บทที่ 132 หัวใจเต้นแรง
รออยู่นานสักพักก็ไม่เห็นหลินเหยาตอบกลับอะไรกลับมา ลู่อวี่จึงอดแปลกใจไม่ได้ ก่อนจะหันหน้ามามอง แต่กลับเห็นหลินเหยาจ้องเขม็งมองมาที่เขาด้วยแววตาที่ฉงนสงสัย เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อว่าลู่อวี่จะใจดีนำยาชิง์สองเม็ดออกมาให้จริงๆ ในคราวเดียวกัน
ยิ่งยาชิง์จำพวกนี้ไม่ว่าสำหรับกองกำลังไหนแล้วยิ่งมากก็ยิ่งดี ต่อให้ตอนนี้ไม่ได้ใช้ แต่ก็สามารถเก็บไว้ใช้ได้ในกรณีฉุกเฉินได้ รู้หลบเป็ปีกรู้หลีกเป็หาง เพื่อยาอายุวัฒนะเม็ดนี้ ตอนนี้มีกี่คนและกองกำลังเท่าไรที่กำลังรวบรวมสมบัติหายากมาโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใดทั้งนั้น แต่ตอนนี้จู่ๆ ลู่อวี่กลับนำออกมาให้สองเม็ดอย่างไม่คาดคิด แล้วเช่นนี้จะไม่ให้หลินเหยาไม่สงสัยได้อย่างไร?
หลินเหยาไม่เชื่อว่าคนหน้าตาเช่นเขาจะยอมมอบยาอายุวัฒนะอันล้ำค่าให้นางเช่นนี้ แต่เมื่อมียาชิง์สองเม็ดวางอยู่ตรงหน้า แล้วจะไม่ให้นางใจเต้นแรงได้อย่างไร? แต่เพราะใจเต้นแรงนี้เอง นางก็ยิ่งสงสัยมากขึ้น ดวงตาทั้งคู่ของนางจ้องเขม็งมองไปที่ลู่อวี่ โดยหวังว่าจะค้นหาสาเหตุบางอย่างจากสีหน้าหรือสายตาของลู่อวี่ได้
หลินเหยาเป็ผู้ที่มีบุคลิกที่ชอบเป็จุดสนใจ ฉุนเฉียว อีกทั้งยังมีนิสัยหุนหันพลันแล่น แต่นั่นเป็เพียงส่วนหนึ่งของนิสัยนางเท่านั้น ไม่ใช่เสียทั้งหมด ครั้งนี้เพราะมันเกี่ยวพันถึงชีวิตและความตายของบิดาของอาจารย์ และนางกำลังเผชิญหน้ากับลู่อวี่ซึ่งมีเจตนาชั่วร้ายต่อนาง ดังนั้นเลยทำให้นางพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะระงับนิสัยของตัวเองไว้ สุดท้ายแล้วกลับทำให้ลู่อวี่ไม่สามารถปรับตัวเองได้ อาศัยความรู้สึกดีที่อธิบายไม่ถูกแล้วมอบยาชิง์สองเม็ดให้นางเสียอย่างนั้น
แต่การเปลี่ยนแปลงทางนิสัยใจคอที่ละเอียดอ่อนเหล่านี้ มันไม่ใช่สิ่งที่หลินเหยาจะััได้ เมื่อเห็นว่าลู่อวี่หันมา นางจึงลองสังเกตและเห็นแววตาที่ชัดเจนของเขา ก็หันหน้าหนีเพราะรู้สึกใจไม่เป็สุขจริงๆ
่เวลาแห่งความเงียบ กลับทำให้บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองคลุมเครือและเก้อเขินขึ้นมาไม่น้อย
“เ้า……”
“เ้า……”
จู่ๆ ทั้งสองคนก็พูดขึ้นมาพร้อมกัน แต่ในที่สุดก็หยุดชะงักทันที เวลานี้ลู่อวี่ได้ปรับอารมณ์กลับมาปกติแล้ว ในเมื่อหลินเหยามาแลกยา ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลหลินกับเกาะหลิงหวาเซียนและตระกูลลู่ แม้ว่ายาชิง์จะมีปริมาณไม่เยอะนัก เขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้จริงๆ ยิ่งกว่านั้นยังมีหลินเหยาสาวสวยผู้นี้ที่ทำให้เขาประทับใจอย่างบอกไม่ถูก!
