เมื่อทำการเยี่ยมหวังซินหยางเรียบร้อยพร้อมความขายหน้าของตนเอง หลินหว่านจึงให้หยุนเหลียงพาไปตามหาร้านตีเหล็ก เพื่อจะสั่งทำอุปกรณ์สำหรับทำขนมในการทำเป็อาชีพต่อจากนี้ ซึ่งเ้าของร้านตีเหล็กที่เห็นแบบของอุปกรณ์ตามที่หลินหว่าน้า ถึงกับงุนงงเพราะไม่เคยเห็นมีใครสั่งทำถาดเหล็กเป็หลุมเช่นนี้มาก่อน แต่ในเมื่อเป็สิ่งที่ลูกค้า้าตัวนายช่าง จึงต้องทำตามโดยไม่มีข้อโต้แย้งและได้แจ้งหลินหว่านไว้ว่าหลังจากนี้อีกสามวันให้มารับของได้ที่ร้าน พอรู้เช่นนี้หลินหว่านได้วางมัดจำเอาไว้ครึ่งหนึ่งเนื่องจากนางสั่งทำไว้สามใบ
ต่อจากร้านทำอุปกรณ์หลินหว่านไปหานายช่างรับสร้างบ้าน ที่มีชาวบ้านแนะนำมาว่านายช่างคนนี้สร้างบ้านได้เก่งที่สุด แต่เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีเหตุการณ์ให้หยุดทำงาน ด้วยเหตุคนงานของนายช่างไปหลอกรับงานอีกเมืองหนึ่ง แต่มิได้บอกกับนายช่างคล้ายไปหลอกลวงลูกค้าเพื่อเอาเงิน จึงเกิดเป็คดีความแม้จะพ้นผิดแต่ไม่มีใครกล้าจ้างงานมาหลายเดือนแล้ว หลินหว่านที่ได้ฟังเื่ราวกลับคิดว่าเพราะนายช่างไว้ใจลูกน้องมากเกินไป หากต้องรับสร้างบ้านสวนให้กับนางแล้วละก็ทุกคนต้องลงลายมือชื่อในสัญญา เป็หลักฐานป้องกันระหว่างทั้งสองฝ่ายถึงจะดีที่สุด
“ก๊อก ๆ ๆ มีใครอยู่หรือไม่เ้าคะ”
“แอ๊ด ไม่ทราบว่าคุณหนูมาที่บ้านของข้ามีธุระอันใดหรือขอรับ” ฮ่วนปิ่งที่นั่งคุยกับลูกน้องคนสนิทลุกขึ้นมาเปิดประตูด้วยตนเอง
“ท่านลุงใช่นายช่างฮ่วนปิ่งหรือไม่เ้าคะข้ามีเื่งานจะพูดคุยกับท่าน พวกเราเข้าไปคุยด้านในน่าจะดีกว่ายืนอยู่ที่นี่นะเ้าคะ”
“ใช่ข้าชื่อฮ่วนปิ่งแต่เื่การจ้างงานคิดว่า คุณหนูพอจะทราบมาบ้างแล้วกระมังว่าข้าเคยมีคดีความเื่คนงานเมื่อไม่นานมานี้”
“ท่านลุงอย่าได้คิดมากไปเลยเ้าค่ะเื่ที่เกิดขึ้นข้าเข้าใจเป็อย่างดี เพราะท่านลุงไว้ใจคนมากจนเกินไปจึงทำให้ปัญหานั้นเกี่ยวโยงมาถึงท่าน พวกเราสามารถหาทางออกร่วมกันได้สำหรับเื่นี้เ้าค่ะ”
“เช่นนั้นเชิญคุณหนูเข้ามานั่งด้านในก่อนเถิด ข้ายังมีลูกน้องที่ซื่อสัตย์อยู่อีกสองคนที่พยายามหางานทำในตอนนี้”
“เ้าค่ะ”
หลินหว่านกับหยุนเหลียงเดินตามนายช่างฮ่วนปิ่งไปห้องรับแขก ก็พบกับลูกน้องสองคนที่นายช่างพูดถึงไปก่อนหน้านั่งรออยู่ เมื่อเห็นว่าอดีตเ้านายมีแขกมาพบจึงคิดจะขอตัวกลับ แต่หลินหว่านเอ่ยห้ามพวกเขาทั้งสองเอาไว้เสียก่อน เพราะการทำงานของนายช่างฮ่วนปิ่งยังต้องพึ่งพาลูกน้องสองคนนี้อยู่
“หัวหน้าท่านมีแขกมาเยือนเช่นนั้นพวกข้าสองคนไม่รบกวนแล้ว เอาไว้วันหลังจะมาเยี่ยมท่านใหม่ก็แล้วกันขอรับ”
“ท่านน้าทั้งสองอยู่ก่อนเถิดเ้าค่ะเื่ที่ข้าจะพูดอย่างไรเสียก็ต้องมีพวกท่านสองคนที่สามารถช่วยเหลือได้ เชิญนั่งลงฟังเื่ต่อจากนี้ให้ดีนะเ้าคะ บางทีมันอาจช่วยให้พวกท่านกลับไปมีงานทำได้เ้าค่ะ”
“เอ่อ..”
