บทที่ 68 หลุมศพเปลี่ยนไป
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฉินชูคิดว่าตัวเองควรจากไป แม้ว่าตัวเองจะเกลียดพวกซูซานเหอมากแค่ไหน แต่เขาไม่อยากลากพวกหลัวเจินเข้ามาเกี่ยว อีกอย่างหากเขาจากไปก็ไม่มีผลกระทบอะไร เพราะมีวิชาติดตัว ตำรากายยุทธ์ก็แลกมาแล้ว ที่เหลือก็แค่ต้องใช้เวลาฝึก
เมื่อตัดสินใจได้ ฉินชูก็ออกจากผาหินตัด ใช้แต้มคุณูปการแลกโอสถหลิงหยวนตุนไว้จำนวนมาก แต่กลับไม่แลกโอสถเจินหยวนเอาไว้ เพราะเขามีโอสถเจินหยวนจำนวนมากจากของกำนัลหลังสู้ชนะ
ฉินชูกลับมาที่ผาหินตัด เขาห่อป้ายลัญจกรชิงหวางและตำรายุทธ์ก้าวไร้เงาวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็เขียนจดหมายทิ้งไว้สองฉบับ
สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งเฮือก ก่อนไปจากยอดเขาชิงจู๋ เขาไม่ได้ออกจากสำนักชิงหยุนผ่านทางประตูหลัก แต่เลือกเส้นทางตามเขตรอบนอกยอดเขามี่หยุน เพราะกังวลว่าคนจากสำนักเตาเสวี่ยกับตำหนักพญาจิ้งจอกจะดักรออยู่บริเวณประตูหลัก
ในเวลาเดียวกัน ณ จวนพำนักด้านหลังหอคัมภีร์ ลู่หยวนกำลังเล่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นวันนี้ให้โม่เต้าจื่อฟัง
“ไอ้คนไร้ศักดิ์ศรี! ไฉนถึงกล้าตัดสินใจส่งตัวลูกศิษย์ในสำนักให้ศัตรู แล้วยังคิดจะขอร้องให้ท่านเ้าสำนักลงโทษหลัวเจินอีก...สมควรตายจริงๆ ไป! พวกเราไปที่ยอดเขาชิงจู๋กัน” โม่เต้าจื่อลุกขึ้น
ครั้นโม่เต้าจื่อกับลู่หยวนมาถึงผาหินตัด ก็ไม่พบเงาของฉินชูแล้ว พบแค่เพียงห่อผ้าและจดหมายสองฉบับ
หลังจากเปิดอ่านจดหมาย สีหน้าของโม่เต้าจื่อก็เปลี่ยนไป “ไอ้ซูซานเหอสมควรตาย มันบีบลูกศิษย์ยอดอัจฉริยะของสำนักชิงหยุน จงส่งคนออกตามหาเดี๋ยวนี้”
ลู่หยวนอ่านจดหมายที่ฉินชูทิ้งไว้ ฉบับแรกเขียนขอโทษโม่เต้าจื่อ ส่วนอีกฉบับฝากถึงสำนักเตาเสวี่ยและตำหนักพญาจิ้งจอก โดยมีเนื้อหาทำนองว่า ‘ฉินชูได้ตัดขาดจากสำนักชิงหยุนแล้ว ดังนั้นหากสำนักเตาเสวี่ยและตำหนักพญาจิ้งจอกคิดจะสะสาง จงมาหาเขา’
ลู่หยวนรู้สึกปวดใจ เขารู้ดีว่าทำไมฉินชูตัดสินใจทำแบบนี้ ฉินชูไม่อยากให้หลัวเจินและคนอื่นๆ ต้องลำบากและไม่อยากทำให้สำนักชิงหยุนต้องวุ่นวายไปมากกว่านี้
ลู่หยวนโบกมือะโเรียกคนจากหออาณัติมา จากนั้นก็ออกคำสั่งให้ออกตามหาฉินชู ส่วนเขากับโม่เต้าจื่อยังคงอยู่ในเรือนไม้
“ฉินชูเพียบพร้อมด้วยศักดิ์ศรีของผู้ฝึกกระบี่ ปฏิบัติตนตามครรลองที่พึงกระทำ ละเว้นสิ่งที่ไม่พึงกระทำ นับว่าเป็ความหวังของสำนักชิงหยุนข้ากังวลว่าจะเกิดเื่เหนือความคาดหมายมาตลอด และแล้วก็เกิดขึ้นจนได้ จงไปตามหลัวเจินมาที่นี่” โม่เต้าจื่อออกคำสั่งให้ไป๋อวี้ที่เพิ่งตามเข้ามา
ไม่นาน หลัวเจินก็มาถึง เมื่อเห็นโม่เต้าจื่ออยู่ที่นี่ก็รู้สึกแปลกใจ
“ฉินชูจากไปแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อไม่อยากให้เ้า ลู่หยวนและคนอื่นๆ ต้องลำบาก เขาจึงเลือกที่จะไปจากสำนักชิงหยุน พวกเราจะต้องตามตัวเขากลับมา ห้ามทอดทิ้งเขาเด็ดขาด” โม่เต้าจื่อยื่นจดหมายให้หลัวเจิน
“ซูซานเหอ มันสมควรตายจริงๆ” หลังจากอ่านจบ ภายในใจของหลัวเจินก็เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความโกรธ รู้สึกผิดเพราะฉินชูต่อสู้เพื่อสำนักชิงหยุนและยอดเขาชิงจู๋มาโดยตลอด แต่ตัวเขากลับปกป้องฉินชูไม่ได้ อาจทำให้ฉินชูผิดหวังและจากไป ส่วนที่รู้สึกโกรธเพราะเื่ทั้งหมดนี้เป็เพราะซูซานเหอ
“ลู่หยวน เ้าเห็นป้ายลัญจกรชิงหวางแล้วใช่หรือไม่ ฉินชูเป็คนหาเจอ เนื่องจากเป็คนของยอดเขาชิงจู๋ เขาอยากให้ข้าสนับสนุนหลัวเจินมาตลอด ดังนั้นข้ามีแต่ต้องทำแบบนี้เท่านั้น ต่อจากนี้ หากสำนักชิงหยุนเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ หลัวเจิน! เ้าจงใช้ป้ายลัญจกรชิงหวางเข้าสยบสถานการณ์เสีย” โม่เต้าจื่อพูดขึ้น
“ศิษย์ลุงโปรดวางใจ ศิษย์ไว้ใจการจัดการปัญหาของปรมาจารย์หลัว” ลู่หยวนพูดขึ้น
“เอาไว้มาดูกันว่าซูซานเหอจะกวนน้ำให้ขุ่นไปถึงไหน แล้วท่านเ้าสำนักจะตัดสินใจเยี่ยงไร” โม่เต้าจื่อถอนหายใจ แม้เขาจะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่ก็ไม่อยากให้เื่นี้เกิดขึ้น
ฉินชูเดินเลาะตามเขตรอบนอกของยอดเขามี่หยุน เขาตั้งใจมุ่งหน้ากลับไปที่หุบเขาลึกที่ตัวเองเคยอาศัยอยู่มาก่อน จากที่นั่นมาก็เป็เวลาปีครึ่งแล้ว เขาอยากลับไปดูว่าผู้เฒ่ากลับมาบ้างหรือไม่
ใช้เวลาเดินทางอยู่สองสามวัน ในที่สุดฉินชูก็มาถึงสถานที่ที่เขาเคยใช้ชีวิตในวัยเด็ก
เขามองดูกระท่อมไม้ผุพัง ภายในใจพลันอ้างว้างขึ้นรำไร หนึ่งปีครึ่งแล้ว เขาไปจากที่แห่งนี้ด้วยความกระปรี้กระเปร่า แต่ตอนนี้ต้องกลับมาในสภาพตกอับ ทุกสรรพสิ่งย่อมแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา
ฉินชูออกไปตัดต้นไม้เพื่อมาซ่อมกระท่อมไม้หลังนี้ จากนั้นก็มุ่งหน้าไปที่หลุมศพตัวเอง
ทันทีที่ถึงหลุมศพ ฉินชูก็ใเป็ที่สุด เพราะหลุมศพตัวเองถูกเติมดิน วัชพืชรอบๆ ก็ถูกถางออกอย่างใส่ใจ
ฉินชูรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การกระทำของผู้เฒ่าแน่นอน เขาใช้ชีวิตกับผู้เฒ่ามาสิบกว่าปี ผู้เฒ่าไม่เคยดูแลหลุมฝังศพของเขาเลยสักครั้ง ดังนั้นไม่มีทางมาเติมดินและกำจัดวัชพืชแบบนี้แน่นอน ในกรณีนี้ คนที่ดูแลหลุมศพของเขาอย่างใส่ใจแบบนี้ มีความเป็ไปได้อย่างสูงว่าจะเป็คนในครอบครัว
คนในครอบครัวยังมีชีวิตอยู่...เมื่อได้ข้อสรุปแบบนี้ ต่อให้เป็เพียงข้อสันนิษฐาน ฉินชูก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ในใจเขาค่อนข้างมั่นใจว่าคนที่จัดการดูแลหลุมศพของเขาจะต้องเป็คนในครอบครัวแน่นอน
ฉินชูยื่นมือออกไปแตะป้ายหลุมศพ มือของเขาสั่นเล็กน้อย เพราะเขาเริ่มมองเห็นความหวัง นี่เป็เบาะแสที่ดี หากคนในครอบครัวยังมีชีวิตอยู่ สักวันเขาจะต้องตามหาเจออย่างแน่นอน
