‘เฮ้อ! วันหลังต้องหาอะไรมารอง ไม่นอนกับพื้นเสียงดังมาก เหมือนเข้ามาวิ่งอยู่ในหูเลย ’ เฟยหย่าเลยขนที่นอนผืนใหญ่และหนา ออกมาจากแหวนมิติ เป็ที่นอนในห้องของนาง ที่ตัดสินใจเอามาด้วย
‘ ค่อยยังชั่วหน่อย เสียงเบาลงแล้ว’นางหลับถึงเช้า ตื่นั้แ่มืดเพราะความเคยชิน ที่ต้องออกมาวิ่งตอนเช้าทุกวัน
แต่คนรอบข้างยังไม่มีใครตื่นเลย เพราะพวกเขาได้หลับก็ใกล้สว่างแล้ว นางเก็บเครื่องนอนข้างในมิติ แล้วออกมายืนข้างนอก กระโจมก็รื้อเอาไม้มาทิ้งไว้ใต้กับต้นไม้
“เด็กน้อยทำไมเ้าตื่นไวจังเลย ต้องรออีกสักพักหนึ่งก่อน พวกเขาถึงจะตื่นขึ้นมา กว่าจะได้นอนกันก็ใกล้สว่างแล้ว”คนที่อยู่เวรยามร้องทักขึ้นเมื่อเห็น เด็กน้อยเดินมาหา
“ข้าเคยตื่นเช้า ออกมาวิ่งรอบเขาที่บ้าน เลยชินกับการตื่นเช้าน่ะ ข้าขอตัวเดินสำรวจแถวนี้ คงไม่เป็ไรใช่หรือไม่”
“ไม่มีอะไรหรอกเ้าอยากเดินก็เดิน แต่อย่าเพิ่งเข้าไปในป่าก็แล้วกัน รอเข้าไปพร้อมกัน อีกประมาณครึ่งชั่วย่ามพวกเขาก็น่าจะตื่นกันหมดแล้ว”
เฟยหย่าออกมาเดินเล่น รับพลังบริสุทธิ์ตอนเช้า เดินสำรวจทางเข้าป่า ที่เป็ช่องแคบของูเา ขนาบสองข้างลึกยาวเข้าไปด้านใน
‘ทางเข้าป่าเหมือนกับูเาโอบล้อมป่าเอาไว้ ถ้าไม่มาทางนี้ก็จะไม่รู้ว่า ด้านหลังูเาคือป่าไม้สีเขียว ตรงนี้คงเป็ทางเข้าที่คนของตระกูลไป๋ค้นพบ พวกเขาช่างเก่งเสียจริง ูเามีแต่ต้นไม้ยังหาทางเข้าเจออีก’
กว่าจะรอคุณหนูคุณชายตื่นกันครบ ดวงอาทิตย์ลอยพ้นยอดไม้แล้ว ถึงได้เดินเข้าช่องแคบ เพื่อไปยังป่าใหญ่
“ตอนนี้พวกเราเข้าเขตป่าใหญ่แล้ว พยายามอยู่เกาะกลุ่มกันไว้ ไม่อย่างนั้นถ้าหลงไป ได้รับอันตรายไม่มีใครรับผิดชอบได้ ไม่ว่าจะเป็คุณหนูหรือคุณชาย และทุกคน”
“เพราะป่านี้เป็ผืนใหญ่ และยังไม่มีใครเคยเข้ามาสำรวจ ให้ระวังตัวกันให้ดีอย่าคิดว่าตัวเองมีฝีมือสูง เกิดเจอสัตว์อสูรดุร้ายจะแย่เอา”
เฟยหย่าได้แต่เดินตามผู้ใหญ่ไป ตาก็มองสังเกตการณ์รอบตัว พวกเขาจับสัตว์อสูรตัวเล็ก อย่างพวกไก่กระต่ายกระรอก ได้แต่ไม่ได้สังหารพวกเขา้าเก็บไปเลี้ยง
‘เดินกันเป็กลุ่มแบบนี้แล้วจะหาสมุนไพร หรือสัตว์อสูรอย่างม้าได้ยังไงกัน แค่ได้ยินเสียงคนเป็กลุ่มใหญ่ แบบนี้พวกมันก็วิ่งหนีไปหมดแล้ว’
