เฉินเฟิงไม่สนใจว่าฉู่ปี้ชิงจะยินยอมหรือไม่ เขาเริ่มปลดปล่อยพลังและทำการถ่ายโอนอายุขัย ส่งอายุขัยสองพันปีให้เธอ
หลังจากลงมือเสร็จ เฉินเฟิงค่อยๆ หันไปพูดกับจ้าวไห่ถัง
"ตระกูลของเ้าและตระกูลเย่ถือเป็สองตระกูลที่จงรักภักดีต่อข้ามากที่สุด ข้าเป็คนรู้จักการตกรางวัลและลงโทษให้ทุกคนอย่างเหมาะสม
ในเมื่อตอนนี้ข้าลงโทษตระกูลฉู่ผู้ไม่ภักดีเสร็จแล้ว งั้นก็ถึงคราวต้องให้รางวัลพวกเ้าบ้าง
อย่างแรก ตระกูลทั้งสองของพวกเ้าจะได้รับหุ้นห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์คืนเหมือนอย่างก่อน
ส่วนอีกห้าตระกูลจากเก้าตระกูลใหญ่ที่เหลือ ณ ที่นี้ แม้เพิกเฉยต่อข้า แต่ข้าจะยอมละเว้นโทษฆ่าล้างตระกูลให้พวกเ้า ทว่าย่อมต้องมีการชดเชยเป็สินทรัพย์บ้างอะไรบ้าง
แต่ละตระกูลของพวกเ้า จงนำหุ้นจำนวนยี่สิบเปอร์เซ็นต์มาถวายข้า หากไม่เช่นนั้น...
พวกเ้าจะประสบชะตากรรมเดียวกันกับตระกูลฉู่!"
สิ้นประโยค สายตาอันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจของเฉินเฟิงก็กวาดผ่านใบหน้าของผู้เฒ่าแต่ละตระกูลไปทีละคน ทำให้พวกเขาต่างก้มหน้าลง นึกย้อนเสียใจที่ไม่ไปรอต้อนรับเขาอย่างเหมาะสมในตอนแรก
ตอนนี้พวกเขารู้สึกเสียใจเป็อย่างยิ่ง!
ถ้ารู้อย่างนี้ น่าจะไปคารวะเฉินเฟิงเหมือนที่ปู่ทวดใหญ่ของตระกูลจ้าวกับตระกูลเย่ั้แ่วันนั้นจะดีกว่า
แบบนั้นก็จะได้รับหุ้นห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์จากมือของเฉินเฟิงคืนด้วย
แต่ในโลกนี้ไม่มียารักษาความเสียใจ เมื่อตัดสินใจย่างก้าวพลาดไปแล้ว พวกเขาก็ต้องทนกับผลที่ตามมา โดยมีหุ้นจำนวนยี่สิบเปอร์เซ็นต์เป็ค่าเสียหาย!
เฉินเฟิงไม่รอฟังคำตอบจากจ้าวไห่ถัง และหันไปพูดกับฉู่ปี้ชิงที่ยังพยายามขัดขืนชะตากรรมอยู่ที่เดิม
"ข้าคิดว่าเ้าคงยังไม่เชื่อว่าตนเองเป็เมิ่งตงเสวียกลับชาติมาเกิด งั้นข้าจะพาเ้าไปพิสูจน์ที่ตระกูลตู้เอง
ตระกูลตู้ในฐานะตระกูลที่ข้าดูแลโดยตรง กลับกล้าไม่ยอมมาต้อนรับข้า ถ้างั้นพวกนั้นคงต้องเตรียมตัวโดนล้างตระกูลเช่นกัน!"
น้ำเสียงที่เฉินเฟิงใช้นั้นเ็าเป็พิเศษ
ราวกับจักรพรรดิาที่ประกาศว่าหากเหล่าองค์ชายไม่เชื่อฟัง หรือแม้กระทั่งคิดชิงราชสมบัติก็จะถูกปะาโดยไม่มีการอภัยโทษ
ข้าอาจจะสละบัลลังก์ให้เ้าได้โดยสมัครใจ แต่ถ้ายังไม่ได้รับราชโองการ พวกเ้าก็ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง!
ผู้าุโสูงสุดของตระกูลตู้ที่ชื่อตู้ช่านผู้เสียชีวิตไปคนนั้นคือบุตรชายคนสุดท้องของเฉินเฟิงเมื่อครั้งที่เขายังเป็ตู้เยว่ยง!