“เ้าไม่ต้องคิดมาก ปะการังเืหมื่นปีสามกอแลกกับยาชิง์สองเม็ดข้าไม่ได้ขาดทุน ข้าจำได้ว่าตระกูลหลินมีโอกาสอีกสามครั้งที่จะขอให้ข้าปรุงโอสถให้ หากตระกูลหลินสามารถรวบรวมยาวิเศษได้เพียงพอ เช่นนั้นหากให้ข้าหลอมโอสถให้กับตระกูลหลินสามเตาหลอมก็ไม่ใช่ปัญหา!” ลู่อวี่พูดพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง เพียงยาชิง์สองเม็ดเท่านั้น แม้ว่ามันจะล้ำค่า แต่มันไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาจริงๆ แต่หากมันสามารถเปลี่ยนทัศนคติของหลินเหยาที่มีต่อเขาได้ เขาย่อมเต็มใจอย่างยิ่ง
ความรักจำพวกนี้ไม่สามารถวัดได้เพราะเหตุผล มือใหม่อย่างลู่อวี่ก็เพียงทำตามความรู้สึกของตัวเองและทำทุกอย่างที่้า ไม่มีใครสามารถพูดอะไรเขาได้!
ดวงตาของหลินเหยาเป็ประกาย และแววตาแฝงไปด้วยความซับซ้อนที่บอกไม่ถูก คุณหนูหลินไม่ใช่คนโง่ ได้ยินคำพูดของลู่อวี่แล้วจะไม่รู้สึกอะไรได้อย่างไร แม้ว่าก่อนหน้านี้นางจะมีอคติอย่างมากต่อลู่อวี่ก็ตาม ตอนนี้เมื่อคิดดูอย่างรอบคอบแล้ว ลู่อวี่ก็ไม่ได้ทำผิดอะไรกับนางจริงๆ แม้ว่าหลังจากพนันต่อสู้กัน จะถูกลู่อวี่เห็นร่างกายของตัวเองเข้าโดยบังเอิญ แต่นั่นมันเป็เพราะการยั่วยุของนางเองที่ทำให้นางเป็เช่นนั้น
แต่ในเวลานี้นางเองไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ผ่านไปนานกว่าจะพูดออกมาว่า “ขอบคุณ!” จากนั้นก็รีบออกที่พักของลู่อวี่อย่างรวดเร็วราวกับกำลังวิ่งหนี ซึ่งลู่อวี่ไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกโกรธ แต่กลับมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
“นี้มันเกิดอะไรขึ้น?” ลู่อวี่ไม่เข้าใจ ซึ่งอันที่จริงหลินเหยาเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน เพราะทั้งสองคนก็ไม่สันทัดในด้านความรัก แม้ว่าความฉลาดทางอารมณ์อาจจะไม่ติดลบ แต่ก็ไม่ได้สูงไปกว่ากันมากนัก
เวลานี้ก็เป็่เย็นแล้ว ดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า ทิวทัศน์สวยงามตระการตา ในลานที่พักที่สวยงามอีกด้านหนึ่งของูเาเทียนฉยง ลู่เหว่ยจุน และผู้เฒ่าใหญ่ ลู่หงเซิ่ง กำลังพูดคุยกันด้วยออกรสออกชาติ
“แม่สาวน้อยจากตระกูลหลินผู้นี้ไม่เลวเลย ก่อนหน้านี้ข้าเคยคิดว่าแม่สาวน้อยผู้นี้ชอบเรียกร้องความสนใจเกินไป และไม่มีความสุขุมนุ่มลึกพอ แต่ตอนนี้ใช่ว่าจะไม่มีข้อดีเลย หากคิดจะแต่งงานกับตระกูลลู่ของมาเป็ฮูหยินน้อยแล้วละก็ คิดว่าจะฝืนใจกันไปสักหน่อย!” ลู่หงเซิ่งถอนจิตที่ค่อยจับตาดูสถานการณ์ของลู่อวี่และหลินเหยา เขาลูบเคราและส่ายหน้าช้าๆ ไปด้วยขณะที่พูด
ลู่เหว่ยจุนก็เพียงยิ้มและพยักหน้าเพื่อแสดงว่าเห็นด้วยกับลู่หงเซิ่ง
