[เวลา: 09:30 น. | สถานที่: โรงเก็บของหลังบ้านไร่ปลายฟ้า, อำเภอสะเมิง]
สามวันผ่านไปหลังจากที่ "เ้าแดง" เข้ามาเป็สมาชิกใหม่ของบ้านไร่ปลายฟ้า
ชีวิตประจำวันของตะวันเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น กิจวัตรยามเช้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากเดิมที่ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟันแล้วลงไปดูแปลงผักทันที ตอนนี้เขามีภารกิจเพิ่มขึ้นมาคือการเตรียม "อาหารเช้า" ให้กับเ้าตัวเล็ก
เ้าแดงฟื้นตัวเร็วกว่าที่คิด แผลที่ขาหลังเริ่มตกสะเก็ดและแห้งสนิทแล้ว แม้จะยังเดินกะเผลกอยู่นิดหน่อย แต่ความซุกซนตามประสาหมาเด็กนั้นกลับมาเต็มร้อย มันมักจะวิ่งดุ๊กดิ๊กตามตะวันไปทุกที่เหมือนเงาตามตัว โดยเฉพาะเวลาที่ตะวันเดินไปท้ายสวน เ้าแดงจะชอบวิ่งนำหน้าแล้วหันมาเห่าเรียก “โฮ่ง! โฮ่ง!” ราวกับจะบอกว่า “เร็วเข้าสิลูกพี่!”
สายวันนี้ แดดเริ่มแรงขึ้นจนหมอกจางหายไปหมดแล้ว ตะวันนั่งขัดสมาธิอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ กำลังเปิดดูหน้าต่าง [ร้านค้าระบบ] ในอากาศอย่างครุ่นคิด
แต้มสะสมปัจจุบัน: 170 แต้ม
"จะแลกอะไรดีนะ..." ตะวันพึมพำ
ใจหนึ่งเขาก็อยากเก็บแต้มไว้แลก [เมล็ดพันธุ์สตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์ญี่ปุ่น] (ราคา 500 แต้ม) เพื่อปูทางสู่อนาคต แต่อีกใจหนึ่ง ความคันไม้คันมือของ "อดีตคนรักรถ" ในชาติที่แล้วมันเริ่มกำเริบ
ั้แ่มาอยู่ที่นี่ เขาเห็นแต่รถกระบะเก่าๆ ของพ่อ กับรถอีแต๋นของลุงข้างบ้าน เสียงเครื่องยนต์ดีเซลที่ดังกระหึ่มและควันดำโขมงมันไม่ได้แย่ แต่มันยังไม่ใช่ "สุนทรียภาพ" ที่เขาถวิลหา เขาคิดถึงเสียงเครื่องยนต์เบนซินที่เดินเรียบ เสียงท่อไอเสียที่ทุ้มต่ำ และกลิ่นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์
"อยากขับรถ..." ความคิดนี้ผุดขึ้นมาดื้อๆ
แต่เด็กอายุ 12 ขวบในปี 1994 จะไปหารถขับได้ที่ไหน? รถยนต์ตัดทิ้งไปได้เลย มอเตอร์ไซค์ใหม่ก็แพงเกินกว่าที่ฐานะทางบ้านจะซื้อให้ได้
ขณะที่กำลังถอนหายใจ สายตาของตะวันก็เหลือบไปเห็น "โรงเก็บของเก่า" ที่ตั้งอยู่เยื้องไปทางด้านหลังของตัวบ้าน มันเป็เพิงไม้สักเก่าคร่ำครึที่พ่อเมฆาเอาไว้เก็บจอบ เสียม และปุ๋ย แต่ตะวันจำได้ลางๆ ว่า ในมุมมืดสุดของโรงเก็บของนั้น มี "บางอย่าง" จอดทิ้งไว้ภายใต้กองฟางและผ้าใบเก่าๆ
"เ้าแดง... ไปสำรวจสมบัติกัน"
ตะวันดีดนิ้วเรียกคู่หู เ้าแดงที่กำลังนอนแทะกิ่งไม้อย่างเมามันส์รีบดีดตัวลุกขึ้น กระดิกหางรัวๆ แล้ววิ่งตามเ้านายไปทันที
[ภายในโรงเก็บของ]
ทันทีที่เปิดประตูไม้บานเก่า เสียงบานพับฝืดๆ ดัง เอี๊ยด... ยาวเหยียด กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นน้ำมันเครื่องเก่าๆ และกลิ่นฟางแห้งลอยมาปะทะจมูก ฝุ่นละอองนับล้านเต้นระบำอยู่ใูลำแสงที่ลอดผ่านรอยแตกของผนังไม้เข้ามา
ตะวันเดินฝ่าดงหยากไย่เข้าไปด้านในสุด เ้าแดงเดินดมฟุดฟิดด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะไปหยุดเห่าใส่อะไรบางอย่างที่คลุมด้วยผ้าใบสีเขียวขี้ม้าซึ่งตอนนี้กลายเป็สีเทาเพราะฝุ่นจับหนาเตอะ
"อยู่ตรงนี้จริงๆ ด้วยสินะ"
ตะวันสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับชายผ้าใบแล้วดึงออกอย่างแรง
ฟุ่บ!
