ฮ่าวหลงเทียนเก็บนามบัตรสีทองขึ้นมาทันทีมีเบอร์โทรศัพท์อยู่บนบัตร เห็นได้ชัดว่านี่คือวิธีติดต่อกลุ่มนักฆ่าเขาถือนามบัตรในมือแน่นราวกับได้รับสมบัติล้ำค่า เขาเงยหน้าและบอกกล่าวทันที“ขอบคุณครับ ขอบคุณ...”
หลังจากพูดไปครึ่งประโยคเขาก็พบว่าจอมยุทธ์คนนั้นหายไปแล้ว
เขามาโดยไร้เงาและกลับไปโดยไร้ร่องรอยเหมือนกับผี
สิบนาทีต่อมาในคฤหาสน์หลังเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ในเมืองเว่ยเฉิงชายชุดดำปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ตรงข้ามกับเขาเป็ชายหนุ่มหน้าตาดีนอนอยู่บนโซฟา
“นายน้อยรองครับผมเสร็จงานตามที่คุณบอกแล้วครับ ฮ่าวหลงเทียนนั่นขอบคุณเป็การใหญ่ที่ได้รับนามบัตรเขาต้องใช้เงินทั้งหมดที่มีเพื่อจ้างกลุ่มมือสังหารทองคำเพื่อจัดการกับฉินเฟิงแน่นอน”ชายชุดดำพูดกับชายหนุ่มด้วยความเคารพ
นายน้อยรองเล่นกับชิ้นหยกและมุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเขาพูดลวกๆ “ก่อนหน้านี้ฉันประเมินความสามารถของฉินเฟิงต่ำไปฉันไม่เชื่อว่าเราจะไม่สามารถปราบมันลงได้ตอนนี้เมื่อกลุ่มมือสังหารทองคำลงมือ
“ลุงผี เมื่อเร็วๆนี้ลุงได้จับตามองฮ่าวหลงเทียนไว้ มีความคืบหน้าอะไรที่ลุงอยากจะรายงานฉันอีกไหม? ตระกูลฉินเริ่มสงสัยตัวตนของฉันแล้วเราจำเป็ต้องกำจัดฉินเฟิง” รอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้าของชายหนุ่มกว้างขึ้น
…
หลังจากทะเลาะกับฉินเฟิงสวี่รั่วโหรวไม่ได้นั่งจักรยานของฉินเฟิง เธอเบียดเสียดบนรถเมล์เพื่อไปทำงานแทนทำให้ฉินเฟิงหม่นหมองมากขึ้น ั้แ่เช้าเขาไม่มีความสุขเลย
ฉินเฟิงมาถึงบริษัทเร็วกว่าสวี่รั่วโหรวและมองไปที่เก้าอี้ที่ว่างเปล่าของเธอเขาเปิดโทรศัพท์และตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกม หลังจากเล่นมา 20 นาทีกลิ่นหอมคุ้นเคยก็โชยมา สวี่รั่วโหรวเพิ่งมาถึงที่ทำงานเมื่อเธอนั่งลงบนที่นั่งของเธอ เธอก็เริ่มจัดเตรียมของที่เธอจำเป็ต้องใช้ในวันนี้
เมื่อเร็วๆนี้เธอดูยุ่งมากตลอดเวลา เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นตลอดทั้งเช้าเธอเขียนรายงานเหมือนกับชีวิตเธอขึ้นอยู่กับมันและโทรคุยกับลูกค้าอย่างไม่รู้จบ
ในเมื่อเขาไม่สามารถฆ่าเวลาโดยการแกล้งสวี่รั่วโหรวได้เช้านี้จึงยาวนานและเชื่องช้า ด้วยความพยายามอย่างหนักที่เขาอดทนรอจนถึงพักเที่ยงสวี่รั่วโหรวก็ยืนขึ้น เธอเดินไปหาฉินเฟิงด้วยสัญชาตญาณแล้วหยุดเธอกำลังจะเรียกฉินเฟิงไปกินข้าวด้วยกัน แต่พอเธอกำลังจะอ้าปากเธอดูเหมือนว่านึกอะไรบางอย่างออกขึ้นมากะทันหันเธอก้มหัวและเดินออกไปอย่างผิดหวังทันที
ฉินเฟิงไม่คิดว่าเด็กสาวคนนี้จะตีเส้นระหว่างเขาความหม่นหมองในใจได้เพิ่มขึ้นและตอนนี้เขาก็เห็นหลี่อวี่เฉินเพิ่งเดินออกจากออฟฟิศ ฉินเฟิงจึงตามไปทันที เขาเกือบจะลืมหลี่อวี่เฉินที่ภายนอกเ็าแต่ภายในร้อนรุ่ม
“เฉินเฉิน ไปกินข้าวด้วยกันเถอะ”
ด้วยการจีบกันเมื่อคืนฉินเฟิงรู้สึกสนิทกับหลี่อวี่เฉินมากขึ้นตอนนี้เขาเรียกชื่อเล่นของเธอและหยิกก้นเธอ
หลี่อวี่เฉินใมากจนเกือบจะร้องเสียงดังเธอมองฉินเฟิงด้วยสีหน้าดำคล้ำจิตสังหารแพร่ไปทั่วั์ตาที่น่าหลงใหลและตะคอกอย่างเ็า “ฉินเฟิง คุณทำอะไรน่ะ?”