‘แล้วจะหาประสบการณ์ จากการเข้าป่าได้ยังไงกัน หรือจะแยกตัวออกไปดี ดูกลุ่มคุณหนูคุณชาย เดินอยู่ตรงกลางเหมือนไข่แดง รอดูอีกสักพักก็แล้วกัน ถ้าไม่ได้เื่ ต้องหาทางแยกออกจากกลุ่ม’
“ทุกคนฟังข้า! เราเดินสำรวจป่ามาสักพักหนึ่งแล้ว ไม่เจอสัตว์ที่เป็อันตรายแค่ตอนนี้นะ เพื่อหาประสบการณ์ในป่า เราจะแยกกลุ่มกันไปเป็ห้ากลุ่ม ผู้ใหญ่ห้าสิบคนให้อยู่กลุ่มละสิบ เด็กยี่สิบคนก็ให้มารวมอยู่กลุ่มกับผู้ใหญ่ กลุ่มละสี่คน เข้าใจทุกคนใช่ไหม”
“เราจะแยกและกระจายออกไปคนละทิศทาง รีบจับกลุ่มกันได้เลย พวกเราเสียเวลามาทั้งเช้าแล้ว ทำอะไรให้ไวหน่อย”
เฟยหย่ายืนมอง รอให้พวกเขาจัดกลุ่มจนเสร็จ นางจะเข้าไปอยู่กลุ่มสุดท้ายที่คนไม่คบ หลังจากจัดกลุ่มแล้ว มีเสียงฮือฮาขึ้นเล็กน้อย
เพราะว่ากลุ่มที่ห้า ดันมีเด็กจากข้างนอก และคุณชายเก้าที่ร่างกายไม่แข็งแรง เป็ตัวภาระให้แก่พวกเขาถึงสองคน
ในกลุ่มผู้ใหญ่สิบคน มีสองคนที่พูดคุยกันก่อนขึ้นเรือ เื่ของเด็กทั้งสอง ทั้งคู่ถึงกับไปขอแลกเปลี่ยนกับเพื่อน ให้มาอยู่แทน อ้างว่าตนไม่ค่อยสบาย ต้องหาคนที่แข็งแรงเพื่อมาดูคุณชายเก้า
ทั้งห้ากลุ่มแยกออกไปคนละทิศทาง แต่ถ้าใครเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่ปลอดภัย หรือเสี่ยงอันตราย ก็จะมีส่งผู้สัญญาณขอความช่วยเหลือ จากคนอีกสี่กลุ่มให้มาช่วย
กลุ่มของเฟยหย่า ได้พื้นที่ตรงกลางต้องเดินหน้าอย่างเดียว เพื่อที่จะเข้าป่าลึก ต่างรีบเร่งใช้วรยุทธ์อย่างเต็มที่ เพราะถ้าช้าก็จะไม่ทันกลุ่มอื่น
“คุณชายเก้าไหวไหม? ดูหน้าตาซีดขนาดนี้ พักผ่อนสักครู่ก่อนเถอะ”
“ตัวภาระเสียจริง! รู้ว่าร่างกายไม่แข็งแรงก็ยังจะมาอีก”เสียงของเด็กสาวอายุดังขึ้น นางอยู่ในชุดสีเขียวเข้ม มีผ้าปิดใบหน้าเหลือแต่ลูกตา
“พี่ใหญ่จะว่าเขาก็ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเขาถูกครอบครัว บังคับมาหรอกหรือ อ่อนแอั้แ่เกิด พวกเขาก็อยากให้มาหาประสบการณ์ในป่า แต่ดันมาอยู่กลุ่มเดียวกับเราเสียได้”เด็กชายอายุประมาณสิบสอง เท่ากับคุณชายเก้า พูดขึ้น
