ณ ฐานที่มั่นทหารซูโจว
ภายในห้องชุดสุดหรูที่อยู่บนชั้นเก้าของโรงแรมฉางเฉิง หวังจื้อหนิงที่เป็รองผู้บัญชาการทหารเขตซูโจวอยู่ในชุดเครื่องแบบทหารอันสง่างาม ตอนนี้รอยยิ้มกลับเลือนหายไปจากใบหน้าเขา สายตาก็จับจ้องไปที่ร่างระหงตรงหน้าอย่างเ็า
“คณนายเย่ เมื่อวันสิ้นโลกมาเยือน และยุคสมัยใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น หากตระกูลหวังและตระกูลเย่ร่วมมือกันละก็ เราจะต้องสร้างยุคอันเรืองโรจน์ของเราได้แน่นอน ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวคุณเอง ยิ่งเพื่อตระกูลเย่และเพื่อเย่ชิงเฉิง คุณควรพิจารณาข้อเสนอของผมให้ดีนะ ลองไปเกลี้ยกล่อมท่านผู้นำตระกูลเย่ให้มอบสิทธิ์การใช้อาวุธนิวเคลียร์มาดีกว่า หากคุณยังดื้อรั้นแบบนี้ต่อไป ผมก็ไม่อาจรับประกันความปลอดภัยของคุณได้หรอกนะ!”
หญิงผู้มีร่างระหงหันกลับมาอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นดวงหน้างดงามราวกับกาลเวลาไม่สามารถจะทำลายรูปโฉมเธอได้ แม้จะอยู่ในวัยห้าสิบกว่าปีแล้ว แต่ใบหน้าของเธอกลับมีความคล้ายคลึงกับเย่ชิงเฉิงถึงหกส่วน แม้ความงามนั้นจะเทียบไม่ได้กับเย่ชิงเฉิงที่งดงามสะคราญใจ แต่กลับมีออร่าความสง่างาม สุขุม และเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ แม้มุมปากของเธอจะแย้มยิ้มน้อยๆ ทว่าแววตากลับฉายแววความเฉียบแหลม
“หวังจื้อหนิง เธอยังคงมีสายตาคับแคบอยู่เหมือนเดิมสินะ คิดว่าถ้าพ่อของฉันมอบสิทธิ์การใช้อาวุธนิวเคลียร์ให้กับตระกูลหวังแล้ว ตระกูลของเธอจะสามารถสร้างยุคสมัยใหม่ได้จริงๆ งั้นหรือ? อายุก็ปาเข้าไปห้าสิบกว่าแล้ว ทำไมยังไร้เดียงสาแบบนี้อีก”
“จ้าวฮุ่ยจือ นี่มันเื่ของฉัน เธอไม่จำเป็ต้องสนใจ แค่ไปเกลี้ยกล่อมพ่อของเธอให้สำเร็จก็พอ!” หวังจื้อหนิงรู้ดีว่าอำนาจที่แท้จริงของตระกูลเย่อยู่ที่ท่านผู้นำตระกูล และคนที่สามารถเกลี้ยกล่อมท่านผู้นำตระกูลได้นั้นมีเพียงสองคนเท่านั้น คนหนึ่งคือเย่เจิ้นไห่ที่เป็ลูกชายของตระกูลเย่ที่เป็ผู้บัญชาการทหารแห่งฐานที่มั่นทหารเมืองหลวง ส่วนอีกคนก็คือลูกสะใภ้ของเขา ซึ่งก็คือจ้าวฮุ่ยจือที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้
“ไม่มีทางที่พ่อของฉันมอบสิทธิ์การยิงอาวุธนิวเคลียร์ให้ แต่ถ้าตระกูลหวังยินดีเข้าร่วมกับตระกูลเย่ละก็ ฉันคิดว่าพ่อต้องยินดีต้อนรับอย่างแน่นอน!”
“จ้าวฮุ่ยจือ!” หวังจื้อหนิงกัดฟันกรอด
“จื้อหนิง พวกเราเป็เพื่อนกันั้แ่มัธยมปลายนะ ตอนนั้นเธอยังเคยตามจีบฉันอยู่เลย ตอนนี้ฉันจะให้โอกาสเธออีกครั้ง ถ้าเธอเข้าร่วมกับตระกูลเย่ละก็ ฉันรับรองว่าตำแหน่งของเธอจะไม่ด้อยไปกว่าตอนที่อยู่ตระกูลหวังนี้อย่างแน่นอน!"
