ขณะมองดูศิลาอัพเกรด(ที่ใช้ชื่อนี้เพราะเป็ก้อนหินที่ใช้อัพเกรด)ไป๋หยุนเฟยก็มีทีท่าลังเลไม่อาจตัดสินใจ
ก่อนหน้านี้มันตื่นเต้นยินดีจนเกินไปที่ได้พบวิธีเพิ่มความสำเร็จในการอัพเกรด แต่ยามนี้จิตใจมันสงบเยือกเย็นลงแล้ว หลังจากใคร่ครวญถึงปัญหาต่างๆจึงเกิดความลังเลขึ้น
“เพิ่มอัตราความสำเร็จในการอัพเกรด แล้วมันเพิ่มเท่าใดกัน? หนึ่งในร้อย? หนึ่งส่วน? หรือว่าห้าส่วน? หรือเป็ค่าอื่น? บัดซบ ขอบเขตกว้างเกินไปแล้ว! เ้าบอกรายละเอียดมากกว่านี้ไม่ได้หรือ!” ไป๋หยุนเฟยพิจารณาคุณสมบัติอย่างละเอียดหลายต่อหลายครั้ง แต่ในห้วงความคิดก็ยังปรากฏข้อมูลสั้นๆเช่นเดิม ‘เพิ่มอัตราความสำเร็จในการอัพเกรด’
“เฮ้อ! เช่นนี้แล้วข้าจะกล้าอัพเกรดได้อย่างไร...” ไป๋หยุนเฟยถือศิลาอัพเกรดไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ถือหนามธารน้ำแข็ง ทำเช่นนี้อยู่เนิ่นนานสุดท้ายจึงวางของทั้งสองในมือลงพร้อมกับถอนหายใจ “รายละเอียดก็ยังไม่ทราบแน่ชัด เ้าว่าข้าควรจะทำเช่นไร?! ใช้วัตถุิญญาที่ไม่สำคัญทดสอบ? แล้วผู้ใดจะทราบว่าก้อนหินนี้สามารถใช้ได้กี่ครั้ง... อีกอย่างยามนี้ก็มีเพียงก้อนเดียว หากใช้แล้วไม่อาจใช้ซ้ำอีก นั่นไม่กลายเป็ความเสียใจอันใหญ่หลวงหรอกหรือ!”
หลังจากลังเลต่อผลที่จะเกิดขึ้นอยู่ราวชั่วก้านธูป สุดท้ายไป๋หยุนเฟยก็ไม่มีความกล้าที่จะใช้ศิลาอัพเกรด หลังจากเก็บใส่แหวนช่องมิติด้วยความผิดหวังก็กล่าวในใจว่า “เก็บเอาไว้ก่อนจะดีกว่า อย่างน้อยก็ได้ทราบว่ายังมีของวิเศษเช่นนี้อยู่ในโลก เชื่อว่าในโลกนี้คงไม่ได้มีเพียงก้อนเดียวแน่ จากนี้คงมีโอกาสจะได้มามากกว่านี้อีก หรือบางทีเมื่อไปถึงสำนักช่างประดิษฐ์แล้วค่อยค้นคว้าเื่นี้อีกครั้ง...”
“จริงสิ ข้าควรจะถามจู้จื่อว่าไปพบศิลาอัพเกรดนี้ที่ใด ตลอดทั้งบ่ายข้าเอาแต่ตื่นเต้นจึงลืมนึกถึงเื่นี้ไป ไม่แน่ว่าที่นั่นอาจจะมีศิลาอัพเกรดอยู่อีก!” ไป๋หยุนเฟยลูบคางใช้ความคิด “พรุ่งนี้ค่อยไปถามจู่จื่อและพักผ่อนอีกสักวัน พรุ่งนี้ร่างกายข้าก็น่าจะสมบูรณ์พร้อม... วันมะรืนค่อยออกเดินทาง! ต้องไปให้ถึงสำนักช่างประดิษฐ์ให้ทันเวลา...”
