รอยแผลเป็นี้มีสีเขียวอ่อน ผิวไม่เรียบเนียน ทำให้ใบหน้าเสียโฉมและดูดุร้ายเล็กน้อย
หลี่ชิงชิงคิดในใจว่า รอยแผลเป็ควรมีสีใกล้เคียงกับสีผิว เหตุใดจึงเป็สีเขียวอ่อนได้?
ครั้งแรกที่นางพบจ้าวซานหยาง นางไม่กล้าที่จะเอ่ยถามกับเขาโดยตรง จึงเก็บคําถามนี้ไว้ในใจ นางกลัวว่าพ่อลูกตระกูลจ้าวจะเก็บเห็ดพิษมา จึงเข้าไปดูเป็การเฉพาะ
เห็ดเหล่านี้ล้วนไม่มีพิษ ดูเหมือนว่าพ่อลูกตระกูลจ้าวจะมีประสบการณ์ในการเก็บเห็ดเป็อย่างดี
“เ้าได้สร้างความดีความชอบ การประสบความสำเร็จทางทหารนั้นไม่ง่าย!” จ้าวซานหยางหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ “ข้าเคยพูดไว้ตรงนี้ คนหนุ่มเช่นเ้าแม้ไม่ได้เรียนหนังสือเพื่อสอบคัดเลือกเป็ขุนนาง ไปกองทัพก็ย่อมสามารถโดดเด่นได้!”
หวังเฮ่ากล่าวด้วยความเคารพ “เพราะท่านอาจารย์อบรมสั่งสอนดี ถึงได้มีข้าในวันนี้ขอรับ”
“ที่แท้จินอวี๋หม่านถังก็มาจากบ้านของพวกเ้านี่เอง ครั้งที่แล้วข้าไปเข้าร่วมชุมนุมกับเหล่านักกวีที่จวนของนายอําเภอ มีหลายคนมาสนทนากับข้าเกี่ยวกับจินอวี๋หม่านถัง นี่คือสิ่งที่ภรรยาของเ้าคิดออกมา ช่างยอดเยี่ยม คนหนุ่มเช่นเ้าแต่งภรรยาก็แต่งได้ดีกว่าผู้อื่น!”
หวังเฮ่ายิ้มอย่างถ่อมตน
“ตอนนี้เ้าเป็ทหารชั้นประทวนระดับสูง อีกเพียงหนึ่งขั้นก็จะเป็ทหารขั้นเก้าระดับล่าง อย่าได้มองว่าเพียงขั้นเดียว เพราะมันยากยิ่งนัก ข้าก็ได้ยินสหายร่วมชั้นพูดถึงเื่กองทัพ ชาติกําเนิดอย่างเ้า หากอยากเลื่อนขั้นเป็ทหารทางการ แม้ว่าจะสร้างคุณูปการทางทหารเอาไว้มากมาย แต่ก็ยังต้องมีคนนินทา สามปัจจัยแห่งความสำเร็จไม่อาจขาดอย่างใดอย่างหนึ่งได้ หากวันใดเ้า้าเงินทอง จงจำไว้ว่าให้มาบอกข้า”
“ขอบคุณท่านอาจารย์ยิ่งนักขอรับ” หวังเฮ่าซาบซึ้งใจจนเกือบน้ำตาคลอ
จ้าวซานหยางเอ่ยให้กําลังใจ “ในบรรดาศิษย์ที่ข้าสอนมายังไม่มีผู้ใดได้เป็ทหารทางการ ข้าสนับสนุนเ้าเสมอ เ้าต้องพยายามทําให้ความปรารถนานี้เป็จริงแทนข้า”
หลี่ชิงชิงมองจ้าวซานหยางที่เป็คนตรงไปตรงมาและยึดมั่นในสัจจะ ไม่มีความสุภาพเรียบร้อยของบัณฑิตเลยแม้แต่น้อย แต่รู้สึกว่าท่านผู้นี้เหมือนออกมาจากกองทัพ
จ้าวซานหยางเป็ปัญญาชนในยุคโบราณคนแรกที่นางได้พบ นี่แตกต่างจากที่นางคิดไว้
บุตรชายทั้งสี่ของจ้าวซานหยาง จ้าวฉางคงอายุสิบสี่ปี จ้าวตงเซิงอายุสิบสองปี จ้าวเฟิงชิงอายุสิบเอ็ดปี และจ้าวิจื้ออายุสิบปี
จ้าวฉางคงและจ้าวตงเซิงสอบผ่านเป็ถงเซิงแล้ว สนามต่อไปคือเข้าร่วมการสอบซิ่วไฉ
จ้าวเฟิงชิงและจ้าวิจื้อยังไม่เคยเข้าร่วมการสอบ วางแผนที่จะเข้าร่วมการสอบคัดเลือกในรอบต่อไป
อย่ามองว่าจ้าวซานหยางเสียโอกาสในการสอบจวี่เหริน เพราะเขามุ่งเน้นไปที่การสั่งสอนบุตรชายและเหล่าลูกศิษย์
บุตรชายทั้งสี่ของเขาเรียนหนังสือได้ดียิ่ง ลูกศิษย์ที่สั่งสอนมีสามคนสอบผ่านซิ่วไฉ และสิบสองคนสอบผ่านถงเซิง
โจวซื่อไปทําอาหาร หลี่ชิงชิงตามเข้าไปช่วยในครัว โจวซื่อก็ไม่ได้เอ่ยถ้อยคำเกรงใจอันใด ทว่าล้างผิงกั่วหนึ่งลูกให้หลี่ชิงชิงกิน
หลี่ชิงชิงอาศัยเวลาในตอนทําอาหาร แสดงให้เห็นว่าตนเองรู้วิชาแพทย์ จากนั้นจึงเอ่ยถาม “อาจารย์หญิง ข้าเห็นรอยแผลเป็บนใบหน้าของอาจารย์เป็สีเขียวอ่อน ในตอนนั้นถูกพิษหรือเ้าคะ?”
