“ตีให้มันแรง ๆ ไม่ได้กินข้าวรึไง!”
สิ้นเสียงสั่งดัง บ่าวชายฉกรรจ์เงื้อมือขึ้นสุดแขนตามคำสั่งนายหญิง
ฟั่บ! ฟั่บ! แส้ที่ฟาดผ่านอากาศเฆี่ยนลงบนแผ่นหลังโชกเื คุณชาย ‘อวิ๋นซี’ ได้รับอนุญาตให้สวมเพียงกางเกงเมื่อต้องรับโทษจากมารดารอง เพื่อที่นางจะได้ตีถนัดมือ
ั์ตาดำขลับเสี้ยวส่วนหนึ่งเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ทว่าเปล่งประกายอย่างยินดีอยู่ภายใน เขาสะดุ้งตามแรงฟาดของบ่าวชายตัวโตซึ่งไม่ยั้งมือเลยสักนิด
แม้โดนตีอย่างหนักจนเนื้อฉีกขาดออกจากกัน เขาไม่ส่งเสียงออกมา กัดฟันรับโทษสมกับเป็ที่เป็บุรุษร่างกำยำ นอกเสียจากพี่ใหญ่แล้วเขาแข็งแรงที่สุดในบ้าน
ไม่ว่าผู้มั่งมีหรือยากจน บุตรชายคนเล็กควรได้รับการประคบประหงม แต่ในเมื่อเขาเป็ลูกชังที่เกิดจากอดีตภรรยาเอก จึงเป็ข้อยกเว้น
ตระกูลซูไม่ต่างจากสนามรบ าุโแก่งแย่งชิงดี คำนึงถึงผลประโยชน์และชื่อเสียงของตระกูลเป็สำคัญ บุตรหลานไร้คุณธรรม ผู้ที่พอจะมีความดีอยู่บ้างก็เก็บตัวเงียบเชียบในเรือน เมื่ออำนาจในจวนเป็ของฮูหยินซู
ครั้งนี้นับเป็คราวเคราะห์ของคุณชาย บิดาเดินทางไปราชการในต่างแคว้นร่วมเดือน ฝากฮูหยินให้ดูแลความเรียบร้อยในจวน
แส้หนังเส้นใหญ่เอาไว้ใช้ตีบ่าวทาสที่กระทำความผิด มิใช่เอาไว้ใช้กับบุตรคนไหน ฮูหยินซูอุตส่าห์ไปค้นมาจากห้องเก็บสมบัติของสามี หลังสั่งอนุภรรยาทั้งสองให้พาาุโไปเที่ยวงานชมบุปผา โดยเฉพาะท่านย่าของอวิ๋นซี จะได้ไม่มีใครมาห้ามปรามการลงโทษได้
อนุทั้งสองรักตัวกลัวตาย กลัวบุตรชายบุตรสาวจะได้รับอันตราย ย่อมเชื่อฟังโดยไร้ข้อกังขา
คืนนี้แผ่นหลังขาวสะอาดของคุณชายอวิ๋นเหมือนปลาที่ถูกขอดเกล็ดทั้งเป็ มิหนำซ้ำยังถูกราดด้วยน้ำเกลือ บ่าวชายสองคนจับเขาคว่ำหน้านอนราบกับเก้าอี้ไม้ มีทหารคุ้มกัน นับโทษที่แปด... สิบ! สิบห้าทีแล้ว
ห่างออกไปไม่ไกล องครักษ์คนสนิทซ่อนเร้นกายอยู่หลังกำแพง ลอบสังเกตการณ์ในความมืด ใบหน้าแดงก่ำ ความเคียดแค้นชิงชังปะทุออกมาผ่านแววตา
คุณหนูจากจวนแม่ทัพเสิ่น ‘หรูซี’ เดินมาก่อนป๋ออวี้ไม่นาน นางสวมอาภรณ์สีชาดงาม เสื้อคลุมกันหนาวทำจากขนหมาป่าฟูฟ่อง ยืนนิ่งอึ้งท่ามกลางเหมันต์ขาวโพลน กำตะกร้าไม้ในมือแน่น เสียงแส้แต่ละทีนั้นราวฟาดลงที่หัวใจนาง
แม่เลี้ยงผู้นี้อำมหิตนัก! คิดจะเฆี่ยนคุณชายน้อยให้ตายคามือเลยหรือไร กล้าดียังไง ถึงได้ลงโทษเขาท่ามกลางความเหน็บหนาวเยี่ยงนี้...
