หากเื่นี้ไม่สำเร็จ วันหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจะปฏิบัติต่อนางเช่นไร!
หากเื่นี้สำเร็จ...แเื่ข้างนอกเ่าั้จะมองนางอย่างไร?!
ความผิดปกติของร่างกายยิ่งปรากฏชัดเจนขึ้น ฟันซี่งามของเฉิงหว่านเมี่ยวจิกกัดลงบนริมฝีปากอย่างแรง ราวกับอยากจะกัดให้เืซิบออกมาเพื่อคงสติ!
หากใครต่อใครเห็นสภาพน่าเกลียดน่าชังเช่นนี้เข้า วันหน้านางจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน?!
“...ญาติผู้พี่ ข้าขอร้อง...ได้โปรดรับข้าไว้เถิด...” เฉิงหว่านเมี่ยวจ้องมองฟู่ถิงเย่ด้วยน้ำตาคลอเบ้า ทั้งอัปยศและสิ้นหวัง นางไม่อาจทนต่อไปได้แล้วจริงๆ
หากลากฟู่ถิงเย่เข้ามาพัวพันด้วย บางทีผู้คนเ่าั้อาจจะเกรงกลัวอำนาจของแม่ทัพ จึงไม่กล้าพูดจามากความก็เป็ได้?
แต่ถ้อยคำของฟู่ถิงเย่กลับเ็าอย่างยิ่ง “เ้าตั้งสติหน่อย อดทนจนยาหมดฤทธิ์ก็ไม่เป็อะไรแล้ว”
เสียงฝีเท้าจากด้านนอกใกล้เข้ามาทุกที
เฉิงหว่านเมี่ยวไม่สนใจอะไรแล้ว
นางสลัดความสงวนท่าทีและความละอายทิ้งไป โถมตัวเข้าไปแนบชิด รุกเข้าไปแนบริมฝีปากกับเขา เสียงหวานออดอ้อนเกือบจะเป็การขอร้อง “ญาติผู้พี่...ข้าไม่งดงามหรือ? ข้าชอบท่าน หว่านเมี่ยวจะปรนนิบัติท่านเป็อย่างดี...ญาติผู้พี่...”
ในดวงตาของฟู่ถิงเย่ฉายแววระอาขึ้นมาแวบหนึ่ง
เขาได้ยินเสียงของฮูหยินผู้เฒ่าฟู่จากที่ไกลๆ ดังแว่วเข้ามา “ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้ทำอะไรอยู่ข้างในนั้น นานขนาดนี้แล้วทำไมถึงไม่เห็นแม้แต่เงา ต้องทำให้ข้าเป็ห่วง...จื่อเจวียน ไปเปิดประตู”
สีหน้าของฟู่ถิงเย่ยิ่งมืดครึ้ม เขาไม่รอช้า ยกมือขึ้นมาฟาดลงบนท้ายทอยของเฉิงหว่านเมี่ยวที่กำลังนัวเนียอยู่กับเขา! ทั้งร่างของหญิงสาวล้มพับไป หมดสติในทันที
เขาสลัดเฉิงหว่านเมี่ยวออก หันหลังแล้วะโออกไปทางหน้าต่าง
…
ฟู่ถิงเย่เดินอย่างรวดเร็ว ในใจเต็มไปด้วยความโกรธ!
่เวลานี้ที่ฮูหยินผู้เฒ่าทำเป็อ่อนแอเพราะป่วยไข้นั้น ใช่ว่าจะไม่ได้ผลอะไรเลย เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่าที่นับวันก็ยิ่งชราลงและยังป่วยหนักจนต้องนอนอยู่บนเตียง ฟู่ถิงเย่ก็รู้สึกสงสารนางจากใจจริง!
ผู้หญิงคนหนึ่ง สูญเสียสามี สูญเสียสายเื พอแก่เฒ่าลง ก็ทำได้แค่ต้องพึ่งพาลูกบุญธรรมเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไป ไม่ให้สงสารได้อย่างไร? ถึงแม้ว่าในอดีตจะมีความบาดหมางกันมากเพียงใด ฟู่ถิงเย่ก็ยินดีที่จะวางเื่เ่าั้ลง แล้วทำหน้าที่กตัญญูต่อนางให้ดีที่สุด!
เขายังจำคำพูดของบิดาก่อนเสียชีวิตได้ดี ‘อย่าเกลียดชังมารดาของเ้าเลย’
นางเป็เพียงคนน่าสงสารเท่านั้น
แต่ฟู่ถิงเย่ไม่คิดเลยว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะยังไม่เปลี่ยนแปลง! นางยังเอาแต่คิดจะวางแผนทำร้ายเขาอยู่!
