บ้านของครอบครัวเ้าเป๋สามขาธรรมดามาก ส่วนใหญ่ในหมู่บ้านเป็บ้านถ้ำเช่นนี้หมด
บ้านที่สร้างพิงกับูเาแข็งแรงกว่าบ้านอิฐธรรมดา บ้านมีกระเื้ัคาไม่กี่แผ่นมุงแบบพอเป็พิธี ขอบประตู้าเป็ทรงครึ่งวงกลม หน้าต่างทรงตารางแปะด้วยกระดาษตัด
เมื่อเดินเข้ามาด้านในแล้วรู้สึกอบอุ่นกว่าด้านนอกไม่มากนัก แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินเคยชินแล้ว อุณหภูมิในบ้านถ้ำล้วนต่ำมากทุกหลัง จะรู้สึกถึงความอบอุ่นจริงๆ ได้ก็ต่อเมื่อตอนอยู่บนเตียงอิฐ
ตะเกียงไฟสีขาวดวงหนึ่งส่องสว่างไปทั่วห้องชั้นนอก ชายท่าทางอายุสี่สิบกำลังนั่งสูบมอระกู่บนเตียงอิฐ มันส่งเสียง ‘ปุดๆ’ สายตาของเขาชำเลืองตามองพวกคนที่ผลักฮั่วเสี่ยวเหวินเข้ามาแวบหนึ่ง
“อย่าไปทำให้นังหนูกลัว” เขารู้สึกรับไม่ค่อยได้นัก
หญิงวัยกลางคนขานตอบก่อนจะลากฮั่วเสี่ยวเหวินเข้าไปที่ห้องด้านใน เ้าเป๋สามขายิ้มหน้าบานเดินตามเข้าไปด้วย
ชายคนนั้นถอนหายใจ “ชาติก่อนฉันคงทำกรรมเอาไว้ถึงได้มีลูกชายไม่ได้เื่แบบนี้” จากนั้นก็สูบมอระกู่ที่ส่งเสียงปุดๆ ต่อ บนผนังบ้านมีของแขวนอยู่เต็มไปหมด แต่เขาี้เีจะมองสิ่งของเ่าั้ด้วยซ้ำ
หญิงวัยกลางคนกำชับลูกชายสองสามประโยคแล้วปลีกตัวออกมา โดยถือโอกาสนี้ปิดประตูให้ด้วย
เ้าเป๋นั่งลงที่เตียงอิฐ ไม่ปิดบังความอิ่มอกอิ่มใจของตัวเองแม้แต่น้อย เขามองฮั่วเสี่ยวเหวินที่นั่งยองหน้าซีดอยู่บนพื้น
“อย่าทำหน้าเหมือนไม่เต็มใจสิ แม่ฉันบอกแล้วว่าต่อจากนี้จะเลี้ยงดูปูเสื่อเธออย่างดี ไม่ให้เธอลำบากเด็ดขาด”
เขาตบเตียงอิฐเมื่อพูดจบ “มานั่งตรงนี้ พวกเราคุยกันหน่อย”
ฮั่วเสี่ยวเหวินชำเลืองตามองเ้าเป๋สามขาที่นั่งอยู่บนเตียงอิฐโดยมีสีหน้าไร้กังวล คนอื่นเป็มีด แต่เธอเป็ปลาบนเขียง[1]
“เหอะๆ” ฮั่วเสี่ยวเหวินหัวเราะเยาะ คิดว่าจับเธอมาขังไว้แล้วเธอจะยอมให้เขาทำอะไรก็ได้งั้นหรือ?