ฝุ่นฟุ้งกระจายจนตะวันต้องยกมือปิดจมูก เ้าแดงจาม ฮัดชิ้ว! เสียงดังลั่น
เมื่อฝุ่นจางลง ภาพของ "ตำนานที่หลับใหล" ก็ปรากฏแก่สายตา
มันคือรถจักรยานยนต์ Honda C70 (หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า "นันทิดา" หรือ "ซี 70") สีเขียวตองอ่อน สภาพของมันดูเหมือนผ่านามาอย่างโชกโชน ตัวถังเหล็กมีสนิมกินเป็หย่อมๆ เบาะนั่งหนังสีดำขาดวิ่นจนเห็นฟองน้ำสีเหลืองข้างใน ยางแบนติดพื้นทั้งสองล้อ และตะกร้าหน้ารถบิดเบี้ยวผิดรูป
แต่สำหรับตะวัน... นี่มันคือ "เพชรในตม"
"สวย..." เขาเผลอหลุดปากออกมา
ในสายตาคนทั่วไป มันคือเศษเหล็ก แต่ในสายตาของคนที่หลงใหลในเครื่องยนต์กลไก เขามองเห็นเส้นสายความคลาสสิกของยุค 70-80 ไฟหน้ากลมโตที่เป็เอกลักษณ์ แฮนด์ทรงปีกนก และเครื่องยนต์ 4 จังหวะที่ทนทานระดับตำนาน
"พ่อจอดทิ้งไว้นานแค่ไหนแล้วเนี่ย?" ตะวันพึมพำพลางเอานิ้วลูบฝุ่นหนาๆ บนถังน้ำมัน
เขาจำได้ว่าตอนเด็กๆ (ในความทรงจำเดิม) พ่อเคยใช้รถคันนี้ขี่ไปส่งของที่ตลาด แต่พอมันเริ่มสตาร์ทไม่ติดและพ่อซื้อรถกระบะมาใช้ เ้านันทิดาคันนี้ก็ถูกปลดระวางและลืมเลือนไปตามกาลเวลา
[ติ๊ง!]
เสียง์ที่ตะวันรอคอยดังขึ้น
[ภารกิจใหม่: ปลุกชีพตำนานสีสนิม]
รายละเอียด: คุณค้นพบจักรยานยนต์เก่าที่ถูกทิ้งร้าง จิติญญาของช่างเครื่องในตัวคุณกำลังเรียกร้องให้ทำให้มันกลับมาส่งเสียงคำรามได้อีกครั้ง
เงื่อนไข:
1. ซ่อมแซมระบบเครื่องยนต์ให้สตาร์ทติด
2. ทำความสะอาดและขัดสีให้ดูใหม่ขึ้น
รางวัล: 100 แต้มระบบ + ปลดล็อกสกิล [ช่างเครื่องฝึกหัด (Beginner Mechanic)]
ไอเทมพิเศษ: น้ำมันเครื่องเกรดพรีเมียม (จากระบบ) x 1 ขวด
ตะวันยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ "แบบนี้ก็เข้าทางสิครับระบบ!"
