“ขอโทษครับ”ซูอี้เฉิงส่งยิ้มอย่างสุภาพบุรษให้กับแคนดี้“เมื้อกี้ผมกับเสี่ยวซีมีเื่ต้องเคลียร์กันนิดหน่อย”
คนที่อยู่ในห้องอย่างลั่วเสี่ยวซีแทบคลั่งเขาพูดแบบนี้ยิ่งทำให้คนอื่นเข้าใจผิดกว่าเดิมไม่ใช่หรือไง?
แคนดี้เข้าใจทันทีเธอหัวเราะเบาๆก่อนพูดว่า “ไม่เป็ไรค่ะๆ ฉันไม่ได้มีเื่ด่วนอะไรว่าแต่คุณเสร็จธุระแล้วเหรอคะ”
“ครับ”ซูอี้เฉิงตอบ
คนที่ยืนขวางอยู่หน้าประตูอย่างแคนดี้จึงรีบหลีกทางให้“โทษทีค่ะ”
“ไม่เป็ไรครับ”ซูอี้เฉิงยิ้มบางก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ออกจากห้องไป
แคนดี้มองตามแผ่นหลังของเขาก่อนจะทำเสียงจึกจักพลางส่ายหน้าและเดินเข้ามาในห้อง
“เสี่ยวซีฉันรู้แล้วว่าทำไมเธอถึงชอบเขา เมื่อกี้นี้เขาเกือบทำให้ฉันใจละลาย”
ลั่วเสี่ยวซีทำหน้าไม่ถูก“พี่เคยบอกว่ามีภูมิต้านทานกับพวกคนหล่อไม่ใช่เหรอคะ”
“ฉันมีภูมิต้านทานกับพวกเด็กใหม่หล่อๆในวงการก็จริง”แคนดี้ยกมือทาบอก “แต่หนุ่มขรึมหนักแน่ทว่าหน้าตายังละอ่อนแบบนี้ดูท่าฉันจะรับมือไม่ไหว”
“......”ศัตรูหัวใจคนใหม่ของเธอเพิ่มขึ้นง่ายๆ อย่างนี้นี่แหละ ไม่ว่าซูอี้เฉิงจะไปที่ไหนเธอก็มักจะได้ศัตรูหัวใจเพิ่มมาตลอด
“ถ้าวันไหนพวกเธอไม่คิดจะคบกันแล้วฉันจะตามตื๊อเขาอย่างที่เธอทำบ้าง!” สีหน้าของแคนดี้ในตอนนี้เต็มไปด้วยคำว่า ‘ฉันเอาจริงนะ’
ลั่วเสี่ยวซีอาศัยส่วนสูงที่ได้เปรียบเธอลุกขึ้นยืนก่อนจะจิ้มหัวแคนดี้เบาๆ
“ตัดใจซะเถอะค่ะ!จริงสิ เมื่อกี้ดูพี่รีบร้อน มีอะไรหรือเปล่า?”
“อ้อเกือบลืมแหนะ!” แคนดี้ปรับโหมดกลับมาเอางานเอาการตามเดิม “่เดินแบบใกล้จบแล้ว กำลังจะถึงคิวประกาศผลและให้สัมภาษณ์แล้วล่ะรีบไปเตรียมตัวเร็วเข้า!”
ลั่วเสี่ยวซีรู้สึกเอื้อมกับผู้จัดการของตนเล็กน้อยเธอเติมเครื่องสำอางและเปลี่ยนรองเท้า เตรียมพร้อมสำหรับ่เวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุด
ขณะเดียวกันซูอี้เฉิงก็เดินกลับไปนั่งที่หน้าเวทีตามเดิม
เมื่อเขานั่งลงูเี่อันก็ถามทันทีว่า“เสี่ยวซีเป็ไงบ้างคะพี่”
“ไม่ได้าเ็อะไร”ซูอี้เฉิงตอบ “ไม่ต้องเป็ห่วง”
ูเี่อันเอ่ยอย่างโล่งใจ“รองเท้าคู่นั้นเป็คู่ใหม่ทำไมถึงขาดได้คุณภาพของรองเท้ายี่ห้อนี้ก็ได้มาตรฐานนี่คะ...”
ซูอี้เฉิงไม่ตอบเขาประสานมือทั้งสองข้างไว้ด้านหน้า แววตาเริ่มแปรเปลี่ยน...
