เว่ยเวยอยู่ใกล้กับเขามากที่สุด นางพูดด้วยเสียงเบา “เหยียนเอ๋อ ไม่ต้องพูดแล้ว ตาแก่นั่นมีนิสัยพิลึกมาั้แ่ไหนแต่ไร เขาทำเช่นนี้อาจเป็เพราะรู้สึกโมโหจริงๆ หรืออาจจะทำไปเพราะอยากกลั่นแกล้งพวกเราก็ได้”
หลงเหยียนกับพวกยืนอยู่บนแผ่นดินผืนสุดท้ายบนยอดเขาที่ยังไม่พังถล่ม ซึ่งเป็เพียงพื้นที่เล็กๆ เท่านั้น รอบด้านกลายเป็เหวลึกที่มองไม่เห็นพื้น ศพแห้งกรัง รวมไปถึงวัยรุ่นหนุ่มสาวทั้งหลายตกลงไปที่ใดแล้วก็มิอาจทราบได้
หลงเหยียนหันหน้าไปอีกทางเล็กน้อย พบว่าในจุดที่ไม่ไกลออกไป สือพั่วเทียนกำลังดึงมือของภรรยาเอาไว้ โดยที่ร่างของเสี่ยวอวี้ผู้เป็ภรรยากลับห้อยอยู่ที่หุบเหว
สถานการณ์ตรงหน้าอันตรายเป็อย่างมาก หลงเหยียนอยากพุ่งเข้าไปช่วยคนทั้งสอง ทว่าเว่ยเวยกลับดึงร่างของเขาเอาไว้เบาๆ ขณะเดียวกัน ในที่สุดสือพั่วเทียนก็ดึงภรรยาไม่ไหวอีกต่อไป ร่างของเสี่ยวอวี้จึงร่วงดิ่งลงไปด้านล่าง
“ไม่!”
สือพั่วเทียนร้องคำรามเสียงดัง เขาหันมามองหลงเหยียนพลางประกายรอยยิ้มที่ดูพิลึกออกมา
“น้องชาย พวกเราจะรอเ้าอยู่ข้างล่างนะ! พี่เทียนคงต้องลาไปก่อนแล้ว”
หลงเหยียนจมอยู่ในความตกตะลึงและหวาดผวา ิญญาัภายในร่างกายก็คล้ายจะถูกข่มจนไร้พลังเช่นกัน วินาทีนี้ หลงเหยีนนไม่อาจรู้สึกโมโหหรือโกรธเกรี้ยวใดๆ ได้ด้วยซ้ำ
“อะไรกัน? นี่มัน... พลังของเ้าสำนักคนนั้นน่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงข่มได้ทั้งร่างกาย และิญญาัของข้าได้?”
หลงเหยียนคล้ายจะมองเห็นความตายที่คืบคลานเข้ามาแล้ว... สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ทำให้หลงเหยียนได้ประจักษ์แล้วว่าสิ่งใดคือยอดฝีมือที่แท้จริง
ระหว่างนั้น กลางนภาสีทมิฬ ร่างที่สูงกว่าร้อยเมตรไม่ได้ขยับเขยื้อนด้วยซ้ำ หากกำลังของผู้นำแห่งสำนักมารถือว่าแข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวแล้ว เช่นนั้นพลังของเ้าสำนักคนนี้ก็แข็งแกร่งและน่าหวาดกลัวกว่าเป็พัน เป็หมื่นเท่าเลยก็ว่าได้
ลำพังแค่เสียงคำรามที่ทรงพลังจนทำลายแผ่นดินได้ ลำพังแค่พลังกดดันที่หนักอึ้ง เพียงเท่านี้ก็ทำให้หลงเหยียนัักับกลิ่นอายแห่งความตายได้อย่างลึกซึ้งแล้ว
“ยอดฝีมือ... นี่เป็พลังของยอดฝีมือที่แท้จริงสินะ ช่างน่าหวาดกลัวเหลือเกิน น่าหวาดกลัวจนไม่อาจหาคำใดมาอธิบายได้เลย”
ในตอนนั้นเอง พลังกดดันที่ทับร่างของคนทั้งหลายเอาไว้ก็ทุเลาลง หลงเหยียนกับคนอื่นๆ จึงมีจังหวะพักหายใจบ้าง ขณะเดียวกัน ร่างขนาดั์บนนภามืดมิดส่องแสงเจิดจ้าออกมา ดั่งเทพเ้าจาก์ที่ลงมาตรวจตราโลกมนุษย์