เหมือนกับหลังจากตอนที่เขาอายุสิบขวบ นางจงใจวางแผนให้เขาทำผิด แล้วเอาเื่นี้ไปบอกกับบิดาว่าเขาไร้คุณธรรม ไม่มีคุณสมบัติที่จะสืบทอดบรรดาศักดิ์!
และในวันนี้ นางก็ยังวางแผนร้ายกับเขาอีก! คิดจะแสวงหาผลประโยชน์อะไรจากตัวเขากัน?!
ฟู่ถิงเย่รู้สึกว่าฮูหยินผู้เฒ่าเลอะเลือนไปใหญ่ราวกับถูกปีศาจเข้าสิงแล้ว! ถึงกับวางแผนไร้สาระที่น่าขายหน้าเช่นนี้ออกมาได้! นาง้าอะไรกันแน่? นางเห็นชื่อเสียงของจวนเว่ยหย่วนโหวเป็อะไรกัน?!
เดิมทีฟู่ถิงเย่้าจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วกลับไปชมงิ้วต่อ แต่เขาไม่อาจระงับความโกรธได้ สุดท้ายก็เดินออกจากจวนไป!
เมื่อความโกรธที่โหมกระหน่ำรุนแรงค่อยๆ จางหายไป สิ่งที่เข้ามาแทนที่ก็คือความรู้สึกหมดแรง…
เื่มันมาถึงขั้นนี้แล้ว จะให้กลับไปซักไซ้ไล่เลียงความผิดกับฮูหยินผู้เฒ่าฟู่หรือ? นางไม่เพียงแต่จะปัดความผิดให้พ้นตัว แต่ยังจะพูดจาโน้มน้าว ชักจูงให้เขารับผิดชอบต่อเฉิงหว่านเมี่ยวแน่นอน
นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่ามีเล่ห์เหลี่ยมสูง ทุกครั้งก่อนที่จะวางแผน นางจะเตรียมแผนสำรองทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว
และเขาก็คงไม่สามารถลงมือกับหญิงชราวัยหกสิบกว่าปีได้ นางเป็มารดาในนามของเขา อีกทั้งเขายังรับปากกับบิดาว่าจะคอยดูแลนาง
ไม่ทันรู้ตัว ฟู่ถิงเย่ก็เดินมาถึงจวนพักส่วนตัวที่หวาชิงเสวี่ยอาศัยอยู่เสียแล้ว
ทหารองครักษ์หน้าประตูจวนคือคนของเขา เมื่อเห็นแม่ทัพมา ก็รีบเปิดประตูให้ทันที
ฟู่ถิงเย่ยืนอยู่หน้าประตูครู่ใหญ่
ก่อนที่จะไปงานเลี้ยง เขาได้บอกเื่งานเลี้ยงให้หวาชิงเสวี่ยรู้แล้ว ตอนนี้เขากลับมาเร็วขนาดนี้ ไม่รู้ว่านางจะถามอะไรบ้างหรือไม่? หากนางถามขึ้นมา เขาจะตอบอย่างไรดี?
ฟู่ถิงเย่เดินเข้าไปในจวนด้วยความกังวลใจ เขามาถึงที่พักของหวาชิงเสวี่ย แต่ก็ไม่พบนางที่นั่น ฮวนเอ๋อร์จึงบอกว่าหวาชิงเสวี่ยกับสี่เอ๋อร์ไปที่กำแพงฝั่งนั้นแล้ว และกำลังเล่นกับพวกเด็กๆ อยู่
่นี้ที่นั่นไม่เพียงแต่จะมีพื้นทรายเพิ่มขึ้นมาเท่านั้น แต่ยังมีกระดานลื่นและชิงช้าเพิ่มขึ้นมาอีก ราวกับเป็โซนเด็กเล่นในชุมชนยุคปัจจุบัน
ฟู่ถิงเย่พอได้ยินว่าหวาชิงเสวี่ยกำลังเล่นอย่างสนุกสนาน ชั่วขณะนั้นก็เกิดความไม่พอใจขึ้นมาทันที!
ชายร่างบึกบึนก็มี่เวลาที่อ่อนไหวและเปราะบางได้เหมือนกันนะ!
เขากำลังกลุ้มใจอยู่แท้ๆ นางจะมีความสุขขนาดนั้นได้อย่างไร?!