“โถพระราชทานจากฮองเฮาที่แตกเป็ฝีมือสาวใช้คนใหม่ของฮูหยินซูเ้าค่ะ คุณชายเพิ่งก้าวขาเข้าเรือนรับรอง ไม่ทันแตะต้องอะไร พวกเขาหาข้ออ้างทำร้ายคุณชาย!”
“คุณชายอวิ๋นโดนเฆี่ยนยี่สิบทีแล้ว บ่าวในจวนยังไม่โดนหนักเท่านี้ จะหมดสติเอานะเ้าคะคุณหนู!”
สาวใช้คนดีทั้งสองเป็เดือดเป็ร้อนแทน หรูซีสงบสติอารมณ์เกรี้ยวกราด พลันหันไปเอ่ย “ซิ่วอิง ลู่ซวน พวกเ้าไปทำตามแผน อ้อ... การเล่าปากเปล่าย่อมไม่น่าสนใจ ให้คนในจวนเราแต่งนิทานสนุก ๆ ตามโรงเตี๊ยม ร้านน้ำชาในเมือง ลองให้ผู้คนทายดูซิว่าข่าวลือนี้มาจากตระกูลไหน”
“เ้าค่ะคุณหนู”
แค่บ่าวรับใช้จวนแม่ทัพตระกูลเสิ่นก็ร่วมห้าสิบชีวิตแล้ว คราวนี้นางจะจัดการกับตระกูลซูโดยเด็ดขาด นางยกตัวอย่างให้สาวใช้ฟังว่าควรตั้งคำถามเช่นไร
บัณฑิตยากจนไต่เต้าขึ้นเป็ขุนนางชั้นสูงอย่างไร ข่าวฉาวโฉ่ย่อมมีที่มาที่ไป...
บัณฑิตบ้าตัณหาผู้นี้อายุสี่สิบสามปี มีบุตรทั้งหมดหกคน
ในวัยหนุ่มก่อนหน้าที่จะได้รับตำแหน่งใหญ่เขามีอุปนิสัยลุ่มหลงหญิงงาม แอบไปมีบุตรกับอนุถึงสองคนก่อนพาเข้าจวนมาตบหน้าภรรยาเอก
ผู้มีอำนาจจะมีสามภรรยาสี่อนุมิใช่เื่แปลก ติดเพียงว่าเขาไร้คุณธรรมจนเกินไป!
เขาสังหารภรรยาเอกผู้ซื่อสัตย์ด้วยข้อหาชู้สาวอันเป็เท็จ จับถ่วงน้ำต่อหน้าบุตรชายเพียงคนเดียว ทั้งยังยกอนุขึ้นเสวยสุขบนกองเื ย่ำยีเกียรติยศของผู้วายชนม์ไม่ให้มีแม้แต่ป้ายิญญาในศาลบรรพชน
ใช่เพียงยกอนุขึ้นเป็ภรรยาเอกหลังฮูหยินตายไม่กี่วัน เขาจัดงานยิ่งใหญ่กว่าตอนรับภรรยาคนแรก จากนั้นก็รับอนุเข้าจวนอีกสอง มีบุตรตั้งสามคนกับหญิงทั้งสองในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน
สรุปว่าเขาทำหญิงสามัญชนตั้งครรภ์ก่อนมีอนุหลินเสียอีก เหตุใดบัณฑิตผู้นี้ชอบพอบุตรสาวบ้านไหนก็ไม่ไปสู่ขอให้ถูกต้องตามธรรมเนียม รอให้เื่แดงค่อยรับเข้าจวนมาดูแล
แล้วลำพังขุนนางจะเงินเดือนสักเท่าไร ความร่ำรวยของคนในตระกูลซูล้วนมาจากสินเดิมของฮูหยินซินเหยียน บุตรสาวพ่อค้าอันดับหนึ่งในเมืองหนาน
น่าเวทนามู่ซินเหยียน รักคนผิด แต่งเข้าจวนขุนนางไฉนเลยไม่ได้ดี ครอบครัวสามีตอบแทนนางด้วยการเนรคุณ สุนัขยังซื่อสัตย์เสียกว่า
