กงจื้อิรีบลุกขึ้นไม่ทันได้สวมชุดเกราะ เขารีบใส่เพียงเสื้อคลุมผ้าฝ้ายและคลุมด้วยเสื้อคลุมสีดำก่อนจะเดินออกมา
“ไป ไปดูสักหน่อย!”
“ขอรับ ท่านแม่ทัพ” อวี้ฉือหุ่ยรีบเดินตามไปข้างหลัง ลุงอวิ๋นย่ำเท้าไปมาด้วยความกังวล เขาเองก็รีบวิ่งตามออกไปด้วย
แม้ว่าจินโจวจะตั้งอยู่ในพื้นที่ราบภาคกลาง แต่ด้วยวัฒนธรรมของชาวซีเฮ่าที่แข็งแกร่งและให้ความสำคัญกับความดีความชอบทางทหาร เมืองใหญ่เกือบทุกแห่งจึงมีพื้นที่กว้างใหญ่ที่ถูกจัดสรรไว้ภายในเมือง ซึ่งในยามปกติใช้เป็สนามฝึกซ้อมของทหาร และในยามาสามารถเป็ที่ตั้งค่ายพักทหารขนาดใหญ่ได้ ดังนั้นสามกองทัพที่รวมกันได้ราวแสนกว่านายนี้หลังจากเข้ามาในเมืองก็ได้ตั้งค่ายอยู่ในพื้นที่นี้โดยตรง
เดิมทีแล้วกฎระเบียบของกองทัพคือการตื่นก่อนยามสามและรวมพลฝึกซ้อม เพราะเมื่อต้องขึ้นสู่สนามรบจริง การฝึกซ้อมด้วยความทุ่มเทในยามปกติจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอดได้มากขึ้น
แต่วันนี้ยังไม่ทันที่กลองจะดังขึ้น ค่ายทหารกลับเริ่มมีเสียงอึกทึกครึกโครมก่อนแล้ว
ติงเหว่ยที่ปกติไม่ค่อยโกรธตอนนี้กลับมีสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาของนางจับจ้องไปที่อวิ๋นหยาที่นอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าซีดขาวและอ่อนแอราวกับใกล้จะสิ้นใจ ความโกรธพลันพุ่งขึ้นไปที่ศีรษะของนาง หลายวันก่อนนางยังเห็นเด็กสาวคนนี้ถืออ่างผ้าพันแผล และร้องเพลงเบาๆ ขณะซักผ้าอย่างมีความสุข ราวกับไม่ได้รู้สึกถึงความเย็นของน้ำในบ่อน้ำที่ทำให้มือของนางแดงจัดจากความเย็นเลย
คิดไม่ถึงว่าไม่เจอกันไม่กี่วัน ตอนนี้นางกลับนอนอยู่ในสภาพกึ่งเป็กึ่งตายอยู่เบื้องหน้าเช่นนี้
“ใครจะบอกข้าว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? พูดมาเลย! ถ้าไม่ใช่ความผิดของพวกเ้า ต่อให้ข้าจะต้องยอมเสี่ยงด้วยชีวิต ข้าก็จะช่วยพวกเ้าให้ได้!”
เมื่อได้ยินติงเหว่ยพูดออกมา ความหวาดหวั่นบนใบหน้าของสตรีทั้งห้องก็พลันเปลี่ยนเป็ความโกรธและความน้อยใจ กลุ่มห่านฟ้าพากันคุกเข่าลง และพี่หวังซึ่งเป็หัวหน้ากลุ่มก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “แม่นาง เื่วันนี้เป็ความผิดของข้าเอง เดิมทีข้าต้องเป็คนซักผ้าพันแผล แต่เมื่อคืนข้าเป็ประจำเดือน ปวดท้องจนทนไม่ไหว อวิ๋นหยาสงสารข้าเลยแย่งไปที่บ่อน้ำแทน ใครจะคิดว่าจะเจอสัตว์เดรัจฉานคนนั้น อวิ๋นหยาโดนมันรังควานจนหนีไม่ไหวเลยะโลงบ่อน้ำไป แต่เพราะว่านางว่ายน้ำไม่เป็ จึงได้แต่มัดเชือกเกาะเอาไว้และแช่อยู่ในน้ำอย่างนั้น กว่าพวกเราจะรู้ข่าวแล้วไปดึงนางขึ้นมาได้ นางก็…ก็กลายเป็แบบนี้ไปแล้ว!”
