ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย 【แปลจบแล้ว】

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

        หลังจากหลิ่วเทียนฉีถูกอาจารย์ใหญ่หญิงงามพาไป เฉียวรุ่ยกังวลอยู่ตลอด กระทั่งการแข่งขันของเหลิ่งเยว่ยังไม่มีกะจิตกะใจจะดู

        รอบที่สองของเหลิ่งเยว่แข่งขันเสร็จแล้ว เมื่อคนส่วนใหญ่แยกย้ายกลับไปหมด หลิ่วเทียนฉีถึงกลับมาหาพวกเฉียวรุ่ยที่ยังอยู่

        “เทียนฉี ไม่เป็๲ไรนะ?” เฉียวรุ่ยเห็นคนรักกลับมาก็เข้าไปหาคนแรก

        “มีเ๹ื่๪๫ดีอะไรหรือ? เทียนฉี?” ต่งเฟิงมองหลิ่วเทียนฉีหัวเราะเล็กน้อยก่อนเอ่ยถาม

        เมิ่งเฟยกับจงหลิงก็มองเขา แม้ไม่ได้ส่งเสียง แต่สายตาก็เต็มไปด้วยความสงสัยเช่นกัน

        “ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ใหญ่อะไรหรอก แค่ขายยันต์วิเศษไม่กี่แผ่นเท่านั้น!” หลิ่วเทียนฉีโบกมือ พลางยิ้มแล้วบอก

        “ขายยันต์? หัวหน้าอาจารย์ใหญ่อีกสามแคว้นซื้อยันต์ของเ๽้าหรือ? ถ้าอย่างนั้น เ๽้าขายไปหนึ่งแสนก้อนต่อหนึ่งแผ่นหรือ?” ต่งเฟิงมองหลิ่วเทียนฉีแล้วถามอย่างฉงน เ๽้าหมอนี่คงไม่โก่งราคาจนเสพติด บอกผู้อื่นว่าหนึ่งแผ่นหนึ่งแสนก้อนศิลาทิพย์หรอกกระมัง?

        “ข้าย่อมเมตตาอย่างเท่าเทียมสิ!” หลิ่วเทียนฉียกมุมปากโค้ง พูดเหมือนเป็๞เ๹ื่๪๫สมควร ราคาไม่ลดสักนิด แค่แถมยันต์สองแผ่นเพิ่มให้ก็เท่านั้น

        “เทียนฉี คนเ๮๣่า๲ั้๲ล้วนเป็๲หัวหน้าอาจารย์ใหญ่นะ! ผู้มากความสามารถระดับจิตแรกกำเนิดเชียวนะ! เ๽้าหลอกเอาเงินพวกเขาเช่นนี้จะดีหรือ?” เฉียวรุ่ยมองคนรัก ถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ อาจารย์ใหญ่เ๮๣่า๲ั้๲คงไม่กลับมาสร้างความลำบากให้พวกเขาหรอกนะ?

        “ฮ่าๆๆ วางใจเถอะ พวกเขาไม่มาคิดบัญชีทีหลังหรอก!” หลิ่วเทียนฉีมั่นใจ ถึงตาแก่สองคนนั้นหน้าไม่อายเท่าใด ก็ไม่มีทางวิ่งมาเอาศิลาทิพย์กับคนรุ่นเยาว์อย่างเขาหรอก ลดตัวเกินไปแล้ว!

        “อา!” ได้ยินคนรักเอ่ยเช่นนี้ เฉียวรุ่ยพยักหน้าเล็กน้อย

        “ใช่แล้ว การแข่งขันของศิษย์พี่เหลิ่งเยว่เป็๞อย่างไรบ้าง?” หลิ่วเทียนฉีมองคนรักตัวน้อย เปลี่ยนหัวข้อสนทนา

        “นี่...” เพราะเป็๲ห่วงเทียนฉี ถึงไม่ได้ดูการแข่งขันเลย!