เมื่อมารดาจากไป คุณชายน้อยมีชีวิตอย่างยากลำบากในฐานะลูกชัง มิได้รับความรัก เขาอาศัยอยู่เรือนเล็กอัตคัดกว่ากระท่อมบ่าวด้านหลังจวนกว้างขวาง กินอาหารอย่างจำกัดในแต่ละมื้อ ได้รับเงินเดือนน้อยที่สุดในบ้าน แม้ว่าเขาจะไม่ต้องทำงานของบ่าวทาส กลับต้องดิ้นรนหาทุกสิ่งด้วยตนเอง
เมื่อเติบใหญ่บิดาก็ลำเอียง แนะนำแม่สื่อให้หาบุตรสาวผู้ดีให้กับบุตรอนุคนแรก อนุคนที่สองสามก่อน บิดากีดกันวาสนาทุกวิถีทาง ไม่ให้เขามีทายาทก่อนบุตรของเหล่าอนุ เขาถูกพี่น้องต่างมารดารุมรังแกและเหยียดหยาม ผู้คนตราหน้าเขาว่าเป็ชายไร้น้ำยา
“แค่คิดก็สนุกแล้ว จ้างนักเขียนในเมืองสักคน คงหาเงินได้เป็กอบเป็กำ”
ภายใต้รอยยิ้มน่ากลัวของคุณหนูเสิ่น นางมองไปทางองครักษ์วัยสี่สิบ
ป๋ออวี้ดีใจจนตัวโยน ก้าวออกมาจากมุมมืดโดยมิให้คนกลุ่มใหญ่เห็น เขายกมือประสานกันข้างหน้า ก้มศีรษะขอความช่วยเหลือจากคุณหนู
เจียงป๋ออวี้เป็คนสนิทของมู่ซินเหยียน ฮูหยินคนแรกของรองเสนาบดีซูจื่อโม่
เวลานั้นคุณชายน้อยอายุเพียงห้าขวบ บิดายังเป็เพียงขุนนางระดับล่าง พาอนุเข้าจวนมาพร้อมบุตรลับ ๆ อีกสอง
คุณชายน้อยร้องไห้ขอความเป็ธรรม กอดขาบิดาไม่ให้รับอนุจนโดนลงโทษอย่างหนัก องครักษ์ส่วนตัวของฮูหยินพยายามเข้าไปขวาง ด้วยความคิดเข้าข้างตนเองว่าขุนนางซูจื่อโม่จะมีเมตตาต่อภรรยาเอกบ้าง แม้นางจะให้กำเนิดบุตรทีหลังอนุก็เป็ฮูหยินผู้ดูแลจวน แต่ไม่เลย คุณชายน้อยถูกโบยปางตาย เพิ่มโทษจากห้าไม้เป็ยี่สิบไม้ ตระกูลซูร่วมใส่ร้ายฮูหยินว่าลอบคบชู้กับองรักษ์ ขับไล่ป๋ออวี้ออกจากจวนในทันที
เรือนไม้สวยงามถูกยกให้อนุภรรยาพำนักอาศัย บุตรชายให้ไปอยู่เรือนเก่าซอมซ่อ มีบ่าวรับใช้ดูแลเพียงแค่คนเดียว ผ่านไปประมาณสักห้าปีได้ บ่าวคนนั้นตายไป มีบ่าวคนใหม่เข้ามาแทน
ป๋ออวี้ปลอมตัวเป็ชายยากจน ผมหงอกขาว อายุราว ๆ สักห้าสิบปี คอยรับใช้คุณชายอย่างระวัง มิเปิดเผยตัวตน เขาสวมหน้ากากมนุษย์ ชุดที่ทำจากหนังเหี่ยวย่นเพื่อการปลอมตัวอย่างแเี สายลับในแคว้นหนานทำมาให้เขาโดยเฉพาะ เขาจึงไม่สามารถออกตัวช่วยเหลือคุณชายน้อยได้
ไยผู้ที่ปรากฏตัวยามคับขันมักจะเป็คุณหนูตระกูลเสิ่น ราวกับว่านางเป็เทพธิดาผู้กอบกู้สถานการณ์ ป๋ออวี้รู้เื่นี้ดี