ไป๋หยุนเฟยแหงนหน้ามองดวงจันทร์บนท้องฟ้าด้วยอารมณ์ผิดหวัง คืนนี้เดิมทีมันคิดจะออกมาเพื่ออัพเกรดแต่สุดท้ายก็ต้องล้มเลิก ไป๋หยุนเฟยเหม่อมองท้องฟ้าอยู่ชั่วครู่ แล้วจู่ๆดวงตามันก็เป็ประกายก่อนจะกล่าวกับตนเองว่า “ในเมื่อออกมาแล้ว ก็ไม่ควรจะเสียเที่ยวเปล่า จัดการเื่นั้นให้เรียบร้อยจะดีกว่า! ต่อให้ไม่ใช้ศิลาอัพเกรดก็ตาม แต่ข้ายังมีข้าวของอีกกองโต มาดูกันเถอะว่าจะอัพเกรดสิ่งของจนถึงระดับสูงได้หรือไม่!”
ไป๋หยุนเฟยเมื่อตัดสินใจได้ก็เริ่มดำเนินการตามที่เคยได้วางแผนเอาไว้ นั่นคือแผนการ‘อัพเกรดขนานใหญ่’
นอกจากอาวุธที่ไม่อาจนำมาอัพเกรดอย่างวู่วามไม่กี่ชิ้นแล้ว ในแหวนช่องมิติของไป๋หยุนเฟยยามนี้บรรจุไว้ด้วยสิ่งของที่ผ่านการอัพเกรดจำนวนไม่น้อย ทั้งยังมีวัตถุิญญาระดับต่ำที่เพิ่งได้รับมาอีกจำนวนหนึ่ง ไป๋หยุนเฟยคิดว่าถึงเวลาที่จะอัพเกรดพวกมันขึ้นไปอีกระดับแล้ว
เมื่อคิดได้ก็ลงมือทำทันที ไป๋หยุนเฟยไม่ลังเลอีกแล้ว มันสะบัดมือขวาก็มีขวานใหญ่ปรากฏขึ้นในมือ --- เพียงเริ่มต้นก็นำเอาวัตถุิญญาที่ระดับสูงที่สุดออกมาอัพเกรด!
“ครุ่นคิดมากความก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด เริ่มเลยเถอะ! อัพเกรด!”
“อัพเกรดสำเร็จ”
“ระดับไอเทม: หายากระดับกลาง”
“ระดับการอัพเกรด: +11”
“พลังโจมตี: 366”
“พลังโจมตีเพิ่มเติม: 238”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10 : เมื่อทำโจมตี มีโอกาส 7%ที่จะกระแทกศัตรูถอยหลัง”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 72 แต้ม”
“ฮ่า ฮ่า! สำเร็จแล้ว!” ดวงตาไป๋หยุนเฟยเปี่ยมด้วยความยินดี คิดไม่ถึงว่าจะได้พบเื่ดีงามั้แ่เริ่มต้นเช่นนี้ ช่างประเสริฐนัก
หลังจากเก็บขวานใหญ่เข้าไว้ด้วยความพอใจ ไป๋หยุนเฟยก็นำอีกชิ้นออกมา เป็ดาบสั้นชั้นมนุษย์ระดับต่ำที่อัพเกรดถึง+10 สีหน้ามันเปี่ยมด้วยความคาดหวังขณะที่เอ่ยในใจว่า “อัพเกรด”
“อัพเกรดล้มเหลว”
“ไอเทมถูกทำลาย”
ใบหน้าไป๋หยุนเฟยชะงักค้างขณะเหม่อมองดาบสั้นในมือกลายเป็เศษผงปลิวหายไป
“บัดซบ! วัตถุิญญาสูญเปล่าไปอีกชิ้นแล้ว” ไป๋หยุนเฟยพึมพำแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ เพียงพลิกฝ่ามือก็มีโล่ขนาดเล็กปรากฏออกมา
“อัพเกรด”
“อัพเกรดล้มเหลว”
“ไอเทมถูกทำลาย”
“เฮอะ... เอาอีก!” แล้วไป๋หยุนเฟยก็นำวัตถุิญญาชั้นมนุษย์ระดับต่ำออกมาอีกชิ้น
“อัพเกรด”
“อัพเกรดล้มเหลว”
“ไอเทมถูกทำลาย”
“……”
สีหน้าไป๋หยุนเฟยบิดเบี้ยวปั้นยาก มันโบกมือนำออกมาอีกชิ้น
“อัพเกรด”
“อัพเกรดล้มเหลว”
“ไอเทมถูกทำลาย”
“……”
“อัพเกรด”
“อัพเกรดล้มเหลว”
“……”
……
“.........ถูกทำลาย”
“.........ถูกทำลาย”
……
ผ่านไปราวชั่วก้านธูป ไป๋หยุนเฟยมองดูเกราะิญญาไหมทองที่มีร่องรอยขาดวิ่นอยู่ทุกส่วน หลังจากเหม่อลอยชั่วครู่มันก็ถอนหายใจออกมา
“อัพเกรด”
“อัพเกรดล้มเหลว”
“ไอเทมถูกทำลาย”
เกราะิญญาไหมทองสลายกลายเป็ผงฝุ่นสีทองไหลผ่านนิ้วมือลงสู่พื้น ก่อนจะถูกสายลมพัดพาไป...