จุดนี้เขาก็สงสัยเช่นเดียวกันเมื่อกี้ถึงได้ถามลั่วเสี่ยวซีออกไปแต่เธอบอกเขาว่าเป็อุบัติเหตุ
ถ้าเื่นี้เป็อุบัติเหตุจริงๆมันจะบังเอิญไปหน่อยไหม
เพียงชั่วอึดใจก็จบ่โฆษณาตอนนี้ก็ได้เวลาประกาศผลการแข่งขันของสัปดาห์นี้แล้ว
ก่อนที่จะประกาศผลพิธีกรทั้งสองจะทำการสัมภาษณ์ผู้เข้าประกวดทีละคน หญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวทั้ง 20 คนทยอยเดินกันออกมาที่หน้าเวที ดึงดูดสายตาของผู้ชมได้อย่างชะงัด
เพราะเวลาที่จำกัดจึงจะทำการสัมภาษณ์ผู้เข้าประกวดแค่คนละนาทีครึ่งเท่านั้นคุณพิธีกรมากประสบการณ์ยิงคำถามและควบคุมเวลาได้เป็อย่างดีแต่เมื่อถึงคิวของลั่วเสี่ยวซี เขาก็ค่อนข้างให้เวลากับเธอมากกว่าคนอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด
“เสี่ยวซีครับ”พิธีกรถามด้วยรอยยิ้ม “ช่วยอธิบายได้ไหมครับว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?ถ้าไม่ใช่เพราะรองเท้าของคุณขาด ผมคงคิดว่ามันเป็ท่าโพสต์ที่คุณเตรียมไว้เป็พิเศษนะครับเนี่ย”
ลั่วเสี่ยวซีรับไมค์มาถือพลางมองไปทางผู้ชมถ้าบอกว่าไม่ตื่นเต้นเธอคงโกหก
เธอได้รับการฝึกฝนเื่การเดินแบบมาอย่างดีเคยซ้อมเดินบทแคทวอล์กมาหลายครั้ง แต่การต้องพูดต่อหน้าคนเยอะๆในรายการสดแบบนี้เธอเพิ่งเคยทำเป็ครั้งแรก
ลั่วเสี่ยวซีสูดหายใจลึกและพยายามตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ“ที่รองเท้าของดิฉันขาดเป็เพราะอุบัติเหตุค่ะ ดิฉันเองก็ไม่คิดว่าจะเกิดเื่แบบนี้ขึ้น”
“ถ้าผมจำไม่ผิดนี่เป็ครั้งที่สองที่คุณเดินแบบบนเวทีใช่ไหมครับ” พิธีกรถาม “ถ้าพูดกันตามจริง ถือว่าคุณยังมีประสบการณ์ไม่มากทำไมถึงแก้ไขสถานการณ์ได้ดีขนาดนั้นล่ะครับเนี่ยเมื่อกี้ผมแทบจะปาดเหงื่อแทนคุณพลางคิดในใจว่าแย่แน่ๆ แต่พอเห็นสิ่งที่คุณทำแล้วผมอยากจะเข้าไปกอดคุณสักทีจริงๆ”
ลั่วเสี่ยวซีค่อยๆผ่อนคลายขึ้นเธอยิ้มพลางยักไหล่เล็กน้อย “ถึงประสบการณ์ฉันจะยังไม่มากพอ แต่เื่รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินประสบการณ์ฉันเยอะนะคะ”
หลังได้ยินคำตอบพิธีกรก็อดหัวเราะไม่ได้เขาถามลั่วเสี่ยวซีต่ออีกหลายคำถาม ทำให้่สัมภาษณ์ของลั่วเสี่ยวซีนานกว่าผู้เข้าประกวดคนอื่นๆถึงสามนาที
