เย่เซินค่อยๆ ละมือออกจากหน้าท้องของฮวาเจาด้วยความอาลัยอาวรณ์ เขาลองคลำไปที่ผนังด้านข้างแล้วออกแรงดันเบาๆ แต่ก็ไม่ขยับเขยื้อน
เขาถอนหายใจเข้าลึกๆ พลันได้กลิ่นอากาศบริสุทธิ์ที่เจือด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของพืชพรรณ
“พวกเราโชคดีมาก กำแพงที่พังทลายนี้แข็งแรงกว่าที่คิด แถมยังมีรอยแยกขนาดใหญ่ ทำให้ยังเชื่อมต่อกับภายนอกได้!” เย่เซินกล่าวอย่างยินดี
เื่นี้แทบไม่น่าเชื่อ เพราะใน่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ทั่วทั้งประเทศต่างเน้นเื่ "ความสมถะ" ในทุกวงการ ต้องสมถะ ต้องโกงงานอย่างเปิดเผย ลดทอนวัสดุ ใช้ของไม่มีคุณภาพ เพื่อแสดงถึงความประหยัด ดังนั้นบ้านที่สร้างขึ้นใน่นั้นจึงไม่ได้มาตรฐาน แต่ไม่นึกเลยว่าพวกเขาจะมาเจอบ้านที่ดีเช่นนี้เข้าโดยบังเอิญ
“ผู้กอง! ผู้กอง!”
เย่เซินได้ยินเสียงะโดังมาจากข้างนอก
ดีมาก ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเชื่อมต่อกันจริงๆ แถมยังถูกฝังอยู่ไม่ลึก
“ผมอยู่นี่! อยู่นี่!” เขารีบตอบกลับไป
คนข้างนอกเหมือนจะได้ยินเสียง จึงรีบวิ่งเข้ามาใกล้
ตำแหน่งที่เย่เซินตกลงไปนั้น มีหลายคนรู้ดี
ฮวาเจางดงามราวกับภาพวาด... ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เธอ เธอคุยกับเย่เซินอยู่ใกล้ๆ หลายคนเห็นเหตุการณ์
การช่วยเหลือจึงมาถึงอย่างรวดเร็ว
สองชั่วโมงต่อมา ด้วยความช่วยเหลือของเถาวัลย์ใต้ดินที่ฮวาเจาปล่อยออกมา เย่เซินและฮวาเจาก็ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากซากปรักหักพังอย่างปลอดภัย
“เยี่ยมไปเลย!” ทุกคนต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ
พวกเขานับถือผู้กองของตนมาก จึงไม่อยากให้เขาต้องเป็อะไรไป
และพวกเขาก็ไม่อยากให้สาวน้อยผู้งดงามต้องเป็อะไรไปด้วย
คนสวยขนาดนั้น หากต้องมาดับสูญไปเช่นนี้ ช่างน่าเสียดายเกินไป
แต่ไม่นาน เสียงโห่ร้อง เสียงปรบมือก็ค่อยๆ เงียบลง สถานการณ์กลับกลายเป็ความเงียบงันอย่างน่าประหลาด
พวกเขาพบว่าผู้กองของตนยังคงจับมือสาวน้อยคนนั้นไม่ปล่อย แถมยังประคองเธอลงมาจากซากปรักหักพังอย่างระมัดระวัง ด้วยสีหน้าเป็ห่วงเป็ใยราวกับกลัวว่าเธอจะได้รับอันตรายใดๆ แถมยังถามด้วยซ้ำว่าอยากให้เขาแบกเธอหรือไม่!
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ก่อนตกหลุมยังทำท่าทางรังเกียจ ไม่แม้แต่จะชายตาแล แต่พอออกมาจากหลุมก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน?
หัวคงไปกระแทกอะไรเข้าแน่ๆ
อีกอย่าง เขาก็แต่งงานแล้ว! ทั้งกองร้อยรู้ดีว่าภรรยาของเขามีฝีมือทำอาหารขั้นเทพ!
นี่จับมือสาวน้อยคนอื่นไว้อย่างนี้ มันไม่เหมาะสมไปหน่อยหรือเปล่า?