ที่ไหล่ซ้ายของร่างขนาดั์นั้น มีร่างงดงามของใครคนหนึ่งเริงระบำอยู่ ร่างนั้นดูคล้ายกับเทพธิดาจากฟากฟ้าไม่มีผิดเพี้ยน ร่างขนาดั์ยังคงลอยอยู่กลางนภา แม้จะอยู่ไกลกัน ทว่ากลิ่นหอมที่น่าหลงใหลจากร่างของสตรีคนนี้ก็ยังกระจายมากับสายลมอยู่ดี
คนทั้งหลายลืมความหวาดกลัวและความขี้ขลาดที่มีไปจนหมดสิ้น พวกเขาถูกดึงดูดโดยร่างของเทพธิดาที่เริงระบำอยู่กลางฟ้า แม้แสงนั้นจะสว่างเจิดจ้าจนไม่อาจมองเห็นใบหน้าของสตรีคนนั้นได้อย่างชัดเจน อย่างไรเสีย ต่อให้จะแสบตาหรือตาบอด พวกเขาก็ไม่สามารถหยุดมองร่างนั้นได้เลย
กลิ่นอายที่คุ้นเคย ร่างกายที่งามชดช้อย แล้วไหนจะท่าทีที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง คล้ายไม่กล้าเข้ามาทักทายคนที่อยากเจอมานานแสนนาน หรือแม้แต่มือเล็กที่โบกเบาๆ กับเอวบางที่โยกส่ายไปมา ทุกสิ่งที่เป็นางล้วนทำให้หลงเหยียนดีใจจนบอกไม่ถูก
เขาตื่นเต้นจนน้ำตาอาบท่วมใบหน้า เขาคุกเข่าอยู่ที่พื้น แล้วโขกหัวลงไปกระทบกับพื้นแรงๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่สนใจความเ็ปที่เกิดขึ้น เอาแต่ะโขึ้นไปบนฟ้าด้วยเสียงดังลั่น
ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึง เขารับรู้ได้ว่าสตรีที่เป็ดั่งเทพธิดานางนั้นคือใคร เกรงว่าในโลกใบนี้ ก็คงจะมีแค่นางที่ทำให้หลงเหยียนดีใจจนราวกับคนเสียสติเช่นนี้ได้
เมื่อพลังกดดันหายไป หลงเหยียนก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยหัวใจที่อัดแน่นไปด้วยความตะลึงและตื่นเต้น เขามองดูร่างขนาดั์ที่ลอยอยู่กลางอากาศ มองเทพธิดาแสนสวยที่ยืนอยู่บนไหล่ซ้ายของร่างนั้นตาไม่กะพริบ หลงเหยียนพึมพำขึ้น “เสี่ยวหลิง ต้องเป็เ้าแน่ๆ ใช่หรือไม่ คิดไม่ถึงว่าเ้าจะมาพบหน้าข้าอีกครั้งด้วยวิธีเช่นนี้”
ในตอนที่คนทั้งหลายคิดว่าหลงเหยียนใจนเสียสติไปแล้ว ร่างขนาดใหญ่ที่กลางอากาศก็ค่อยๆ หดลงเรื่อยๆ เพียงชั่วพริบตา ร่างั์ที่อยู่ท่ามกลางแสงจ้าก็หายวับไปเสียแล้ว
“พวกเขาไปแล้ว? ไม่... ไม่นะ... พวกเขาจะไปแบบนี้ไม่ได้” หลงเหยียนร้องะโ
ตงฟางเทียนหนานดึงหลงเหยียนเอาไว้
“เ้าบ้าเอ๊ย ขืนยังบ้าไม่เลิก ข้าฆ่าเ้าแน่”
ระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น อยู่ๆ พลังแข็งแกร่งก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของคนทั้งหลายอย่างกะทันหัน พลังนั้นทั้งดุดันและน่าเกรงขาม เมื่อพวกเขาหันไปมองก็พบกับคนชราที่มีเส้นผมกับเคราสีขาวโพลนซึ่งสูงประมาณสองเมตรและมีร่างกายกำยำแข็งแรงคนหนึ่ง
