หลังจากที่เฉินเฟิงได้รับความรู้วิชาเซียนเพื่อการมีชีวิตะ เป้าหมายของเขาก็ไม่ใช่เป็เพียงแค่การยืนอยู่บนจุดสูงสุดแห่งวิชาศิลปะการป้องกันตัวอีกต่อไป หากแต่เขากลับใฝ่ฝันถึงการก้าวเดินบนเส้นทางเซียนเสียมากกว่า
การแสวงหาทรัพย์สินเงินทองกลายเป็เพียงเป้าหมายปลีกย่อยไปเสียแล้ว
ถึงอย่างไร เขาก็เคยครองตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับสี่ของโลกมาแล้วก่อนจะย้อนเวลากลับมา
เป้าหมายสูงสุดของเขา ณ ขณะนี้คือการพาครอบครัวไปใช้ชีวิตตามใจอยากและมีชีวิตที่ยืนยาว
แต่น่าเสียดายนัก ดูเหมือนว่าจะเป็เพราะเขาดำรงอยู่ในโลกคู่ขนานเมื่อครู่ไม่นานพอ
เพราะไม่ว่าเฉินเฟิงจะพยายามนึกทบทวนรายละเอียดของวิชาเซียนมากเท่าไหร่ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถจำอะไรได้เลย
ด้วยเหตุนี้ เฉินเฟิงผู้เพิ่งเอ่ยวาจาอย่างกระปรี้กระเปร่าเมื่อครู่จึงได้แต่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา
"น่าเสียดาย น่าจะได้อยู่ในโลกคู่ขนาดนั้นให้นานกว่านี้สักหน่อย ่เวลามันสั้นเกินไปจนผมไม่สามารถจำอะไรได้เลย"
หลังจากนั้น เฉินเฟิงจึงลองสื่อสารกับระบบผ่านความคิด
‘ทำไมครั้งนี้ผมได้อยู่ในโลกฝั่งนู้นแค่ไม่กี่ชั่วโมงเองล่ะ? แถมคราวนี้เวลาในโลกความเป็จริงก็ไม่คลาดเคลื่อนกันด้วย’
ระบบรีบให้คำอธิบายทันทีที่ได้รับคำถามจากเฉินเฟิง
[เนื่องจากโลกคู่ขนานที่โฮสต์เพิ่งไปััมานั้นไม่มีอยู่จริง
ในบรรดาโลกคู่ขนานทั้งหลาย ไม่เคยมีตัวตนของเฉินเฟิงในลักษณะนี้ดำรงอยู่จริง
โลกนั้นเป็เพียงโลกเสมือนที่ระบบสร้างขึ้นชั่วคราวโดยอ้างอิงจากนิยายของจ้าวฉินเสวียที่โฮสต์ได้อ่านเมื่อก่อนหน้านี้
ด้วยเหตุนี้เอง เวลาในโลกคู่ขนานแห่งนั้นและโลกความเป็จริงจึงไม่คลาดเคลื่อนจากกัน]
หลังจากเฉินเฟิงรับฟังคำอธิบายของระบบจนจบ เขาก็พูดกับหลินชิวหยุนด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง
"เฮ้อ... ผมเพิ่งพูดถึงเื่การบำเพ็ญตนไปหยกๆ แต่น่าเสียดายที่ผมจำอะไรในฝันนั้นไม่ได้เลย คิดซะว่าเมื่อกี้ผมพูดล้อเล่นก็แล้วกัน
เอาละ พวกเราไปร่วมงานเลี้ยงฉลองกันดีกว่า งานสำคัญๆ แบบนี้จะขาดผมไปได้ยังไง..."