เ้าเป๋สามขาลุกจากเตียงอิฐ เสียงพื้นรองเท้าลากกับพื้นดัง ‘แซ่ดๆ’ ฮั่วเสี่ยวเหวินหันหลังให้เขาอยู่ พอหันมาก็เห็นเขากางแขนกอดเธอแล้ว
“จะทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” ฮั่วเสี่ยวเหวินร้องเสียงดัง เ้าเป๋ดูจะกลัวมาก รีบปิดปากเธอด้วยมือข้างหนึ่ง “อย่าร้องสิ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินพยักหน้า จังหวะที่เขาคลายมือออกแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เธอก็ะโขึ้นเสียงดังกว่าเดิม “ช่วยด้วย ช่วย…”
เ้าเป๋รีบปิดปากเธออีกครั้ง กลิ่นไม่พึงประสงค์ปะทะจมูกเข้ามาเต็มๆ
‘ก๊อกๆๆ’ เสียงเคาะประตูพลันดังระรัวขึ้น ฮั่วเสี่ยวเหวินดีใจ ในที่สุดเสียงะโของตัวเองก็ได้ผล
เ้าเป๋ลุกขึ้น เขาฟาดหลังของฮั่วเสี่ยวเหวินหนึ่งฝ่ามือด้วยความโมโห ฮั่วเสี่ยวเหวินจึงใช้โอกาสนี้ล้มตัวลงพื้น จัดฉากให้ดูเหมือนถูกทุบตี
ประตูถูกเปิดออก ฮั่วเสี่ยวเหวินเงยหน้ามองแต่ก็ถูกเ้าเป๋บังประตูมิด คนด้านนอกเลยมองไม่เห็นสถานการณ์ด้านใน
“พ่ออย่ายุ่งดีกว่า”
ฮั่วเสี่ยวเหวินผิดหวัง คนที่มาคือพ่อของเขา ความพยายามของเธอสูญเปล่าเสียแล้ว
แต่แล้วกลับมีเสียงดัง ‘เพี้ยะ’ ขึ้น ใบหน้าเ้าเป๋แดงเถือกเป็วงใหญ่ ในหูดังอื้ออึง
“พ่อตบผมทำไม?” เ้าเป๋ถามเสียงดัง น้ำเสียงมีความสะอื้นคงจะเพราะไม่ค่อยถูกพ่อตีเลยเสียใจหนัก
“เดรัจฉาน พวกฉันแต่งภรรยาให้แก ไม่ได้แต่งให้แกใช้ผลิตลูกโดยเฉพาะ” เสียงดุดันน่าเกรงขาม ตะคอกประหนึ่งกำลังกรีดร้อง เ้าเป๋ใจนหน้าไร้สีเื ฮั่วเสี่ยวเหวินเองก็ใเช่นกัน
บรรยากาศระหว่างสองพ่อลูกตึงเครียด ผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ เ้าเป๋ปิดประตูและเดินเสียงดัง ‘แซ่ดๆ’ เข้ามา
“ก็บอกอยู่ว่าอย่าร้อง เห็นหรือยังว่าฉันเดือดร้อนเพราะเธอ”
บ่นก็ส่วนบ่น เ้าเป๋ยังคงพาฮั่วเสี่ยวเหวินขึ้นเตียงอิฐแบบกึ่งลากกึ่งกอดอยู่ดี
ฮั่วเสี่ยวเหวินขดตัวที่มุมเตียง ร่างกายสั่นเทิ้ม “นายจะทำอะไร”
นึกไม่ถึงว่าเ้าเป๋จะร้องไห้อย่างคนไม่เอาไหน “ั้แ่เล็กจนโต พ่อไม่เคยตีฉันมาก่อน ฮือฮือฮือ…”
เขาพิการั้แ่เด็ก พ่อเคยโมโหหลายครั้ง แต่เห็นสภาพของเขาแล้วก็ทุบตีไม่ลง
รู้จักเลี้ยงแต่ไม่อบรมคือความผิดของพ่อแม่ ที่เ้าเป๋สามขากลายเป็แบบตอนนี้ต้องโทษที่พ่อแม่ของเขาตามใจเช่นกัน
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่สนใจเขา เธอชะโงกหน้ามองหาประตูหน้าต่างรอบๆ ห้องแต่ก็ล้มเหลว ไม่มีทางไหนให้หนีออกไปได้เลย
เ้าเป๋ร้องไห้ไปด้วย บ่นไปด้วย “คราวก่อนเธอหลอกฉันว่าจะให้นอนด้วย ส่วนคราวนี้เธอทำให้ฉันถูกพ่อตี เธอมันเลว”
ฮั่วเสี่ยวเหวินหัวเราะร้องไห้ไม่ออก พูดอย่างกับว่ามันเป็ความผิดของเธออย่างไรอย่างนั้น
หลังจากเหตุการณ์นี้เ้าเป๋ไม่กล้าใช้กำลังขืนใจอีก ฮั่วเสี่ยวเหวินขดตัวหลับไปที่มุมเตียง
แม่ของเ้าเป๋พูดคำไหนคำนั้น ยกเนื้อไร้มันชามหนึ่งเข้ามาให้เธอในวันรุ่งขึ้น ทั้งยังมีเครื่องเคียงอีกสองสามอย่าง ถือว่า ‘เลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี’ แล้ว
แต่ต้องมาถูกขังในห้องเหมือนติดคุกแบบนี้ ใครจะไปกินลงกัน ฮั่วเสี่ยวเหวินปัดกับข้าวทิ้งด้วยความโมโห เศษชามกระเบื้องและอาหารกระจัดกระจายบนพื้น
แม่ของเ้าเป๋ไม่โมโหแต่อย่างใด หล่อนไปยกกับข้าวชุดใหม่เข้ามา บอกให้ลูกชายมัดมือฮั่วเสี่ยวเหวินแล้วยัดอาหารเข้าปากทีละคำ
ฮั่วเสี่ยวเหวินสำลักทั้งน้ำตา “ขอร้องล่ะค่ะ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันจะขอให้คุณลุงคืนเงินให้พวกคุณ”
แม่ของเ้าเป๋หัวเราะ “นังหนู เธอต้องคิดให้ดีนะ บนใบหลักฐานเขียนไว้ชัดเจน ฝ่ายใดผิดสัญญาต้องชดเชยหนึ่งพันห้าร้อยหยวน”
“หนึ่งพันห้าร้อยหยวน?” ฮั่วเสี่ยวเหวินพยายามดิ้นรน ด่าเสียงดังว่า “ไม่ปล้นกันเลยล่ะ?”