ฉินชูทำความสะอาดรอบๆ หลุมศพอีกครั้ง จากนั้นก็กลับมาที่กระท่อมไม้และเริ่มขัดเกลาวิชากระบี่ ฝึกฝนวิชากายยุทธ์และหลอมพลังปราณ
ชั่วพริบตา เวลาครึ่งเดือนก็ผ่านไป กระบวนท่าก้าวไร้เงาของเขาเริ่มเห็นผล ตอนนี้เขาเริ่มคิดว่าเขาจะอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้ คนในครอบครัวคิดว่าเขาตายแล้ว จึงแวะมาเยี่ยมหลุมศพเป็ครั้งคราว สิบห้าปีตอนที่เขาอยู่ที่นี่ ไม่มีใครแวะมาเลยสักครั้ง ถ้าหากคนในครอบครัวแวะมาเยี่ยมหลุมศพของเขาอีกแปดหรือสิบปีให้หลังจะทำเยี่ยงไร อีกอย่าง เขาจะอยู่แบบนี้ตลอดไปไม่ได้ เขาอยากรู้ถึงสถานการณ์ของสำนักชิงหยุน แม้พวกยอดเขาหลักกับซูซานเหอจะเกลียดเขา แต่ยอดเขาชิงจู๋ดีกับเขามาก ไหนจะลู่หยวน เหลยอินและคนอื่นๆ อีก หากเป็ไปได้ เขาก็อยากกลับไปสะสางปัญหาที่ยังค้างคาอยู่ให้จบ
ก่อนออกเดินทาง ฉินชูมาที่หลุมศพตัวเองอีกครั้ง ครุ่นคิดอยู่สักพัก ฉินชูก็ทำป้ายหินขึ้นมาใหม่ เขาใช้กระบี่สลักข้อความเอาไว้ว่า “ข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าชื่อฉินชู”
เขาคิดว่าพวกคนที่มาเห็นข้อความของเขา บางทีความโศกเศร้าในใจอาจทุเลาลงได้
หลังจากออกจากเขตหุบเขาลึก ฉินชูก็มาแถวเขตคูเมืองเพื่อสอบถามสถานการณ์ใน่นี้
จริงๆ แล้ว หลังจากฉินชูจากไปไม่นาน สำนักชิงหยุนก็เกิดเื่ใหญ่ขึ้นจริงๆ และท่านเ้าสำนักนามว่าจงฮั่นก็ออกจากฌานแล้ว
เื่แรกที่จงฮั่นทำหลังจากออกจากฌานก็คือประกาศไล่ศิษย์รับใช้นามว่าฉินชูออกจากสำนักชิงหยุนอย่างเป็ทางการ
ตอนนั้น หลัวเจินตัดสินใจกระทำเื่เสี่ยงอันตราย เขาประกาศสวนกลับว่าฉินชูคือลูกศิษย์แห่งยอดเขาชิงหยุนตลอดกาล ไม่ว่าใครก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงเื่นี้ได้
หลัวเจินเลือกที่จะต่อต้านอย่างไม่ไว้หน้าจงฮั่น การกระทำเช่นนี้ถือว่าเป็การละเมิดกฎของสำนักที่ว่า ‘คำสั่งของเ้าสำนักถือว่าเด็ดขาด’
จงฮั่นพาเหล่าผู้อาสุโสระดับสูงของสักนักมาที่ยอดเขาชิงจู๋ การกระทำต่อต้านคำสั่ง ทำให้หลัวเจินต้องแบกรับความผิดฐานฏ จำเป็ต้องถูกลงโทษตามกฎของสำนัก
“หลัวเจิน เ้าริอ่านต่อต้านคำสั่งกระนั้นหรือ” จงฮั่นมาหาหลัวเจินถึงตำหนักหลักแห่งยอดเขาชิงจู๋ด้วยตัวเอง
“จงฮั่น เมื่อก่อนหลัวเจินผู้นี้คิดว่าเ้าคือคนที่คู่ควรแก่การเคารพนับถือ ดังนั้นจึงให้เกียรติเ้ามาตลอด ต่อให้เ้าจะแต่งตั้งคนไม่เอาไหนอย่างซูซานเหอขึ้นเป็รองเ้าสำนัก ข้าก็ไม่เคยคัดค้านสักคำ แต่ครั้งนี้ข้ายอมรับไม่ได้ ข้าจำเป็ต้องปกป้องฉินชู” หลัวเจินเดินออกมาจากตำหนักหลัก
“เ้ากระทำผิดโทษฐานต่อต้านคำสั่งสูงสุดของเ้าสำนัก ถือว่าเป็ความผิดร้ายแรง จัดการเขา” จงฮั่นตวาดเสียงลั่นด้วยความโมโห เพราะไม่เคยมีใครในสำนักชิงหยุนท้าทายและแข็งข้อกับเขามาก่อน
“ใครกล้าจัดการข้า” หลัวเจินยื่นมือขวาออกไปข้างหน้า ป้ายลัญจกรชิงหวางประจักษ์สู่สายตาทุกคน