เขาหันไปมองเ้าแดงที่กำลังยืนดมล้อรถอย่างสงสัย "เ้าแดง วันนี้เรามีงานใหญ่ต้องทำ แกพร้อมจะเป็ลูกมือฉันไหม?"
เ้าแดงเห่า “โฮ่ง!” รับคำแข็งขัน
[ปฏิบัติการรื้อฟื้นความทรงจำ]
สิ่งแรกที่ต้องทำคือ "ประเมินความเสียหาย"
ตะวันเริ่มตรวจสอบรถอย่างละเอียด เขาพบว่าปัญหาหลักๆ ที่ทำให้มันสตาร์ทไม่ติดน่าจะมาจากระบบน้ำมันและระบบไฟ
1. คาร์บูเรเตอร์ (Carburetor): น่าจะตันสนิทจากการจอดทิ้งไว้นาน น้ำมันเบนซินที่ค้างอยู่คงระเหยจนกลายเป็ยางเหนียวๆ
2. หัวเทียน (Spark Plug): น่าจะบอดและมีคราบเขม่าจับหนา
3. น้ำมันเครื่อง: ดำปี๋และหนืดเป็โคลนแน่นอน
4. แบตเตอรี่: เสื่อมสภาพไปนานแล้ว (แต่รุ่นนี้สตาร์ทเท้าได้โดยไม่ต้องง้อแบตฯ)
"โชคดีที่เครื่องยนต์รุ่นนี้ซ่อมง่าย ไม่ซับซ้อน" ตะวันวิเคราะห์
แต่ปัญหาคือ... เขาไม่มีเครื่องมือ
ตะวันเปิดหน้าร้านค้าระบบอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ลังเลที่จะใช้แต้มที่มีอยู่
[ยืนยันการซื้อ: ชุดเครื่องมือช่างพื้นฐาน (Basic Mechanic Tool Set)]
ราคา: 100 แต้ม
คงเหลือ: 70 แต้ม
วูบ...
กล่องเครื่องมือเหล็กสีแดงสดปรากฏขึ้นตรงหน้าตะวันอย่างน่าอัศจรรย์ มันหนักอึ้งและดูแข็งแรง ภายในบรรจุประแจเบอร์ต่างๆ ไขควง คีม และบล็อกถอดหัวเทียน ครบครันสำหรับงานซ่อมมอเตอร์ไซค์พื้นฐาน
"เอาล่ะ... เริ่มกันเลย!"
ตะวันลากรถออกมาที่ลานหน้าโรงเก็บของ ซึ่งมีก๊อกน้ำและสายยางอยู่
ขั้นตอนที่ 1: ชำระล้างอดีต
ตะวันฉีดน้ำล้างคราบฝุ่นและหยากไย่ออกจนหมด น้ำสีน้ำตาลขุ่นไหลเจิ่งนองพื้น เ้าแดงะโหลบน้ำอย่างว่องไวแต่ก็ยังมายืนเชียร์อยู่ใกล้ๆ ตะวันใช้ผงซักฟอกกับแปรงทองเหลืองขัดสนิมที่วงล้อและท่อไอเสียอย่างใจเย็น
เสียง ครืด... ครืด... ของแปรงทองเหลืองที่ขูดลงบนโลหะ ดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ สำหรับคนอื่นมันอาจเป็เสียงที่น่ารำคาญ แต่สำหรับตะวัน มันคือเสียงแห่งการเริ่มต้นใหม่ ทุกครั้งที่เขาขัด สนิมสีแดงหลุดลอกออก เผยให้เห็นเนื้อเหล็กสีเงินวาววับที่ซ่อนอยู่ข้างใน
"ดูสิเ้าแดง มันยังสวยอยู่เลยนะ" ตะวันพูดพลางชี้ให้ดูโลโก้ Honda ที่ข้างถังน้ำมัน ซึ่งตอนนี้กลับมาเงางามอีกครั้ง
