จีอู๋ซวงโหยหวน หน้าตาสง่างามแพรวพราวที่เหมือนสุนัขจิ้งจอกของเขา เมื่อบ่นน้อยใจก็ยังมีเอกลักษณ์เป็ของตนเอง
ฮวาเหยียนเหลือบมองดวงตาที่จ้องจนตาเขียวคู่นั้นพลางรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง นางก็มิได้ใช้กำลังมากมายอันใดเสียหน่อย
“ไม่ชดเชยก็มิเป็ไร แม่นางเหยียน เช่นนั้นเ้าแนะนำนักปรุงยาเปี่ยมพร์ผู้นั้นให้ข้าแทน ดีหรือไม่?”
“เฮอะ...”
เมื่อรู้ว่าเขายังคงยึดติดถึงเื่นี้ ฮวาเหยียนก็เหยียดนิ้วออกก่อนจะโบกมือไปมา เป็เชิงว่าไม่มีทาง
อีกด้านหนึ่ง หยวนเป่าก็แอบเขียนคำลงบนฝ่ามือของฮวาเหยียนอย่างเงียบเชียบ ฮวาเหยียนเข้าใจในทันที ดวงตาแมวหรี่ลง “ได้ยินว่าตอนข้าออกไปจากร้าน ท่านจัดการประมูลเล็กๆ ขึ้น ทั้งฉุกเฉินและรวดเร็วเป็อย่างยิ่ง ท่านนำโอสถที่ข้าขายให้ออกไปประมูลใช่หรือไม่?”
“อ้อ...มีเื่เช่นนั้นเกิดขึ้นจริงๆ”
จีอู๋ซวงพยักหน้า เขามิได้ปฏิเสธ แต่ถึงจะปฏิเสธไปก็ไม่มีประโยชน์ เื่นี้เป็เื่ที่แค่สอบถามก็ย่อมทราบได้
“ข้าได้ยินมาว่าท่านขายได้เงินมามิน้อยเลย จีอู๋ซวง นับว่าข้ามองไม่ออกจริงๆ ว่าท่านจะชั่วร้ายได้ถึงเพียงนี้ ยามข้าเสนอราคาให้แก่ท่าน ข้ายังคิดว่าท่านช่างเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา ทว่าที่แท้แล้วจิตใจท่านกลับดำไปถึงกระดูก แค่พลิกฝ่ามือก็ทำกำไรได้มากกว่าสามถึงสี่เท่า”
“แม่นางเหยียน คำพูดนี้ของเ้าออกจะ...”
ได้ยินฮวาเหยียนกล่าวโดยใช้เหตุผลกับเขา ชายหนุ่มก็พ่นเสียงหัวเราะเ็า เขาดึงพัดออกมาจากด้านหลังคอเสื้อแล้วกางออก เกิดเป็ภาพที่งดงามยิ่ง ก่อนจะได้ยินเขากล่าวว่า “มิเช่นนั้นข้าจะเป็พ่อค้าได้อย่างไร ทว่าข้าดีกับแม่นางเหยียนแล้วจริงๆ ราคาของเ้าสูงลิบ เมื่อเทียบกับคนอื่นแล้ว พวกเขาได้ราคาเพียงครึ่งหนึ่งของเ้า”
สิ่งที่เขาพูดนั้นเป็ความจริง
อีกทั้งยามที่เขาเสนอราคาให้กับฮวาเหยียน นางเองก็พึงพอใจเช่นกัน
“ย่อมได้ เช่นนั้นคราหน้าที่ข้าขายโอสถให้แก่ท่าน ข้าจะไม่ขายให้ท่านโดยตรง แต่ข้าจะจัดประมูลขึ้นมาด้วย ในต้าโจวนี้มีคนรวยมากมาย ทว่าของดีกลับมีไม่มาก”
เมื่อจีอู๋ซวงได้ยินคำพูดของฮวาเหยียน หัวใจของเขาพลันเต้นผิดจังหวะ ชายหนุ่มโน้มตัวไปตรงหน้าฮวาเหยียน ก่อนเอ่ยว่า “แม่นางเหยียน เ้ายังมีโอสถอื่นอีกหรือ?”
ดวงตาคู่นั้นร้อนระอุ ฮวาเหยียนรู้สึกว่าอีกครู่หนึ่งเขาจะจู่โจม
“มีไม่น้อยเลยทีเดียว”
ฮวาเหยียนเลิกคิ้ว น้ำเสียงของนางไม่อาจซ่อนความอันธพาลเอาไว้ได้ ทั้งยังแฝงความอวดดีเอาไว้ด้วย
ทว่านางก็มีไม่น้อยเลยจริงๆ บุตรชายของนางคือนักปรุงยาอัจฉริยะ ขอแค่มีวัตถุดิบ จะมียาใดที่กลั่นออกมาไม่ได้เล่า?
นั่นเป็เงินจำนวนมหาศาลเชียวนะ
หึๆๆๆ...
