หลังจากหลิ่วเทียนฉีถูกอาจารย์ใหญ่หญิงงามพาไป เฉียวรุ่ยกังวลอยู่ตลอด กระทั่งการแข่งขันของเหลิ่งเยว่ยังไม่มีกะจิตกะใจจะดู
รอบที่สองของเหลิ่งเยว่แข่งขันเสร็จแล้ว เมื่อคนส่วนใหญ่แยกย้ายกลับไปหมด หลิ่วเทียนฉีถึงกลับมาหาพวกเฉียวรุ่ยที่ยังอยู่
“เทียนฉี ไม่เป็ไรนะ?” เฉียวรุ่ยเห็นคนรักกลับมาก็เข้าไปหาคนแรก
“มีเื่ดีอะไรหรือ? เทียนฉี?” ต่งเฟิงมองหลิ่วเทียนฉีหัวเราะเล็กน้อยก่อนเอ่ยถาม
เมิ่งเฟยกับจงหลิงก็มองเขา แม้ไม่ได้ส่งเสียง แต่สายตาก็เต็มไปด้วยความสงสัยเช่นกัน
“ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรหรอก แค่ขายยันต์วิเศษไม่กี่แผ่นเท่านั้น!” หลิ่วเทียนฉีโบกมือ พลางยิ้มแล้วบอก
“ขายยันต์? หัวหน้าอาจารย์ใหญ่อีกสามแคว้นซื้อยันต์ของเ้าหรือ? ถ้าอย่างนั้น เ้าขายไปหนึ่งแสนก้อนต่อหนึ่งแผ่นหรือ?” ต่งเฟิงมองหลิ่วเทียนฉีแล้วถามอย่างฉงน เ้าหมอนี่คงไม่โก่งราคาจนเสพติด บอกผู้อื่นว่าหนึ่งแผ่นหนึ่งแสนก้อนศิลาทิพย์หรอกกระมัง?
“ข้าย่อมเมตตาอย่างเท่าเทียมสิ!” หลิ่วเทียนฉียกมุมปากโค้ง พูดเหมือนเป็เื่สมควร ราคาไม่ลดสักนิด แค่แถมยันต์สองแผ่นเพิ่มให้ก็เท่านั้น
“เทียนฉี คนเ่าั้ล้วนเป็หัวหน้าอาจารย์ใหญ่นะ! ผู้มากความสามารถระดับจิตแรกกำเนิดเชียวนะ! เ้าหลอกเอาเงินพวกเขาเช่นนี้จะดีหรือ?” เฉียวรุ่ยมองคนรัก ถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ อาจารย์ใหญ่เ่าั้คงไม่กลับมาสร้างความลำบากให้พวกเขาหรอกนะ?
“ฮ่าๆๆ วางใจเถอะ พวกเขาไม่มาคิดบัญชีทีหลังหรอก!” หลิ่วเทียนฉีมั่นใจ ถึงตาแก่สองคนนั้นหน้าไม่อายเท่าใด ก็ไม่มีทางวิ่งมาเอาศิลาทิพย์กับคนรุ่นเยาว์อย่างเขาหรอก ลดตัวเกินไปแล้ว!
“อา!” ได้ยินคนรักเอ่ยเช่นนี้ เฉียวรุ่ยพยักหน้าเล็กน้อย
“ใช่แล้ว การแข่งขันของศิษย์พี่เหลิ่งเยว่เป็อย่างไรบ้าง?” หลิ่วเทียนฉีมองคนรักตัวน้อย เปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“นี่...” เพราะเป็ห่วงเทียนฉี ถึงไม่ได้ดูการแข่งขันเลย!
“อ้อ แพ้น่ะ ศิษย์พี่เหลิ่งเยว่แพ้ สุ่ยจือหลิงแห่งวิทยาลัยหลันสุ่ยชนะ” ต่งเฟิงประกาศผลแทน
“สุ่ยจือหลิงนี่เ้าเล่ห์จริงนะ!” ดูท่าอีกฝ่ายคงจงใจไม่สู้กับตนและเย่เฟยเสวี่ย
“ใช่ สุ่ยจือหลิงรู้ชัดถึงพลังของศิษย์น้องหลิ่ว ถึงได้ไม่กล้าแข่งกับเ้า!” จงหลิงพยักหน้าเห็นด้วย
“ไปเถอะ พวกเราไปฉลองดีๆ กันสักหน่อย!” หลิ่วเทียนฉีมองทุกคนก่อนเอ่ยอย่างใจกว้าง พริบตาเดียวได้ศิลาทิพย์มาสองล้านก้อน ตอนนี้ไม่ขาดเงินจริงหนอ!