ขั้นตอนที่ 2: ผ่าตัดหัวใจ (คาร์บูเรเตอร์)
นี่คืองานหินที่สุด ตะวันใช้ไขควงขันน็อตยึดฝาครอบเครื่องออก แล้วค่อยๆ ถอด "คาร์บูเรเตอร์" ออกมา มันคืออุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ที่ทำหน้าที่ผสมน้ำมันกับอากาศเพื่อส่งเข้าห้องเผาไหม้ เปรียบเสมือนปอดและหัวใจของเครื่องยนต์ยุคเก่า
กลิ่นเหม็นเปรี้ยวของน้ำมันเบนซินเน่าโชยออกมาทันทีที่เขาถอดถ้วยลูกลอยออก
"โห... เน่าสนิท"
ข้างในคาร์บูเรเตอร์เต็มไปด้วยคราบยางเหนียวๆ สีน้ำตาลเกาะกรัง รูเล็กๆ (นมหนู) ที่มีหน้าที่ฉีดน้ำมันอุดตันจนมองไม่เห็นรู
ตะวันจัดการรื้อทุกชิ้นส่วนออกมาล้างด้วยน้ำมันเบนซินที่ไปถ่ายมาจากรถกระบะพ่อ (ขออนุญาตแล้ว) เขาใช้เข็มเล็กๆ แหย่ทะลวงรูนมหนูอย่างใจเย็นและเบามือ สายตาจดจ้องด้วยสมาธิแน่วแน่
เ้าแดงนั่งมองเ้านายตาแป๋ว บางทีก็เอียงคอสงสัยเมื่อเห็นตะวันเป่าลมเข้าท่อเล็กๆ แล้วเอามาส่องกับแดด
"รูระบายโล่งแล้ว... ลูกลอยขยับได้ดี... เข็มเร่งไม่สึก" ตะวันพึมพำเช็คลิสต์ในหัว "โอเค ประกอบกลับได้"
ขั้นตอนที่ 3: ปลุกประกายไฟ
ตะวันถอดหัวเทียนเก่าออกมาขัดทำความสะอาดเขม่าดำๆ จนขาวสะอาด แล้วลองเสียบกับปลั๊กหัวเทียนเพื่อทดสอบไฟ เขาเอาเกลียวหัวเทียนแตะกับเสื้อสูบ แล้วใช้มือตบขาตั้งสตาร์ท
ตึบ!
เปรี๊ยะ!
ประกายไฟสีฟ้าเล็กๆ ะโข้ามเขี้ยวหัวเทียนอย่างสวยงาม
"เยี่ยม! ระบบไฟยังดีอยู่ คอยล์ยังไม่พัง" ตะวันยิ้มกว้าง ความรู้สึกดีใจของการซ่อมของสำเร็จเริ่มก่อตัวขึ้น
ขั้นตอนที่ 4: ถ่ายเืใหม่
เขาขันน็อตถ่ายน้ำมันเครื่องใต้ท้องรถ น้ำมันเครื่องสีดำข้นคลั่กเหมือนยางมะตอยไหลย้อยออกมา มันหมดสภาพจนไม่เหลือความเป็น้ำมันหล่อลื่นแล้ว
"โธ่... ทรมานเครื่องแย่เลยแบบนี้"
ตะวันรอจนน้ำมันเก่าไหลออกหมด แล้วหยิบขวด [น้ำมันเครื่องเกรดพรีเมียม] ที่ได้แถมมาจากภารกิจออกมา มันเป็ขวดสีทองที่ดูหรูหราผิดยุคสมัย ทันทีที่เปิดฝา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสารสังเคราะห์ก็ลอยออกมา เทลงไปในเครื่องยนต์ สีของมันใสแจ๋วเหมือนน้ำผึ้ง
"กินของดีเข้าไปนะลูกพ่อ แล้วช่วยตื่นขึ้นมาหน่อย"