คิดถึงฉากที่นางจมลงไปในกองขุมทรัพย์ทองคำและเงิน ฮวาเหยียนก็อยากจะหัวเราะออกมาเสียงดังแล้ว
การเจรจาตลอดไม่กี่วันที่ผ่านมา จีอู๋ซวงพบว่าสตรีผู้นี้มิใช่คนประเภทขี้โม้โอ้อวด เขาสนใจในตัวแม่นางผู้นี้ และที่สนใจยิ่งกว่าคือนักปรุงยาอัจฉริยะที่อยู่เื้ันาง ทว่าเขาก็หาทางออกได้แล้วเช่นกัน แม่นางผู้นี้คล้ายว่าจะเป็ทาสของเงิน
ในเมื่อนางพูดออกมาเช่นนี้ ย่อมหมายความว่า...
“แม่นางเหยียน เงินที่ได้จากการประมูลเมื่อสักครู่ ข้าแบ่งให้เ้าหนึ่งส่วนจากสิบส่วนดีหรือไม่?”
จีอู๋ซวงลองโยนเหรียญถามทาง
เขาคิดว่าฮวาเหยียนจะตอบตกลงทันที แต่พริบตาต่อมากลับเห็นนางโบกมือส่ายหัว ก่อนเอ่ยว่า “มิจำเป็ ข้าขายให้ท่านในราคานั้นไปแล้ว เงินที่ท่านขายได้ย่อมเป็ของท่าน แม้ข้าจะอิจฉาตาร้อน แต่ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะถามหาเงินจากท่านอีก ขายไปแล้วก็คือขายไปแล้ว ข้าจะไม่ข่มขู่รีดไถ่เงินจากท่าน”
จีอู๋ซวงใ
เขามองฮวาเหยียน เห็นว่าน้ำเสียงของนางจริงจัง มิได้พูดไปตามมารยาท
ชายหนุ่มหัวเราะเสียงต่ำ ใน่เวลานั้นเองที่เขารู้สึกว่าฮวาเหยียนหาใช่คนธรรมดา
สตรีผู้นี้ คิดว่ามองนางออกแล้วหรือ? เพียงนางหันหลัง กลับพบว่ามิเคยรู้จักนางเลย
ทั้งที่คิดว่านางเป็ทาสเงิน แต่นางกลับไม่โลภในสิ่งที่ไม่ใช่ของตนเอง นางเป็สตรีที่มีหลักการ มีบางสิ่งที่ยึดมั่น หาก้าก็กล่าวอย่างใจกล้าเปิดเผยและไม่เคยปิดบัง
“แต่ข้า้าเจรจาเงื่อนไขหนึ่งกับเ้า...”
ดวงตาของฮวาเหยียนกลอกไปมา ส่องประกายความคิดบางอย่าง
เวลานี้ดูเหมือนร่างกายของนางเปล่งประกายด้วยแสงแห่งปัญญาและความฉลาดเฉลียว
“เงื่อนไขใดหรือ?”
จีอู๋ซวงเอ่ยถามโดยไม่รู้ตัว
“พวกเรามาลงนามในสัญญากันเถิด ภายหน้าไม่ว่าข้าจะมีสมบัติชั้นดีหรือโอสถล้ำค่าใด ข้าก็จะขายให้หออู๋ิ ทว่าหออู๋ิต้องให้ส่วนแบ่งแก่ข้าหนึ่งในสิบ...”
“ส่วนแบ่งหนึ่งในสิบหรือ?”
ความประหลาดใจของจีอู๋ซวงเผยให้เห็นบนใบหน้าของเขา
เขายังคงประเมินฮวาเหยียนต่ำไป สตรีผู้นี้มีสติปัญญาเฉียบแหลม เพียงไม่นานก็จับจ้องส่วนแบ่งของหออู๋ิแล้ว ความทะเยอทะยานนี้ช่างยิ่งใหญ่นัก
แน่นอนว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่มิได้้าอันใดมากมาย นางปรารถนาเพียงส่วนแบ่งหนึ่งในสิบเท่านั้น ทว่ากำไรส่วนนี้ที่ถูกแบ่งให้นางทุกปี ย่อมเป็เงินจำนวนมหาศาล
ยอดเยี่ยม เก่งกาจนัก ช่างมองการณ์ไกลเหลือเกิน
เมื่อเห็นอากัปกิริยาที่ทั้งใและชื่นชมของจีอู๋ซวง ฮวาเหยียนก็กะพริบตา ก่อนกล่าวว่า “ท่านกลับไปคิดให้รอบคอบว่าเื่นี้ทำได้หรือไม่ ในภายภาคหน้าข้าสามารถนำสินค้าชั้นดีออกมาได้อีกไม่น้อย อีกทั้งฐานะของหออู๋ิในเมืองหลวงนั้น มิต้องพูดก็เข้าใจ แต่เห็นได้ชัดว่าร้านที่ทำธุรกิจเช่นนี้มิได้มีแค่แห่งเดียว จากที่ข้าตรวจสอบมา ร้านที่ทำการค้าซื้อมาและจัดประมูลเพื่อขายไปเช่นหออู๋ิยังมีอีกสองร้าน ในวันหน้าถ้าข้ามีโอสถชั้นยอดและเกิดเหตุการณ์ประมูลเช่นวันนี้อีก หากเป็สองร้านนั้นที่ได้โอสถชั้นเยี่ยมนี้ไป พวกเขาย่อมมิให้ราคาที่ต่ำแก่ข้าแน่นอน ทว่ากลับกันแล้วพวกเขาย่อมสามารถดึงรายได้จากหออู๋ิไป และบางคราพวกเขาอาจใช้โอกาสนี้ในการสร้างชื่อเสียงให้ตนเองด้วย ถึงยามนั้นความสูญเสียที่หออู๋ิต้องเผชิญย่อมมีมากขึ้น”
