ด้านนอกห้องโทษรางวัล หลงเหยียนอยู่ในระดับชีพมนุษย์เริ่มแรก กับเทียนหลางในระดับชีพธรณี จ้องตากันด้วยสายตาแข็งกร้าว
ทันใดนั้น ห้วงอากาศก็เสียดสีกันจนเกิดประกายไฟ หญิงสาวที่ยืนข้างกายเทียนหลางมองหลงเหยียนด้วยสายตาเหยียดหยาม
“พี่เทียนหลาง ชายคนนั้นมีเื่กับท่านใช่หรือไม่”
เทียนหลางมีพลังที่น่ากลัว เขาไม่สนใจหญิงสาว ทว่าขยับเข้าใกล้หลงเหยียนแทน
รังสีพลังที่แข็งแกร่งเริ่มทำงานบนตัวหลงเหยียน
หลงเหยียนไม่ยอมแพ้ เขายืนนิ่ง ใช้ร่างกายต่อต้านพลังกดทับที่แข็งแกร่ง
เทียนหลางอยากต่อกรกับหลงเหยียนจึงละเลยหญิงสาว ทำให้นางเริ่มรู้สึกโมโห สายตาที่มองหลงเหยียนจึงเปลี่ยนเป็เ็า
ไม่นาน ฝีเท้าของเทียนหลางก็หยุดอยู่ในตำแหน่งที่ห่างจากหลงเหยียนสองเมตร จ้องหลงเหยียนด้วยสายตาเืเย็น
เวลานี้ ศิษย์ที่มาห้องโทษรางวัลมีมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากล้อมดูด้วยความสงสัย พวกเขาพบว่าเหมือนหลงเหยียนมีปัญหากับเทียนหลาง จึงเริ่มวิพากษ์วิจารณ์
“เ้าหมอนี่คือใครกัน กล้ามองหน้ายอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งในหน่วยกฎระเบียบได้อย่างไร”
“เ้าหมอนั่นอยากตายแล้วกระมัง คนที่ไม่กลัวตายมีไม่น้อยจริงๆ! เรือนเหยากวางมีเื่น่าสนุกให้ดูแล้ว”
หลงเหยียนััได้ถึงอันตรายที่ถึงแก่ชีวิต และรังสีสังหารจากสายตาของเขาแล้ว
ทันใดนั้น มีคนจำหลงเหยียนได้ จึงกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ “เ้าหมอนั่นเป็ยอดอัจฉริยะคนใหม่ที่เพิ่งเข้าเรือนเหยากวางของเรา”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสียงก็เฮลั่น!
ผู้ฝึกยุทธ์อสูรระดับชีพัขั้นที่แปด ทำสถิติชิงหัวใจศพมารมากที่สุด ทั้งยังอาศัยพร์ที่มี สามารถเอาชนะคนระดับชีพัขั้นที่เก้าสูงสุด เข้าสู่เรือนเหยากวางเมื่อไม่นานมานี้
ตอนนี้หลงเหยียนซ่อนพละกำลังเอาไว้ คนอื่นไม่สามารถรู้ระดับพลังของเขาได้
“หลงเหยียน นึกไม่ถึงว่าเ้าจะกล้ามาที่นี่!”
หลงเหยียนมองเขา พละกำลังระดับชีพธรณี ต่อให้จะอยู่ในระดับเริ่มแรกก็ทำให้หลงเหยียนแทบหายใจไม่ออก
‘ถึงแม้ข้าจะสังหารลั่วซาง ยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์สูงสุดได้ ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเทียนหลาง อย่างน้อยเ้าหมอนี่ก็แกร่งกว่าข้าเป็สิบเท่า ความแตกต่างระหว่างชีพมนุษย์กับชีพธรณียังห่างกันไกล’
หลงเหยียนนึกในใจ
หญิงสาวมองหลงเหยียน เห็นว่าเขาไม่ตอบคำถามของเทียนหลาง เป็การแสดงออกถึงความไม่เคารพ นางจึงเบ้ปาก “นี่! เ้าหูหนวกหรืออย่างไร ไม่ได้ยินที่พี่เทียนหลางถามหรือ คงไม่อยากมีชีวิตแล้วกระมัง”
ทันใดนั้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“พละกำลังของหลงเหยียน ได้ยินมาว่าเป็อันดับที่หนึ่งของคนที่เข้าสำนักตงฟางครั้งนี้เลยก็ว่าได้ คนของสิบหน่วยต่างก็ได้ยินชื่อหลงเหยียนทั้งนั้น”
“ที่แท้เขาก็คือหลงเหยียนนี่เอง”
“เป็อัจฉริยะเหมือนกัน ทั้งยังเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพละกำลังสูง ทว่าระดับนี้ ดูเหมือนหลงเหยียนยังด้อยกว่าเทียนหลางอยู่มากโข”
ทุกคนไม่เข้าใจ เหตุใดรหลงเหยียนถึงมีเื่กับเทียนหลาง ทว่าไม่นานก็เข้าใจ พวกเขาทั้งสองล้วนเป็คนที่มีพละกำลังสูง แน่นอนว่าคนที่แกร่งกว่าต้องอยากข่มคนที่อ่อนกว่าอยู่แล้ว
ถึงกระนั้น ปีนี้หลงเหยียนอายุเพียงสิบหกปีเท่านั้น มีหรือที่เขาจะหนีรังสีอันแข็งแกร่งของเทียนหลางได้…
ทุกคนมองพวกเขาทั้งสอง เริ่มรู้สึกเศร้าแทนหลงเหยียน
“ต่อให้มีพละกำลังสูง ถึงอย่างไรก็ไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือ สุดท้ายก็ต้องตายเร็วอยู่ดี!”