“จ้าวฮุ่ยจือ เธอช่วยเข้าใจสถานการณ์หน่อยได้ไหม ตอนนี้ไม่ใช่ยุคสงบสุขแต่เป็วันสิ้นโลกแล้ว ตอนนี้ฉันเป็ถึงผู้วิวัฒนาการ ส่วนเธอเป็แค่คนธรรมดาเท่านั้น ยังคิดว่าตัวเองยังเป็สูงส่งอยู่หรือไง!” ใบหน้าของหวังจื้อหนิงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ พร้อมกับคำรามเสียงต่ำต่อ
“ฉันไม่มีความอดทนพอที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเธอหรอกนะ ฉันให้เวลาเธอภายในหนึ่งทุ่มของวันพรุ่งนี้ ถ้าเธอยังไม่ยอมร่วมมือ ก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายแล้วกัน!”
“หวังจื้อหนิง เธอขู่ใครน่ะ!”
“ขู่เหรอ? ใช่ ฉันขู่เธอนั่นแหละ จำใส่กะโหลกไว้ให้ดี ถ้าพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงเธอยังมีท่าทีแบบนี้อยู่ ฉันจะสั่งคนจับเธอแก้ผ้า แล้วแห่เธอไปรอบๆ ฐานที่มั่น แถมยังจะถ่ายวิดีโออัปโหลดลงบนอินเทอร์เน็ตด้วย ฉันละอยากรู้จริงๆ ว่าถ้าท่านผู้นำตระกูลเย่เห็นวิดีโอนี้จะเป็ยังไง!”
เมื่อเห็นสีหน้าบิดเบี้ยวและแววตาบ้าคลั่งของหวังจื้อหนิง ฮุ่ยจือก็ใจเต้นไม่เป็ระส่ำ
“จื้อหนิง เธอ...”
ยังไม่ทันที่เอ่ยจบ สิ่งที่ตอบกลับมาก็คือเสียงปิดประตูดัง และหวังจื้อหนิงก็ได้ออกไปแล้ว!
ทันใดนั้นร่างกายที่ฝืนทำเป็เข้มแข็งของจ้าวฮุ่ยจือก็ทรุดลงกับพื้น
...
หวังจื้อหนิงเดินลงไปชั้นล่างด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะตรงไปยังห้องสวีทสุดหรูบนชั้น 7 เป็ห้องพักของเขา ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็พบกับหญิงสาวร่างสูงคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาคลอเคลีย
“ที่รัก มีเื่อะไรหรือเปล่าคะ ทำไมถึงโมโหขนาดนี้”
หวังจื้อหนิงฉีกชุดของหญิงสาวออกอย่างแรง จนเผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าภายใต้ร่มผ้าบาง ก่อนที่มือหนาจะตบลงบนสะโพกกลมกลึงเบาๆ
หญิงสาวร่างสูงคนนั้นหันหลังกลับมาอย่างรู้ใจ พร้อมกับยกสะโพกขึ้น
...
เสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งของหวังจื้อหนิงดังก้องไปทั่วทั้งห้อง!
ขาเรียวยาวของหญิงสาวสั่นเทา แต่เธอก็ยังคงหันกลับมาเช็ดร่างกายให้เขาอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “ ที่รัก มีเื่อะไรเหรอ ทำไมถึงโมโหขนาดนี้ เล่นเอาฉันเกือบตายเลย”
หวังจื้อหนิงหัวเราะลั่น ความโกรธที่อยู่ในใจเมื่อครู่ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น นิ้วมือลูบไล้ใบหน้าสวยอย่างอ่อนโยน
“ยัยตัวแสบ ปากหวานจริงๆ เธอทำให้ฉันอยากจะลงโทษเธออีกรอบแล้วสิ!”
“ที่รัก จัดการฉันได้เลย!” หญิงสาวร่างสูงบิดกายอย่างยั่วยวน
ตอนแรกหวังจื้อหนิงตั้งใจจะเล่นสนุกกับยัยตัวแสบตรงหน้าอีกสักรอบ แต่กลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเสียก่อน
“มีอะไร!” หวังจื้อหนิงตะคอกอย่างหัวเสีย
“ราย... รายงานท่านผู้บัญชาการ มีคนสองคนมาที่ฐานที่มั่นเราครับ!” ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านนอกกลัวจนตัวสั่น แต่ก็ยังคงฝืนรายงานเสียงดัง
“ก็แค่ผู้รอดชีวิตสองคน เื่แค่นี้ยังต้องมารายงานด้วยเหรอ?”
“เป็... เป็คุณหนูเย่ คุณหนูเย่ชิงเฉิงครับ!” ชายหนุ่มรายงานอีกครั้งด้วยท่าทีตื่นตระหนก
เย่ชิงเฉิง!