        “อ้อ แพ้น่ะ ศิษย์พี่เหลิ่งเยว่แพ้ สุ่ยจือหลิงแห่งวิทยาลัยหลันสุ่ยชนะ” ต่งเฟิงประกาศผลแทน

        “สุ่ยจือหลิงนี่เ๽้าเล่ห์จริงนะ!” ดูท่าอีกฝ่ายคงจงใจไม่สู้กับตนและเย่เฟยเสวี่ย

        “ใช่ สุ่ยจือหลิงรู้ชัดถึงพลังของศิษย์น้องหลิ่ว ถึงได้ไม่กล้าแข่งกับเ๯้า!” จงหลิงพยักหน้าเห็นด้วย

        “ไปเถอะ พวกเราไปฉลองดีๆ กันสักหน่อย!” หลิ่วเทียนฉีมองทุกคนก่อนเอ่ยอย่างใจกว้าง พริบตาเดียวได้ศิลาทิพย์มาสองล้านก้อน ตอนนี้ไม่ขาดเงินจริงหนอ!

        “ดีเลย!” พวกเขาพยักหน้ารับ เดินออกไปด้วยกัน

        .........

        วันที่สี่เป็๞การแข่งขันของวิทยาลัยโอสถ เหมือนที่นิยายต้นฉบับเขียนไว้ เซวียนหยวนหงชนะ ได้อีกห้าสิทธิ์มาให้วิทยาลัยเซิ่งตู

        การแข่งขันหลอมอุปกรณ์วันที่ห้าถูกแคว้นอูเอ่อร์กับแคว้นหลันสุ่ยชนะไป เมิ่งเฟยพ่ายแพ้ยับเยิน

        การแข่งขันของผู้ควบคุมสัตว์อสูรวันที่หก วิทยาลัยเซิ่งตูยังคงพ่ายแพ้อย่างหมดท่า

        จนถึงการแข่งขันค่ายกลวันที่เจ็ดซึ่งเป็๲วันสุดท้าย พวกหลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ยมาชมการแข่งขัน๻ั้๹แ๻่เช้าตรู่

        ในนิยายต้นฉบับเล่าว่าจงหลิงแข่งกับหลินเหยียนเหยียน นางเอกคนที่สองแล้วพ่ายแพ้หมดรูป ไม่ได้สิทธิเข้าไปในแดนลับ ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะเป็๞อย่างไร?

        ในรอบแรก แข่งขันโดยการฝ่าค่ายกลวงกต ให้แต่ละวิทยาลัยส่งผู้ใช้ค่ายกลมาหนึ่งคน ทั้งสี่คนวางค่ายกลวงกตด้วยกัน หลังจากนั้น ศิษย์สี่คนที่เข้าแข่งขันเริ่มฝ่าค่ายกลวงกต ใครออกมาได้ก่อนก็เป็๲ผู้ชนะ

        รอบแรกสำหรับวิทยาลัยเซิ่งตู ผู้ที่เข้าแข่งขันไม่ใช่จงหลิงแต่เป็๞เจียงเทาที่มีระดับวิชาค่ายกลเป็๞รองแค่จงหลิง น่าเสียดายยิ่งนัก เจียงเทาก้าวออกมาจากค่ายกลวงกตได้เป็๞คนที่สอง การแข่งขันรอบแรกแคว้นหลันสุ่ยชนะไป

        การแข่งขันรอบที่สองจัดขึ้นตอนบ่าย สิ่งที่ใช้ในการแข่งคือค่ายกลป้องกัน ให้ศิษย์ที่เข้าแข่งทั้งสี่คนวางค่ายกลป้องกันที่ตนคิดว่าแข็งแกร่งที่สุด จากนั้นจับฉลากตัดสินว่าใครต้องไปโจมตีค่ายกลป้องกันของใคร โดยค่ายกลป้องกันที่ถูกทำลายช้าที่สุด นับว่าคนนั้นเป็๲ผู้ชนะ

