สิงโตมักบอกว่าตัวเองหล่อเหลา เมื่อเจอกันวันนี้ หน้าตาเขาดูดีมากจริงๆ ใบหน้าคมคายและสมบูรณ์แบบ บนตัวมีรังสีที่น่าเกรงขามกระจายไปทั่ว เวลานี้ ใบหน้าที่งดงามซ่อนรอยยิ้มอวดดีเอาไว้ ชุดหรูหราบนตัวกับท่าทางที่ดูองอาจนั้นราวกับเป็ผู้ที่สูงส่งมาเยือนโลก รังสีที่ยิ่งใหญ่ปกคลุม ยิ่งไปกว่านั้น ใบหน้าของเขาเสมือนถูกแกะสลักออกมาอย่างไรอย่างนั้น เส้นชั้นตาที่ชัดเจนทำให้เห็นถึงความพอใจ
อย่างน้อยรูปโฉมตรงหน้าก็หล่อเหลามากกว่าหลงเหยียนหลายเท่า เมื่อเทียบกันแล้ว ท่าทางของราชสีห์คล้ายผู้ช่ำชองในด้านสตรี
นึกไม่ถึงว่าราชสีห์จะมีรังสีแห่งผู้ยิ่งใหญ่ปกคลุม อีกทั้งเขายังวางมาดออกมาได้เหมือนคุณชายที่ร่ำรวยและรูปงาม ส่วนหลงเหยียนริมฝีปากแดง หน้าตาหล่อเหลา สัดส่วนของใบหน้าสมบูรณ์แบบ รวมกับดวงตาที่เยือกเย็นและโปร่งใสราวกับไม่มีอะไรแอบแฝง ทว่ามองไม่เห็นก้นบึ้ง อีกทั้งยังมีริมฝีปากอันงดงามที่สตรีทุกนางเห็นเป็ต้องคลั่ง
ชายหนุ่มทั้งสองกลืนกันไม่ลง
“ไม่เลวเลย สิงโตน้อย ข้านึกไม่ถึงจริงๆ ว่าหลังจากแปลงกายแล้ว มันจะให้ความรู้สึกเช่นนี้”
สิงโตน้อยหัวเราะเสียงชั่วร้าย
“พี่เหยียน ท่านว่าหากครั้งหน้าเมิ่งเหยามาเจอข้า นางจะเกิดความรู้สึกดีๆ กับข้าหรือไม่ หากข้าสามารถเผด็จศึกได้ หึๆ สัตว์เทพอย่างข้าไม่ได้แตะต้องหญิงมานานเท่าใดกัน”
“หรือสาเหตุที่เ้าอยากแปลงกายเป็เพราะสตรีอย่างนั้นหรือ? ความคิดต่ำตมจริงๆ อีกหน่อยไปไกลๆ ข้าเสีย” หลงเหยียนพูดด้วยเสียงไม่พอใจ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นวงล้อมสมดุลที่คอของสิงโตน้อย วงล้อมที่สมบูรณ์แบบกลับทำให้เ้าหมอนี่ดูเรียบง่าย ซึ่งเป็รูปแบบของชายที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
“สิงโตน้อย คืนวงล้อมให้ข้า”
“ไม่!” ขณะที่หลงเหยียนพูด หมัดของเขาก็ชกตรงไปที่หน้าของสิงโตน้อย
ครั้งนี้ราชสีห์ไม่รีรอ ก้มหน้าหลบทันที ร่างกะพริบผ่านไป จากนั้นก็ชกตรงมาที่หลงเหยียน
“เ้านี่ กล้าสวนคืนหรือ”
ทันใดนั้น หลงเหยียนกับราชสีห์ก็เริ่มต่อสู้กัน เ้าชกข้า ข้าถีบเ้า ทว่าพวกเขาทั้งสองไม่มีใครใช้พลังปราณทั้งสิ้น เป็การต่อสู้ที่ไม่ได้ใช้ทักษะการต่อสู้ กลับเป็แรงกายล้วนๆ ทั้งสองนอนลงบนพื้นด้วยสภาพน่าอนาถ หายใจเหนื่อยหอบ