การออกอากาศครั้งแรกแบบนี้ใครได้ออกกล้องบ่อยที่สุดก็ยิ่งเป็ที่จดจำ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เรียกได้ว่าสถานการณ์พลิกจากร้ายกลายเป็ดี
เมื่อจบการสัมภาษณ์คณะกรรมการก็รวมคะแนนเสร็จเรียบร้อย และแล้วก็มาถึง่ที่ตื่นเต้นที่สุดนั่นก็คือการประกาศผลการแข่งขัน
คณะกรรมการจะทำการตัดสินจากบุคลิกท่าทางเสน่ห์บนเวทีและความสามารถอื่นๆ ก่อนจะรวมคะแนนของทุกหัวข้อออกมาจากนั้นทางรายการจะทำการขึ้นคะแนนของผู้เข้าประกวดทุกคนพร้อมกันบนหน้าจอขนาดั์โดยแจกแจงทุกรายละเอียดว่าใครได้คะแนนจากหัวข้อไหนเท่าไรบ้างลำดับของผู้เข้าประกวดเปลี่ยนสลับขึ้นลงไม่หยุดอย่าว่าแต่ลั่วเสี่ยวซีที่อยู่บนเวทีขนาดูเี่อันที่นั่งชมอยู่ด้านล่างยังอดตื่นเต้นไม่ได้
ตอนนี้ผลคะแนนของลั่วเสี่ยวซีค่อนข้างน่าพอใจเพื่อนของเธอได้คะแนนไม่น้อยเลย
จนมาถึงหัวข้อสุดท้ายคือการเดินแคทวอล์กซึ่งเป็หัวข้อที่น่าเป็ห่วงสำหรับลั่วเสี่ยวซี
เมื่อกี้เธอเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินแบบถึงจะแก้ไขสถานการณ์ได้ทันและผู้ชมก็ให้การตอบรับที่ดี แต่ก็ไม่แน่ว่าคณะกรรมการจะพึงพอใจหรือไม่
พวกเขาอาจจะพอใจหรืออาจจะให้ศูนย์คะแนนกับเลยก็ได้
ูเี่อันยื่นมือไปจับมือลู่เป๋าเหยียนโดยอัตโนมัติ
“รู้แบบนี้ฉันบอกให้พี่ใช้เส้นสายดีกว่า”ถ้ากำหนดไปเลยว่าผู้ชนะคือลั่วเสี่ยวซีแน่ๆ เธอจะได้ไม่ต้องมาตื่นเต้นจนแทบคลั่งแบบนี้
ลู่เป๋าเหยียนเอ่ย“เสี่ยวซีคงไม่ยอมหรอก”
ูเี่อันลองคิดดูมันก็จริงถึงในสายตาคนอื่นลั่วเสี่ยวซีจะเป็คนลอยชายไม่เอาจริงเอาจังแต่สิ่งที่เธอมีมากที่สุดคือความหยิ่งในศักดิ์ศรี ถ้าไปบอกให้เธอใช้เส้นสาย เธอต้องโกรธมากแน่ๆ
คิดได้ดังนั้นูเี่อันก็ถอนหายใจก่อนจะจ้องหน้าจอคะแนนไม่วางตา
ไม่ว่ายังไงผลคะแนนก็ออกมาแล้ว เธอคงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อีก
บนหน้าจอคะแนนตอนนี้ที่ด้านข้างของชื่อผู้เข้าประกวดมีเครื่องหมายบวกเพิ่มขึ้นมาตามด้วยคะแนนการเดินแคทวอล์กที่ค่อยๆปรากฏ
หัวข้อการให้คะแนนมีทั้งหมด5หัวข้อ ทุกหัวข้อคะแนนเต็มคือ 20 ตะแนนผู้เข้าประกวดบางคนได้คะแนนในหัวข้อนี้สูงถึง 17-18 คะแนน ในขณะที่มีบางคนไม่ได้เลยสักคะแนน
ในส่วนคะแนนของลั่วเสี่ยวซีนั้น...