ฟู่ถิงเย่ให้ฮวนเอ๋อร์ไปเรียกหวาชิงเสวี่ยกลับมา
หวาชิงเสวี่ยกลับมาด้วยอาการงุนงง เมื่อเห็นว่าในห้องมืดสลัว
และฟู่ถิงเย่ก็นั่งวางท่าใหญ่โตอยู่บนเตียงเพียงลำพัง คิ้วบนหน้าผากขมวดมุ่น ราวกับมีเื่ไม่ค่อยดีเกิดขึ้น…
“ท่านแม่ทัพ?” นางเดินเข้าไปอย่างสับสน แล้วถามเบาๆ “ท่านเป็อะไรไป? ทำไมไม่จุดไฟล่ะ...”
ถึงแม้ว่าภายนอกจะเป็่กลางวัน แต่เมื่อปิดประตูหน้าต่างสนิท แสงสว่างก็ลอดเข้ามาได้ยาก
ฟู่ถิงเย่คว้าข้อมือของนาง ดึงนางเข้าไปในอ้อมกอดอย่างแ่เบา เขาหายใจหนักหน่วงและพูดว่า “ข้าถูกวางยา”
เป็ครั้งแรกที่เขาพูดจาโกหกได้หน้าตาเฉย
“ถูกวางยา?” หวาชิงเสวี่ยเบิกตากว้างทันที “ยาพิษอะไร? ไปหาหมอหรือยังเ้าคะ?”
“ยาพิษชนิดนี้ หาหมอไปก็คงช่วยไม่ได้” เขาไม่ได้ตอบคำถามของนางตรงๆ
หวาชิงเสวี่ยทำหน้าสับสน นางมองไม่ออกเลยว่าร่างกายของฟู่ถิงเย่ผิดปกติตรงไหน
ดวงตาสีดำลึกล้ำของฟู่ถิงเย่จ้องมองมาที่นาง เมื่อเห็นว่าหวาชิงเสวี่ยยังคงนิ่งเงียบไม่มีการตอบสนอง เขาจึงก้มลงจุมพิตนางโดยไม่ลังเล
ในใจของเขารู้สึกอึดอัดมากจริงๆ!
แค่คิดว่าตนเกือบจะถูกผู้หญิงคนอื่นไปแล้ว หวาชิงเสวี่ยก็ยังทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และยังไปเล่นสนุกกับคนอื่นๆ ได้ เขาคิดแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดใจยิ่งนัก! อย่างน้อยก็ต้องหาเื่มาแสดงตัวตนหน่อย เขาถึงจะหายโกรธได้!
“อื้อ...อื้ม รอ เดี๋ยวก่อน...”
“ข้าถูกวางยา ตอนนี้ทรมานมาก”
“เอ่อ...เอ่อ...พวกเราน่าจะ...ใช้วิธีอื่น วิธีอื่นได้อยู่...”
ในห้องได้ยินเพียงเสียงคำรามต่ำๆ ด้วยความโกรธของชายหนุ่ม “เ้าอยากให้ข้าไปหาสตรีอื่นมาแก้พิษหรือ?”
“ข้าหมายถึง...ใช้อย่างอื่น...วิธีอื่นน่ะ...”
…
พอตกกลางคืน หวาชิงเสวี่ยกับฟู่ถิงเย่ก็พลาดมื้อเย็นไปอย่างไม่ต้องสงสัย
หวาชิงเสวี่ยหิวจนท้องร้องโครกคราก
ฟู่ถิงเย่เปิดประตูห้องออกมาด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่า แล้วเรียกให้ฮวนเอ๋อร์ยกอาหารเข้ามา
แม้แต่ตะเกียบหวาชิงเสวี่ยก็ยังจับไม่ไหว มือสั่นจนคุมไม่อยู่…
ฟู่ถิงเย่รู้สึกอารมณ์ดีมาก เขาผู้ซึ่งยึดมั่นในเื่ชายเป็ใหญ่มาเสมอกลับปรนนิบัติป้อนข้าวป้อนน้ำแกงให้หวาชิงเสวี่ยอย่างอ่อนโยนพร้อมด้วยความอดทนเต็มเปี่ยม
จากนั้นเขาก็กระเพาะเปิดกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยไปถึงสามชามใหญ่! เรียกได้ว่าปลอดโปร่งไปทั้งร่าง ผ่อนคลายสบายกายเสียจริง!
