เืสีดำไหลออกจากมุมปากนักพรตชุดเหลือง มันล้มตึงอยู่บนพื้นด้วยสายตาพร่ามัว ร่างกายหนาวเหน็บราวกับตกอยู่ในถ้ำน้ำแข็ง ความหนาวเย็นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เืลมไหลเวียนผิดปกติ
พิษที่เคลือบบนกรงเล็บพิษของลู่เต้าคือพิษเจ็ดก้าวมรณะ ซึ่งเป็หนึ่งในพิษร้ายแรง สกัดจากถุงพิษของงูเจ็ดก้าว ตามชื่อของมัน ผู้ที่ได้รับพิษนี้จะต้องล้มลงภายในเจ็ดก้าว หากไม่รับยาแก้พิษภายในครึ่งชั่วยาม ต่อให้เป็เซียนก็มิอาจช่วยชีวิตได้
นักพรตชุดเหลืองได้รับพิษจนล้มลงกับพื้น ร่างกายอ่อนแรง ขณะใกล้สิ้นใจ สายตาก็จับจ้องไปที่ลู่เต้าที่อยู่ในสภาพย่ำแย่ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นดังนั้น สติที่เลือนรางก็กลับมากระจ่างใสอีกครั้ง คิดในใจว่า ‘คนของสำนักพิษมักใช้พิษทำร้ายผู้อื่น แล้วใช้ยาแก้พิษเป็เครื่องต่อรอง คนผู้นี้ย่อมมียาแก้พิษติดตัวแน่!’
หลังจากที่ลู่เต้าเอ่ยเยาะเย้ยแล้วก็เงียบไป นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นราวกับศพ ดูเหมือนว่าคงจะสิ้นใจแล้ว นักพรตชุดเหลืองจึงรีบรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อควบคุมลมปราณ ทำให้การไหลเวียนของโลหิตช้าลง พยายามระงับพิษร้ายแรงที่กำลังอาละวาดอยู่ในร่าง ตอนนี้เขาเพียงแค่ต้องประคองตัวเองจนกว่าจะไปถึงตัวลู่เต้า แล้วต้องหายาแก้พิษให้เจอถึงจะรอด
ลู่เต้าเสียเืมากจนขยับไม่ได้ แม้แต่จะยกมือหยิบลูกกวาดฟื้นฟูก็ยังทำไม่ได้ ในขณะที่เขากำลังคิดว่า ‘หรือว่าต้องจบสิ้นลงเช่นนี้’ จู่ๆ เขาก็รู้สึกคันที่แก้มขึ้นมา เมื่อก้มหน้าลงมองด้วยความอ่อนแรง มุมปากก็เผยรอยยิ้มออกมา ที่แท้กระบี่อสูรที่อยู่บนหลังกำลังใช้ปลายพู่กระบี่ปัดใบหน้าเขาอยู่ มีลูกกวาดสีเขียวขาวถูกม้วนอยู่ที่ปลายพู่กระบี่แกว่งไปมาอยู่ตรงหน้าลู่เต้า
ลูกกวาดส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เพียงแค่ได้กลิ่น ลู่เต้าก็รู้สึกว่าสมองปลอดโปร่งขึ้นมาก นี่คือลูกกวาดฟื้นฟูในน้ำเต้าไม่ผิดแน่!
ลู่เต้าพยายามอย่างสุดกำลังเพื่ออ้าปาก ใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้ขากรรไกรทั้งสองแง้มออกเล็กน้อย เพื่อให้ลูกกวาดเข้าไปได้
เมื่อเห็นลู่เต้าอ้าปาก ฉิวหมัวจึงส่งลูกกวาดเข้าไปในปากเขา ทว่าลู่เต้ากลับไม่มีแรงกัด ลูกกวาดจึงติดอยู่ระหว่างฟัน เมื่อเห็นดังนั้น ฉิวหมัวจึงยื่นพู่เข้าไปช่วยตบปลายพู่กระบี่ที่คางลู่เต้าแล้วดันขึ้นอย่างแรง!
กร๊อบ! ลูกกวาดแตกออก กลายเป็ของเหลวใสไหลลงคอแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
ร่างกายที่เหี่ยวแห้งราวกับได้รับน้ำทิพย์ชโลมใจ ภายใต้พลังลมปราณอันอบอุ่น ิัและกล้ามเนื้อก็ฟื้นฟูขึ้น ร่างกายของลู่เต้ามีควันสีขาวลอยออกมา ร่างกายค่อยๆ พองขึ้นราวลูกบอล
นักพรตชุดเหลืองที่กำลังง่วนอยู่กับการระงับพิษก็รู้สึกได้ว่ามีพลังบางอย่างกำลังตื่นขึ้น เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าลู่เต้าที่ควรจะตายไปแล้วกลับยืนขึ้นมาอย่างสบายใจ!