20 คะแนนเต็ม
สิ่งที่ลั่วเสี่ยวซีใช้รับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันคณะกรรมการให้การตอบรับเป็อย่างดี
ด้วยเหตุนี้เมื่อรวมผลคะแนนทุกหัวข้อของลั่วเสี่ยวซีแล้วลำดับของเธอจึงขึ้นไปเป็อันดับ 1
“ขอแสดงความยินดีกับเสี่ยวซีด้วยครับ!”พิธีกรยื่นถ้วยรางวัลคริสตัลให้กับลั่วเสี่ยวซี“ขอแสดงความยินดีที่คุณจะได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบที่สามโดยอัตโนมัติ”
ผู้ชมตบมือเกรียวกราวไปทั่วทั้งห้องส่งลั่วเสี่ยวซียืนถือถ้วยคริสตัลไว้แน่นอย่างตกตะลึงก่อนจะพูดคำขอบคุณต่อคณะกรรมการและพิธีกรบนเวที
“เอาล่ะครับเสี่ยวซี” พิธีกรชายยิ้มพลางถาม “กว่าจะได้เป็แชมป์ประจำสัปดาห์นั้นไม่ง่ายเลยตอนนี้คุณมีอะไรอยากจะกล่าวไหมครับ”
ทุกคนต่างรู้ดีว่าการกล่าวขอบคุณส่วนใหญ่มักจะมีรูปแบบอยู่แล้วไม่ขอบคุณพ่อแม่ บริษัท ทางสถานี ก็บรรดาแฟนคลับที่ให้การสนับสนุน
ลั่วเสี่ยวซีไม่รู้ว่าตัวเองเป็พวกไม่ชอบเดินตามรอยใครหรือเพราะตื่นเต้นเลยไม่ได้พูดเหมือนกับคนอื่นๆเธอถามออกไปว่า
“ฉันอยากจะเป็นางแบบเพื่อพิสูจน์ว่ามันคืออาชีพคืองานที่ควรได้รับการยอมรับและอยากจะใช้โอกาสนี้พิสูจน์ว่าฉันสามารถเดินอยู่ในเส้นทางอาชีพนี้ได้เป็อย่างดีค่ะ”ลั่วเสี่ยวซีกำถ้วยรางวัลเอาไว้แน่นก่อนจะแย้มยิ้มออกมา“และในตอนนี้ก้าวแรกของฉันก็ประสบความสำเร็จแล้ว!”
“เป็การกล่าวขอบคุณที่พิเศษมากเลยนะครับ”พิธีกรเพิ่งเคยได้ยินคำกล่าวขอบคุณที่ไม่เป็ทางการแบบนี้จึงถามอย่างสนใจ“คุณอยากพิสูจน์ให้ใครเห็นงั้นเหรอครับ”
“ครอบครัวของฉัน”ลั่วเสี่ยวซีนิ่งไปสักพักก่อนเอ่ย “แล้วก็...คนบางคนน่ะค่ะ”
พิธีกรผู้มากประสบการณ์ไม่ได้ถามต่อเขาเปลี่ยนไปถามคำถามอื่นกับเธอแทน ซึ่งเธอตอบได้ดีมาก
คนที่รู้เื่ราวอยู่แล้วต่างก็รู้ดีว่า‘คนบางคน’ ที่ลั่วเสี่ยวซีพูดถึงคือซูอี้เฉิง
ูเี่อันจงใจหยอกล้อพี่ชาย“นี่ถ้าเสี่ยวซีดังแล้ว คงมีแฟนคลับผู้ชายตามล้อมหน้าล้อมหลังขอถ่ายรูปคู่กับเธอเยอะแน่ๆพี่จะเสียใจภายหลังหรือเปล่า”
ซูอี้เฉิงยิ้มเย็น“ไว้ให้เธอดังเมื่อไร น้องค่อยมาถามพี่ดีกว่า”ความหมายของเขาคือลั่วเสี่ยวซีไม่ได้จะดังได้ง่ายๆ
ซึ่งมันก็คือเื่จริงูเี่อันไม่รู้จะตอกกลับพี่ชายยังไง ตอนนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงของลู่เป๋าเหยียนพูดขึ้นว่า
“นายกำลังสงสัยในความสามารถของบริษัทฉัน?”
ูเี่อันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลั่วเสี่ยวซีเป็ศิลปินในสังกัดLuMedia นี่หน่า ความสามารถของเสี่ยวซีบวกกับการซับพอร์ตของเครือลู่ เพื่อนของเธอจะไม่ดังได้ยังไง?