[เวลา: 11:45 น. | วินาทีแห่งความจริง]
ตะวันประกอบทุกอย่างกลับเข้าที่เดิม ขันน็อตทุกตัวจนแน่น เขาเติมน้ำมันเบนซินใหม่ลงไปในถังประมาณหนึ่งลิตร
ตอนนี้ แดดเที่ยงส่องกระทบตัวรถสีเขียวตองอ่อนที่ถูกขัดจนสะอาดวาววับ แม้เบาะจะยังขาดและสีบางจุดจะถลอก แต่มันดูมีสง่าราศีขึ้นมาทันตาเห็น
พ่อเมฆาที่เพิ่งกลับจากสวน เดินผ่านมาเห็นลูกชายยืนเหงื่อท่วมตัวอยู่ข้างรถเก่า ก็หยุดดูด้วยความประหลาดใจ
"ซ่อมเสร็จแล้วเหรอตะวัน? พ่อว่ามันไม่ติดหรอก จอดทิ้งไว้ตั้ง 5 ปีแล้วนะ"
"รอดูก่อนสิครับพ่อ" ตะวันยิ้มมุมปาก เขาเช็ดมือที่เปื้อนคราบน้ำมันกับเศษผ้า แล้วเดินไปคร่อมรถ
เขาบิดกุญแจ (ที่โชคดีว่ายังเสียบคาไว้) ไปที่ตำแหน่ง ON ไฟเกียร์ว่างสีเขียวสว่างวาบขึ้นมาที่หน้าปัด
แวบ!
"โห ไฟยังเข้าด้วยแฮะ" พ่อเมฆาตาลุกวาว
ตะวันสูดหายใจลึกๆ มือขวาบิดคันเร่งเล็กน้อยเพื่อส่งน้ำมันเข้าคาร์บูเรเตอร์ เท้าขวาเหยียบลงบนคันสตาร์ท
ตึบ! (ครั้งที่ 1 - ลองกำลังอัด)
เสียงลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นลง แต่ยังไม่มีเสียงะเิ
ตึบ! (ครั้งที่ 2)
เครื่องยนต์กระตุกนิดหน่อย มีเสียง ปุ! ออกมาจากท่อไอเสีย แล้วก็เงียบไป
เ้าแดงเห่า โฮ่ง! เหมือนจะให้กำลังใจ
"มาสิ... อย่าดื้อน่า" ตะวันกระซิบกับตัวรถ เขาจับจังหวะการหายใจ แล้วกระทืบคันสตาร์ทลงไปเต็มแรงเป็ครั้งที่ 3
ตึบ... บรึ้มมมมม!!!
เสียงเครื่องยนต์ะเิดังสนั่น ควันสีขาวจางๆ (จากการเผาไหม้น้ำมันเครื่องเก่าที่ค้างอยู่) พวยพุ่งออกมาจากท่อไอเสีย ก่อนที่เสียงเครื่องจะเปลี่ยนเป็จังหวะเดินเบาที่นุ่มนวลและสม่ำเสมอ
ตับ... ตับ... ตับ... ตับ...
เสียงท่อไอเสียดังตุบๆ เหมือนเสียงหัวใจที่กลับมาเต้นอีกครั้ง มันไม่ใช่เสียงที่ดังหนวกหู แต่เป็เสียงดนตรีคลาสสิกของเครื่องยนต์สูบนอนในยุค 90
"เฮ้ย! ติดจริงด้วย!" พ่อเมฆาอุทานออกมา วางจอบในมือลงแล้วเดินเข้ามาดูใกล้ๆ "เสียงเครื่องแน่นกว่าตอนพ่อใช้อีกมั้งเนี่ย!"
ตะวันยิ้มไม่หุบ เขานั่งอยู่บนเบาะ ััถึงแรงสั่นะเืเบาๆ ของเครื่องยนต์ที่ส่งผ่านแฮนด์มาถึงมือ มันเป็ความรู้สึกที่เขาโหยหา... ความรู้สึกของการควบคุมเครื่องจักร
[ติ๊ง!]