หวาชิงเสวี่ยมองอยู่เงียบๆ คิดในใจว่า โชคดีที่ใช้มือ...
หากเป็อย่างอื่น...นางคงรับไม่ไหวจริงๆ!
…
เมื่อเฉิงหว่านเมี่ยวตื่นขึ้นมาก็เป็กลางดึกสงัดแล้ว
งานเลี้ยงในจวนเลิกราไปนานแล้ว
นางลืมตาอย่างเลื่อนลอย มองไปยังม่านเตียงที่ปักด้วยไหมทองคำ ท่าทางราวกับหุ่นเชิดที่ไร้ชีวิต
เมื่อย้อนนึกถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ เฉิงหว่านเมี่ยวก็รู้สึกหนาวเหน็บไปทั่วร่าง
ฮูหยินผู้เฒ่าที่รักใคร่เอ็นดูนางมาเสมอ กลับไม่สนใจชื่อเสียงและความบริสุทธิ์ของนาง ให้นางกินยาที่น่ารังเกียจเช่นนั้น
ทั้งๆ ที่ฟู่ถิงเย่สามารถตามน้ำไปด้วยการยอมรับนางก็ได้ แต่เขากลับทำร้ายนางจนสลบแล้วทิ้งอย่างไม่ไยดี…
เฉิงหว่านเมี่ยวแสยะยิ้มมุมปาก ใบหน้าซีดขาวยิ่งขับเน้นให้นางดูน่ากลัวมากขึ้นหลายส่วน
นางคิดว่า คนบนโลกนี้ล้วนแต่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ไม่ว่าชายหรือหญิง ไม่ว่าแก่หรือเด็ก ไม่ว่าคนในครอบครัว หรือคนแปลกหน้า
ฮูหยินผู้เฒ่าพากลุ่มคนจำนวนมากมาอย่างอึกทึกครึกโครม คงตั้งใจจะให้ฟู่ถิงเย่จำต้องรับการแต่งงานเพราะแรงกดดันจากผู้คน
แล้วตอนนี้ล่ะ? ฮูหยินผู้เฒ่าที่ไม่สมหวัง จะกำลังโกรธเป็ฟืนเป็ไฟอยู่หรือไม่?
เมื่อคิดถึงเื่นี้ รอยยิ้มที่มุมปากของเฉิงหว่านเมี่ยวก็ยิ่งกรีดลึกและเต็มไปด้วยความเ็า
นางเคยคิดว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะมีความจริงใจต่อนางอยู่บ้าง แต่ตอนนี้คิดๆ ดูแล้วทั้งหมดคงจะเป็เพียงเื่ตลกเสียแล้ว
ั้แ่ต้นจนจบ ฮูหยินผู้เฒ่าก็แค่อยากจะใช้นางเพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้สืบทอดกลับคืนมา!
ช่างเถอะ ในเมื่อท่านไร้เมตตา เช่นนั้น...อย่ามาโทษข้าว่าไร้คุณธรรมก็แล้วกัน
แล้วก็ฟู่ถิงเย่...
ไม่ยอมแต่งงานกับข้าใช่หรือไม่? เช่นนั้นข้าจะบังคับให้ท่านมาสู่ขอให้ได้! ฮูหยินน้อยแห่งจวนโหวต้องเป็ข้าเท่านั้น!
เฉิงหว่านเมี่ยวสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง
สาวใช้ได้ยินเสียงจึงหันมาดู เมื่อเห็นว่านางตื่นแล้ว ก็รีบเข้ามาถาม “คุณหนู ท่านไม่เป็อะไรใช่หรือไม่เ้าคะ? ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธมาก บอกว่าพอท่านตื่นแล้วให้รีบไปหา”
สีหน้าของเฉิงหว่านเมี่ยวเรียบเฉย กล่าวว่า “จริงหรือ รอข้าแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยไปพบท่านป้าก็แล้วกัน”
ท่าทีของนางช่างสงบนิ่งเสียจนสาวใช้ทั้งสองคนในห้องมองหน้ากันงงๆ
แต่เฉิงหว่านเมี่ยวเดินไปที่หน้ากระจกและพูดด้วยน้ำเสียงเฉยเมย “มัวทำอะไรกันอยู่? มาหวีผมให้ข้าสิ”
“...เ้าค่ะ คุณหนู”
…
ยามดึกสงัด ในห้องของฮูหยินผู้เฒ่ายังคงมีแสงไฟสว่าง
เฉิงหว่านเมี่ยวยืนเหม่อลอยอยู่ใต้ชายคา นางช้อนชายกระโปรงขึ้น แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปข้างใน
“เ้ามาแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่าฟู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง แต่ไม่ได้มองเฉิงหว่านเมี่ยวแม้แต่น้อย
แสงเทียนทาบทับลงบนใบหน้าด้านข้างของฮูหยินผู้เฒ่า ทำให้ดูชราภาพมากขึ้นไปอีก
“ท่านป้า” เฉิงหว่านเมี่ยวเรียกเบาๆ น้ำเสียงแ่เบาเหมือนคนสะอื้นกำลังจะร้องไห้ ราวกับได้รับความอยุติธรรมมามากมาย
แต่ฮูหยินผู้เฒ่ากลับไม่สะทกสะท้าน นางเงยหน้าขึ้น มองไปที่เฉิงหว่านเมี่ยวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “บอกมาสิ เกิดอะไรขึ้น”
ขอบตาของเฉิงหว่านเมี่ยวแดงก่ำ “ข้าได้ยินมาว่าท่านป้ามีเื่จะมอบหมาย ข้าจึงไปรออยู่ในห้องนั้น ต่อมาญาติผู้พี่ก็มา...เขา เขา...”