ูเี่อันไม่ต้องคิดให้เสียเวลาเธอยิ้มอย่างได้ใจและเอ่ยกับพี่ชายว่า
“พี่คะหนูว่าพี่ควรจะเริ่มคิดหาคำตอบมาตอบหนูั้แ่ตอนนี้เลยดีกว่า”
“......”ซูอี้เฉิงชักเริ่มเสียใจที่ยอมใหู้เี่อันแต่งงานกับลู่เป๋าเหยียนแล้ว ที่คนชอบพูดกันว่าลูกผู้หญิงสักวันจะกลายเป็ของคนอื่นคงเป็เื่จริงน้องสาวของเขาแต่งงานยังไม่ถึงปีก็เห็นคนอื่นดีกว่าพี่แท้ๆเสียแล้ว
ในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆรายการก็จบลง พิธีกรและเหล่านางแบบพากันเดินลงจากเวที ผู้ชมในห้องส่งเองก็ทยอยกันกลับ
ูเี่อันลุกขึ้นพลางมองลู่เป๋าเหยียนอย่างมีความหวัง“ตอนนี้หลังเวทีคงไม่วุ่นวายเท่าไรแล้วใช่ไหม? ฉันอยากไปหาเสี่ยวซีจัง!”
ตอนที่เธอเห็นคะแนนของลั่วเสี่ยวซีอยู่บนจุดสูงของตารางเธอรู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้ลั่วเสี่ยวซีเลย ตอนนี้เธออยากจะไปหาเสี่ยวซีและกอดแรงๆสักที
“หลังเดินแบบเสร็จเป็่ที่หลังเวทีวุ่นวายที่สุด”ลู่เป๋าเหยียนเอ่ย “ตอนนี้เข้าไปคงไม่สะดวก พวกเรากลับบ้านกันก่อน พรุ่งนี้เธอจะไปหาเสี่ยวซีเมื่อไรก็ได้”
“เอางั้นก็ได้...”ูเี่อันจึงส่งข้อความไปหาลั่วเสี่ยวซีเพื่อบอกลา ก่อนจะกลับบ้านพร้อมกับลู่เป๋าเหยียน
ทั้งสองคนไม่นึกเลยว่าที่หน้าประตูจะมีนักข่าวและตากล้องกำลังรอสัมภาษณ์ ถึงจะมีรปภ.ช่วยขวางเอาไว้แต่พวกเธอก็โดนล้อมเอาไว้เรียบร้อย
“คุณลู่กับคุณนายลู่มาชมการแข่งขันTopModel งั้นเหรอครับ” นักข่าวถาม “คุณลู่ คุณไม่เคยปรากฎตัวในสถานที่แบบนี้ไม่ทราบว่าครั้งนี้เพราะสนใจอยากจะมาเอง หรือเพราะมาเป็เพื่อนคุณนายลู่ครับ?”
“ผมมาเพราะภรรยาของผม”ลู่เป๋าเหยียนตอบ
“อ้อ....”พวกนักข่าวส่งเสียงแฝงความนัยกันเป็แถว จากนั้นจึงถามเพิ่มอีกว่า“ในบรรดาผู้เข้าแข่งขันมีศิลปินในสังกัดบริษัทของคุณอยู่ด้วยใช่นางแบบที่ชนะการแข่งขันวันนี้ที่ชื่อลั่วเสี่ยวซีหรือเปล่าครับ? ได้ข่าวว่าเธอเป็เพื่อนสนิทกับคุณนายลู่ใช่ไหมครับ”
คำถามนี้ยังไม่ควรตอบในตอนนี้โชคดีที่หน่วยรปภ.เสริมเข้ามาช่วยเปิดทางใหู้เี่อันกับลู่เป๋าเหยียนได้ทันเวลาลู่เป๋าเหยียนจึงพาูเี่อันฝ่าวงล้อมของพวกนักข่าวและขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว
“ที่นักข่าวถามเื่ของฉันกับเสี่ยวซีนายจงใจเลี่ยงไม่ตอบใช่หรือเปล่า” ูเี่อันเอ่ยถาม
“วันนี้เสี่ยวซีเป็ผู้ชนะถ้าพวกเรายืนยันเื่ที่พวกเธอเป็เพื่อนสนิทกันดีไม่ดีจะกลายเป็ข่าวเสียหายได้” ลู่เป๋าเหยียนอธิบาย“เื่ความสัมพันธ์ของเธอกับเสี่ยวซีคนรู้ยิ่งน้อยก็ยิ่งดี”
ูเี่อันเริ่มเข้าใจแล้วว่าที่พี่ชายไม่ยอมไปหาเสี่ยวซีอาจเป็เพราะสาเหตุนี้
“เื่นี้แล้วแต่นายเลย”เธอมีหน้าที่แค่เชื่อใจลู่เป๋าเหยียนก็พอ