หากตู้ช่านยังมีชีวิตอยู่ ตระกูลตู้คงไม่กล้าฝ่าฝืนคำสั่งหรือตราประทับของตู้เยว่ยงเป็แน่
น่าเสียดายที่ตู้ช่านเพิ่งจะสิ้นอายุขัยลงไปเมื่อไม่กี่วันก่อน คนรุ่นหลังของตระกูลตู้จึงไม่ได้ให้ความเคารพยำเกรงตู้เยว่ยงมากนัก
พวกเขาจึงไม่อาจยอมรับเื่ที่คนนอกตระกูลอย่างเฉินเฟิงจะเข้ามามีอำนาจเหนือพวกเขาได้
แต่เดิม แม้ตระกูลตู้จะไม่ยอมรับเฉินเฟิงในฐานะผู้าุโ เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
ลูกหลานทุกคนมีบุญวาสนาของใครของมัน ตอนนี้เขาคือเฉินเฟิงไม่ใช่ตู้เยว่ยง เขาจึงเกียจคร้านเกินกว่าจะสอดมือไปยุ่งกับเื่ภายในตระกูลตู้
ทว่า
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตระกูลตู้ก็ไม่ควรกักตัวหลินว่านชิงเอาไว้
หลินว่านชิงเป็ใคร?
ไม่ต้องพูดถึงตำแหน่งหัวหน้าตระกูลหลินแห่งฉางอันในชาติภพปัจจุบัน แค่ฐานะเมิ่งตงเสวียจากอดีตชาติ เธอก็ถือเป็ผู้าุโตระกูลตู้แล้ว
แต่ตู้เทียนเต๋อผู้เป็เหลนกลับกล้ากระทำการล่วงเกินหลินว่านชิง ส่งผลให้เฉินเฟิงจำเป็ต้องลงโทษเหล่าลูกหลานอกตัญญูพวกนี้เสียหน่อย
"ไม่นะ...นี่แกจะให้ฉันอยู่กับความรู้สึกผิดและความโศกเศร้าเสียใจที่รักษาชีวิตไว้ได้ พร้อมกับอายุขัยของคนตระกูลฉู่ห้าสิบสี่คนตลอดสองพันปีงั้นเหรอ
ฉันไม่มีทางไปตระกูลตู้กับแกหรอก ตู้เทียนเต๋อประมุขรุ่นเยาว์ของตระกูลตู้มักคอยจับตาดูฉันตลอด ถ้าไปก็เหมือนฉันโยนตัวเองเข้าปากเสือ!
ฉันขอตายดีกว่าไปตระกูลตู้..."
พอเห็นเฉินเฟิงกำลังยื่นมือมาดึงตัวเธอ ฉู่ปี้ชิงถึงกับร้องไห้โวยวายปฏิเสธออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ฉู่ปี้ชิงมีขวัญสามขวัญซึ่งมากกว่าหลินว่านชิงและเฉินเจียเหยา ดังนั้นเธอจึงมีชีวิตยืนยาวกว่าใครอื่น สามารถอยู่ได้ถึงอายุสามสิบสามปี
แต่ตอนนี้เธออายุสามสิบสองแล้ว เท่ากับว่าเธอเหลือเวลาอีกแค่ปีเดียวเช่นกัน
แต่หลังจากที่เฉินเฟิงถ่ายโอนอายุขัยสองพันปีให้เธอ แต่กลับพบว่า เธอเพียงแค่กลับไปมีร่างกายเหมือนวัยสิบแปดปีเท่านั้น
หาได้มีอายุขัยเพิ่มขึ้นจริงๆ ไม่
"ดูท่าคงต้องเชื่อมโยงชะตากรรมของทั้งสามคนเข้าด้วยกันก่อน เพื่อให้ิญญาหลักสามดวงและขวัญเจ็ดขวัญกลับมารวมกัน แล้วจากนั้นอายุขัยสองพันปีจึงจะมีผล"
มือของเฉินเฟิงก็ยังคงจับมือเนียนผ่องของฉู่ปี้ชิงที่กลายเป็สาวน้อยไปแล้วไว้แน่นในขณะที่กำลังครุ่นคิด
ตอนนี้แม้ฉู่ปี้ชิงจะอยากฆ่าตัวตาย ก็ทำไม่ได้แล้วเมื่อถูกเฉินเฟิงจับมือเอาไว้
ขณะเดียวกัน ณ หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลฉู่ แก๊งสาวงามหกคนแก๊งเดิมที่รอต้อนรับเฉินเฟิงที่สนามบินก็เดินทางมาถึงพอดี
"พี่ชิงเยว่ คิดว่าพวกเราควรจะเข้าไปอวยพรดีไหมอะ"
จูเซียวเซียวบุตรสาวตระกูลจู มองไปที่เย่ชิงเยว่จากตระกูลเย่พลางถามด้วยความลังเล
สาวงามคนอื่นพากันมองเย่ชิงเยว่ด้วยสายตาคาดหวัง เพราะเธอถือเป็พี่ใหญ่ในกลุ่ม
"ปู่หรือทวดของพวกเราเขาก็อยู่ในงานกันหมด เราจะเข้าไปหรือไม่ก็ไม่เป็ไรหรอก..."