เขาตกตะลึงจนพูดไม่ออก ‘เป็ไปไม่ได้...มันเสียเืมากไปแล้วนี่...’
หลังจากกินลูกกวาดฟื้นฟูแล้ว าแมากมายก็หายเป็ปลิดทิ้ง ลู่เต้าขยับร่างกาย กล้ามเนื้อที่แข็งแรงส่งเสียงดังกึกกัก ร่างกายเต็มไปด้วยพลังราวกับใช้ไม่มีวันหมด
"ฮู่ว... เกือบตายแล้วหรือไม่เล่า" ลู่เต้าอดไม่ได้ที่จะหันไปชมเชยกระบี่อสูรที่อยู่บนหลัง "ทำได้ดีมาก! เ้าช่วยชีวิตข้าไว้อีกครั้งแล้ว!"
เมื่อได้รับคำชมเชย ฉิวหมัวก็ดีใจมาก พู่กระบี่ส่ายไปมาอย่างรวดเร็วจนแทบจะมองตามไม่ทัน
ใบหน้าของนักพรตชุดเหลืองซีดเผือด เขาพยายามอดกลั้นพิษที่กำเริบ ยกนิ้วสั่นเทาชี้ไปที่ลู่เต้าด้วยความประหลาดใจ "จะ... เ้า โดนข้าฆ่าไปแล้วนี่..."
"ขออภัย ข้ามีโอสถวิเศษที่สามารถชุบชีวิตคนตายได้" ลู่เต้ากุเื่ขึ้นมาโดยไม่ลังเล
สรรพคุณของลูกกวาดฟื้นฟูพลังย่อมไม่ได้วิเศษวิโสอย่างที่เขาพูด แต่เมื่อครู่นี้ลู่เต้ายังนอนแน่นิ่งเหมือนศพแห้ง ตอนนี้กลับมีชีวิตชีวาผิดกับเมื่อครู่ลิบลับ ความแตกต่างมากมายเช่นนี้ทำให้ผู้คนเข้าใจผิดคิดว่าเป็โอสถชุบชีวิตคนตายได้จริงๆ
นักพรตชุดเหลืองแยกไม่ออกว่าโอสถวิเศษที่อีกฝ่ายพูดถึงนั้นจริงหรือเท็จ ลมหายใจของเขาติดขัด พิษที่ตนใช้พลังิญญากดเอาไว้พลันกำเริบ กระอักเืสีดำออกมาคำโต
เมื่อครู่ตอนที่ลู่เต้ากระอักเืล้มลง นักพรตชุดเหลืองยังคงโอหังให้เขาขอความเมตตา แต่เพียงไม่นาน สถานการณ์ก็พลิกกลับกลายเป็ลู่เต้าที่ยืนอยู่โดยไร้ซึ่งอันตรายใดๆ ส่วนนักพรตชุดเหลืองนอนกลับนอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น
ลู่เต้าค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ ยกไม้สะกดมารขึ้นจ่อที่ลำคอของนักพรตชุดเหลือง แล้วเลียนแบบน้ำเสียงแปลกแปร่งของอีกฝ่าย "เป็อย่างไรบ้าง อยากจะขอความเมตตาหรือไม่"
นักพรตชุดเหลืองกระอักเือีกหน แล้วรีบขอความเมตตาด้วยเสียงแ่เบา “ท่าน... อย่าฆ่าข้า... ข้าเป็ศิษย์คนเดียวของท่านอาจารย์... หากท่านฆ่าข้า ท่านอาจารย์ต้อง... ต้องตามล่าท่านไปจนสุดขอบฟ้า จนกว่าจะจับท่านมาแล่เนื้อเถือหนังอย่างแน่นอน!"
"โอ้?" ลู่เต้าย่อตัวลงนั่งตรงหน้านักพรตชุดเหลืองด้วยท่าทีสนใจ เขาวางไม้สะกดมารไว้บนบ่าแล้วถาม "อาจารย์ของเ้าเก่งกาจมากหรือ"
"แน่นอน... ก่อนที่ท่านอาจารย์จะปลีกวิเวกเพื่อรักษาอาการาเ็ ท่านก็มีชื่อเสียงโด่งดังในยุทธภพ ผู้คนต่างขนานนามท่านว่า 'คนวิถีสามานย์'!"
"คนวิถีสามานย์หรือ" เมื่อได้ยินฉายาของอาจารย์อีกฝ่าย ลู่เต้าก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว คิดในใจว่า "ฉายานี้น่ากลัวเกินไปแล้ว!"