ไป๋หยุนเฟยแทบจะคลุ้มคลั่ง
นอกจากอาวุธเล่มแรกแล้ว วัตถุิญญาชั้นมนุษย์ระดับต่ำที่เหลือล้วนสลายกลายเป็ฝุ่นผงไปหมดสิ้น!!
“ไฉนเป็เช่นนี้ มันไม่สมควรจะเป็เช่นนี้! บัดซบ วัตถุิญญาเหล่านี้เพิ่งได้รับมาแท้ๆ ไฉนต้องถูกทำลายไปอย่างง่ายดายเช่นนี้?!” ไป๋หยุนเฟยคิดจะร่ำไห้แต่ก็ไร้น้ำตา มันเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าราวกับจะถามต่อ์
“มารดามันเถอะ ข้าไม่เชื่อ ถึงอย่างไรวัตถุิญญาเ่าั้ข้าก็ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว ข้าจะถือว่าไม่ได้รับมาั้แ่แรก! ยังมีสิ่งของที่เหลืออีกมากมายทั้งยังมีวัตถุกึ่งิญญาอีก ข้าไม่เชื่อว่าทั้งหมดจะไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียวที่จะอัพเกรดสำเร็จ!”
ไป๋หยุนเฟยยื่นมือไปเบื้องหน้าพร้อมกับสะบัดมือขวา เสียงกังวานของโลหะกระทบกันก็ดังขึ้น แล้วอาวุธมากมายก็กองสุมอยู่บนพื้น จากนั้นจึงสะบัดมือซ้าย ได้ยินเสียงติงตังดังขึ้น แล้วเครื่องประดับหลากหลายก็กองสุมอยู่ที่ข้างกองอาวุธ
ไป๋หยุนเฟยหยิบขึ้นมาทีละชิ้น มันไม่คิดแม้แต่จะมองคุณสมบัติก็พึมพำขึ้น “อัพเกรด!”
…………
……
“อัพเกรดสำเร็จ”
……
“อัพเกรดสำเร็จ”
“……”
……
“อัพเกรดสำเร็จ”
“ระดับไอเทม: ธรรมดา”
“ระดับการอัพเกรด: +11”
“พลังป้องกัน: 2”
“พลังป้องกันเพิ่มเติม: 16”
“ผลเพิ่มเติมระดับ +10 : การดำรงอยู่ลดลง 10%””
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 12 แต้ม”
…………
……
ไป๋หยุนเฟยเองก็จำไม่ได้แล้วว่าฟื้นพลังไปกี่ครั้ง มันรู้เพียงแค่ว่าพลังิญญาในร่างหมดสิ้นเมื่อใดก็จะสวมเครื่องประดับเพื่อฟื้นฟูพลังิญญาแล้วจึงเริ่มอัพเกรดต่อ เป็เช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระทั่งตะวันเริ่มฉายแสง สิ่งของสองกองตรงหน้าก็หายไป...
……
“อัพเกรดล้มเหลว”
“ไอเทมถูกทำลาย”
“……”
ฝุ่นผงหลากสีไหลผ่านนิ้วมือลงสู่พื้น ไป๋หยุนเฟยมองดูบนพื้นดินตรงหน้าที่ยามนี้มีแต่ความว่างเปล่า
จากนั้นมันจึงเหลียวหน้าไปทางซ้ายและทางขวามองดูรอบข้าง สุดท้ายจึงก้มลงมองสองมือด้วยแววตาสับสนว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยปากขึ้น “ไม่มีแล้ว... สะสมมานานหลายสิบวัน ยามนี้ไม่มีเหลือแล้ว? เป็ไปได้อย่างไร... เป็ไปได้อย่างไร!!”
