"จับคนกลับมาไม่ได้อย่างนั้นหรือ แล้วยังมีคนถูกเซี่ยหลิงจับตัวไปได้อีก?"
"พ่ะย่ะค่ะองค์ชายใหญ่"
สิ้นเสียงตอบขององค์รักษ์ ดาบยาวในมือของเซี่ยหลีก็แทงเข้าที่กลางอกขององค์รักษ์ผู้นั้นอย่างรวดเร็ว โลหิตสีแดงสดสาดกระจายบนพื้นเป็วงกว้าง พ่อบ้านตู้ที่เห็นเหตุการณ์ก็เอ่ยวาจาใดไม่ออก
"ทำงานไม่ได้เื่ แค่สตรีคนเดียวพวกเ้ายังฉุดกลับมาไม่ได้ แล้วข้าจะเก็บพวกเ้าเอาไว้ทำไมกัน ลากศพมันออกไป!"
เซี่ยหลีออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด พ่อบ้านตู้ที่เห็นดังนั้นจึงรีบให้คนมาช่วยกันนำศพขององค์รักษ์ผู้โชคร้ายไปทิ้งยังป่านอกเมืองหลวงอย่างลับๆ ยามนี้เซี่ยหลีกำลังโมโหโกธาเป็อย่างมาก เขาไล่นางกำนัลและข้ารับใช้ทุกคนให้ไปไกลๆ ให้พ้นสายตา ก่อนจะยื่นมือไปปัดกาชาบนโต๊ะจนมันร่วงลงพื้นแตกละเอียดเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เขาอุตส่าห์ส่งคนไปจับตัวของจวีจื่อหลิงมา จากนั้นก็ค่อยจัดฉากว่านางถูกโจรป่าฆ่าตายระหว่างกลับจากวัดไป๋กู่ เขาต้องใช้ความอดทนไม่น้อยเพื่อรอนางออกมาจากจวนตระกูลฉิน แต่พอสบโอกาสคนของเขากลับทำงานพลาด มันช่างน่าเจ็บใจนัก
หญิงสาวนางใดที่เขาหมายตาล้วนไม่อาจรอดพ้นเงื้อมมือของเขาไปได้ แต่ไหนแต่ไรหากเขาอยากได้สิ่งใดล้วนได้ทุกอย่าง เสด็จแม่เคยสอนเข้าเสมอว่าทุกสิ่งในใต้หล้าล้วนเป็ของเขา เขาจะทำเช่นไรก็ได้ทั้งสิ้น เพราะวันหน้าเขาคือเ้าแห่งแผ่นดินนี้
แต่ครั้งนี้แผนการกลับพังครืนไม่เป็ท่า ซ้ำร้ายคนที่มาขัดขวางเขาคือเซี่ยหลิง!
เซี่ยหลีย่นหว่างคิ้วในใจของเขาครุ่นคิดอย่างหนัก เซี่ยหลิงและจวีจื่อหลิงรู้จักกันได้อย่างไร หรือสองคนนั้นจะแอบมีความสัมพันธ์ลับๆ ต่อกัน
เป็ไปไม่ได้ เขารู้จักนิสัยของเซี่ยหลิงดี แม้มันจะเสเพลและไม่เอาการเอางาน วันๆ ขลุกอยู่กับบรรดาสตรีในจวน แต่กลับไม่เคยมีนิสัยแย่งชิงลูกเมียของใครมาเป็ของตนเอง
ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งปวดหัวไม่น้อยเลย ยามนี้คงต้องวางเื่ของจวีจื่อหลิงเอาไว้ก่อน ตอนนี้คนของเขาอยู่กับเซี่ยหลิง และเซี่ยหลิงย่อมไม่มีทางปล่อยคนของเขาเป็แน่ ไม่เพียงเท่านั้นหากเ้าชั่วนั่นยอมคายความจริงออกมา ภาพลักษณ์ที่เขาสร้างมาตั้งนานจะต้องจบสิ้นอย่างแน่นอน
ไม่ได้การแล้ว ต้องหาทางปิดปากคนเสีย!