มองสภาพของราชสีห์ในตอนนี้ ใบหน้าเขียวบวม บ้างก็เป็สีม่วง ความหล่อเหลาหายไปหมดแล้ว
หน้าทางซ้ายของหลงเหยียนก็นูนขึ้น ไม่เพียงแค่นั้น ดูเหมือนสภาพเขายังหนักกว่าราชสีห์อีก
“พี่เหยียน ท่านเป็คนที่ไม่มีคุณธรรมเลยแม้แต่น้อย เห็นสหายหล่อกว่าตนไม่ได้!”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” ไม่เพียงแค่หลงเหยียนไม่โกรธ กลับยังหัวเราะอย่างชอบใจ
…
“สิงโตน้อย การที่เ้าแปลงกายนั้น จำเป็ต้องใช้สมุนไพรมาช่วยมากมาย วางใจเถอะ ข้าจะพยายามช่วยหามาให้ รอวันรุ่งขึ้นเราไปเมืองหยุนจงกัน ไม่ว่าอย่างไรข้าก็เหลือเวลาตั้งสามวัน เราไปหาพวกร้านค้าหรืออะไรทำนองกัน ดูสิว่าจะมีสมุนไพรหรือไม่ จะได้เอามาช่วยให้เ้าแปลงกายได้ต่อ”
หลงเหยียนทำหน้าจริงจัง เป็เหตุให้ราชสีห์ตื้นตันขึ้นมาทันที ระหว่างบุรุษด้วยกัน บางครั้งก็ไม่ได้มีแค่ดื่มและกินเท่านั้น หากอยากเพิ่มความแน่นแฟ้น บางครั้งก็ต้องใช้หมัดและเท้าช่วยเช่นกัน หลังต่อยตีกันแล้ว ความสัมพันธ์จะแน่นแฟ้นมากขึ้น
“พี่เหยียน ท่านดีต่อข้ามากจริงๆ”
หลงเหยียนโอบไหล่เขาไว้ “หากอีกหน่อยเ้าใช้ใบหน้านี้ไปพบผู้คน แล้วข้าควรทำอย่างไร สำนักตงฟางต้องไม่ยอมให้ข้าเก็บเ้าไว้แน่”
“ข้ามีวิธีดีๆ อยู่ ข้าจะแปลงกายเป็คนต่อเมื่ออยู่กับเ้าเท่านั้น หากมีคน ข้าค่อยแปลงกายกลับมาเป็สิงโตน้อยดังเดิม”
“อืม วิธีนี้ไม่เลว หากเป็ไปได้ ข้าอยากลองให้เ้าไปสำนักหยุนเฟิงดูหน่อย หากเ้าเข้าไปที่นั่นได้คงเป็เื่ที่ดียิ่ง พวกเราสหายรักเติบโตในเมืองหยุนจงไปด้วยกัน”
สิงโตน้อยพยักหน้า
จากนั้นหลงเหยียนก็ะโขึ้นเตียงนอน “ดี เช่นนั้นพักผ่อนเถอะ วันนี้เ้านอนพื้นได้เลย”
สิงโตน้อยแสดงสีหน้าน้อยใจ…
วันที่สองกำลังจะมาถึง หลงเหยียนสืบข่าวในเมืองหยุนจงกับหลิงเทียนอวี่ ที่ใดมีตลาดที่คล้ายตลาดอู่จี้ฟาง หลงเหยียนอยากลองไปดูสักหน่อย
เขารู้จากหลิงเทียนอวี่มาว่า ทางเหนือของเมืองหยุนจงมีตรอกซอยที่ชื่อซอยซูฮวาตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของสำนักจิ่วเทียนซวน ที่นั่นมีตลาดแห่งหนึ่ง เป็สถานที่รวมตัวของผลิญญา หญ้าวิเศษ และอาวุธหลากหลาย
คนส่วนใหญ่มักเข้าไปเลือกจากที่นั่น!