กล่าวจบ เฉินเฟิงก็จับมืออันแสนบอบบางของหลินชิวหยุนแล้วก้าวเดินออกจากห้องพักไปพร้อมกัน
ณ เวลานี้ ภายนอกกำลังจัดงานเลี้ยงฉลอง
อย่างไรก็ตาม บริษัทอสังหาริมทรัพย์เฟิงฮวาเจว๋ต้ายก็สามารถทำกำไรเป็เงินสดได้มากกว่าหนึ่งพันล้านด้วยโครงการอสังหาริมทรัพย์แถบชานเมืองแห่งนี้เพียงแห่งเดียว
เหล่ากรรมกรจากแถบชนบทเหล่านี้ แม้จะแต่งกายดูไม่ค่อยมีราคา แต่เมื่อพูดถึงเื่การซื้อบ้านแล้ว ส่วนใหญ่พวกเขามักจ่ายเงินเต็มจำนวน แทบไม่มีใครต้องพึ่งพาเงินกู้จากสถาบันการเงินเลย
ทันทีที่เฉินเฟิงและหลินชิวหยุนปรากฏตัวขึ้นในงาน พิธีกรในงานเลี้ยงก็รีบส่องไฟสปอตไลท์ไปที่เขาทันที พร้อมทั้งเป็ผู้นำในการปรบมือและประกาศด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
"ขอเชิญทุกท่านร่วมกันปรบมือต้อนรับคุณเฉินเฟิง ท่านประธานแห่งเฟิงฮวาเจว๋ต้ายกรุ๊ป เพื่อให้เขาแบ่งปันเคล็ดลับแห่งความมั่งคั่งที่สามารถสร้างเม็ดเงินนับสิบล้านจากมือเปล่าภายในระยะเวลาเพียงห้าเดือนกันครับ"
เฉินเฟิงแอบหัวเราะนิดหน่อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น เพราะเขานอนหลับใหลไม่ได้สติตลอดห้าเดือนที่ผ่านมา สิ่งเดียวที่เขาทำก็มีเพียงการลงทุนเป็เงินจำนวนหนึ่งร้อยล้านในเฟิงฮวาเจว๋ต้ายกรุ๊ปเท่านั้น
ผู้บริหารจัดการงานในเครือตัวจริงคือหลิ่วอีอีต่างหาก
อย่างไรก็ตาม การที่หลิ่วอีอีสามารถบริหารงานกลุ่มบริษัทได้อย่างราบรื่นเช่นนี้ ก็เห็นได้ชัดว่าเป็ผลมาจากเครือข่ายความสัมพันธ์ที่เฉินเฟิงมีอยู่เื้ัด้วยเช่นกัน
ถึงอย่างไร เฉินเฟิงก็ได้ลงนามในข้อตกลงการเดิมพันกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำอย่าง เฉียนต๋า ปี้หลงเยี่ยน ปี้ตี้ ถางเฉิน รวมทั้งถือหุ้นในบริษัทเ่าั้เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
เฉินเฟิงไม่รับไมโครโฟน แต่ใช้เคล็ดวิชาราชสีห์คำรนส่งเสียงก้องกังวานออกมาตรงๆ
"ขอขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่ามาร่วมงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของบริษัทอสังหาริมทรัพย์เฟิงฮวาเจว๋ต้ายของผม
ความจริงแล้ว ตลอดห้าเดือนที่ผ่านมานี้ผมกำลังนอนหลับใหลไม่ได้สติ ผู้จัดการดำเนินงานบริหารในบริษัทตัวจริงคือหลิ่วอีอี ภรรยาสุดที่รักของผมเองครับ
ผมเพียงแค่วางรากฐานเครือข่ายความสัมพันธ์และระดมทุนให้เธอเพียงอย่างเดียว คนที่มีความสามารถแท้จริงคือตัวเธอนั่นเอง"
เฉินเฟิงยกความดีความชอบทั้งหมดให้เป็ของหลิ่วอีอี โดยไม่อวดอ้างชื่อเสียงให้ตนเองแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตาม ทางด้านหลิ่วอีอีก็รีบคว้าไมโครโฟนและประกาศกร้าว
"การที่ฉันสามารถบริหารเฟิงฮวาเจว๋ต้ายกรุ๊ปจากบริษัทขนาดเล็กให้เติบโตกลายเป็บริษัทเครือั์ใหญ่ที่มีมูลค่ากว่าห้าพันล้านหยวนได้ในระยะเวลาเพียงห้าเดือนนี้
ไม่ใช่เพราะความสามารถของฉันเพียงอย่างเดียว แต่เป็เพราะเส้นสายของสามีฉัน บริษัทพันธมิตรหลายรายต่าง้าให้เกียรติเขา
บริษัทเ่าั้จึงเข้ามาร่วมมือกับบริษัทในเครือที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ของเราอย่างจริงจัง ส่งผลให้ธุรกิจของเราสามารถพัฒนาได้อย่างก้าวะโอย่างที่ทุกท่านได้ประจักษ์"