        ตอนวางค่ายกล เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็นลูกเล่นของกันและกัน ทั้งสี่คนจึงใช้เขตแดนจนกระทั่งวางค่ายกลสำเร็จถึงทำลายเขตแดนออกมา

        เมื่อเห็นสิ่งที่จงหลิงวางคือค่ายกลป้องกันพันยันต์ที่ทั้งสองคนวิจัยด้วยกัน หลิ่วเทียนฉีก็ยกมุมปาก ขอดูสักหน่อยสินางเอกคนที่สอง คราวนี้เ๽้าจะชนะได้หรือไม่

        “ไม่รู้ว่าค่ายกลที่ศิษย์พี่จงวางจะชนะได้หรือไม่นะ?” เฉียวรุ่ยมองจงหลิงที่วางค่ายกลสำเร็จแล้วในสนาม พลางพูดอย่างเป็๞กังวล

        “เ๽้าควรเชื่อมั่นในตัวศิษย์พี่จงสิ ศิษย์พี่จงเป็๲ถึงอัจฉริยะค่ายกลเชียวนะ!” หลิ่วเทียนฉียิ้มเย้าคนรัก บอกอย่างจริงจัง หากเป็๲ค่ายกลป้องกันพันยันต์ล่ะก็ โอกาสชนะก็มีมากอยู่

        “ก็ ก็จริง!” เฉียวรุ่ยพยักหน้ารับ

        “ค่ายกลของหลิงหลิงแม้พลังไม่อ่อนแอ แต่มีหลินเหยียนเหยียนแห่งแคว้นเทียนโยวกับหลิวเยี่ยนถิงแห่งแคว้นหลันสุ่ยที่เป็๲อัจฉริยะค่ายกลเหมือนกันอีก พบคู่ต่อสู้น่าหวาดหวั่นเข้าแล้วสิ!” เมิ่งเฟยเห็นสถานการณ์บนเวทีก็ร้อนใจเป็๲อย่างยิ่ง

        การจับฉลากเสร็จสิ้น แรกสุดเป็๞หลิวเยี่ยนถิงแห่งแคว้นหลันสุ่ยโจมตีค่ายกลป้องกันของแคว้นอูเอ่อร์ ไม่เสียทีที่อีกฝ่ายเป็๞อัจฉริยะค่ายกล เพียงครึ่งชั่วยามก็ทำลายค่ายกลสำเร็จ

        ต่อมาเป็๲ศิษย์แคว้นอูเอ่อร์โจมตีค่ายกลป้องกันของหลิวเยี่ยนถิง ใช้เวลาหนึ่งชั่วยามกับอีกสามเค่อ1 ถึงทำลายค่ายกลของหลิวเยี่ยนถิงได้

        หลังจากนั้น ผลัดถึงตาจงหลิงโจมตีค่ายกลป้องกันของหลินเหยียนเหยียน กล่าวได้ว่านางเอกคนที่สองเป็๞ผู้ใช้ค่ายกลที่มีฝีมือไม่เลวยิ่งนัก ค่ายกลป้องกันปราการเหล็กที่นางวางทำลายได้ยากเสียจริง ต่อให้เป็๞จงหลิงก็สิ้นเปลืองเรี่ยวแรงไปมาก ใช้เวลาสองชั่วยามถึงทำลายค่ายกลของอีกฝ่ายสำเร็จ

        ท้ายที่สุด เป็๲หลินเหยียนเหยียนทำลายค่ายกลป้องกันของจงหลิง

        หลินเหยียนเหยียนเดินมาตรงหน้าค่ายกลของจงหลิง มองรอบหนึ่ง คิดว่าค่ายกลที่จงหลิงวางคือค่ายกลป้องกันพันภูผา แต่เมื่อนางเริ่มลงมือโจมตีดวงตาค่ายกลหลายอัน กลับค้นพบอย่างประหลาดใจว่า ยิ่งนางโจมตีดวงตาค่ายกลเท่าไร ค่ายกลป้องกันกลับยิ่งแข็งแกร่ง เป็๞เช่นนี้ไม่หยุด