ที่แท้หลังจากที่ทั้งสองส่งจินชื่ออวิ๋นประมุขของวังเทพอัคคีออกไปแล้ว และหลังจากนำหลินเหยาไปหาลู่อวี่ พวกเขาก็ทำตัวแปลกประหลาดไม่น่าเคารพด้วยการแอบซุ่มดูสถานการณ์ของทั้งสองคน แต่มันก็เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้ หากหลินเหยาไม่ใช่คุณหนูใหญ่ของตระกูลหลิน ดังนั้นไม่ว่าลู่อวี่จะทำอย่างไร พวกเขาก็ไม่มีทางสนใจอยู่แล้ว แต่หลินเหยาในฐานะคุณหนูใหญ่ของตระกูลหลินหากแต่งเข้าตระกูลลู่จริงๆ ก็ต้องเป็ภรรยาเอก ขึ้นเป็ฮูหยินน้อย
แม้ว่าที่นี่จะเป็โลกแห่งการบำเพ็ญเพียร แต่เื่ประเพณีวัฒนธรรมบางอย่างของทางโลกก็ยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ็ดตระกูลใหญ่ที่ยังคงให้ความสำคัญกับประเพณีทางโลกไม่น้อย และการแต่งงานก็เป็สิ่งสำคัญที่สุดหนึ่งในหมู่ของพวกเขา
“ตอนนี้ไม่จำเป็ต้องกังวล หากในโลกมนุษย์ วัยในตอนนี้ของลู่อวี่ อันที่จริงจำเป็ต้องหมั้นหมายกันไว้แล้ว แต่พวกเราแสวงหาวิถีแห่งธรรม และเป็ตระกูลบำเพ็ญเพียรที่ปรารถนาความเป็ะ ตราบใดที่สามารถรับประกันการสืบทอดต่อได้ ก็ไม่จำเป็ต้องร้อนใจกับเื่พวกนี้! แต่ในอดีตลู่อวี่ไม่ได้เป็เช่นนี้ เขาจีบสาวเก่งนัก คิดว่าครั้งนี้คงตกหลุมรักเข้าแล้วจริงๆ ถึงได้วิตกกังวลกับผลได้ผลเสีย!” ลู่เหว่ยจุนเดาใจลูกชายของเขา แต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก
ลู่หงเซิ่งในฐานะผู้เฒ่าใหญ่ของตระกูลลู่กลับให้ความสำคัญกับเื่นี้เป็อย่างมาก และกล่าวว่า “เื่นี้ประมุขอย่าได้ด้อยค่าเชียว ชื่อเสียงในตอนนี้ของลู่อวี่ เพียงปล่อยข่าวออกไปนิดเดียว แม่สื่ออาจมาถล่มตระกูลลู่ก็เป็ได้ แต่มันคงไม่ใช่เื่ง่ายที่จะหาสตรีสักคนที่ลู่อวี่น้อยชื่นชอบ และสามารถรับหน้าที่นายหญิงที่ต้องปฏิบัติภารกิจในอนาคตของตระกูลลู่ของเราได้!”
“ใช่ ข้าลืมคิดถึงเื่นี้ไป ดูเหมือนว่าอนาคตคงต้องให้ความสนใจมากกว่านี้ หากลู่อวี่มีคนรักหลายคนแล้วให้พวกเราเลือกจากในนั้นมาสักคนก็คงดี แต่หากเราจัดการหมั้นหมายให้เขาเลย กลัวว่านิสัยอย่างลู่อวี่จะรับไม่ได้น่ะสิ!” ลู่เหว่ยจุนคิดดูอย่างรอบคอบ ก็พูดคุยกับผู้เฒ่าใหญ่พอประมาณ การจะหาหญิงสาวสักคนที่ทำให้ลู่อวี่และตระกูลพอใจได้นั้น มันไม่ใช่เื่ง่ายเลยจริงๆ
ลู่หงเซิ่งหัวเราะเบาๆ และกล่าวว่า “ก็บอกแล้วว่าเื่นี้จะใจร้อนไม่ได้ ตอนนี้เ้าคิดอย่างไรไปก็ไม่มีประโยชน์ ปล่อยไปก่อน ปล่อยให้เป็ไปตามธรรมชาติจะดีกว่า”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีแสงหลบหนีบินเข้ามา เมื่อลู่เหว่ยจุนคว้ามาไว้ในมือ ก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขาหันไปยิ้มและพูดกับลู่หงเซิ่งว่า “มีข่าวจากตีนเขาว่า มีนักพรตสันโดษผู้หนึ่งนำอาวุธวิเศษป้องกันคุณภาพสูงมาแลกกับยาชิง์น้อย!”