“ดีเลย!” พวกเขาพยักหน้ารับ เดินออกไปด้วยกัน
.........
วันที่สี่เป็การแข่งขันของวิทยาลัยโอสถ เหมือนที่นิยายต้นฉบับเขียนไว้ เซวียนหยวนหงชนะ ได้อีกห้าสิทธิ์มาให้วิทยาลัยเซิ่งตู
การแข่งขันหลอมอุปกรณ์วันที่ห้าถูกแคว้นอูเอ่อร์กับแคว้นหลันสุ่ยชนะไป เมิ่งเฟยพ่ายแพ้ยับเยิน
การแข่งขันของผู้ควบคุมสัตว์อสูรวันที่หก วิทยาลัยเซิ่งตูยังคงพ่ายแพ้อย่างหมดท่า
จนถึงการแข่งขันค่ายกลวันที่เจ็ดซึ่งเป็วันสุดท้าย พวกหลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ยมาชมการแข่งขันั้แ่เช้าตรู่
ในนิยายต้นฉบับเล่าว่าจงหลิงแข่งกับหลินเหยียนเหยียน นางเอกคนที่สองแล้วพ่ายแพ้หมดรูป ไม่ได้สิทธิเข้าไปในแดนลับ ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะเป็อย่างไร?
ในรอบแรก แข่งขันโดยการฝ่าค่ายกลวงกต ให้แต่ละวิทยาลัยส่งผู้ใช้ค่ายกลมาหนึ่งคน ทั้งสี่คนวางค่ายกลวงกตด้วยกัน หลังจากนั้น ศิษย์สี่คนที่เข้าแข่งขันเริ่มฝ่าค่ายกลวงกต ใครออกมาได้ก่อนก็เป็ผู้ชนะ
รอบแรกสำหรับวิทยาลัยเซิ่งตู ผู้ที่เข้าแข่งขันไม่ใช่จงหลิงแต่เป็เจียงเทาที่มีระดับวิชาค่ายกลเป็รองแค่จงหลิง น่าเสียดายยิ่งนัก เจียงเทาก้าวออกมาจากค่ายกลวงกตได้เป็คนที่สอง การแข่งขันรอบแรกแคว้นหลันสุ่ยชนะไป
การแข่งขันรอบที่สองจัดขึ้นตอนบ่าย สิ่งที่ใช้ในการแข่งคือค่ายกลป้องกัน ให้ศิษย์ที่เข้าแข่งทั้งสี่คนวางค่ายกลป้องกันที่ตนคิดว่าแข็งแกร่งที่สุด จากนั้นจับฉลากตัดสินว่าใครต้องไปโจมตีค่ายกลป้องกันของใคร โดยค่ายกลป้องกันที่ถูกทำลายช้าที่สุด นับว่าคนนั้นเป็ผู้ชนะ
ตอนวางค่ายกล เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็นลูกเล่นของกันและกัน ทั้งสี่คนจึงใช้เขตแดนจนกระทั่งวางค่ายกลสำเร็จถึงทำลายเขตแดนออกมา
เมื่อเห็นสิ่งที่จงหลิงวางคือค่ายกลป้องกันพันยันต์ที่ทั้งสองคนวิจัยด้วยกัน หลิ่วเทียนฉีก็ยกมุมปาก ขอดูสักหน่อยสินางเอกคนที่สอง คราวนี้เ้าจะชนะได้หรือไม่
“ไม่รู้ว่าค่ายกลที่ศิษย์พี่จงวางจะชนะได้หรือไม่นะ?” เฉียวรุ่ยมองจงหลิงที่วางค่ายกลสำเร็จแล้วในสนาม พลางพูดอย่างเป็กังวล
“เ้าควรเชื่อมั่นในตัวศิษย์พี่จงสิ ศิษย์พี่จงเป็ถึงอัจฉริยะค่ายกลเชียวนะ!” หลิ่วเทียนฉียิ้มเย้าคนรัก บอกอย่างจริงจัง หากเป็ค่ายกลป้องกันพันยันต์ล่ะก็ โอกาสชนะก็มีมากอยู่
“ก็ ก็จริง!” เฉียวรุ่ยพยักหน้ารับ