หลังจากพูดจบพี่หวังก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป นางยกมือขึ้นตบหน้าตนเองอย่างแรงสองครั้งก่อนจะร้องไห้โฮออกมา “ถ้ารู้แบบนี้ต่อให้ข้าปวดท้องจนตายก็จะไปซักเอง ข้าเป็แค่หญิงม่าย ถ้าโดนสัตว์เดรัจฉานนั่นจับต้องบ้างก็ช่างมันเถอะ แต่อวิ๋นหยายังเป็สาวน้อยบริสุทธิ์อยู่เลย… ฮือๆ อวิ๋นหยาผู้น่าสงสาร!”
หญิงคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ก็ร้องไห้จนน้ำตาไหลพราก พร้อมพูดเสริมว่า “ก่อนหน้านี้มีแค่ทหารกองทัพอี้จวินทุกอย่างก็ยังดีอยู่ แต่ไม่กี่วันนี้คนเพิ่มขึ้นมาก พวกพี่น้องก็เลยไม่ค่อยกล้าออกไปข้างนอก เวลาไปที่บ่อน้ำเพื่อซักผ้าก็เลือกไปตอนฟ้าเพิ่งสว่าง ใครจะคิดว่ายังจะหนีไม่พ้น!”
“เื่นี้ไม่ใช่ความผิดของใคร เป็เพราะข้านำพวกเ้ามาที่ค่ายทหาร แต่กลับไม่สามารถปกป้องพวกเ้าได้ วันนี้ถ้าไม่ได้รับความยุติธรรม ข้าจะพาพวกเ้ากลับไปที่ไร่!” ติงเหว่ยตบลงบนม้านั่งอย่างแรงด้วยความโกรธจนแทบจะกัดฟันตนเองแตก “แผ่นดินกว้างใหญ่ขนาดนี้ ถ้าข้าติงเหว่ยยังมีข้าวกิน พวกเ้าจะไม่มีวันต้องอดอยากเด็ดขาด!
ให้คนสองคนดูแลอวิ๋นหยาให้ดี ส่วนที่เหลือตามข้าออกไปดูแทนอวิ๋นหยา ข้าจะล้างแค้นให้นาง!”
ติงเหว่ยพูดจบสุดท้ายก็หันไปมองอวิ๋นหยาที่นอนไม่ได้สติหนึ่งครั้ง จากนั้นก็หันตัวเดินออกไปนอกกระโจม
ผู้าุโเหว่ยที่รู้ข่าวก็รีบมาทันที เมื่อเห็นว่าลูกศิษย์พาทหารหญิงกลุ่มหนึ่งที่มีท่าทีโกรธแค้นก็ขมวดคิ้ว
ติงเหว่ยไม่พูดพล่าม นางตรงไปคุกเข่าบนหิมะแล้วกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ เกรงว่าวันนี้ศิษย์คงต้องก่อเื่เสียแล้ว ขอท่านอย่าได้ขัดขวางข้าเลย และขอให้ท่านช่วยรักษาชีวิตของอวิ๋นหยาให้ปลอดภัย ศิษย์จะซาบซึ้งเป็อย่างยิ่ง!”