เมื่อใคร่ครวญได้ดังนั้นอารมณ์ของเซี่ยหลีก็เย็นลงได้บ้าง หลายวันก่อนเขาเพิ่งจะโบยสตรีนางหนึ่งตายด้วยมือตนเอง นางเป็สตรีที่เขาส่งคนไปฉุดคร่ามาที่จวน วันๆ นางเอาแต่ร้องไห้หาสามีกับลูก เขารำคาญจนฆ่านางทิ้งเสียเลย อยู่ในจวนของเขาแท้ๆ แต่กลับร้องหาชายอื่น ใช้ได้ที่ไหนกัน!
นิสัยผิดแปลกและไม่ปกติเช่นนี้ของชายหนุ่มเกิดขึ้นมานานแล้ว เขาค้นพบว่าสตรีที่แต่งงานแล้วน่าค้นหามากกว่าสาวน้อยที่ยังบริสุทธ์ไร้เดียงสาพวกนั้นเป็ไหนๆ นานวันเข้าเขาก็เริ่มถลำลึก เห็นผิดเป็ชอบไม่ฟังคำเตือนของใคร อีกทั้งยังเข้าข้างตนเองว่าสิ่งที่ทำไม่ผิด เขาคือองค์ชายใหญ่ วันหน้าจะได้เป็ฮ่องเต้ คนพวกนี้คือสมบัติของเขา เขาจะทำเช่นไรกับพวกนางก็ได้ พวกนางควรจะสำนึกบุญคุณเขาเสียมากกว่า ที่ชาตินี้ได้รับใช้เขา!
ในเมื่อสตรีคนเก่าตายไปแล้ว ย่อมต้องได้เวลาหาสตรีคนใหม่เข้าจวน จวีจื่อหลิงผู้นั้น เขาจะต้องพานางเข้าจวนตนเองให้ได้
คิดได้แล้วเซี่ยหลีจึงสั่งให้คนไปจับตาดูความเคลื่อนไหวของจวีจื่อหลิงอย่างไม่ให้คลาดสายตา ไม่นานคนของเขาก็กลับมารายงานว่ายามนี้มีข่าวลือแพร่สะพัดว่าจวีจื่อหลิงได้หย่าขาดกับฉินเสวียนเรียบร้อยแล้ว เมื่อเซี่ยหลีได้ทราบเื่ก็สบถออกมาอย่างไม่พอใจ
หย่าแล้วหรือ
เช่นนั้นก็ไม่น่าตื่นเต้นแล้วสิ?
………
ด้านจวีจื่อหลิงนั้นเมื่อเซี่ยหลิงกลับไปแล้ว นางก็ทิ้งกายลงนั่งพักด้วยความอ่อนล้า วันนี้นางรู้สึกเหนื่อยสายตัวแทบขาด เพราะต้องคอยรับมือกับฉินเสวียนและเื่ราวอีกหลายอย่าง
จวีจื่อหลิงเพิ่งจะหลับตาเพื่อผ่อนคลายได้ไม่นาน ก็ได้ยินซุนฉิงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"ฮูหยิน เอ่อ คุณหนูใหญ่เ้าคะ เมื่อครู่ตอนบ่าวออกไปซื้อของกินให้ท่าน ได้พบกับสาวใช้ของจวนตระกูลจวีเข้าพอดี เอ่อ นางให้บ่าวมาแจ้งท่านว่า ใต้เท้าจวีมีคำสั่งให้ท่านรีบกลับไปที่จวนเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ"
จวีจื่อหลิงที่ได้ยินก็ลืมตาขึ้นมามองซุนฉิงก่อนจะพบว่ายามนี้สาวใช้น้อยของนางมีสีหน้าไม่สู้ดีเท่าใดนัก จวีจื่อหลิงถอนหายใจออกมายาวๆ ข่าวการหย่าแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงขนาดนั้น หากตระกูลจวีจะทราบเื่ก็ไม่แปลกอยู่แล้ว