ไม่นาน หลงเหยียนพาสิงโตน้อยออกจากเมืองอู่ตี้ ก่อนจากไป หลิงเทียนอวี่เตือนกับหลงเหยียนหนึ่งสิ่ง ไม่ว่าจะทำอะไรต้องระมัดระวัง ในซอยซูฮวาเป็ที่รวมตัวของยอดฝีมือมากมาย หลงเหยียนพยักหน้ารับ เขารู้เื่นี้อยู่แล้ว
…
ซอยซูฮวา สองข้างทางเรียงรายไปด้วยข้าวของมากมาย ถนนกว้างสิบเมตร และยาวจนไม่เห็นปลายทาง สองข้างทางเต็มไปด้วยข้าวของที่หลากหลาย เพียงมองดู หลงเหยียนก็รู้สึกตาลายแล้ว สิงโตน้อยแปลงกายเป็มนุษย์ เดินไปตามทางพร้อมหลงเหยียน
ถึงแม้รูปร่างหน้าตาดูดี ทว่าทุกครั้งที่รอบตัวของสิงโตน้อยเจอกับหญิงงาม หรือเป็คุณหนูจากตระกูลใหญ่โต เขาก็จ้องตาโตทันควัน
หลงเหยียนจำภาพบรรยากาศตอนไปตลาดอู่ตี้ฟางกับหยุนฉีเป็ครั้งแรกได้ดี และเกรงว่าที่นี่คงใหญ่กว่ามากนัก
ในนั้นยังมีร้านค้ามากมาย เถ้าแก่และคนงานในร้านล้วนมีพลังระดับชีพธรณีเป็อย่างน้อย ทำให้หลงเหยียนเห็นแล้วรู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก
“พี่เหยียน คาดว่าเื้ัคนพวกนี้ต้องมีตระกูลใหญ่หรือมหาอำนาจคอยสนับสนุนเป็แน่ ระดับพลังของคนพวกนี้ถึงได้แข็งแกร่งเช่นนี้”
“คงใช่ ฉะนั้นพวกเราต้องพยายามผลักดันให้พละกำลังของตนเพิ่มขึ้นโดยเร็ว สำนักจิ่วเทียนซวนยังอยู่ในขอบเขตการปกครองของตระกูลอู่ตี้ ยังนับว่าปลอดภัย”
ผู้คนรอบข้างมักมองหลงเหยียนและสิงโตน้อยด้วยสายตาประหลาด ทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์เป็พักๆ “เหตุใดที่นี่ถึงมีคนระดับชีพัขั้นที่แปดด้วยละ ไม่กลัวตายเอาเสียเลย”
“นั่นสิ อาจเป็ผู้ฝึกยุทธ์อสูรกระมัง คงมีพละกำลังอยู่บ้าง!”
“เ้าซ่ง เหตุใดชายผู้นั้นถึงไม่มีรังสีพลังของผู้ฝึกยุทธ์เลยแม้แต่น้อย กลับมีกลิ่นอายของปีศาจอสูรที่น่ากลัว น่าประหลาดจริงๆ”
“ข้าเองก็ไม่รู้ โลกนี้กว้างใหญ่ เื่ประหลาดมีมากมาย ไม่แน่เขาอาจถูกปีศาจอสูรเลี้ยงจนโตก็ได้ พอแล้ว พอแล้ว ข้าไม่อยากเดาสุ่มสี่สุ่มห้ากับเ้าแล้ว ข้าต้องกลับไปกระชับความสัมพันธ์กับแม่นางน้อยของข้าก่อน”
คนที่ถูกเรียกว่าเ้าซ่งเป็คนสายตาสั้น การมองเห็นของเขาต่างจากคนอื่น เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนั้น คนอื่นก็หัวเราะขึ้นมาทันที
“ได้ยินมาว่าตอนนั้นเ้าซ่งใช้หยกิญญาห้าสิบชิ้นในการซื้อตัวมาจากหอไถหงส์ นามว่าหรงเอ๋อ เมื่อก่อนนางเป็จุดเด่นในนั้นเลยละ วรยุทธ์ไม่เลวเลย โดยเฉพาะปาก แม่นางนั้นสกุลหม่า มีชื่อเสียงในถนนซูฮวามากเชียวละ”
พวกเขาพากันหัวเราะ สายตาส่อความบ้ากามและความโลภออกมา ทำให้เ้าซ่งรู้สึกไม่ค่อยพอใจ
เวลานี้เอง หลงเหยียนบิดหูสิงโตน้อยแล้วพูดด้วยความโมโห “รีบเดินหน่อย พวกเราไม่ได้มาเล่น”
เมื่อพูดจบ ทั้งคู่ก็เดินมาถึงด้านหน้าร้านค้าแห่งหนึ่ง ในมือกำลังถือเต่าที่ยังมีชีวิตอยู่ ทันใดนั้น บนตัวเต่าก็แผ่ความเยือกเย็นออกมา
หลงเหยียนสะดุ้งเฮือก
“เ้าหนุ่ม สายตาเฉียบคมเหมือนกันนี่ นี่คือเต่าซวนปิง เป็ิญญาปีศาจระดับมายาขั้นที่หนึ่ง มันสามารถช่วยเราเฝ้าสมบัติ หากซื้อมันไป เมื่อเ้าต่อสู้กับศัตรู มันสามารถปล่อยรังสีความเย็นออกมาช่วยเ้าผนึกศัตรูให้กลายเป็น้ำแข็ง หากเ้า้า ข้าจะลดราคาให้ คิดแค่หยกิญญาหนึ่งร้อยชิ้นก็พอ”
--------------------