“หากคิดว่าข้าเป็ตัวภาระของพวกเ้า ก็เชิญเดินล่วงหน้าไปก่อนได้เลย ไม่ต้องเป็ห่วงข้า”เด็กหนุ่มวัยสิบสองปี พูดสวนกลับไปหาพี่น้องทั้งสองคน
“พวกเ้าอย่าเถียงกันได้ไหม พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้วต้องช่วยกัน เหนื่อยก็พักหายเหนื่อยก็เดินทางต่อ ทำไมต้องว่ากันด้วย”เสียงคมเข้มของชายฉกรรจ์ดังขึ้น
ทุกคนในป่ามีผ้าปิดหน้าเหลือแต่ลูกตา จึงดูไม่ออกว่าใครมีหน้าตาเป็ยังไง ดูออกแค่รูปร่างเท่านั้น ‘มีแต่คุณหนูคุณชายทั้งนั้น แต่สายตาที่มองมา ไม่มีความเป็มิตรเลยมีแต่ความดูถูก’
ทั้งหมดเดินทางมาค่อนวัน เจอแต่สัตว์อสูรระดับต่ำ ที่ไม่ได้จับทุกตัวและสมุนไพร ที่มีอายุปานกลาง แต่แค่นี้พวกเขาก็ดีใจแล้ว
‘สมุนไพรต่างคนต่างเก็บหรือเปล่านะ กลับออกไปจะได้เอาในมิติไปขาย ให้กับเขาประมูลอีกสักต้น’
‘อยากได้สัตว์อสูรไปทำสวนมากกว่า ต้องเป็ระดับไหนกันถึงจะทำสวนได้ จะสื่อสารกันรู้เื่ แบบกวางเทาหรือเปล่านะ’เฟยหย่าเดินไปคิดไป
“สวบ สาบ! ครูดด!”
เสียงเกล็ดแข็งๆเสียดสีกับพื้นดินและหญ้า
“พวกเราระวังตัว! ข้างหน้ามีสัตว์อสูร! น่าจะอยู่ที่ระดับสอง”เสียงเตือนดังขึ้น ทุกคนเตรียมตัว ต่างย่องไปแอบอยู่ข้างต้นไม้
อสูรงูสีดำและสีเขียว สองตัวที่มีขนาดใหญ่ เท่าต้นไม้เลื้อยตรงมายังทุกคน “พวกเราหนีก่อน! มาพร้อมกันสองตัวแบบนี้ แล้วอยู่ระดับสอง พวกเราไม่สามารถสู้ได้!”
สิ้นเสียงะโต่างทะยานตน หลบหลีกซ่อนเร้นไปตามต้นไม้ แต่…!อสูรงูตัวใหญ่ มันเลื้อยได้เร็วและไว ต้นไม้ไม่สามารถเป็ที่หลบซ่อนได้ ต่างต้องวิ่งหนีเอาตัวรอด
เฟยอย่าก็อยู่บนต้นไม้ นางไม่ได้หนีต่อแต่แอบซ่อนตัว ด้วยความที่ตัวเล็กจึงปีนขึ้นไปถึงยอดไม้สูง ‘งูเลื้อยไปไกลแล้ว ดูเหมือนคนที่ตามหลังสุด จะเป็คุณชายเก้า จะหนีทันไหมน่ะดูงูใหญ่ เข้าไปใกล้ทุกทีแล้ว’
งูเลื้อยมาจนทันเด็กหนุ่ม เขาก็ไม่อยากหนีออกอีกต่อไป จึงนำกระบี่ออกมาต่อสู้ กับอสูรงูตัวใหญ่ อีกตัวหนึ่งวิ่งไล่กลุ่มข้างหน้าไปแล้ว
‘สู้ทั้งที่ว่าสู้ไม่ไหว! จะช่วยยังไงกันละนี่ ธนูธรรมดาจะยิงทะลุิัมันไหมนะ ต้องลองดู ให้มันมาไล่เราแทนยังดีกว่า เขาไม่ค่อยแข็งแรงจริงๆนั่นแหละไม่รู้ป่วยเป็อะไร’
“ฉึก!ฉึก!”