การตอบสนองของหลี่อวี่เฉินตื่นตระหนกมากและฉินเฟิงก็สับสนนิดหน่อย เมื่อคืนไม่ใช่ว่าเธอเริ่มแอดเขา คุยกับเขาและส่งรูปเย้ายวนของตัวเองมาก่อนเหรอ?
หรือว่าหลี่อวี่เฉินมีหลายบุคลิก?
เธอเป็สาวใหญ่ที่เ็าและหยิ่งตลอดทั้งวันเป็สาวใจกล้าเมื่อยามเหงาในตอนกลางคืน
“ฉันมาหาเธอเพื่อกินข้าวด้วยกันไง” ฉินเฟิงกล่าวหลังจากที่รู้สึกตัว
“คุณบ้าหรือเปล่า?ฉันสนิทกับคุณเหรอ? ทำไมฉันต้องกินกับคุณด้วย?” หลี่อวี่เฉินโกรธมากจนเธออยากตาย เธอมองฉินเฟิงเหมือนกับว่าอยากจะสับเขาเป็หมื่นชิ้น“ฉินเฟิง อย่าคิดว่าแค่เพราะคุณเป็ส่วนหนึ่งของตระกูลฉินแล้วคุณจะสามารถทำอะไรในบริษัทก็ได้ฉันจะให้คุณรู้ว่าถ้าคุณกล้าทำเล่นๆ อย่างที่คุณทำเมื่อกี้อีกฉันไม่สนว่าคุณจะเป็ใคร ฉันจะไล่คุณออก!”
หลังจากพูดคำรุนแรงพวกนั้นหลี่อวี่เฉินก็เดินจากออกไปด้วยความโกรธ เสียงลงส้นของส้นสูงที่กระทบกับพื้นบ่งบอกให้รู้ว่าตอนนี้เธอหงุดหงิด
ฉินเฟิงยังคงงงอยู่แล้วจู่ๆ เขาก็ยิ้มขึ้น “ฮ่าๆ ผู้หญิงคนนี้ต้องมีหลายบุคลิกแน่ๆ”
โดยที่ไม่มีสวี่รั่วโหรวและหลี่อวี่เฉินก็เป็บ้า ฉินเฟิงจึงไม่มีอารมณ์จะกิน เขาแค่กลับไปที่โต๊ะทำงานและเล่นเกมต่อ
ฉินเฟิงพบว่าเมื่อเร็วๆนี้เขาโชคไม่ดีเกี่ยวกับผู้หญิงเลย เขากับหลินเป้ยเป้ยสารภาพรักกัน แต่หลินเป้ยเป้ยก็เป็เ้าหญิงนิทราเขาพบไป๋ชิงที่รักจากห้าปีก่อน แต่เธอก็กลับบ้านเกิดไปแล้วเขาคิดว่าด้วยความรักของสวี่รั่วโหรวจะหาทางได้ แม้แต่เด็กคนนี้ก็ยังเปลี่ยนท่าทีสุดท้ายแล้วเขาก็พบว่าเ้านายสุดสวยของเขาภายนอกเ็าภายในร้อนรุ่มแต่เธอก็ดันมีหลายบุคลิกอีก
ฉินเฟิงรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองอยู่ยากขึ้นทันที์ไม่ยุติธรรมกับเขาแต่หลังจากที่บ่นไปเขากลัวว่าเขาจะถูกฟ้าผ่าตาย จึงแอบถอนคำพูดเงียบๆ
บางคนมีความสุขบางคนมีความทุกข์ ตอนนี้ฉินเฟิงร้อนใจมากแต่หัวหน้าทีมหวังมีสีหน้าเหมือนคนประสบความสำเร็จเขายิ้มหน้าบานจนแผลเป็จากสิวก็บานไปด้วย