“อาวุธวิเศษคุณภาพดี?” ลู่หงเซิ่งตาเป็ประกาย หากมันเป็อาวุธวิเศษป้องกันคุณภาพสูงชิ้นหนึ่งจริงๆ อย่าว่าแต่ที่จะแลกกับยาชิง์สักสองสามเม็ดเลยก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ แต่ต้องเห็นด้วยตาถึงจะตัดสินใจได้!
อาวุธวิเศษและอาวุธไม่เหมือนกัน ดูจากลู่อวี่ในฐานะนายน้อยของตระกูลลู่ ที่มีพลังยุทธ์่ปลายขั้นฟันฝ่า ที่มีเพียงหม้อต้มทองสัมฤทธิ์ระดับอาวุธวิเศษชิ้นเดียวที่สามารถใช้หลอมโอสถเท่านั้นก็รู้ ความหายากและล้ำค่าของอาวุธวิเศษนั้น ไม่ใช่ว่าอาวุธวิเศษไม่สามารถหลอมออกมาได้ แต่หากอยากจะหลอมอาวุธวิเศษออกมา เงื่อนไขที่้ามันโหดร้ายเกินไปนัก และทั่วทั้งโลกบำเพ็ญเพียรเทียนตูที่สามารถหลอมอาวุธวิเศษได้นั้นก็แทบจะไม่มี แม้แต่ตระกูลหลินที่มีชื่อเสียงในด้านการหลอมอาวุธก็ไม่เคยหลอมอาวุธวิเศษออกมาได้ ใช้ได้เพียงวิธีที่โง่ที่สุด ค่อยๆ หลอมอาวุธที่ดีที่สุดให้กลายเป็อาวุธวิเศษ อีกวิธีหนึ่งคือพึ่งพาโชคชะตาของตัวเอง หากโชคดีได้รับอาวุธวิเศษสักชิ้นมาจากซากปรักหักพังโบราณก็ไม่ใช่เื่ใหม่อะไร
ด้วยระดับที่หายากของอาวุธวิเศษ มันไม่ได้ด้อยไปกว่ายาชิง์ที่ลู่อวี่หลอมออกมามากนัก แต่เนื่องจากประสิทธิภาพของอาวุธวิเศษนั้นแตกต่างกัน จึงเป็ตัวกำหนดระดับคุณค่าของอาวุธวิเศษด้วย และหากพูดกันตามหลักแล้ว อาวุธวิเศษก็เป็เพียงเพียงวัตถุภายนอก เมื่อเปรียบเทียบกับยาอายุวัฒนะที่ที่เพิ่มพลังยุทธ์โดยตรงให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็ผลลัพธ์หรือการใช้งานก็ยังอ่อนแออยู่อย่างเห็นได้ชัด
สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดคือชนิดของอาวุธวิเศษป้องกัน สองคืออาวุธชนิดโจมตี และอาวุธอื่นๆ แน่นอนว่านี่เป็เพียงการแบ่งคร่าวๆ เท่านั้น ผู้ชมคือนักพรตทั่วทั้งโลกบำเพ็ญเพียรเทียนตู เพราะบางทีของบางอย่างสำหรับผู้ที่ไม่้ามันแล้วคิดว่าไม่คุ้มค่าที่แก่การมอง แต่สิ่งเหล่านี้มันมีมูลค่าสำหรับคนที่ต้องที่เอาทองเป็หมื่นมาก็แลกไปไม่ได้
จนกระทั่งลู่เหว่ยจุนและลู่หงเซิ่งมาถึงห้องโถงต้อนรับแขกหน้าูเาของตระกูลลู่ ก็เห็นเพียงชายชราในชุดสีน้ำตาลผู้หนึ่งรออยู่ข้างใน
เมื่อเห็นลู่เหว่ยจุนและลู่หงเซิ่งที่มาด้วยกัน ชายชราผู้นั้นก็รีบลุกขึ้นประสานมือโค้งคารวะ และพูดด้วยเสียงที่แหบแห้งว่า “นักพรตสันโดษลั่วเจิง คารวะประมุขตระกูลลู่และผู้เฒ่าลู่!”