ท่านผู้าุโเหว่ยดึงลูกศิษย์ขึ้นแล้วถลึงตาด้วยความโกรธ ก่อนจะด่าเสียงดังว่า “เ้าคิดว่าข้าจะห้ามเ้าหรือ? อย่ามาพูดเื่ไร้สาระ! ไม่ต้องพูดว่าเ้าจะไปเรียกร้องความยุติธรรมต่อให้เ้าจะไม่พอใจค่ายทหารแห่งนี้และตั้งใจจะเผาค่าย ข้าก็จะช่วยเ้าเติมฟืนเอง ไป รีบไปเถอะ! หากมีใครกล้ามารังแกเ้าด้วย อาจารย์จะให้พวกมันถูกเผาอยู่ที่เมืองจินโจวให้หมด!”
ติงเหว่ยลุกขึ้นและกำลังจะพูดอะไร แต่ท่านผู้าุโกลับยื่นขวดเล็กๆ ให้แล้วสั่งเสียงเบาๆ ว่า “จำไว้นะ เทใส่ในบ่อน้ำ ทุกอย่างในรัศมีสิบลี้จะได้ไปพบเยี่ยนหวังเย่!”
ติงเหว่ยใจนมือสั่นแทบจะทำขวดหลุดมือ ท่านอาจารย์ไม่เสียชื่อ “หมอปีศาจหัตถ์เทวดา” จริงๆ เวลาช่วยชีวิตก็ช่วยอย่างเต็มที่ แต่เวลาที่จะเอาชีวิตก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
“ท่านอาจารย์ ข้ายังไม่ต้องใช้ตอนนี้ วันหลังหากต้องใช้ข้าจะมาขอจากท่านอีกครั้ง” ติงเหว่ยพูดจบก็ยัดขวดเล็กกลับคืนอาจารย์ไปแล้วรีบเดินออกมา ท่านผู้าุโเหว่ยก็รู้สึกเสียดาย เขาพึมพำสองครั้งแล้วะโตามหลังไปว่า “ถ้ามีเื่อะไรก็ส่งคนเรียกข้า อาจารย์จะสนับสนุนเ้าเอง!”
น้ำเสียงที่หวังให้เื่บานปลายอย่างชัดเจน ทำให้ทหารหญิงหลายคนรู้สึกทำอะไรไม่ถูก แต่น่าแปลกที่พวกนางกลับรู้สึกมั่นใจมากขึ้น แผ่นหลังของพวกนางก็ยืดตรงมากขึ้น
ทหารเลวที่ลวนลามอวิ๋นหยาถูกมัดไว้ที่เสาไม่ไกลจากบ่อน้ำ บริเวณรอบๆ มีทหารคนอื่นๆ ที่ยืนสงสัยอยู่ ตอนนี้เขาไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย กลับมีท่าทีหงุดหงิดและะโว่า “ทำไมต้องมัดข้าด้วย ก็แค่เพราะลวนลามหญิงสาวเองไม่ใช่หรือ? ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนจะออกมาเปิดเผยใบหน้าอยู่ในค่ายทหาร อาจเป็เพราะทนความเหงาไม่ไหวก็เลยมายั่วยวนให้พวกเราหลงใหล ข้าก็แค่ตอบสนองต่อความ้าของนางเอง นางกลับมาอารมณ์เสียใส่ ช่างไม่มีเหตุผลจริงๆ!”
ผู้บังคับบัญชากองร้อยของเขาเป็นายทหารรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาเคร่งขรึม เมื่อได้ยินคำพูดหยาบคายนั้นก็เตรียมจะตำหนิออกมา แต่ติงเหว่ยก็มาถึงพร้อมกับเหล่ากองทัพหญิงในตอนนั้นพอดี
“เ้าสัตว์เดรัจฉานไร้สามัญสำนึก!” ติงเหว่ยหน้าถมึงทึง ะโด่าทหารเลวคนนั้นเสียงดัง “หญิงที่ออกมาในที่สาธารณะควรจะถูกเ้าทำลายศักดิ์ศรีใช่ไหม? บนถนนมีหญิงสาวและหญิงชราเดินผ่านตั้งมากมาย ทำไมเ้าไม่กล้าไปกอดพวกนางล่ะ? พี่น้องหญิงในค่ายทหารคอยดูแลพี่น้องที่าเ็ทุกวัน ต้องทนลำบากทั้งกลางวันและกลางคืน แต่กลับถูกเ้าทำลายศักดิ์ศรี กฎของทั้งโลกใบนี้มันถูกกำหนดโดยครอบครัวเ้าหรือยังไง?”