[ภารกิจสำเร็จ: ปลุกชีพตำนานสีสนิม]
ได้รับ: 100 แต้มระบบ
ปลดล็อกสกิล: ช่างเครื่องฝึกหัด (Lv.1)
[โบนัส] ความเชี่ยวชาญเครื่องยนต์ Honda +5%
"พ่อครับ... ผมขอลองขี่ดูหน่อยนะ"
"เอาสิ! ระวังๆ ด้วยล่ะ เบรกอาจจะไม่ค่อยดี"
ตะวันพยักหน้า เขาใส่เกียร์ 1 เสียง กึก! ดังชัดเจน แล้วค่อยๆ บิดคันเร่ง รถ Honda C70 ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปข้างหน้าอย่างนุ่มนวล
ลมเย็นๆ พัดมาปะทะใบหน้า ตะวันขี่วนไปรอบๆ ลานหน้าบ้าน ความเร็วไม่มากนัก แค่ประมาณ 20-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่สำหรับเขา มันเหมือนกำลังบินอยู่
ภาพความทรงจำในชาติก่อนซ้อนทับเข้ามา... ภาพตอนที่เขาขับรถสปอร์ตราคาแพงท่ามกลางการจราจรที่ติดขัดในกรุงเทพฯ ตอนนั้นเขามีรถหรู แต่ไม่มีความสุข
แต่ตอนนี้... เขาขี่มอเตอร์ไซค์เก่าๆ อายุเกือบสิบปี บนถนนดินลูกรังในต่างจังหวัด กลับมีความสุขจนน้ำตาซึม
"นี่สินะ... อิสรภาพ"
เ้าแดงวิ่งไล่กวดตามรถมอเตอร์ไซค์อย่างสนุกสนาน ลิ้นห้อยและหางกระดิกไม่หยุด ตะวันชะลอรถแล้วเรียกเ้าแดง
"เ้าแดง! โดดขึ้นมา!"
เขานึกสนุก ตบเบาะตรงหว่างขา (รถรุ่นนี้เป็แบบ Underbone มีที่วางของตรงกลาง) เ้าแดงลังเลนิดหน่อย แต่ด้วยความเชื่อใจเ้านาย มันะโขึ้นมานั่งตรงตะกร้าหน้ารถ (ที่ตะวันดัดกลับให้เข้ารูปแล้ว) ได้อย่างพอดิบพอดี
"ไปกันเลยคู่หู!"
ตะวันบิดคันเร่งอีกครั้ง พาเ้าแดงขี่กินลมชมวิวไปตามทางเดินเล็กๆ ระหว่างแปลงสตรอว์เบอร์รี เสียงหัวเราะของเด็กชาย เสียงเห่าของลูกหมา และเสียงท่อไอเสียคลาสสิก ดังก้องกังวานไปทั่วหุบเขา
นี่คือก้าวแรก... ก้าวเล็กๆ ของการเป็ "นักแต่งรถ"
และเป็ก้าวที่ยิ่งใหญ่ของการใช้ชีวิต "สโลว์ไลฟ์" ที่เขาใฝ่ฝัน
ในขณะที่ลมตีหน้า ตะวันก็เริ่มวางแผนในหัว
เบาะต้องไปหุ้มใหม่... ยางต้องเปลี่ยน... แล้วก็อาจจะหาตะกร้าหวายมาติดข้างหลังไว้ขนสตรอว์เบอร์รี...
และที่สำคัญที่สุด เขาต้องเริ่มศึกษาเื่เครื่องยนต์ให้ลึกซึ้งกว่านี้ เพราะความฝันของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ Honda C70 คันนี้แน่นอน
[เกร็ดท้ายตอน: มุมมองของพ่อเมฆา]
เมฆามองดูรูปร่างด้านหลังของลูกชายที่ขี่รถพาหมาเที่ยวเล่นด้วยรอยยิ้ม
"เ้าลูกคนนี้... มันไปหัดซ่อมรถมาจากไหนนะ? ท่าทางทะมัดทะแมงเหมือนช่างใหญ่เลย... หรือว่าพร์ปู่มันจะข้ามรุ่นมา?"
(ปู่ของตะวันเคยเป็ช่างตีเหล็กและซ่อมเกวียนมาก่อน)
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