ฮวาเหยียนค่อยๆ เอ่ยปากชี้นำพลางใช้ดวงตาจ้องมองจีอู๋ซวงผ่านผ้าโปร่งบาง แม้จะพร่ามัว แต่มิอาจซ่อนประกายแห่งปัญญาไว้ได้
จีอู๋ซวงย่อมรู้ดีว่าสิ่งที่นางพูดมิใช่ข่าวที่แสร้งปล่อยเพื่อข่มขวัญ และยิ่งตระหนักถึงคุณค่าของสตรีที่อยู่ตรงหน้า ไม่ต้องพูดถึงตัวตนของนางที่มีความสัมพันธ์ซับซ้อนกับอาหาน เมื่อรวมเข้ากับนักปรุงยาอัจฉริยะที่อยู่เื้ันาง อีกทั้งขุมทรัพย์เ่าั้...
มีเพียงจุดนี้ แค่ส่วนแบ่งหนึ่งในสิบเท่านั้น กรณีนี้คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่จะกลายเป็ผู้ที่ได้รับการแบ่งสันกำไรจากหออู๋ิ เช่นนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะยิ่งใกล้ชิดมากขึ้น การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ย่อมเป็สิ่งสำคัญที่สุดของที่สุดในตอนนี้
พิษร้ายแรงที่สามารถคร่าชีวิตของอาหานไปได้นั้น ต้องพึ่งพาสตรีที่อยู่ตรงหน้าเขา
ใช้เวลาคิดไม่นาน จีอู๋ซวงก็พยักหน้า ก่อนกล่าวว่า “ตกลง”
“หืม?”
คำตอบรับที่ตรงไปตรงมาและรวดเร็วยิ่งกลับทำให้ฮวาเหยียนตกตะลึง นางมองจีอู๋ซวงด้วยสายตาเคลือบแคลง ก่อนจะได้ยินอีกฝ่ายกล่าวอย่างไร้ยางอายว่า “แม่นางเหยียน มิต้องเอ่ยว่าเ้า้าส่วนแบ่งเพียงหนึ่งในสิบเท่านั้น หากเ้าปรารถนาตัวข้า หลงจู้จีผู้นี้ ข้าก็พร้อมที่จะร่วงลงสู่อ้อมแขนของเ้าโดยไม่ลังเล”
เ้าสารเลวผู้นี้...
ฮวาเหยียนพ่ายแพ้แล้ว
ดวงตาคู่เล็กของหยวนเป่าพุ่งตรงไปที่จีอู๋ซวง เด็กน้อยแย้มยิ้มเปล่งประกายดั่งวสันตฤดู
“มิปรึกษาผู้เป็นายที่อยู่เื้ัท่านสักหน่อยหรือ?”
ฮวาเหยียนเอ่ยปากถาม ด้วยเกรงว่าจีอู๋ซวงจะเล่นกลอุบายกับนาง
“มิต้อง เื่เล็กแค่นี้ให้ข้าตัดสินใจเองเป็พอ”
จีอู๋ซวงโบกมือ สามารถเรียกได้ว่าเป็ท่าทางส่งๆ
ฮวาเหยียนรู้สึกเหมือนนางกำลังฝัน คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจีอู๋ซวงจะยอมตกลงง่ายดายเพียงนี้ เขาควรต้องปรึกษาเื่นี้กับผู้เป็นายที่อยู่เื้ัจึงจะถูก เป็ไปได้หรือไม่ว่าเขาคือเ้านายตัวจริงของหออู๋ิ?
มิใช่กระมัง เป็เขากล่าวออกมาเองว่ามีอีกคนอยู่เื้ัเขา...
การเจรจาเป็ไปอย่างราบรื่น ฮวาเหยียนมักเกิดภาพลวงตาว่านางตกหลุมพรางบางอย่าง
จีอู๋ซวงผู้นี้ไม่ถามสักคำว่านางมีฐานะใดก็ตกลงมอบส่วนแบ่งหนึ่งในสิบของหออู๋ิให้แก่นางแล้ว เหตุใดจู่ๆ นางจึงรู้สึกว่านี่คือทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดเล่า?
