แล้วเอ่ยถามอีกครั้ง