เขามองคนทั้งหลายด้วยรอยยิ้ม โดยที่ใต้เท้าของเขามีเพียงเหวลึก หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ เขากำลังก้าวเหยียบอยู่บนห้วงอากาศนั่นเอง
เมื่อได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเ้าสำนักแห่งสำนักหยุนเฟิงที่แสนยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่เคยมีใครพบเจอมานานร่วมร้อยปีคนนี้ชัดๆ กลุ่มคนที่เคยหวาดกลัวจนตัวสั่นก็ตระหนักได้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้น่ากลัวเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เขาดูเป็คนอบอุ่น เป็มิตร ทั้งยังดูสูงส่งปานเทพเซียน ทว่าก็ดูคล้ายกับชายชราที่ใจดีคนหนึ่งเท่านั้น
ที่ข้างกายเขามีสตรีอายุประมาณสิบแปดหรือสิบเก้าปีติดตามมาด้วย สตรีนางนี้ก็คือคนที่ยืนอยู่บนไหล่ของร่างที่สูงนับร้อยเมตรที่พวกเขาเห็นกลางนภาเมื่อครู่นั่นเอง
การปรากฏตัวของหญิงสาวคนนี้ทำให้หลงเหยียนและคนอื่นๆ อึ้งงันไปตามๆ กัน เพราะสตรีนางนี้ดูเหมือนกับมนุษย์ธรรมดา ทว่ากลับงดงามยิ่งกว่านางฟ้านาง์เสียอีก ก็คงจะมีเพียงตระกูลใหญ่ที่เป็มหาอำนาจระดับสูงเท่านั้นที่ให้กำเนิดสตรีที่งามและสง่าขนาดนี้ได้
หลงเหยียนมองสำรวจอย่างละเอียด พบว่าสตรีนางนี้มีกลิ่นอายที่คุ้นเคยอยู่มากจนเห็นได้ชัด เ้าสิงโตน้อยเองก็แอบกระซิบกับหลงเหยียนอย่างตกตะลึงไม่แพ้กัน
“พี่เหยียน สตรีนางนี้ไม่ใช่มนุษย์ ดูเหมือนว่าร่างกายของนางจะมีดวงิญญาที่มีความมุ่งมั่นแกร่งกล้าแฝงอยู่ ไม่สิ นั่นไม่ใช่ดวงิญญา เป็ดวงจิตต่างหาก”
คำพูดของเ้าสิงโตน้อยทำให้หลงเหยียนมั่นใจยิ่งขึ้นว่าคนตรงหน้าก็คือหลงหลิง หากหลงหลิงกับเ้าสิงโตน้อยออกไปพบหน้ากันด้วยฐานะที่แท้จริง พวกเขาต้องมีความสุขมากแน่
หลงหลิงเคยบอกว่าจะตามหาสตรีที่มีรูปลักษณ์คล้ายกัน หรือมีส่วนใดส่วนหนึ่งที่เหมือนกับนางให้เจอ จากนั้นก็เข้าไปสถิตอยู่ในร่างของนางผู้นั้น เพื่อที่หลงเหยียนจะได้รู้สึกคุ้นเคย และจำนางได้เมื่อได้เจอกันอีกครั้งหนึ่ง กลับไม่รู้ว่าสตรีตรงหน้ามีส่วนใดที่เหมือนกับนางกันแน่
หลงหลิงเป็สาวงามที่งามยิ่งกว่าเทพธิดา คนที่นางจะเข้าไปสถิตก็ต้องเป็สตรีที่งามไม่แพ้กัน
คนชราที่น่าเกรงขามมองมายังหลงเหยียนกับพรรคพวก “พวกเ้าเองหรือที่ฆ่าหลานชายไม่เอาไหนของข้า?”