“ค่ายกลของหลิงหลิงแม้พลังไม่อ่อนแอ แต่มีหลินเหยียนเหยียนแห่งแคว้นเทียนโยวกับหลิวเยี่ยนถิงแห่งแคว้นหลันสุ่ยที่เป็อัจฉริยะค่ายกลเหมือนกันอีก พบคู่ต่อสู้น่าหวาดหวั่นเข้าแล้วสิ!” เมิ่งเฟยเห็นสถานการณ์บนเวทีก็ร้อนใจเป็อย่างยิ่ง
การจับฉลากเสร็จสิ้น แรกสุดเป็หลิวเยี่ยนถิงแห่งแคว้นหลันสุ่ยโจมตีค่ายกลป้องกันของแคว้นอูเอ่อร์ ไม่เสียทีที่อีกฝ่ายเป็อัจฉริยะค่ายกล เพียงครึ่งชั่วยามก็ทำลายค่ายกลสำเร็จ
ต่อมาเป็ศิษย์แคว้นอูเอ่อร์โจมตีค่ายกลป้องกันของหลิวเยี่ยนถิง ใช้เวลาหนึ่งชั่วยามกับอีกสามเค่อ1 ถึงทำลายค่ายกลของหลิวเยี่ยนถิงได้
หลังจากนั้น ผลัดถึงตาจงหลิงโจมตีค่ายกลป้องกันของหลินเหยียนเหยียน กล่าวได้ว่านางเอกคนที่สองเป็ผู้ใช้ค่ายกลที่มีฝีมือไม่เลวยิ่งนัก ค่ายกลป้องกันปราการเหล็กที่นางวางทำลายได้ยากเสียจริง ต่อให้เป็จงหลิงก็สิ้นเปลืองเรี่ยวแรงไปมาก ใช้เวลาสองชั่วยามถึงทำลายค่ายกลของอีกฝ่ายสำเร็จ
ท้ายที่สุด เป็หลินเหยียนเหยียนทำลายค่ายกลป้องกันของจงหลิง
หลินเหยียนเหยียนเดินมาตรงหน้าค่ายกลของจงหลิง มองรอบหนึ่ง คิดว่าค่ายกลที่จงหลิงวางคือค่ายกลป้องกันพันภูผา แต่เมื่อนางเริ่มลงมือโจมตีดวงตาค่ายกลหลายอัน กลับค้นพบอย่างประหลาดใจว่า ยิ่งนางโจมตีดวงตาค่ายกลเท่าไร ค่ายกลป้องกันกลับยิ่งแข็งแกร่ง เป็เช่นนี้ไม่หยุด
โจมตีดวงตาค่ายกลไม่ได้ หลินเหยียนเหยียนจึงเปลี่ยนเป็โจมตีฐานค่ายกลแต่ผลลัพธ์กลับเหมือนกัน ยิ่งโจมตียิ่งมั่นคง
เห็นถึงตรงนี้ หลิ่วเทียนฉีเลิกคิ้ว ดูท่าจงหลิงไม่ได้ใช้ยันต์โจมตี ก็ถูกล่ะนะ นี่คือการแข่งขัน ไม่อนุญาตให้ซ่อนกระบวนท่าสังหาร แต่ถึงไม่ใช่ยันต์สะท้อนกับยันต์โจมตี ค่ายกลป้องกันที่แข็งแกร่งประหนึ่งปราการเช่นนี้ก็น่าจะเพียงพอให้หลินเหยียนเหยียนทำลายสิบวันถึงครึ่งเดือนแล้ว!
.........
สองชั่วยามให้หลัง
หลินเหยียนเหยียนมองค่ายกลตรงหน้าที่ไร้เงื่อนงำสักนิด นางกลัดกลุ้มอย่างหนัก เป็ไปได้อย่างไร มีค่ายกลนอกรีตเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ยิ่งโจมตีเท่าไร ค่ายกลยิ่งดูดซับพลังโจมตี กลับกลายเป็แข็งแกร่งมากขึ้น เป็เช่นนี้ได้อย่างไรกัน?
“ในเมื่อสองชั่วยามผ่านไปแล้ว ศิษย์หลานหลินยังไม่อาจทำลายค่ายกลได้ ถ้าเช่นนั้นครั้งนี้ จงหลิงได้ชัยชนะ!” อาจารย์ใหญ่ร่างเตี้ยอ้าปากหัวเราะ ก่อนประกาศผล
“โอ้ ศิษย์พี่จงชนะ ศิษย์พี่จงชนะแล้ว!”
“ไม่เสียทีที่ศิษย์พี่จงเป็อันดับหนึ่งของวิทยาลัยค่ายกลนะ ร้ายกาจเสียจริง!”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว วิชาค่ายกลของศิษย์พี่จงร้ายกาจที่สุด!”