“ใช่ ที่แท้เ้าก็รู้วิชาแพทย์ เก่งกาจเกินไปแล้ว เ้ามองปราดเดียวก็รู้ว่าอาจารย์ของเ้าเคยถูกพิษ เฮ้อ อาจารย์ของเ้าโชคร้าย ครั้นช่วยชีวิตคนก็ถูกกิ่งไม้มีพิษข่วนที่ใบหน้าจนทำลายรูปลักษณ์ ในเวลานั้นน้ำท่วมไปทุกพื้นที่ ไม่สามารถหาหมอได้ อาจารย์เ้าเกือบจะรักษาชีวิตเอาไว้ไม่ได้ ต่อมาก็หาหมอมารักษาได้ในที่สุด ทว่าหมอผู้นั้นไม่ได้ถอนพิษออกจนหมด ใบหน้าของเขาจึงเสียโฉมและไม่อาจเข้าร่วมการสอบเคอจวี่ ต้องเป็เพียงซิ่วไฉไปตลอดชีวิต เ้าดูโชคชะตาของอาจารย์เ้าเถิด” โจวซื่อรู้สึกเสียใจแทนสามีอีกครั้ง แต่ไม่ได้คิดมากว่าทักษะทางการแพทย์ของหลี่ชิงชิงจะสูงส่งมากเพียงใด เหตุใดนางจึงได้เอ่ยถามขึ้นมา
หลี่ชิงชิงถามต่ออย่างสงสัย “กิ่งไม้มีพิษของต้นไม้ชนิดใด ขนาดเท่าใดเ้าคะ?”
“ไม่รู้ว่าเป็ต้นไม้ชนิดใด อ้อ กิ่งไม้ที่ยาวขนาดนี้ อาจารย์ของเ้าเคยวาดให้ข้าดูหลายครั้ง แม้ว่าความจําข้าจะย่ำแย่แต่ก็จําเื่นี้ได้” โจวซื่อหยิบตะเกียบสะอาดที่ใช้คนไข่ขึ้นมา “ยาวและบางขนาดนี้”
ในสมองของหลี่ชิงชิงจินตนาการถึงฉากในเวลานั้น ทุกทิศล้อมรอบไปด้วยน้ำท่วม กิ่งไม้ถูกน้ำพัดจนชนเข้ากับแก้มด้านซ้ายของจ้าวซานหยาง...
“เอ๋ แผลเป็จากกิ่งไม้เช่นนี้ควรเป็เส้นบางๆ ไม่ควรมีขนาดกว้างครึ่งชุ่นยาวสามชุ่น?”
“เฮ้อ มิใช่ว่าอาจารย์ของเ้าหาหมอไม่ได้อยู่นานหรอกหรือ ครั้นหาหมอได้ พิษบนใบหน้าก็กระจายแล้ว ท่านหมอจึงใช้มีดเฉือนิัของอาจารย์เ้าออก แล้วใช้หลังมีดรีดพิษออกแล้วทาผงยา พิษมากขนาดนั้นถอนไปเพียงเก้าส่วน อีกหนึ่งส่วนหลงเหลืออยู่บนใบหน้า ไม่มีผลต่ออายุขัย เพียงแต่ไม่อาจดื่มสุราได้ตลอดชีวิต”
หลี่ชิงชิงรู้ว่าทักษะทางการแพทย์ของหมอในแคว้นต้าถังนั้นต่ำ แต่หลังจากฟังคําพูดของโจวซื่อแล้ว นางก็ตระหนักอีกครั้งว่าทักษะทางการแพทย์ของหมอที่นี่ต่ำเพียงใด
ใช้มีดเฉือนิั แล้วใช้หลังมีดรีดพิษออกมา นี่ช่างเป็หมอกำมะลอไร้ฝีมือจริงๆ!