เว่ยเวยก้าวไปข้างหน้าพลางกล่าวด้วยท่าทางเคารพ “ท่านเ้าสำนัก เป็ฝีมือข้าเอง!”
“ไม่... ไม่ใช่... เป็ข้า ไม่ใช่นาง” หลงเหยียนก้าวไปข้างหน้าและพยายามอธิบายความจริง
สายตาของชายชราตรงหน้าดูลึกล้ำจนยากจะค้นหา คล้ายเขาสามารถอ่านใจของผู้อื่นได้อย่างไรอย่างนั้น ต่อหน้าคนเช่นนี้ คงไม่มีใครกล้าพูดโกหกแน่ เพราะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่ทรงพลังอย่างแท้จริง พวกเขาก็เป็ได้แค่มดด้อยค่าที่ไม่มีทางสู้ตัวหนึ่งเท่านั้น
“ท่านผู้าุโ เป็ฝีมือของข้าจริงๆ หลานของท่านยกย่องให้ตัวเองเป็ผู้นำแห่งสำนักมาร เขาสังหารวัยเยาว์หนุ่มสาวมาหลายพันคน ทั้งยังใช้เืของคนเ่าั้มาฝึกวิชาโลหิตซึ่งเป็วิชามาร เพื่อเลื่อนพลังให้ตนกับคนในสำนักอีก”
“หืม? มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือ?”
หลงเหยียนพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่ขอรับ”
สายตาที่เคยเป็มิตรของชายชรากลับเหลือเพียงความเยือกเย็น เขาจ้องมาที่หลงเหยียน “ต่อให้เขาจะทำความผิดมามากเพียงใด เ้าก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะฆ่าเขาอยู่ดี ตอนที่ยังเป็หนุ่ม ข้าเคยบุกเดี่ยวเข้าไปในเมืองหลายแห่ง เคยทำความชั่วมามากจนนับไม่ถ้วน ทั้งยังฆ่าคนบริสุทธิ์มามากมาย ลำพังคนแค่ไม่กี่พันคน เยอะด้วยหรือ?”
“ในเมื่อเ้าเป็คนฆ่าหลานชายของข้า ข้าก็จะใช้ชีวิตของพวกเ้าทุกคนเพื่อชดใช้ชีวิตของเขาเช่นกัน”
เมื่อพูดจบ พลังที่ร้อนแรงจนน่าหวาดกลัวก็ปะทุขึ้นที่ฝ่ามือของชายชรา และถูกส่งมาที่หลงเหยียนกับคนอื่นๆ ทันที พลังนั้นผลักให้พวกเขาร่วงลงไปในหุบเหวที่ลึกจนคล้ายไม่มีที่สิ้นสุดด้านหลัง
เขาสามารถทำลายูเาทั้งลูกได้อย่างง่ายดาย การโจมตีที่น่าสยองนี้ทำใหู้เาที่ยังเหลืออยู่สั่นะเืและพังทลายลง เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าชายชราคนนี้แข็งแกร่งขนาดไหน
หลงเหยียนมองรอยยิ้มพิลึกของชายชราและสตรีที่ยืนอยู่กลางอากาศอย่างตกตะลึง นั่นเป็ภาพสุดท้ายที่เขามองเห็น
--------------------