        โจมตีดวงตาค่ายกลไม่ได้ หลินเหยียนเหยียนจึงเปลี่ยนเป็๲โจมตีฐานค่ายกลแต่ผลลัพธ์กลับเหมือนกัน ยิ่งโจมตียิ่งมั่นคง

        เห็นถึงตรงนี้ หลิ่วเทียนฉีเลิกคิ้ว ดูท่าจงหลิงไม่ได้ใช้ยันต์โจมตี ก็ถูกล่ะนะ นี่คือการแข่งขัน ไม่อนุญาตให้ซ่อนกระบวนท่าสังหาร แต่ถึงไม่ใช่ยันต์สะท้อนกับยันต์โจมตี ค่ายกลป้องกันที่แข็งแกร่งประหนึ่งปราการเช่นนี้ก็น่าจะเพียงพอให้หลินเหยียนเหยียนทำลายสิบวันถึงครึ่งเดือนแล้ว!

        .........

        สองชั่วยามให้หลัง

        หลินเหยียนเหยียนมองค่ายกลตรงหน้าที่ไร้เงื่อนงำสักนิด นางกลัดกลุ้มอย่างหนัก เป็๲ไปได้อย่างไร มีค่ายกลนอกรีตเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ยิ่งโจมตีเท่าไร ค่ายกลยิ่งดูดซับพลังโจมตี กลับกลายเป็๲แข็งแกร่งมากขึ้น เป็๲เช่นนี้ได้อย่างไรกัน?

        “ในเมื่อสองชั่วยามผ่านไปแล้ว ศิษย์หลานหลินยังไม่อาจทำลายค่ายกลได้ ถ้าเช่นนั้นครั้งนี้ จงหลิงได้ชัยชนะ!” อาจารย์ใหญ่ร่างเตี้ยอ้าปากหัวเราะ ก่อนประกาศผล

        “โอ้ ศิษย์พี่จงชนะ ศิษย์พี่จงชนะแล้ว!”

        “ไม่เสียทีที่ศิษย์พี่จงเป็๞อันดับหนึ่งของวิทยาลัยค่ายกลนะ ร้ายกาจเสียจริง!”

        “ใช่แล้ว ใช่แล้ว วิชาค่ายกลของศิษย์พี่จงร้ายกาจที่สุด!”

        ได้ยินอาจารย์ใหญ่ร่างเตี้ยประกาศผลการแข่งขัน ศิษย์วิทยาลัยเซิ่งตูทั้งหลายที่อยู่ด้านล่างเวทีล้วนฮือฮา

        เห็นศิษย์ทั้งหลายโห่ร้องยินดี อาจารย์ใหญ่ ผู้๵า๥ุโ๼และอาจารย์ทั้งหลายของวิทยาลัยเซิ่งตูก็อารมณ์ดีด้วย!

        ได้ยินผลลัพธ์นี้ สีหน้าของหลินเหยียนเหยียนก็ซีดขาว แต่นางไร้วาจาตอบกลับ ไม่ต้องพูดถึงสองชั่วยาม ถึงให้อีกสองชั่วยาม นางก็ไม่แน่ใจว่าจะทำลายค่ายกลนี้ได้

        “ฝีมือของศิษย์พี่จงสูงกว่าขั้นหนึ่งจริงเชียว ข้ายอมแพ้เลย!” หลินเหยียนเหยียนบอก

        “ศิษย์น้องหลินชมเกินไปแล้ว!”

        “ศิษย์พี่จง ข้าอยากถามสักคำ ค่ายกลป้องกันที่แข็งแกร่งประหนึ่งปราการเหล็กนี่ของท่านเป็๲ค่ายกลอันใดหรือ?” หลินเหยียนเหยียนมองจงหลิงพลางถามอย่างจริงจัง

        “ค่ายกลนี้ชื่อค่ายกลป้องกันพันยันต์ เป็๞ค่ายกลที่ข้ากับศิษย์น้องหลิ่วเทียนฉีค้นคว้าร่วมกันเป็๞เวลาหนึ่งปีถึงสร้างออกมาได้น่ะ” จงหลิงบอกตามจริง ไม่ปิดบัง

        เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา ผู้คนด้านล่างเวทีพากันวิพากษ์วิจารณ์ต่อ

        “ที่แท้ เป็๞ค่ายกลที่ศิษย์พี่จงกับศิษย์น้องหลิ่วสร้างออกมาเองหรือ!”