เฟยหย่าใส่พลังปราณ ไปพร้อมกับลูกธนูเพื่อให้มีแรง ที่จะไปเจาะิัของงู มันบิดตัวด้วยความเ็ป แต่แค่คู่เดียวเท่านั้น มันมองมาทางเด็กหญิง ที่ยิงมันจากที่สูง แต่เหยื่อข้างหน้าของมันก็ต้องจัดการ
‘ไม่สนใจข้าอย่างนั้นหรือ ได้!อย่างงั้นเจอธนูไฟสิดูว่า ยังเมินข้าอีก’
“ฉึก!ฉึก!ฟู่ว!”
ธนูไฟพร้อมพลังธาตุไฟ เจาะเข้าที่กลางลำตัว ิัของงูจนมีกลิ่นเผาไหม้ มันบิดตัวไปมาหางที่ใหญ่โตของมัน ฟาดไปตามต้นไม้ ที่อยู่ใกล้หักล้มไปหลายต้น
เฟยหย่า รีบทะยานตนวิ่งไปบนต้นไม้ ลงไปที่เด็กหนุ่ม
“เ้าตามข้ามา มันไม่ตายง่ายๆหรอก เดี๋ยวมันเรียกเพื่อนมันกลับมา เ้าจะลำบากเอา”เด็กหญิงจับแขนได้ก็พาวิ่ง ออกไป ไม่รู้ทิศทางไหนเพราะความรีบ
“โอ๊ย!เหนื่อย สงสัยเพราะใส่พลังไปกับลูกธนูเยอะไปหน่อย เ้าเป็ยังไงบ้าง มีแรงหนีต่อไหม”
“น้องสาวข้าหมดแรงแล้ว เ้าหนีไปเถอะข้าวิ่งต่อไปไม่ไหวแล้ว!”
“วิ่งไม่ไหวก็เดิน พวกเราหนีออกมาไกลแล้วล่ะ มันคงจะตามไปกลุ่มอื่น”
“ใครบอกเ้ากันว่ามันจะตามไปกลุ่มอื่น อสรพิษพวกนี้มันเ้าคิดเ้าแค้นจะตายไป มันจดจำกลิ่นของเ้าได้”เด็กหนุ่มพูดขึ้น เขาจำจากผู้ใหญ่พูดให้ฟัง
“จริงหรือ!เราก็ไปอาบน้ำล้างตัวสิ จะได้ไม่เหลือกลิ่นให้มันตาม”
“แต่ว่าเ้าป่วยเป็อะไรหรือ ข้ามีโอสถระดับสูงอาจช่วยเ้าได้”
“โอสถระดับสูงอย่างนั้นรึ! เ้าก็รู้ว่าพวกเรามีกิจการเป็หอประมูล โอสถไม่เคยขาดมือ ข้ากินโอสถมากกว่ากินข้าวเสียอีก”
“เ้าก็บอกเข้ามาสิ ว่าป่วยเป็อะไร โอสถที่เ้ากินเข้าไป อาจจะไม่ถูกกับโรคของเ้าก็ได้ ใครจะไปรู้!”