วิเศษมาก หลังจากอดหลับอดนอนอัพเกรดมาทั้งคืน เดิมทีมีอาวุธและเครื่องประดับกองอยู่เต็มหน้า ยามนี้กลับไม่เห็นแม้แต่ชิ้นเดียว ไม่ใช่เพราะมันเก็บใส่แหวนไป แต่ทั้งหมดนั้น --- กลายเป็ฝุ่นผงไปหมดแล้ว
กระทั่งอาวุธิญญาชั้นมนุษย์ระดับกลาง +11 ที่ประเดิมสำเร็จเป็ชิ้นแรกนั้น พออัพเกรดอีกครั้ง ก็ล้มเหลว!
สิ่งของที่เคยอัพเกรดเอาไว้ก่อนหน้านี้ ก็เหลือเพียง...
ไป๋หยุนเฟยสะบัดมือขวา แล้วหมวกฟางสีเหลืองเก่าขาดก็ปรากฏขึ้นในมือ
“ระดับไอเทม: ธรรมดา”
“ระดับการอัพเกรด : +12”
“พลังป้องกัน : 2 ”
“พลังป้องกันเพิ่มเติม : 28 ”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10 : การดำรงอยู่ลดลง 10%”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +12 : ใช้พลังิญญาเพิ่มเติมอัตโนมัติเพื่อลดการดำรงอยู่ลง 50% (สามารถรวมกับผลกระทบเพิ่มเติม +10)”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 17 แต้ม”
ไป๋หยุนเฟยร่ำไห้โดยไร้น้ำตามองดูหมวกฟางตัวประกอบในมือ ก่อนจะเย้ยหยันตนเองว่า “นี่เป็รางวัลปลอบใจหรือ? หรือจะหมายความว่า ชะตาชีวิตของข้าถูกลิขิตให้เป็ตัวประกอบ? กระทั่งการดำรงอยู่ยังต้องเลือนรางลงไปอีก?”
แม้ในใจจะไม่รู้สึกไม่ยินยอม แต่ไป๋หยุนเฟยก็ไม่คิดจะดื้อดึงอัพเกรดต่อ หลังจากเก็บ‘ของตอบแทน’เพียงชิ้นเดียวที่ได้รับในคืนนี้เอาไว้จึงลุกขึ้นยืน ยามมองรอบกายที่กองไว้ด้วยฝุ่นผงโลหะมันก็ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความรันทด “รู้อยู่เต็มอกว่าการอัพเกรดไม่อาจดันทุรัง แต่เมื่อคืนข้ายังกระทำไปด้วยความมุทะลุ! กระทั่งเสียหายจนยับเยินจึงค่อยได้สติกลับคืนมา ครั้งหน้าต้องยับยั้งชั่งใจให้มากกว่านี้ ต้องยับยั้งชั่งใจ...”
“อีกอย่าง ครั้งนี้กระบวนการอัพเกรดก็คล้ายจะแตกต่างไปจากเดิม! บัดซบ ข้าทำความเข้าใจต่อมันน้อยเกินไปจริงๆ ดูท่ายังมีเส้นทางอีกยาวไกลที่จะต้องเดินทาง ยังมีอีกหลายเื่ที่จะต้องเรียนรู้...”
ไป๋หยุนเฟยเดินกลับหมู่บ้านด้วยสีหน้าไร้ิญญา หลังจากใช้เวลาตลอด่เช้าจึงค่อยสงบใจปรับอารมณ์ให้กลับเป็ปกติ ในยามบ่ายไป๋หยุนเฟยขอให้จู้จื่อนำทางไปยังสถานที่ซึ่งมันพบศิลาอัพเกรด ที่แท้ก็เป็บริเวณเชิงเขานั่นเอง แต่หลังจากค้นหาอย่างละเอียดรอบหนึ่งก็ไม่พบเจอสิ่งใด
เช้าวันต่อมา ไป๋หยุนเฟยกล่าวลาต่อผู้คนในหมู่บ้านก่อนจะเดินไปตามทิศทางที่ผู้เฒ่าในหมู่บ้านชี้บอก แล้วการเดินทางไปสู่สำนักช่างประดิษฐ์ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง...