เย่ชิงเยว่ยังคงคิดถึงภาพที่เฉินเฟิงซ้อนมอเตอร์ไซค์จ้าวไห่ถังอยู่ พลางพูดขึ้นอย่างเหม่อลอย
แทบจะในทันที โทรศัพท์มือถือของเย่ชิงเยว่ดังขึ้น เธอกดรับสายแล้วได้ยินเสียงจากปลายสายพูดขึ้นมาว่า
"ชิงเยว่ ตอนนี้หนูอยู่ไหน รีบมาขอบคุณคุณหลี่ซะ...เขาตกลงจะคืนหุ้นของบริษัทตระกูลให้ตระกูลเย่ของเราแล้ว"
ปรากฏว่าปลายสายคือปู่ทวดของเย่ชิงเยว่ เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามกดให้ต่ำเพราะความตื่นเต้น
"ได้เลยค่ะท่านทวด! พวกหนูมากันหลายคนอยู่ข้างนอกตระกูลฉู่แล้ว กำลังลังเลอยู่ว่าจะเข้าไปร่วมงานเลี้ยงดีไหม..."
เย่ชิงเยว่ได้ฟังก็มีสีหน้าดีใจปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงาม
"หนูต้องรีบตัดขาดความสัมพันธ์กับเด็กสาวจากตระกูลอื่นให้ไวเลยนะ ผู้าุโของพวกเธอถูกเรียกหุ้นเพิ่มยี่สิบเปอร์เซ็นต์เพราะพวกเขาเผลอตัวไม่เคารพคุณหลี่!"
ทวดเย่เตือนอย่างร้อนรนพลางแอบชำเลืองมองผู้าุโจากตระกูลอื่น
เนื่องจากโทรศัพท์ของเย่ชิงเยว่เปิดลำโพงค้างไว้ บรรดาสาวๆ ทั้งอีกห้าคนที่ได้ยินไปด้วยต่างใไปตามๆ กัน
ทันใดนั้นเอง โทรศัพท์ของพวกเธอก็ดังขึ้นพร้อมๆ กันหมด เมื่อพวกเธอกดรับสาย...
ทุกคนต่างได้รับแจ้งเตือนพร้อมๆ กัน ไม่ว่าพวกเธอจะอยู่ไหนก็ตาม ให้รีบกลับมาขอขมาเฉินเฟิงที่ตระกูลฉู่ทันที ไม่งั้นตระกูลของพวกเธอที่อยู่ในขั้นวิกฤติอาจต้องล่มสลายไป
"เข้าไปเหอะ...ฉันต้องไปขอบคุณ ส่วนพวกเธอดูแล้วคงต้องไปขอโทษ
สมัยโบราณ เราก็เป็แค่ตัวประกันเพื่อผูกไมตรี อยากโทษก็ต้องโทษที่ปู่หรือทวดของพวกเธอเลือกข้างไม่ถูกเอง..."
เย่ชิงเยว่เก็บโทรศัพท์ลงก่อนจะหันไปบอกน้องสาวทั้งห้าคนด้วยอย่างกระอักกระอ่วน
"พี่ชิงเยว่ พี่ต้องช่วยพวกเรานะ...จ้าวไห่ถังอยู่ข้างเฉินเฟิงั้แ่แรก เธอคงได้หุ้นของตระกูลจ้าวกลับไปแล้ว
เฉินเฟิงคนนั้นถึงกับคืนหุ้นห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์คืนให้ พร้อมกับให้พวกเราห้าตระกูลแต่ละตระกูลต้องจ่ายหุ้นเพิ่มอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์คำนวณเก๊งเก่ง"
จูเซียวเซียวเกือบร้องไห้ เธอพูดเสียงดังไม่รู้จะใช้คำไหนมาอธิบายสถานการณ์นี้ดี
เสียงของเธอดังก้องไปถึงด้านในตระกูลฉู่จนถูกเฉินเฟิงได้ยินเต็มสองหู
เขาจำเสียงของจูเซียวเซียวได้เพราะเมื่อเธอเพิ่งแนะนำตัวเองตอนอยู่สนามบิน
ทันใดนั้น
สายตาเฉียบคมของเฉินเฟิงย้ายไปยังผู้าุโตระกูลจู พลางพูดกับเขาเบาๆ
"ตระกูลจูแห่งโม๋ตูเป็สาขาย่อยของตระกูลจูแห่งจากเมืองหลวงสินะ ใช่สืบเชื้อสายมาจากจูหยุนเหวินหรือเปล่า"
แม้ผู้าุโตระกูลจูมีอายุเกือบเก้าสิบแล้วก็ตาม แต่เมื่อเขาได้ยินคำถามของเฉินเฟิงก็รีบพยักหน้าโน้มกายตอบ
"ใช่แล้วครับ พวกเราตระกูลจูในเมืองโม๋ตูแห่งนี้สืบทอดสายเืมาจากราชวงศ์ิ!
เป็สายตระกูลเดียวกับตระกูลจูแห่งเมืองหลวง พวกเราล้วนเป็ตระกูลที่สืบทอดมาจากจักรพรรดิเจี้ยนเหวิน [1] ด้วยกันทั้งนั้นครับ"
เชิงอรรถ
[1] จักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ิ