“ข้าไม่รู้ว่าข้าป่วยเป็อะไร แม้แต่หมอก็ยังไม่รู้ บางทีร่างกายร้อนเหมือนไฟเผา บางทีก็เจ็บหนัก เหมือนมีของหนักมากระแทก และหายใจติดขัด เ้าคิดว่าข้าป่วยเป็โรคอะไร”
“ถ้ามีเวลาข้าจะรักษาเ้า แต่ตอนนี้เ้ากินผลไม้นี้ไปก่อน มันจะทำให้เ้ามีแรงขึ้นมา ถ้าอาการป่วยของเ้ากำเริบ บอกก็แล้วกัน กินยาตามอาการไปก่อน”
เด็กหนุ่มเอาผลไม้สีแดง มากัดกินเล็กน้อยก่อนจะกินเข้าไปทั้งลูก “เป็ผลไม้อะไรกัน แค่กินเข้าไปก็รู้สึกสดชื่นแล้ว เ้าได้ผลไม้พวกนี้มาจากไหน ถ้าส่งเข้าไปที่หอประมูล ต้องขายได้ราคาดีอย่างแน่นอน”
“ข้าี้เีตอบคำถาม นี่คือสาเหตุที่ข้า ไม่ส่งเข้าไปขายที่หอประมูล เพราะมันเป็ความลับบอกใครไม่ได้”
“มีแรงขึ้นมาหรือยัง จะได้เดินทางต่อ ไม่รู้คนอื่นหายไปไหนหมด”
“เ้าเด็กกว่าข้า ควรจะเรียกข้าว่าพี่ชายนะ”
“เรียกอะไรก็ได้ ข้าถนัดเรียกแบบนี้”นางไม่พูดเปล่า ดึงมือเด็กชายให้เดินทางต่อ
ทั้งสองหนีงูมาไกล จนจับทิศทางไม่ถูกว่าอยู่ที่ไหน “น้องสาวหยุดก่อนเถอะ ไม่ได้ยินเสียงตามมาแล้ว”
“นี่เ้าหมดแรงอีกแล้วหรือ แต่ดูเหมือนจะหนีมาไกลแล้วล่ะ อยู่ในป่าจะหมดแรงไม่ได้ ไม่รู้ว่าต้องเจอสัตว์ดุร้ายประเภทไหนอีก”
‘อยู่แค่สองคนแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน คนเยอะก็เื่เยอะ จะได้หาสมุนไพรและสัตว์อสูรที่อยากได้’
“เ้าเรียกข้าว่าเฟยหย่า แล้วเ้าล่ะบอกชื่อมาเรียกสะดวกกว่า”
“เ้าเรียกข้าว่าไป๋หนิงหลง หรือว่าเก้าก็ได้”
“หนิงหลง สะดวกกว่า ข้าจะเรียกเ้าว่าหนิงหลงก็แล้วกัน”
“ที่นี่น่าจะไกลจากผู้อื่น ไม่ได้ยินเสียงใครเลย อีกไม่กี่ชั่วยามก็จะมืดแล้ว เราเดินหาที่พักกันเถอะ”
“จะนอนในป่าแค่สองคนอย่างนั้นหรือ มันจะไม่อันตรายมากไปหรือ ไม่มีใครคอยอยู่เวรยามให้พวกเรา”
“ไม่ใช่ว่ามาหาประสบการณ์ในป่าหรอกหรือ เรามีกันตั้งสองคน เปลี่ยนกันอยู่ยามก็หมดเื่ ่นี้ข้าจะอยู่เองเ้าไม่ค่อยสบาย กินยาแล้วพักผ่อน ไว้แข็งแรงเมื่อไหร่ค่อยมาอยู่เวรยาม”
“ตรงนี้แหละ! เดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึงแอ่งน้ำ พวกเราสามารถเช็ดเนื้อตัวหรืออาบน้ำได้”
“ข้าว่ามันจะอันตรายนะเฟยหย่า เ้าคิดดูอยู่ใกล้น้ำจริง แต่สัตว์ป่าก็ต้องอาศัยน้ำที่นี่กินหรือไม่”
“จริงหรือ! อย่างนั้นเราถอยออกมาหน่อย ข้าจะได้แอบซุ่มดูสัตว์ที่มากินน้ำ ถ้าตัวไหนถูกใจก็จะจับไปด้วย แต่ถ้าจับสัตว์ตัวใหญ่ จะขนออกไปยังไง ลากจูงมันออกไปอย่างนั้นรึ?”