“ไม่ว่ากับใครก็แบบนี้ทั้งนั้น เธอเลิกคิดเพ้อเจ้อได้แล้ว เป็ลูกสะใภ้ฉันแต่โดยดีเถอะ”
ประโยคนี้ใช้ได้ผลมาก นับจากนั้นมาฮั่วเสี่ยวเหวินก็ยอมกินอาหารแต่โดยดี ตอนกลางคืนเ้าเป๋เงียบผิดปกติ ไม่ได้ลวนลามเธอเช่นกัน
เป็เช่นนี้อยู่หลายวันพ่อแม่ของเ้าเป๋สามขาจึงเบาใจลง ส่วนเ้าเป๋ก็ยังคงเดินเตร่ไปทั่วเหมือนเดิม
แต่แน่นอนว่าเขาไม่ได้เดินเตร่อย่างเดียว อุตส่าห์มีภรรยาทั้งทีต้องเล่าให้ทุกคนที่ได้พบเห็นฟังอยู่แล้ว
คราวนี้ในหมู่บ้านมีเื่น่าขันเื่ใหม่มาให้คุย “ฮั่วเสี่ยวเหวินคนนี้สุดยอดมากจริงๆ เอาทั้งแก่ทั้งเด็ก”
“ก็ใช่น่ะสิ วันก่อนฉันเห็นหล่อนโค้งตัวอ้วกในลานบ้าน คงตั้งท้องลูกแล้ว”
ข่าวลือแพร่กระจายเร็วมาก กลุ่มแรกที่ได้ยินข่าวคือครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้าน ‘หลี่อวิ๋น’ ผู้เป็ลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านโมโหมาก “ยายแก่ฮั่วจะทำเกินไปแล้ว ถึงกับขายหลานสาวให้คนพิการเพียงเพื่อเงินไม่กี่หยวน นี่ต่างอะไรกับทำชีวิตหล่อนพังไปตลอดชีวิต?”
จางอิ่นเซิงได้ยินเื่นี้จากบทสนทนาของเด็กๆ เขาตรงไปที่บ้านของเ้าเป๋สามขาในเวลาบ่ายสามโมงวันนั้น
นึกไม่ถึงว่าที่นี่จะมีคนมุงเยอะมาก เขาเบียดตัวเข้าไป เห็นหลี่อวิ๋นถือไม้ตะบองด่าเสียงดังอยู่หน้าบ้าน แต่ประตูยังคงไม่เปิด
มีเสียงของผู้หญิงดังมาจากด้านใน “นี่เป็เื่ระหว่างบ้านพวกเรากับบ้านฮั่ว เกี่ยวอะไรกับพวกคุณกัน?”
จางอิ่นเซิงเตรียมจะโต้แย้ง ทว่าในฝูงชนกลับเกิดความวุ่นวายอย่างฉับพลัน เสียงก่นด่าดังกลบเสียงของหญิงวัยกลางคน “นี่มันลูกบ้านไหนกัน จะรีบไปเกิดใหม่หรือไร?” “คนตาบอดที่ไหนมันเหยียบเท้าฉัน?”
จากนั้นเด็กหนุ่มอายุสิบกว่าคนหนึ่งก็พุ่งตัวออกมา แผลเป็บนใบหน้าทอดยาวน่ากลัว โดยเฉพาะเมื่ออยู่คู่กับน้ำตาที่ไหลเป็สายๆ
มีคนะโว่า “จางเจียิ นายจะรีบไปเกิดใหม่หรือ อยู่ดีๆ มาชนฉันทำไม?”
เชิงอรรถ
[1] คนอื่นเป็มีด แต่ตัวเองเป็ปลาบนเขียง(人为刀狙,我为鱼肉) อุปมาถึงคนอื่นที่มีอำนาจในการตัดสินชะตาชีวิตของผู้อื่น แต่ตัวเองเป็แค่เหยื่อในกำมือ