“ฮ่าๆ ผู้จัดการหานผมไม่คิดเลยว่าคุณจะอยู่ที่นี่ คุณคงไม่ว่าอะไรถ้าผมนั่งที่นี่ใช่ไหม?” หวังเชากำลังกินข้าวในโรงอาหารและตั้งใจรอจนกระทั่งหานอิ๋งอิ๋งมาถึงก่อนที่เขาจะได้อาหาร
หลังจากได้รับอาหารมาแล้วหวังเชามาหาหานอิ๋งอิ๋งเหมือนกับว่าเขากำลังจะถามความเห็นของเธอแต่เขากลับนั่งลงอย่างไร้ยางอาย
ชื่อของหานอิ๋งอิ๋งแพร่สะพัดไปทั่วทั้งหวงเจียกรุ๊ปเธอทั้งสวยและงดงาม เธอเข้ามาในฐานะเลขาของท่านประธานฉิน เธอเป็คนว่องไว เด็ดขาดและรักษาระยะห่างกับผู้คนมาโดยตลอด โดยเฉพาะกับพนักงานชาย
ในฐานะหัวหน้าทีมเล็กๆในแผนกการขาย หวังเชาไม่มีความกล้าที่จะมองดูความสวยของหานอิ๋งอิ๋ง แต่บ่ายนี้หวังเชามานั่งอย่างไร้ความกลัวเขาไม่ได้กินยาผิดขวด เขาร้อนใจกับคำพูดก่อนหน้านี้ของฉินเฟิงและอยากจะลองด้วยตัวเอง
ไอ้เด็กฉินเฟิงนั่นมีเวลาเร่าร้อนในออฟฟิศของหานอิ๋งอิ๋งและฉันดีกว่ามันเป็ร้อยเท่า ฉันจะไม่ได้รับความสนใจจากผู้ช่วยหานได้ยังไง?
นี่เป็สิ่งที่หวังเชาคิดอยู่ตอนนี้
“ผู้ช่วยหานครับทำไมคุณกินน้อยจัง?” หลังจากนั่งมาสักพัก หวังเชาก็เคลื่อนไหวเมื่อเห็นว่าหานอิ๋งอิ๋งไม่ได้ไล่เขาไปเขาเริ่มถาม “ผมรู้ว่าคนสวยมักจะกินน้อยเพื่อรักษาหุ่น แต่มันจะไม่ดีต่อร่างกายคุณนะครับ…ผู้ช่วยหานผมรู้จักเพื่อนที่เปิดฟิตเนส ให้ผมช่วยเปิดบัตรสมาชิกกับพวกเขาหลังเลิกงานวันนี้เป็ไง?”
หานอิ๋งอิ๋งก้มหัวกินอาหารตลอดเวลาเธอไม่ได้มองไปที่หวังเชาตรงๆ เธองุนงงนิดหน่อยอยู่ภายใน หัวของหวังเชามันไปโดนประตูรถหนีบในตอนเช้าเหรอ?ทำไมมันถึงเริ่มมาหาเธอและรนหาที่ล่ะ?
“ไม่จำเป็” หานอิ๋งอิ๋งพูดอย่างเ็า
ในเมื่อเธออยู่ที่บริษัทของลุงฉินเพื่อเรียนเื่การจัดการเธอก็ต้องรู้วิธีจัดการความสัมพันธ์ระหว่างเ้านายและพนักงานที่ตำแหน่งต่ำกว่า
“โอ้ ผู้ช่วยหานคุณไม่ต้องสุภาพกับผมไปหรอกครับ เราคือเพื่อนร่วมงานกัน คุณไม่ต้องปฏิเสธเื่เล็กอย่างนี้หรอก” หวังเชาเกือบจะะโด้วยความดีใจเมื่อหานอิ๋งอิ๋งพูดกับเขา
มือหนึ่งของเขาแอบล้วงกระเป๋าและหยิบถุงยางที่เตรียมไว้เขาลังเลและสงสัยว่าควรจะหยิบมันออกมาโยนให้ผู้ช่วยหานดีไหม