ได้ยินอาจารย์ใหญ่ร่างเตี้ยประกาศผลการแข่งขัน ศิษย์วิทยาลัยเซิ่งตูทั้งหลายที่อยู่ด้านล่างเวทีล้วนฮือฮา
เห็นศิษย์ทั้งหลายโห่ร้องยินดี อาจารย์ใหญ่ ผู้าุโและอาจารย์ทั้งหลายของวิทยาลัยเซิ่งตูก็อารมณ์ดีด้วย!
ได้ยินผลลัพธ์นี้ สีหน้าของหลินเหยียนเหยียนก็ซีดขาว แต่นางไร้วาจาตอบกลับ ไม่ต้องพูดถึงสองชั่วยาม ถึงให้อีกสองชั่วยาม นางก็ไม่แน่ใจว่าจะทำลายค่ายกลนี้ได้
“ฝีมือของศิษย์พี่จงสูงกว่าขั้นหนึ่งจริงเชียว ข้ายอมแพ้เลย!” หลินเหยียนเหยียนบอก
“ศิษย์น้องหลินชมเกินไปแล้ว!”
“ศิษย์พี่จง ข้าอยากถามสักคำ ค่ายกลป้องกันที่แข็งแกร่งประหนึ่งปราการเหล็กนี่ของท่านเป็ค่ายกลอันใดหรือ?” หลินเหยียนเหยียนมองจงหลิงพลางถามอย่างจริงจัง
“ค่ายกลนี้ชื่อค่ายกลป้องกันพันยันต์ เป็ค่ายกลที่ข้ากับศิษย์น้องหลิ่วเทียนฉีค้นคว้าร่วมกันเป็เวลาหนึ่งปีถึงสร้างออกมาได้น่ะ” จงหลิงบอกตามจริง ไม่ปิดบัง
เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา ผู้คนด้านล่างเวทีพากันวิพากษ์วิจารณ์ต่อ
“ที่แท้ เป็ค่ายกลที่ศิษย์พี่จงกับศิษย์น้องหลิ่วสร้างออกมาเองหรือ!”
“ใช่ ศิษย์น้องหลิ่วกับศิษย์พี่จงไม่ธรรมดาจริง ถึงกับสร้างค่ายกลออกมาเองได้!”
“ใช่ไง ใครบอกว่าไม่ใช่เล่า!”
ได้ยินคำว่าสร้างเองสองคำ พระเอกก็อดมองจงหลิงเพิ่มขึ้นหลายหนไม่ได้ ก่อนหน้านี้ เพราะจงหลิงรูปโฉมอัปลักษณ์ จึงมีคำเรียกขานว่าสตรีอัปลักษณ์อันดับหนึ่งแห่งวิทยาลัยค่ายกลมาตลอด แต่วันนี้จงหลิงรูปโฉมฟื้นคืน งดงามสง่า รูปงามใจกว้างจนผู้คนตามจีบกันนับไม่ถ้วน น่าเสียดายนักที่จงหลิงกลับไม่ต้องใจใครสักคน
ตอนนี้จงหลิงกับหลิ่วเทียนฉีสนิทกันมาก พระเอกคิดว่าระหว่างพวกเขามีบางอย่างคลุมเครือมาตลอด คิดไม่ถึง ไม่เพียงมีความสัมพันธ์กันธรรมดา พวกเขายังร่วมกันวิจัยค่ายกลออกมาอีก ทำให้เขาคาดคิดไม่ถึงจริงๆ!
“น้องเจ็ดเป็ค่ายกลด้วยหรือ? ไม่น่านะ?” นางเอกมองหลิ่วซือแล้วถามอย่างงุนงง
“ใช่ น้องเจ็ดไม่น่าจะเป็ค่ายกลนี่!” หลิ่วซือพยักหน้า คิดว่าหลิ่วเทียนฉีไม่น่าจะเชี่ยวชาญค่ายกลเช่นกัน
“ถ้าเช่นนั้น หากหลิ่วเทียนฉีไม่เป็ค่ายกล ทำไมจงหลิงถึงบอกว่าวิจัยค่ายกลมาด้วยกันเล่า? หรือว่าสองคนนี้...” พูดถึงตรงนี้ อวี๋ชิงโยวกลับนึกสนุก
“ผู้อื่นมีความสัมพันธ์กันอย่างใด นั่นไม่ใช่เื่ของพวกเรา! สรุปคือศิษย์พี่จงชนะก็พอ!” ในสายตาของเซวียนหยวนหง สิ่งอื่นล้วนไม่สำคัญ ชนะต่างหากที่สำคัญที่สุดไม่ใช่หรือ?