ทหารเลวคนนั้นถึงกับพูดไม่ออก คนที่ล้อมรอบอยู่ก็เริ่มรู้สึกละอาย โดยเฉพาะบ่อน้ำแห่งนี้อยู่ใกล้กระโจมทหาราเ็ ในกลุ่มนั้นก็มีบางคนที่ได้รับาเ็อยู่เช่นกัน เมื่อคิดถึงการดูแลของทหารหญิงในแต่ละวัน พวกเขาก็เริ่มเอ่ยปากสนับสนุน “ที่แม่นางติงพูดถูกแล้ว พี่สาวน้องสาวเหล่านี้เป็คนดี คอยดูแลพวกเราอย่างใส่ใจ ซักผ้า ทำอาหาร และยังต้องฝึกฝนอีก พวกนางก็เหนื่อยไม่แพ้พวกเราเลย”
ทหารคนหนึ่งที่รู้จักกับอวิ๋นหยาเป็อย่างดี ก็พูดตำหนิขึ้นมาเสียงดังว่า “อวิ๋นหยาเป็คนดีขนาดนั้น ถ้าเ้าชอบนางจริงๆ ก็ควรจะขอแต่งงานอย่างถูกต้องสิ ทำไมถึงได้ทำลายศักดิ์ศรีของนางในที่ลับอย่างนี้ เ้าไม่ต่างอะไรกับสัตว์เดรัจฉานเลยจริงๆ!”
ทหารเลวคนนั้นกลอกตาอย่างไม่สนใจแล้วพูดด้วยความโมโหว่า “เ้าจะไปรู้อะไรว่านางดีจริงหรือไม่ เ้าไม่ได้เห็นกับตาเองสักหน่อย ตอนเช้านางเป็ฝ่ายยั่วยวนข้าเอง ข้าก็แค่ล้อเล่นกับนางสองสามประโยค แต่นี่กลับจับข้ามา ข้าไม่ใช่ทหารของกองทัพจินโจวของพวกเ้าซะหน่อย อย่างมากข้าก็ขอถอนตัวกลับบ้านไปก็ได้!”
ผู้บังคับบัญชากองร้อยที่มีร่างกายแข็งแกร่งได้ยินทหารเลวคนนั้นเริ่มพูดจาเหลวไหล ทำให้กำลังใจของทหารคนอื่นๆ สั่นคลอน เขาจึงเดินขึ้นไปตบหน้าทหารเลวคนนั้นอย่างแรง “เ้าคนชั้นต่ำ! ไม่ว่าจะเป็ทหารของกองทัพจูโจวหรือจินโจว ตอนนี้ทุกคนล้วนเป็ทหารกองทัพอี้จวินของท่านแม่ทัพใหญ่! ถ้าเ้ากล้าพูดอะไรเหลวไหลอีกแม้แต่คำเดียว ระวังเถอะข้าจะเป็คนแรกที่ตัดหัวเ้าซะ!”
ทหารเลวคนนั้นโดนตบจนมุมปากมีเืไหลออกมา เขาก็ไม่อายอะไรอีกแล้ว เขาบิดตัวไปมาที่เสาและร้องไห้คร่ำครวญ “โธ่ ์ ท่านรีบเปิดตาดูเร็วเข้า ข้าไม่ได้ตายที่สนามรบแต่กลับต้องมาตายที่ค่ายทหารนี้ ไม่มีความยุติธรรมเลย ข้าน่าจะถูกทหารจินโจวแทงตายั้แ่แรกยังจะดีเสียกว่า! ปากพูดให้ฟังดูดีว่าทุกคนล้วนเป็กองทัพอี้จวิน แต่จริงๆ ก็ยังมองว่าทหารจูโจวของพวกเราเป็หมูหมาอยู่ดี!”