มิน่าเล่า แผลเป็ของจ้าวซานหยางจึงแปลกประหลาดเพียงนั้น
“ที่บ้านข้ามียาถอนพิษ ข้าไม่รู้ว่าอาจารย์ยังมีพิษตกค้างอยู่บนใบหน้า ไม่เช่นนั้นข้าให้หวังเฮ่ากลับบ้านหนึ่งรอบ เพื่อไปเอายามาถอนพิษที่ตกค้างให้อาจารย์” หลี่ชิงชิงคิดจะถอนพิษให้จ้าวซานหยาง และรักษารอยแผลเป็บนใบหน้า เพื่อให้เขาสามารถเข้าร่วมการสอบเคอจวี่ได้
“โอ้ เ้ายังสามารถถอนพิษได้ด้วย ทักษะทางการแพทย์ของเ้าเหนือชั้นถึงเพียงนี้!” โจวซื่อประหลาดใจยิ่งนัก
บิดา พี่ชายและสามีของนางล้วนเป็ซิ่วไฉ ความรู้ย่อมมีมากกว่าหญิงชาวบ้านทั่วไปยิ่ง แต่ก็ไม่เคยได้ยินว่ามีหมอหญิง และยังเป็หมอหญิงที่ถอนพิษได้อีกด้วย
เพื่อให้โจวซื่อเชื่อ หลี่ชิงชิงจึงกล่าวอีกว่า “มีพ่อค้ากบผู้หนึ่งถูกงูใบไผ่เขียวกัด ข้าได้ถอนพิษงูให้เขาแล้วเ้าค่ะ”
“เ้าตามข้ามา” ใบหน้าของโจวซื่อเผยถึงความดีใจ นางวางตะเกียบลง แล้วพาหลี่ชิงชิงไปที่ห้องโถงหลัก “หลี่ซื่อเป็หมอหญิง แม้แต่พิษของงูใบไผ่เขียวก็ยังถอนได้ ซานหยาง เ้ารีบให้ชิงชิงดูให้เ้าสักหน่อย”
“อ๋า” จ้าวซานหยางมองไปยังหลี่ชิงชิงภรรยาของลูกศิษย์ แต่รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
ยุคสมัยนี้ยังไม่มีหมอหญิง จ้าวซานหยางคิดว่าตนเองเป็ผู้าุโของหวังเฮ่าสองสามีภรรยา การรู้สึกไม่สบายใจจึงเป็เื่ปกติ
“ข้าไปล้างมือก่อน” หลี่ชิงชิงเป็คนเปิดเผยแต่ไหนแต่ไร นางไปล้างมือเพื่อดูาแให้จ้าวซานหยาง
บุตรชายทั้งสี่ของตระกูลจ้าวประหลาดใจเหมือนกับโจวซื่อ ทุกคนล้อมอยู่ข้างกายจ้าวซานหยาง
จ้าวซานหยางจมดิ่งอยู่ในความทรงจํา “ไม่รู้ว่าเป็กิ่งไม้ของต้นไม้ชนิดใด”
หลี่ชิงชิงเอ่ยจากการคาดเดาว่า “เป็ไปได้หรือไม่ที่กิ่งไม้จะเปื้อนพิษของงูหรือคางคกพิษ แล้วทิ่มเข้าที่ใบหน้าท่านจนเืปนเปื้อน ทําให้พิษแพร่กระจาย?”
จ้าวซานหยางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ทันใดนั้นดวงตาก็เบิกกว้าง เอ่ยเสียงดังว่า “เป็ไปได้ แปดส่วนอาจเป็เพราะเหตุนี้ ข้าจําได้แล้ว บนกิ่งไม้เปื้อนเมือกสีเขียว ตอนนั้นข้าคิดว่าเป็น้ำของต้นไม้ ไม่คิดว่าจะเป็พิษของงูหรือคางคกพิษแม้แต่น้อย” จากนั้นก็มองหลี่ชิงชิงด้วยสายตาที่เหลือเชื่อ “หลี่ซื่อ เ้าฉลาดจริงๆ หวังเฮ่าก็ฉลาดมาก เ้ากับหวังเฮ่าเหมาะสมกันที่สุด!”
“ยาถอนพิษที่ข้าทําสามารถแก้พิษที่ท่านได้รับได้ ท่านอาจารย์ ข้าจะให้หวังเฮ่ากลับบ้านไปเอายามาให้ท่านเ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงถูกจ้าวซานหยางเอ่ยจนนางอยากหัวเราะ คิดในใจว่า ท่านช่างเป็อาจารย์ของหวังเฮ่าอย่างแท้จริง
จ้าวซานหยางเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าเพิ่งจะคุยกับหวังเฮ่า ข้าถูกพิษมาหลายปีแล้ว ก็ยังคงอยู่ดี ไม่ต้องรีบร้อนถอนพิษ พรุ่งนี้เ้าให้หวังเฮ่าส่งยาถอนพิษมาก็เป็พอ”
หลี่ชิงชิงเอ่ยสิ่งใดไม่ออกอย่างแท้จริง ก่อนจะเอ่ยว่า “ท่านอาจารย์ ปีนี้ท่านอายุสามสิบห้าปี ฟันร่วงไปแล้วสี่ซี่ ผมบาง ดูแก่กว่าอาจารย์หญิงสิบปี นี่เป็เพราะพิษที่หลงเหลืออยู่ สุขภาพของท่านจะย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เ้าค่ะ”