“นั่นก็จริง ชนะสำคัญที่สุด!” อวี๋ชิงโยวพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“สร้างเอง???” หลินเหยียนเหยียนได้ยินคำนี้ยังตะลึงไม่หาย ในเวลาเดียวกัน หัวหน้าอาจารย์ใหญ่สี่คนล้วนตะลึงไปด้วย
“ฮ่าๆๆ สหายผู้ฝึกตนเฟิงกู่ วิทยาลัยเซิ่งตูมีความสามารถมากมายเสียจริงนะ!” อาจารย์ใหญ่ผังแห่งแคว้นหลันสุ่ยชำเลืองมองเฟิงกู่พลางยิ้มเอ่ย
“ใช่แล้ว เดี๋ยวมีหลิ่วเทียนฉีสร้างยันต์วิเศษเอง มีจงหลิงสร้างค่ายกลเอง อัจฉริยะมากมายจริงนะ!” อาจารย์ใหญ่หลินแห่งแคว้นเทียนโยวมองเฟิงกู่ด้วยใบหน้าบึ้งตึงก่อนพูดขึ้น
เดิมที เย่เฟยเสวี่ยกับหลินเหยียนเหยียนล้วนเป็อัจฉริยะระดับสุดยอดในวิทยาลัยพวกเขา คนหนึ่งเป็อันดับหนึ่งของวิทยาลัยยันต์ อีกคนเป็อันดับหนึ่งของวิทยาลัยค่ายกล แต่คิดไม่ถึง คราวนี้กลับพบอัจฉริยะที่สร้างสิ่งของเองได้สองคน ผลลัพธ์พ่ายแพ้ตามกันไปจนวิทยาลัยเทียนโยวต้องเสียไปสิบสิทธิ์
“ฮ่าๆๆ ศิษย์สร้างสรรค์บรรลุเองได้นับว่าเป็เื่ดี พวกเราในฐานะผู้าุโควรดีใจกับพวกเขา สหายผู้ฝึกตนทั้งสามว่าใช่หรือไม่เล่า?” หลิ่วเทียนฉีสร้างยันต์อัคคีทองด้วยตนเอง เื่นี้เฟิงกู่ไม่ประหลาดใจนัก เพราะยันต์วิเศษนี้ คนในวิทยาลัยเซิ่งตูล้วนรู้หมด แต่จงหลิงสร้างค่ายกลเองได้ เื่นี้กลับทำให้เฟิงกู่ตกตะลึงไม่น้อย
สาวน้อยคนนี้ ่ที่แข่งในวิทยาลัยค่ายกล นางไม่เผยเค้าลางสักนิด คิดไม่ถึง คราวนี้ถึงกับเอาค่ายกลที่ตนปรับเองออกมา ทำให้คู่ต่อสู้พ่ายแพ้หมดสิ้น ดูท่าคงจงใจซ่อนฝีมือไว้สินะ!
“หลิงหลิง เ้าทำค่ายกลที่ร้ายกาจปานนี้ออกมาได้ั้แ่เมื่อไรหรือ? ทำไมอาจารย์ไม่รู้เล่า?” อาจารย์ใหญ่ร่างเตี้ยมองศิษย์ของตนพลางถามเสียงเบา
“อาจารย์ ค่ายกลนี้ข้ากับศิษย์น้องหลิ่ววิจัยร่วมกัน ไม่ใช่ของข้าเอง นอกจากนี้ ท่านผู้เฒ่ายุ่งอยู่ตลอด ข้าย่อมไม่สะดวกเอาเื่เล็กน้อยเช่นนี้มารบกวนท่าน ท่านว่าใช่หรือไม่?” จงหลิงกะพริบตา ตอบอย่างสบายๆ
“ฮึ แม่สาวน้อย รู้จักปิดบังอาจารย์แล้วหรือ?”
“ตามที่อาจารย์เอ่ย ศิษย์ย่อมไม่กล้า ครั้งนี้ศิษย์ได้ชัยชนะต้องขอบคุณความช่วยเหลือของศิษย์น้องหลิ่วสักหน่อย ศิษย์ต้องไปเลี้ยงเหล่าสหาย คงไม่ได้อยู่เป็เพื่อนอาจารย์นะเ้าคะ!” จงหลิงพูดก่อนก้าวเดินจากไป
“ฮึ แม่สาวน้อยคนนี้!” อาจารย์ใหญ่ร่างเตี้ยมองแผ่นหลังของศิษย์ที่จากไปด้วยสีหน้าฮึดฮัด
--------------------------------------------------------------
1 เค่อ (刻) หน่วยนับเวลาสมัยโบราณของจีน ประมาณสิบห้านาที