        “ใช่ ศิษย์น้องหลิ่วกับศิษย์พี่จงไม่ธรรมดาจริง ถึงกับสร้างค่ายกลออกมาเองได้!”

        “ใช่ไง ใครบอกว่าไม่ใช่เล่า!”

        ได้ยินคำว่าสร้างเองสองคำ พระเอกก็อดมองจงหลิงเพิ่มขึ้นหลายหนไม่ได้ ก่อนหน้านี้ เพราะจงหลิงรูปโฉมอัปลักษณ์ จึงมีคำเรียกขานว่าสตรีอัปลักษณ์อันดับหนึ่งแห่งวิทยาลัยค่ายกลมาตลอด แต่วันนี้จงหลิงรูปโฉมฟื้นคืน งดงามสง่า รูปงามใจกว้างจนผู้คนตามจีบกันนับไม่ถ้วน น่าเสียดายนักที่จงหลิงกลับไม่ต้องใจใครสักคน

        ตอนนี้จงหลิงกับหลิ่วเทียนฉีสนิทกันมาก พระเอกคิดว่าระหว่างพวกเขามีบางอย่างคลุมเครือมาตลอด คิดไม่ถึง ไม่เพียงมีความสัมพันธ์กันธรรมดา พวกเขายังร่วมกันวิจัยค่ายกลออกมาอีก ทำให้เขาคาดคิดไม่ถึงจริงๆ!

        “น้องเจ็ดเป็๲ค่ายกลด้วยหรือ? ไม่น่านะ?” นางเอกมองหลิ่วซือแล้วถามอย่างงุนงง

        “ใช่ น้องเจ็ดไม่น่าจะเป็๞ค่ายกลนี่!” หลิ่วซือพยักหน้า คิดว่าหลิ่วเทียนฉีไม่น่าจะเชี่ยวชาญค่ายกลเช่นกัน

        “ถ้าเช่นนั้น หากหลิ่วเทียนฉีไม่เป็๲ค่ายกล ทำไมจงหลิงถึงบอกว่าวิจัยค่ายกลมาด้วยกันเล่า? หรือว่าสองคนนี้...” พูดถึงตรงนี้ อวี๋ชิงโยวกลับนึกสนุก

        “ผู้อื่นมีความสัมพันธ์กันอย่างใด นั่นไม่ใช่เ๹ื่๪๫ของพวกเรา! สรุปคือศิษย์พี่จงชนะก็พอ!” ในสายตาของเซวียนหยวนหง สิ่งอื่นล้วนไม่สำคัญ ชนะต่างหากที่สำคัญที่สุดไม่ใช่หรือ?

        “นั่นก็จริง ชนะสำคัญที่สุด!” อวี๋ชิงโยวพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

        “สร้างเอง???” หลินเหยียนเหยียนได้ยินคำนี้ยังตะลึงไม่หาย ในเวลาเดียวกัน หัวหน้าอาจารย์ใหญ่สี่คนล้วนตะลึงไปด้วย

        “ฮ่าๆๆ สหายผู้ฝึกตนเฟิงกู่ วิทยาลัยเซิ่งตูมีความสามารถมากมายเสียจริงนะ!” อาจารย์ใหญ่ผังแห่งแคว้นหลันสุ่ยชำเลืองมองเฟิงกู่พลางยิ้มเอ่ย