หลงเหยียนมองเทียนหลาง ก่อนจะก้าวไปด้านหน้าหนึ่งก้าว
จากนั้นจึงพูดด้วยน้ำเสียงเฉยชา “ไสหัวไป! สุนัขที่ดีจะไม่ขวางทาง” ส่วนหญิงสาวนางนั้น หลงเหยียนไม่อยากเอาเวลาไปสนใจหรอก
“อะไรนะ? เ้าเด็กนั่นกล้าท้าทายเทียนหลางอย่างเปิดเผย นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ”
ภายใต้สายตาของคนมากมาย หลงเหยียนเดินอ้อมเทียนหลางและหญิงสาวคนนั้นไป
ครั้งก่อนตอนอยู่เรือนเหยากวาง เทียนหลางตบหน้าหลงเหยียนแรงๆ หนึ่งครั้ง
ทว่าครั้งนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้าอีกครั้ง หลงเหยียนไม่กลัวเขาเลยแม้แต่น้อย หลงเหยียนต้องมีเื้ัคอยช่วยหนุน เทียนหลางจึงไม่ได้ลงมือ ทว่าครั้งนี้เขาส่งคนไปสืบมาแล้ว พบว่าหลงเหยียนแค่แสดงออกมาเท่านั้น ไม่ได้มีเื้ัใหญ่โตช่วย เป็แค่คนบ้านนอกที่มาจากป่าดอยเท่านั้น
หลงเหยียนไม่รู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับกัน…
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
รังสีพลังที่แข็งแกร่งะเิลงบนตัวหลงเหยียน จากนั้นเทียนหลางก็รวบรวมพลังปราณ!
หลงเหยียนระวังตัวจากเขาเสมอ ขณะเดียวกัน หลงเหยียนเองก็รวบรวมพลังปราณเพื่อต่อกรกับเทียนหลาง
เมื่อพลังทั้งสองปะทะกัน ร่างของหลงเหยียนถอยออกไปสามเมตร ส่วนเทียนหลางยังคงยืนอยู่กับที่
“ที่แท้พลังของเ้าก็เลื่อนมาถึงระดับชีพมนุษย์แล้วนี่เอง ข้าเทียนหลางดูถูกเ้าเกินไป ถึงอย่างไรเมื่อครู่ข้าใช้แค่พลังระลอกหนึ่งเท่านั้น”
ทว่าในใจเขากลับตกตะลึง ไม่กี่วันก่อนหลงเหยียนมีพลังระดับชีพัขั้นที่แปดเท่านั้น ไม่เจอกันเพียงไม่กี่วัน พลังกลับเลื่อนมาถึงระดับชีพมนุษย์แล้ว เขาไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองจริงๆ
“ดูเหมือนการตายของสหายรักลั่วซางจะเกี่ยวข้องกับเ้าจริงๆ สินะ”
หลงเหยียนฝืนกลั้นไม่ยอมกระอักโลหิตออกมา จ้องเขาด้วยสายตาเย็นเยือก
“ไม่มีหลักฐาน จะเชื่อคำพูดคนอื่นง่ายๆ ได้อย่างไร งั้นก็แสดงว่าเ้าไม่มีสติไตร่ตรองเอาเสียเลย เสียชื่อที่ถูกเรียกว่ายอดอัจฉริยะ เป็การิ่ฉายานี้จริงๆ”
หลงเหยียนกลับสั่งสอนเทียนหลาง
“หลงเหยียน เ้าไม่กล้ารับอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าไม่ได้ฆ่าลั่วซาง แล้วเหตุใดข้าต้องยอมรับด้วย หากเ้าอยากฆ่าข้าจริงๆ ก็สามารถหาเหตุผลมามากมาย ทว่าการที่เ้าจะฆ่าข้าตอนนี้ เชื่อว่าเ้าเองคงไม่ได้รู้สึกดีในวินาทีสุดท้ายที่จะฆ่าข้าหรอก”
หลงเหยียนไม่อยากเสียเวลาพูดกับเขา เชื่อว่าตอนนี้ที่พวกเขาอยู่ในห้องโทษรางวัล เทียนหลางเป็คนของหน่วยกฎระเบียบ คงไม่กล้าฆ่าตนอย่างเปิดเผย