“ไม่ต้องมากพิธีรีตอง เชิญนั่ง!” ลู่เหว่ยจุนยิ้มและเดินไปนั่งที่ที่นั่งหลัก จากนั้นก็พูดเข้าประเด็นทันที “สหายนักพรตลั่ว ไม่ทราบว่าอาวุธวิเศษป้องกันที่เ้ากล่าวถึงนั้นคืออะไร? สามารถนำออกมาให้ดูได้หรือไม่!”
ลั่วเจิงพยักหน้า แต่ก็ไม่ได้พูดเื่ไร้สาระถึงความไม่น่าเชื่อถืออะไรต่อชื่อเสียงของตระกูลลู่ มาก็มาแล้ว แล้วจะยังไม่เชื่ออะไรอีก ด้วยภาพลักษณ์ในตอนนี้ของเขา เพียงคนเดียวก็รู้ดีว่าเขากำลังจะหมดอายุขัย และ้ายายืดอายุขัยอย่างเร่งด่วน ดังนั้นทันทีที่ลู่เหว่ยจุนเอ่ยถาม เขาก็ยกมือขึ้นแล้วหยิบอาวุธวิเศษที่ตัวเองนำมาแลกกับยาอายุวัฒนะออกมาทันที
เมื่อลู่เหว่ยจุนและลู่หงเซิ่งเห็นอาวุธวิเศษชิ้นนั้นที่ลั่วเจิงหยิบออกมา ก็ตกตะลึงกันไปก่อนอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นดวงตาก็เบิกกว้างขึ้น พวกเขาอุทานออกมาด้วยความใ “นี่คือ ‘แสงกำบังใสอวิ๋นลัว’ ใช่หรือไม่?”
ดวงตาที่ค่อนข้างจะขุ่นมัวของลั่วเจิงกะพริบเล็กน้อย และพูดด้วยความภาคภูมิใจว่า “ใช่ มันคือสิ่งนั้น พวกท่านทั้งสองคนมองเพียงแวบเดียวก็ดูออกแล้ว ไม่เสียแรงที่เป็ประมุขของตระกูลระดับสูงในเทียนตู ของสิ่งนี้แลกกับยาชิง์ห้าเม็ดคงจะพอแล้วนะ!”
ลู่หงเซิ่งยื่นมือออกมาจับแสงกำบังใสอวิ๋นลัวที่ลอยอยู่ในมือของลั่วเจิงมาไว้ในมือ ลั่วเจิงเองก็ไม่ได้ต่อต้านใดๆ ปล่อยให้ลู่หงเซิ่งหยิบไปตามที่้า
แสงกำบังใสอวิ๋นลัวนี้ดูเหมือนแสงใสที่คลุมเครือไม่ค่อยชัดเจน แสงดูนุ่มนวลราวกับผ้าฝ้าย และยืดหยุ่นเล็กน้อยเมื่อโดนมือัั ผู้ที่ไม่รู้คงจินตนาการไม่ถึงว่าสิ่งนี้คือแสงกำบังใสอวิ๋นลัวที่โด่งดังเป็ที่รู้จักกันดีไปทั่วโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร
ลู่หงเซิ่งตรวจสอบดูแสงกำบังใสอวิ๋นลัวอย่างละเอียด ก่อนจะพยักหน้าแล้วยื่นให้ลู่เหว่ยจุน จากนั้นก็หันไปหาลั่วเจิงแล้วพูดว่า “ได้ยินว่ามันถูกสร้างขึ้นโดยการรวมตัวของแสงวิเศษของ์และโลกโดยเคล็ดวิชาลับ ไม่เพียงแต่ทรงพลังมากในการป้องกัน แต่ยังมีความสามารถในการใช้ที่มหัศจรรย์นัก ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าสหายลั่วจะได้สมบัติล้ำค่าเช่นนี้มาได้ ช่างโชคดีมากจริงๆ!”
ลั่วเจิงมองไปที่แสงกำบังใสอวิ๋นลัวในมือของลู่เหว่ยจุนอย่างเฉยเมย และมีร่องรอยเสียดายปรากฏขึ้นในดวงตา แต่ก็แสดงแววตาที่มุ่งมั่นออกมาและพูดว่า “ไม่ว่าสมบัติจะล้ำค่าเพียงใด หากไม่มีชีวิตที่จะอยู่เพลิดเพลินไปกับมันก็ไร้ค่าเสียแรงเปล่า แต่ไม่ทราบว่าพวกท่านทั้งสองคิดเห็นอย่างไรกับเงื่อนไขแลกเปลี่ยนที่ข้าเสนอให้!”