“ผู้กองครับ ฟ้ามืดแล้ว พวกเราจะถอนกำลัง หรือจะค้นหาต่อไปครับ?” มีคนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
พวกเขาใช้ไฟฉายสองอันและคบเพลิงหลายอันเพื่อส่องสว่างขณะขุดค้น เมื่อไฟฉายและคบเพลิงกำลังจะหมดลง การช่วยเหลือในที่มืดมิดเช่นนี้จึงยากลำบากยิ่ง
“มีใคราเ็ล้มตายบ้างไหม?” เย่เซินถามพร้อมกับกำมือฮวาเจาแน่น
“มีคนาเ็เล็กน้อยสองคนครับ ไม่มีใคราเ็หนักหรือเสียชีวิต” คนนั้นตอบ
บริเวณนี้กลายเป็ซากปรักหักพังไปนานแล้ว ตึกสูงเพียงแห่งเดียวคือตึกสองชั้นครึ่งที่ถล่มลงมาทับเย่เซินและฮวาเจาที่หลุดจากกลุ่มไป
ส่วนคนอื่นๆ รอดปลอดภัยเพราะความว่องไวและไม่มีภัยคุกคามโดยตรง
“ก็ดี” เย่เซินถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะสั่ง “ค้นหาต่อไป!”
่เวลาช่วยเหลือที่ดีที่สุดคือ 72 ชั่วโมง ทุกวินาทีมีค่า หากอยากพักผ่อน ก็ยังมีเวลาอีกมาก
ทุกคนจึงหาไม้และผ้าจากซากปรักหักพัง มาจุดไฟทำคบเพลิง แล้วเริ่มค้นหาต่อไป
แต่สายตาของพวกเขากลับวูบไหวเหมือนเปลวไฟจากคบเพลิง ต้องเหลือบมองเย่เซินเป็ระยะ
เขายังคงจับมือสาวน้อยคนนั้นไม่ปล่อย!
แถมยังขอแบกเธออย่างแรงกล้าหลายครั้ง!
จนสาวน้อยคนนั้นทนไม่ไหว ยอมให้เขาแบกแต่โดยดี!
เขายังจับขาอ่อนเธออีก!
ยังลองชั่งน้ำหนักอีกด้วย!
แถมยังหน้าแดงอีกด้วย!!
มันช่างไม่น่าคบหาสมาคมเสียจริง!
ชายแก่ที่แต่งงานแล้วยังจะมาแบกสาวน้อยคนอื่น!
ทุกคนค่อนข้างไม่พอใจแต่ไม่กล้าพูด
เมื่อเจอกับกองกำลังอีกหน่วยที่กำลังมุ่งหน้ามา พวกเขาก็รวมกลุ่มกัน
เป็กองกำลังของเฉินเฟิง
“พวกคุณมาทางนี้ได้อย่างไร?” เย่เซินถามด้วยความประหลาดใจ
ก่อนออกเดินทาง พวกเขาแบ่งงานกันแล้ว แต่ละหน่วยก็รับผิดชอบทิศทางของตนเอง อีกฝ่ายไม่น่าจะเคลียร์พื้นที่ของตัวเองเสร็จเร็วขนาดนี้
“เป็การช่วยเหลือตามปกติครับ....” เฉินเฟิงเดินเข้ามาใกล้ จึงได้สังเกตเห็นว่าคนที่อยู่บนหลังของเย่เซิน ไม่ใช่เพื่อนร่วมรบ แต่เป็ฮวาเจา
“เป็อะไรไป? เธอได้รับาเ็เหรอ?” เฉินเฟิงถามด้วยความร้อนรน
ฮวาเจาที่อยู่ใกล้ๆ ได้เห็นริมฝีปากของชายหนุ่มที่เม้มเป็เส้นตรง
ฮ่าฮ่าฮ่า~~
เธอหัวเราะคิกคักอย่างไม่ปิดบัง
หน้าอกสั่นะเื.... เย่เซินััได้ถึงความนุ่มนิ่มและยืดหยุ่นอย่างน่าทึ่งที่ด้านหลัง...
ช่างซุกซนเสียจริง... เหมือนเด็กน้อย พอถึงตอนนั้นก็คงเล่นกับลูกได้อย่างสนุกสนาน...
“เธอไม่เป็อะไร ไม่ต้องมายุ่ง” เย่เซินกล่าว
เฉินเฟิงที่กำลังเดินเข้ามาชะงักไป นี่มันน้ำเสียงอะไรกัน?