นางพูดไม่ออก ท่าทางเหมือนอับจนคำพูด
เมื่อเห็นเฉิงหว่านเมี่ยวเป็เช่นนี้ สีหน้าเ็าของฮูหยินผู้เฒ่าฟู่ก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ตราบใดที่ฟู่ถิงเย่ได้แตะต้องเฉิงหว่านเมี่ยว นางก็จะสามารถใช้เหตุผลบังคับให้เขาแต่งงานกับเฉิงหว่านเมี่ยวอย่างถูกต้องได้!
“เขาเป็อย่างไร? เขาแตะต้องเ้าแล้วหรือ?” ฮูหยินผู้เฒ่าถามอย่างร้อนรน
ในดวงตาของเฉิงหว่านเมี่ยวฉายชัดความเย้ยหยัน แต่สีหน้ายังคงมีท่าทางทุกข์ใจแล้วกล่าวต่อไปว่า “ไม่รู้เขาเป็อะไร... จู่ๆ ก็แตะต้องตัวข้า แถมยังฉีกเสื้อผ้าของข้าด้วยเ้าค่ะ…”
เมื่อถึงจุดสำคัญ กลับอ้ำอึ้งไม่ยอมพูดต่อ
“แล้วต่อจากนั้นล่ะ?!” ฮูหยินผู้เฒ่าทุบขอบเตียงด้วยความโมโห “ทำไมในห้องถึงไม่เห็นเขาแม้แต่เงา?! เ้ารีบบอกมาเร็วเข้า ไม่อย่างนั้นป้าจะช่วยเ้าได้อย่างไร?!”
เฉิงหว่านเมี่ยวร้องไห้สะอึกสะอื้น “ต่อจากนั้น...ญาติผู้พี่ก็เหมือนคนเมาสุรา แล้วก็คลั่ง เขาแรงเยอะมาก ข้าถูกผลักล้มลงบนพื้น ศีรษะกระแทกขาโต๊ะ หลังจากนั้นข้าก็ไม่รู้เื่อะไรอีกเลย...”
“ไอ้ลูกทรพี!” ฮูหยินผู้เฒ่าะโด้วยความโกรธ แต่ในดวงตากลับฉายแววความยินดีพาดผ่าน
เฉิงหว่านเมี่ยวร้องไห้ไม่หยุด “ท่านป้า ทำไมญาติผู้พี่ต้องทำกับข้าเช่นนี้ด้วย...หากใครรู้เื่นี้ ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน…”
“วางใจเถิด ป้าจะไม่ปล่อยให้เ้ากล้ำกลืนความอยุติธรรมนี้” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวอย่างหนักแน่น “ตำแหน่งฮูหยินน้อยแห่งจวนโหวควรจะเป็ของเ้าแต่แรกแล้ว ตอนนี้ญาติผู้พี่ของเ้าทำผิดไป ก็ถึงเวลาที่จะต้องพูดถึงเื่แต่งงานเสียที! จะปล่อยให้เ้าอยู่ที่นี่แบบไม่มีสถานะไม่ได้!”
เฉิงหว่านเมี่ยวทำท่าทางโศกเศร้า แต่ในใจกลับหัวเราะเ็า
ก็คอยดูว่าคราวนี้พวกท่านแม่ลูกจะสู้กันอย่างไร!