ความแค้นในใจเทียนหลางเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
‘ระดับพลังของเ้าหมอนี่ไม่มีทางเลื่อนขึ้นเร็วขนาดนั้นภายในระยะเวลาไม่กี่วัน มีหรือจะเปลี่ยนไปมากเพียงนี้ ก่อนหน้านี้เขาต้องซ่อนพลังไว้แน่ เ้าเล่ห์จริงๆ’
เทียนหลางยังไม่ทันลงมือ หญิงสาวที่อยู่ข้างกายกลับเดินมาด้านหน้า เหวี่ยงมือพุ่งเข้าหาหลงเหยียน หากไม่ใช่เพราะหลงเหยียนกะพริบวาบหนี นางคงตบหน้าหลงเหยียนแล้ว
หลงเหยียนจับมือที่เรียวงามของนาง จ้องหน้าแล้วพูดออกไป “เ้าทำร้ายข้า รู้ไหมว่าผลที่ตามมาจะเป็อะไร?” เมื่อพูดจบ เขาก็สะบัดมือนางทิ้ง
ทุกคนมองใบหน้าที่แดงก่ำของนางแล้วหดตัวกลับอย่างไม่รู้ตัว
“บางครั้งเ้าหลงเหยียนนั่นอาจยังไม่รู้ฐานะของนางกระมัง”
“นางเป็ถึงลูกสาวคนเล็กของผู้ปกครองที่มีอำนาจสูงสุดในสำนักตงฟาง มีแต่คนเอาใจนางจนเคยตัว ในสำนักตงฟาง ศิษย์ทุกคนต้องยอมนางทั้งนั้น ทั้งอาหญิงแท้ๆ ของนางยังเก่งกาจมาก เป็ใต้เท้าผู้นำแห่งเรือนเหยากวาง ด้วยฐานะเช่นนี้ หลงเหยียนมีเื่กับนาง ผลลัพธ์จะเป็อย่างไร”
ทุกคนต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ความเหิมเกริมของหลงเหยียน หลายคนนึกขึ้นได้ นึกถึงคำพูดของเทียนหลางเมื่อครู่
“ลั่วซางตายแล้ว ทั้งยังสงสัยว่าหลงเหยียนเป็คนฆ่า นี่จะเป็ไปได้อย่างไร”
หลงเหยียนดูออกว่าหญิงสาวคนนี้ชอบเทียนหลาง
“ไอ้หนุ่ม ตอนแรกข้าอยากปล่อยให้เ้ามีชีวิตรอดอีกหน่อย ทว่าเ้ามามีเื่กับมู่เอ๋อ ดูเหมือนวันนี้ข้าคงต้องจัดการเ้าแล้วล่ะ”
หลงเหยียนนึกไม่ถึงว่าเทียนหลางจะใจกล้าถึงเพียงนั้น
‘หรือฐานะของนางไม่ธรรมดา?’ หลงเหยียนนึกในใจ
ทว่าในเมื่อเขาก็มีเื่กับนางไปแล้ว เช่นนั้นก็เดินหน้าไปให้ถึงที่สุดเลยก็แล้วกัน ไม่ว่าอย่างไรหลงเหยียนก็เป็คนแบบนี้อยู่แล้ว เขาละสายตาไปจากตัวเทียนหลาง แล้วสายตาก็หยุดลงที่มู่เอ๋อ
“แม้หน้าตาเ้าจะพอใช้ได้ สัดส่วนเนี่ย… ยังโตไม่เต็มที่ ถึงอย่างไรข้าก็เชื่อว่าผ่านไปอีกสักสองปี ส่วนเว้าส่วนโค้งต้องชัดมากขึ้น ดึงดูดบุรุษมาชอบได้มากมายแน่ ทว่าอายุน้อยแค่นี้ กลับมีนิสัยขี้โมโห แล้วใครจะกล้าเอาเ้า ข้าว่านะ พี่เทียนหลางของเ้าคงไม่ค่อยตื่นตอนอยู่กับเ้ากระมัง”
“เ้า เ้าพูดอะไรนะ?”
เว่ยเชียนมู่โมโหจนตัวสั่น สิบห้าปีที่ผ่านมา ไม่มีใครกล้าพูดกับนางเช่นนี้มาก่อน ปกติมีแต่คนมาตามเอาอกเอาใจ วันนี้เจอคนที่พูดจารังแกตนเองเช่นนี้ ทั้งยังเป็คนที่พี่เทียนหลางไม่ชอบ ทำให้นางโมโหจนแทบร้องไห้
“พี่เทียนหลาง รีบไปจับเ้าหมอนั่นมาให้ข้าเร็ว มู่เอ๋อจะฆ่าเขา จะฆ่าเขา”
--------------------