ผู้บัญชาการกองร้อยโกรธจนยกมือขึ้นอีกครั้งเพื่อจะตบทหารเลวคนนั้นอีก ทว่าติงเหว่ยกลับยื่นมือขวางเขาเอาไว้ วันนี้เื่นี้ไม่ว่านางจะเต็มใจหรือไม่ มันก็ได้เกี่ยวพันถึงทั้งสองกองทัพแล้ว หากจัดการไม่ดีต่อให้ไม่เกิดการฏ แต่ก็จะทำให้ทหารของกองทัพจูโจวเกิดความร้าวฉานขึ้นในใจ และไม่แน่ว่าอาจเกิดเื่วุ่นวายตามมาในภายหลังได้
“ดี ในเมื่อเ้าพูดถึงความยุติธรรม งั้นพวกเราก็มาคุยกันถึงความยุติธรรม” ติงเหว่ยเดินเข้าไปใกล้พลางมองไปรอบๆ ที่มีทหารจากกองทัพจูโจวเกือบครึ่ง นางจึงพูดด้วยเสียงอันดังว่า “ข้าไม่รู้เื่อื่น แต่เพราะปกติข้าดูแลกระโจมทหารที่าเ็อยู่เป็ประจำ ดังนั้นเรามาคุยเื่นี้กันดีกว่า ตอนนั้นที่ทั้งสองกองทัพหยุดการสู้รบและรวมเป็หนึ่งเดียว ท่านแม่ทัพใหญ่ได้สั่งการไปทั่วทั้งกองทัพว่าให้ปฏิบัติต่อพี่น้องทหารจูโจวเหมือนเป็ครอบครัวเดียวกัน แม้ว่าท่านแม่ทัพใหญ่จะไม่ออกคำสั่ง แต่ทุกคนก็เป็ทหารจากซีเฮ่าเหมือนกัน เดิมทีทั้งสองฝ่ายก็ไม่ควรที่จะมองหน้ากันเป็ศัตรู
พี่น้องจากจูโจวที่ย้ายมานั้น เกือบทุกคนมีแผลพุพองจากความเย็น ทุกคนต่างก็เคยมารับยาทาที่กระโจมรักษาพยาบาลกันแล้ว แม้ว่ากระโจมรักษาพยาบาลจะเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว และยังพยายามทำยาให้เพียงพอสำหรับทุกคน ตอนนี้มือเท้าของพวกท่านไม่คันแล้วใช่หรือไม่? ถ้ายังมีใครที่มีแผลพุพองอยู่ ก็ยกมือขึ้นให้ข้าดูหน่อย!”
เหล่าทหารรอบๆ ต่างมองหน้ากันไปมา แต่ไม่มีใครยกมือขึ้น ต้องยอมรับว่าั้แ่ที่พวกเขามารวมกองกำลังกับกองทัพอี้จวินพวกเขากินอิ่ม มีเสื้อผ้าใส่อย่างอบอุ่น ยาทาแผลพุพองก็ใช้ดี ไม่เคยต้องทรมานอีกเลย เมื่อคิดมาถึงตรงนี้แล้วก็ยิ่งชัดเจนว่ากองทัพอี้จวินไม่ได้เลือกปฏิบัติกับพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
ติงเหว่ยมองไปยังทหารทั้งหมดแล้วก็หรี่ตาลงพร้อมกับยิ้มเยาะออกมา ก่อนจะหันไปมองเหล่าทหารหญิงที่ยืนอยู่ด้านหลัง “ยกมือของพวกเ้าขึ้นมาให้พวกพี่น้องเหล่านี้ได้เห็น!”