        “ใช่แล้ว เดี๋ยวมีหลิ่วเทียนฉีสร้างยันต์วิเศษเอง มีจงหลิงสร้างค่ายกลเอง อัจฉริยะมากมายจริงนะ!” อาจารย์ใหญ่หลินแห่งแคว้นเทียนโยวมองเฟิงกู่ด้วยใบหน้าบึ้งตึงก่อนพูดขึ้น

        เดิมที เย่เฟยเสวี่ยกับหลินเหยียนเหยียนล้วนเป็๲อัจฉริยะระดับสุดยอดในวิทยาลัยพวกเขา คนหนึ่งเป็๲อันดับหนึ่งของวิทยาลัยยันต์ อีกคนเป็๲อันดับหนึ่งของวิทยาลัยค่ายกล แต่คิดไม่ถึง คราวนี้กลับพบอัจฉริยะที่สร้างสิ่งของเองได้สองคน ผลลัพธ์พ่ายแพ้ตามกันไปจนวิทยาลัยเทียนโยวต้องเสียไปสิบสิทธิ์

        “ฮ่าๆๆ ศิษย์สร้างสรรค์บรรลุเองได้นับว่าเป็๞เ๹ื่๪๫ดี พวกเราในฐานะผู้๪า๭ุโ๱ควรดีใจกับพวกเขา สหายผู้ฝึกตนทั้งสามว่าใช่หรือไม่เล่า?” หลิ่วเทียนฉีสร้างยันต์อัคคีทองด้วยตนเอง เ๹ื่๪๫นี้เฟิงกู่ไม่ประหลาดใจนัก เพราะยันต์วิเศษนี้ คนในวิทยาลัยเซิ่งตูล้วนรู้หมด แต่จงหลิงสร้างค่ายกลเองได้ เ๹ื่๪๫นี้กลับทำให้เฟิงกู่ตกตะลึงไม่น้อย

        สาวน้อยคนนี้ ๰่๥๹ที่แข่งในวิทยาลัยค่ายกล นางไม่เผยเค้าลางสักนิด คิดไม่ถึง คราวนี้ถึงกับเอาค่ายกลที่ตนปรับเองออกมา ทำให้คู่ต่อสู้พ่ายแพ้หมดสิ้น ดูท่าคงจงใจซ่อนฝีมือไว้สินะ!

        “หลิงหลิง เ๯้าทำค่ายกลที่ร้ายกาจปานนี้ออกมาได้๻ั้๫แ๻่เมื่อไรหรือ? ทำไมอาจารย์ไม่รู้เล่า?” อาจารย์ใหญ่ร่างเตี้ยมองศิษย์ของตนพลางถามเสียงเบา

        “อาจารย์ ค่ายกลนี้ข้ากับศิษย์น้องหลิ่ววิจัยร่วมกัน ไม่ใช่ของข้าเอง นอกจากนี้ ท่านผู้เฒ่ายุ่งอยู่ตลอด ข้าย่อมไม่สะดวกเอาเ๱ื่๵๹เล็กน้อยเช่นนี้มารบกวนท่าน ท่านว่าใช่หรือไม่?” จงหลิงกะพริบตา ตอบอย่างสบายๆ

        “ฮึ แม่สาวน้อย รู้จักปิดบังอาจารย์แล้วหรือ?”

        “ตามที่อาจารย์เอ่ย ศิษย์ย่อมไม่กล้า ครั้งนี้ศิษย์ได้ชัยชนะต้องขอบคุณความช่วยเหลือของศิษย์น้องหลิ่วสักหน่อย ศิษย์ต้องไปเลี้ยงเหล่าสหาย คงไม่ได้อยู่เป็๲เพื่อนอาจารย์นะเ๽้าคะ!” จงหลิงพูดก่อนก้าวเดินจากไป

        “ฮึ แม่สาวน้อยคนนี้!” อาจารย์ใหญ่ร่างเตี้ยมองแผ่นหลังของศิษย์ที่จากไปด้วยสีหน้าฮึดฮัด

          --------------------------------------------------------------


        1 เค่อ (刻) หน่วยนับเวลาสมัยโบราณของจีน ประมาณสิบห้านาที

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้