ร่างกายของหวังจื้อหนิงสั่นสะท้าน ก่อนจะผลักหญิงสาวร่างสูงออกไปอย่างแรง และรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ ไม่นานนักก็มีเสียงน้ำไหลดังออกมาจากในห้อง
หญิงสาวมองหวังจื้อหนิงที่รีบสวมกางเกง และหยิบกล่องเล็กๆ ออกมาจากลิ้นชักยัดใส่กระเป๋าแล้วก็รีบหันหลังเดินออกไป และมันก็ทำให้เกิดประกายเ็าวาบขึ้นในดวงตาของหญิงสาว!
...
เมื่อวันสิ้นโลกมาถึง ผู้บัญชาการและครูฝึกทหารเขตซูโจวก็ได้กลายเป็ซอมบี้และจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ หวังจื้อหนิงจึงฉวยโอกาสนี้ขึ้นเป็ผู้บัญชาการสูงสุดเอง นอกจากนี้เขายังสถาปนาตนเองขึ้นเป็ผู้นำของผู้รอดชีวิตกว่าหมื่นคนในฐานที่มั่นทหารซูโจวแห่งนี้ด้วย
“เย็นนี้ให้คนเตรียมอาหารชั้นเลิศไว้หน่อย แล้วก็เอาเหล้าที่ฉันชอบออกมาด้วย คืนนี้มีแขกสำคัญจะมา!” หวังจื้อหนิงสั่งเสียงต่ำ ลูกน้องทั้งสองคนได้ยินก็รีบรับคำสั่งและทำตามทันที!
มุมปากของหวังจื้อหนิงแย้มยิ้มเ็าออกมา
แม้หนทางหนึ่งตัน แต่กลับมีหนทางใหม่ปรากฏขึ้นสินะ
เย่ชิงเฉิง เธอมาได้ถูกเวลาจริงๆ!
จ้าวฮุ่ยจือ ลูกสาวของเธอประเคนตัวมาถึงที่เช่นนี้ คราวนี้ฉันจะดูซิว่าเธอยังจะแข็งขืนอยู่อีกหรือเปล่า!
ฮ่าๆ! หวังจื้อหนิงก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ เสียจริง
...
ถังฮ่าวมองดูโรงแรมที่สูงตระหง่านตรงหน้า
ห้องพักส่วนใหญ่ในโรงแรมมืดสนิท แต่แสงสว่างบริเวณอาคารก็ทำให้รู้ว่าฐานที่มั่นแห่งนี้น่าจะมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็ของตัวเองอยู่ อย่างน้อยก็สามารถจ่ายไฟฟ้าให้สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้
ตอนนี้ถังฮ่าวและเย่ชิงเฉิงได้ยืนอยู่หน้าของโรงแรมนานกว่าสิบนาทีแล้ว โดยปกติแล้วต่อให้ผู้นำฐานที่มั่นจะอาศัยอยู่บนชั้นเก้าที่เป็ชั้นบนสุดก็น่าจะลงมาถึงแล้ว
สถานการณ์เช่นนี้ช่างแตกต่างจากที่เย่ชิงเฉิงบอกว่าผู้บัญชาการหวังคนนี้เป็เพื่อนสนิทกับแม่ของเธอมาก
ด้วยฐานะของเย่ชิงเฉิงและความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลแล้ว อีกฝ่ายควรจะรีบลงมาต้อนรับถึงจะถูก
ถังฮ่าวขยับแขนขาเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ นิ้วมือของเขากระดิกไหวไปมาราวกับกำลังส่งสัญญาณ!
โอวหยางมี่มี่ที่ล่องหนอยู่ห่างออกไปสิบกว่าเมตรพอได้รับสัญญาณจากถังฮ่าวแล้ว ก็พุ่งตัวเข้าไปในโรงแรมทันที
ประมาณสองนาทีต่อมา ก็มีเสียงทุ้มลึกที่เปี่ยมไปด้วยความยินดีดังขึ้น
“ฮ่าๆ ชิงเฉิง ลุงเสียเวลาจัดการธุระจึงมาช้าไปหน่อย ขอโทษที่ให้รอนานนะ!”
ทันทีที่มีเสียงดังขึ้น ก็มีชายวัยกลางคนรูปร่างสูงโปร่งที่อยู่ในเครื่องแบบทหารก้าวเดินอย่างเร่งรีบออกมา และคนผู้นี้ก็คือหวังจื้อหนิงที่เป็ผู้นำคนปัจจุบันของฐานที่มั่นทหารซูโจว