กองทัพหญิงทำตามคำสั่ง พวกนางยกมือขึ้นสูงๆ บางคนถึงกับพับแขนเสื้อขึ้นด้วยความโกรธ
ทหารทั้งหมดที่เห็นสภาพของกองทัพหญิงต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป เมื่อมองไปก็เห็นว่าเกือบทุกคนมีแผลพุพองใหญ่ที่บวมแดง บางคนถึงกับมีแผลพุพองทั่วแขน ซึ่งหนักกว่าที่พวกเขาเคยเจอ
“เบิกตาดูให้ดี พวกเ้าลองมองให้ดีอย่างถี่ถ้วนสิ!” ติงเหว่ยพยายามกลั้นความโกรธไว้อย่างถึงที่สุด ก่อนจะะโด่าออกไปเสียงดัง “พวกนางคือหญิงที่ถูกสัตว์เดรัจฉานคนนั้นด่าหยาบคายว่าชั่วช้า แต่พวกนางกลับยินดีแบ่งยาทาแผลพุพองให้ชายหนุ่มเหล่านี้เอง ขณะที่ตนเองต้องใช้งานมือทั้งสองข้างที่เ็ปแช่ในน้ำเย็นเพื่อซักผ้า ทำความสะอาดให้พวกเขา และทำอาหารให้ พวกนางเคยได้ยินคำขอบคุณสักประโยคหรือไม่? เคยมีใครเหลียวมองพวกนางสักครั้งบ้างหรือเปล่า!”
ติงเหว่ยยิ่งพูดก็ยิ่งโกรธ นางจับแขนที่เต็มไปด้วยแผลพุพองสีแดงของหญิงสาวคนหนึ่งเดินไปหาเหล่าทหารพวกนั้น “นี่มันยังไม่พออีกหรือ พวกนางลำบากโดยไม่เคยมีใครสนใจ กลับยังต้องโดนใส่ร้าย ถูกคุกคาม และทำให้เสียความบริสุทธิ์! ตอนนี้อวิ๋นหยาที่นอนอยู่ในกระโจมอยู่ในสภาพที่ไม่รู้ว่าจะเป็หรือตาย และอาจต้องเสียชีวิตด้วยซ้ำ! ทุกคนล้วนเกิดจากมารดาและบิดา ต่างก็ต่อสู้เพื่อจะได้มีชีวิตที่สงบสุข แต่ทำไมพวกนางต้องถูกลดค่าลงให้ต่ำกว่าคนอื่น? จิตใจอันดีงามของพวกเ้าถูกสุนัขกินไปแล้วหรือยังไง?”
ทหารทั้งหมดรู้สึกอับอายและรู้สึกผิด คนที่ถูกติงเหว่ยชี้พวกเขาต่างก็ต้องก้มหน้าลงและถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
“กองทัพหญิงถือว่าพวกเ้าเป็พี่น้อง แต่เ้าสัตว์เดรัจฉานนั่นถือว่าเหล่าทหารหญิงเป็อะไร?”
ติงเหว่ยปล่อยแขนของหญิงสาวคนนั้นแล้วเดินตรงไปยังทหารที่ถูกมัดอยู่ นางยกมือขึ้นฟาดหูของเขาทั้งสองครั้งอย่างแรงและดัง
“เ้าสัตว์เดรัจฉาน! เ้าบอกว่าเพราะสตรีอาศัยอยู่ในค่ายทหารจึงเป็การยั่วยวนเ้าอย่างงั้นหรือ? งั้นการที่วันนี้เ้ามาที่ข้างบ่อน้ำแต่เช้าเช่นนี้ ข้าจะบอกว่าเมื่อคืนเ้านอนหลับแล้วรู้สึกร้อนเกินไป ก็เลย้าอาบน้ำเย็นให้สบายตัวได้หรือไม่?”
อาบน้ำเย็น?
ทหารคนนั้นที่ถูกตีจนมึนหัว เมื่อได้ยินคำนี้เขาก็กลับมามีสติในทันที เขาตระหนักว่าการอาบน้ำเย็นในฤดูหนาวที่หนาวเย็นนี้เป็เื่ที่อันตรายถึงชีวิต!
“ไม่ ข้าไม่ได้…”