ช่างเถอะ จะช้าจะเร็วก็ต้องกลับบ้านเดิมอยู่ดี มิสู้กลับไปจัดการเสียให้สิ้นเื่สิ้นราวจะได้จบปัญหาให้หมดเสียทีเดียว
เมื่อคิดตกแล้วจวีจื่อหลิงจึงบอกกับซุนฉิงว่า
"เช่นนั้นพวกเราก็กลับจวนกันก่อน ส่วนเื่อื่นค่อยว่ากันทีหลัง"
"เ้าค่ะ"
เมื่อตกลงกันตามนี้แล้ว จวีจื่อหลิงจึงเดินทางกลับจวนตระกูลจวีในทันที นางไม่ได้นำหีบข้าวของกลับมาด้วย เพราะคิดเพียงว่าจะไปบอกลาบิดาเท่านั้น นางไม่ได้คาดหวังว่าหลังจากตนเองหย่าแล้วตระกูลจวีจะต้องโอบอุ้มนาง ขอแค่พวกเขาไม่สร้างปัญหาให้นางก็พอใจมากแล้ว
เมื่อจวีจื่อหลิงกลับมาที่จวนก็ได้พบกับบิดาที่กำลังนั่งคอยนางอยู่ เมื่อเห็นว่านางกลับมาได้เสียทีเขาก็มองนางด้วยสายตาไม่พอใจเท่าใดนัก ส่วนนางเสิ่นซื่อผู้เป็มารดาเลี้ยงก็ใช้สายตาไม่เป็มิตรมองนางเช่นเดียวกัน ด้านน้องสาวน้องชายฝาแฝดของนางก็กำลังยิ้มเยาะในคราวเคราะห์ของผู้อื่นอยู่
"คารวะท่านพ่อ คาวะฮูหยินใหญ่เ้าค่ะ"
จวีจื่อหลิงทำความเคารพคนทั้งสองอย่างขอไปที อีกทั้งยังไม่เรียกนางเสิ่นซื่อว่าท่านแม่ แต่กลับเรียกว่าฮูหยินใหญ่เสียอย่างนั้น นางเสิ่นซื่อไม่พอใจแต่กลับไม่ได้เอ่ยตำหนิ ส่วนใต้เท้าจวีก็ตะคอกใส่บุตรสาวอย่างมีโทสะ
“ช่างงามหน้านัก ข่าวที่เ้าหย่าแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงแล้ว ต่อไปเ้าจะใช้ชีวิตเช่นไร แล้วจะให้ข้าและน้องๆ เ้าเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เ้ารู้หรือไม่ว่าสตรีที่ถูกหย่า มันน่าอับอายเพียงใด นี่เป็เื่ภายในจวน แต่เ้ากลับเสนอหน้าไปจับชู้ถึงกลางตลาด เ้าไม่เห็นแก่หน้าตาของตนเอง ก็ช่วยเห็นแก่หน้าคนตระกูลจวีบ้าง!"
จวีจื่อหลิงเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็ยิ่งดูแคลนบิดาผู้นี้ บุตรสาวของตนเองเพิ่งกลับถึงจวน ไม่ถามไม่ไถ่ปัญหาชีวิตก็ช่างเถอะ แต่กลับโทษว่าเป็ความผิดของนางทั้งหมด ช่างเป็บิดาที่ประเสริฐโดยแท้
"ช่างเถอะ คนจะพูดเช่นไร ข้าไม่สนใจอยู่แล้ว หากจะกล่าวกันตามจริง เดิมทีเื่นี้ก็ไม่ใช่ความผิดของข้า มันเป็ความผิดของฉินเสวียนต่างหาก เขาคิดจะทำร้ายข้าแต่สุดท้ายตนเองกลับถูกกรรมตามสนองเสียเอง เช่นนี้จะโทษใครได้"