แต่เขาไม่มีเวลาคิดมาก รีบเดินเข้ามา ยืนข้างๆ เย่เซินแล้วกระซิบ “ให้ผมแบกเธอดีกว่าครับ คุณแบกมันไม่เหมาะสม”
“ฮ่าฮ่า” ฮวาเจาหัวเราะออกมาเสียงดัง
“ยังจะหัวเราะอีก” เย่เซินทั้งขำทั้งโมโห “ก็เพราะเธอแท้ๆ เลย” เขาหยิกต้นขาเธอเบาๆ อย่างลับๆ
ไม่เจ็บ แต่ก็ส่อไปในทางกำกวม
ฮวาเจาหัวเราะไม่ออกในทันที
เย่เซินเองก็รู้สึกอับอายเมื่อกี้มือมันลื่นไปเอง....
บรรยากาศระหว่างทั้งสองช่างใกล้ชิดและกำกวมเสียเหลือเกิน เฉินเฟิงถึงกับตะลึงงัน
“นี่คือภรรยาของฉัน ฮวาเจา” เย่เซินบอกกับเฉินเฟิง “ฉันแบกนั่นแหละเหมาะสมที่สุด”
“หา?!” เสียงอุทานพร้อมกันดังขึ้นรอบด้าน
นี่มันอะไรกัน?
สาวน้อยคนนี้คือภรรยาของพวกเขา? ทั้งสองเป็สามีภรรยากัน?
“แต่ก่อนหน้านี้คุณทำท่าเหมือนไม่รู้จักเธอ” เฉินเฟิงตั้งคำถาม เขามิได้ตาบอดหรือโง่เขลา สามารถมองออกว่าเมื่อตอนกลางวันเย่เซินไม่รู้จักสาวน้อยคนนี้จริงๆ ท่าทีหลบเลี่ยงนั้นไม่ได้เสแสร้ง
เขาไม่เชื่อว่าเย่เซินจะแสดงเก่งขนาดนั้น
แถมยังไม่มีความจำเป็ที่จะต้องทำแบบนั้น!
“เอ่อ เื่นี้ฉันจะอธิบายเอง” ฮวาเจาที่อยู่บนหลังของเย่เซินกล่าว “พวกเราเป็คู่หมั้นกันั้แ่เด็ก เพิ่งจะเจอกันครั้งแรกในวันแต่งงาน ฉันขี้อายเลยหลบหน้าเขา แถมเขาก็ไม่ค่อยได้เห็นหน้าฉันชัดๆ ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนั้นฉันหนักเกือบหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลกรัม อ้วนมาก หน้าตาต่างจากตอนนี้ เขาจำไม่ได้ก็ไม่แปลก”
เธอไม่กล้าพูดว่าเมื่อก่อนตนเองอ้วนเกือบสองร้อยกิโลกรัม เพราะมันดูเกินจริงไปหน่อย พูดไปคนก็คงไม่เชื่อ
ฮวาเจาหัวเราะ “่หลายเดือนมานี้ฉันผอมลงไปเยอะ ไม่ต้องพูดถึงเขาที่เคยเจอฉันแค่ครั้งเดียว แม้แต่คุณยายแท้ๆ ของฉันก็ยังจำฉันไม่ได้เลย~”
เป็แบบนี้นี่เอง...
“แล้วทำไมตอนกลางวันถึงบอกว่าชื่อเ้าฮวา” น้ำเสียงของเฉินเฟิงเจือไปด้วยความน้อยใจ
เย่เซินมองด้วยสายตาเ็า นี่มันอะไรกัน ยังจะมาหมายปองภรรยาของเขาอีก?
“อ้อ นั่นฉันแค่ลองใจเขาดู ว่าเขาจะไปยุ่งกับสาวแปลกหน้าหรือเปล่า!” ฮวาเจาตบไหล่ของเย่เซิน แล้วหัวเราะ “ผลลัพธ์ที่ได้ ฉันพอใจมาก!”
“พอใจอะไร?” จวงหยวนอู่ถามเสียงดัง พร้อมกับวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เขาเห็นเย่เซินแบกฮวาเจามาจากไกลๆ ก็คิดว่าฮวาเจาาเ็เสียแล้ว
“นี่มันอะไรกัน?” เขารีบมองดูฮวาเจา พร้อมกับยื่นมือไปหาเธอ “พี่ใหญ่ ผมแบกเธอเองดีกว่า! คุณแบกมันไม่เหมาะสม!”
เขามีความคิดเหมือนกับเฉินเฟิง
เย่เซินหลบมือของเขา
“เื่เหมาะสมหรือไม่เหมาะ เดี๋ยวให้เฉินเฟิงอธิบายให้ฟัง”
“แล้วทำไมพวกคุณสองคนถึงมาด้วยกัน?” เย่เซินถาม