เมื่อเห็นสีหน้าของลู่เต้าเปลี่ยนไป นักพรตชุดเหลืองคิดว่าอีกฝ่ายยอมสยบต่อชื่อเสียงของอาจารย์ ไม่กล้าลงมือ เขาจึงกล่าวด้วยใบหน้าซีดเผือด "เป็อย่างไรบ้าง หากเ้ายอมมอบยาแก้พิษให้ดีๆ... ข้าก็จะไม่ถือสาเอาความ ทั้งยังอาจจะแนะนำเ้าให้เป็ศิษย์ของท่านอาจารย์อีกด้วย..."
ลู่เต้าไม่ได้คิดจะไปเป็ศิษย์ของนักพรตสามานย์คนใด แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่าย้าบางอย่างจากเขา ดวงตาก็เป็ประกายแล้วถามว่า "ข้าไม่สนใจเื่เป็ศิษย์ หากเ้า้ายาแก้พิษ ก็จงตอบคำถามข้ามาข้อหนึ่งอย่างตรงไปตรงมา"
บัดนี้ ชีวิตของนักพรตชุดเหลืองแขวนอยู่บนเส้นด้าย อย่าว่าแต่คำถามเดียวเลย ต่อให้ลู่เต้าถามร้อยคำถาม เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ เขาก็จะตอบอย่างว่าง่าย "คำถามอะไร"
ทันใดนั้น สีหน้าของลู่เต้าก็เคร่งขรึม พร้อมถามด้วยน้ำเสียงเ็า "หลายปีมานี้ หญิงสาวที่ถูกส่งขึ้นเขามาหายไปไหนหมด"
ใจของนักพรตชุดเหลืองเต้นตึกตัก คิดในใจ ‘ทำไมเขาถึงถามเื่นี้กันเล่า’
เขาชั่งใจครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตะกุกตะกัก "พวกนาง... พวกนางอยู่บนเขาดูแลท่านอาจารย์ที่กำลังรักษาอาการาเ็!"
"แล้วเหตุใดจึงไม่เคยเห็นพวกนางลงจากเขาเลย"
นักพรตชุดเหลืองอ้ำอึ้ง พูดจาวกวนจนฟังไม่ได้ความ
ลู่เต้าจ่อไม้สะกดมารที่คออีกฝ่ายด้วยท่าทางดุดัน แล้วออกแรงกดเล็กน้อย "หากเ้ายังไม่พูด ก็อย่าหาว่าข้าไม่ปรานี!"
ท่าทางเช่นนี้ของลู่เต้า อย่าว่าแต่มอบยาแก้พิษเลย ในสายตานักพรตชุดเหลือง เหมือนจะส่งเขาไปยมโลกมากกว่า ใจของเขากระตุก จึงตอบส่งๆ ว่า "บนเขามีที่พำนักของเซียน สภาพแวดล้อมเงียบสงบ ราวกับแดน์ พวกนางกินอิ่มนอนหลับไม่อยากลงจากเขา ข้าจะทำเช่นไรได้!"
คำพูดเช่นนี้ อย่าว่าแต่ลู่เต้าเลย แม้แต่ตัวนักพรตชุดเหลืองเองก็ไม่เชื่อ เพียงแค่ฟังก็รู้ว่าเป็เื่ที่กุขึ้นมาเพื่อเอาชีวิตรอด
ลู่เต้าจึงออกแรงกดเพิ่ม ไม้สะกดมารกดจนอีกฝ่ายแทบหายใจไม่ออก เขาถามอีกครั้ง "เ้าจะพูดหรือไม่พูด!"
ร่างกายของนักพรตชุดเหลืองอ่อนแอเกินกว่าจะทนทานไหว เมื่อถูกบีบบังคับเช่นนี้ เพื่อเอาชีวิตรอด ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจยอมปริปาก แต่ในขณะที่เขากำลังอ้าปากจะพูด ทันใดนั้นก็มีเสียงแหบแห้งดังมาจากท้องฟ้าเหนือป่า
"ผู้ใดกล้าทำร้ายศิษย์ของข้า!"
เสียง "ฟิ้วๆ" ดังขึ้นหลายครั้ง เข็มยาวหลายเล่มพุ่งมาแต่ไกล เมื่อลู่เต้ารู้สึกตัว เขาก็ดีดปลายเท้าหลบอย่างรวดเร็ว เมื่อมองขึ้นไปอีกครั้ง ก็พบว่ามีนักพรตชราคนหนึ่งปรากฏตัวอยู่ข้างๆ นักพรตชุดเหลือง เคราและผมของชายชรานั้นขาวโพลน มือถือไม้ปัดรังควาน ศีรษะโพกผ้าสีขาว ใบหน้าเคร่งขรึมดุจเทวรูปในศาลเ้าเซียนมิผิดเพี้ยน!