“อืม พวกเ้านั่งลงเถิดคุณหนูท่านนี้มาพบข้าเพราะเกี่ยวกับเื่งานจริง ๆ เชิญคุณหนูพูดเื่ที่ท่าน้ามาได้เลยขอรับ” นายช่างฮ่วนปิ่งได้ยินหลินหว่านพูดเช่นนั้นจึงให้ลูกน้องอยู่ต่อได้
“เอาล่ะเ้าค่ะข้าชื่อโจวหลินหว่านเพิ่งย้ายมาอยู่ที่เมืองหยางหลิว เื่ที่จะพูดต่อไปนี้คือข้า้าจ้างงานพวกท่านทั้งสามคน เพื่อสร้างบ้านสวนบนที่ดินหนึ่งร้อยห้าหมู่อยู่ติดเชิงเขาในหมู่บ้านหลูหยาง ซึ่งสิ่งแรกที่ข้า้าก็คือกำแพงล้อมรอบที่ดินทั้งหมด โดยกำแพงต้องมีความสูงหนึ่งจั้งและใช้อิฐอย่างดีเพื่อความแข็งแรงทนทาน จากนั้นรบกวนท่านลุงแบ่งคนงานเพื่อสร้างสุสานบนที่ดินห้าหมู่ คนงานอีกส่วนที่เหลือให้รับผิดชอบสร้างบ้านของข้าเองหนึ่งหลัง
ต่อจากนั้นเป็บ้านพักคนติดตามของข้าอีกหนึ่งหลัง และสุดท้ายคือการสร้างบ้านหลังขนาดกลางห้าหลัง ตามแบบบ้านที่นำติดตัวมาให้พวกท่านได้ดูในวันนี้ เชิญท่านลุงกับท่านน้าทั้งสองดูแบบบ้านสวนของข้าก่อนได้เ้าค่ะ” หลินหว่านอธิบายจบพร้อมหยิบแผ่นกระดาษขนาดใหญ่ ที่มีรูปแบบการสร้างบ้านสวนของตนเช่นโลกก่อนให้ทั้งสามคนได้ดู
“นะ นะ นี่มันงดงามมากแม้จะเป็เพียงแบบในกระดาษ พวกข้าไม่เคยเห็นการสร้างบ้านติดเชิงเขาเช่นนี้มาก่อน หากสร้างเสร็จและมีต้นไม้สีเขียวเช่นนี้จริง ๆ คงจะยิ่งงดงามและน่าอยู่มากนะขอรับ” นายช่างฮ่วนปิ่งกางแบบกระดาษที่หลินหว่านยื่นให้ออกมาดู ถึงกับเอ่ยปากกล่าวชื่นชมความงดงามยามที่บ้านสร้างเสร็จตามแบบนี้
“หัวหน้านี่มันงานใหญ่ไม่ใช่น้อยเลยนะขอรับ รวมถึงระยะเวลาที่ต้องสร้างบ้านและกำแพงล้อมรอบที่ดินหนึ่งร้อยหมู่ สามเดือนยังไม่แน่ใจว่าจะสร้างเสร็จทั้งหมดหรือไม่” จงหลินมองดูและคำนวณระยะเวลาในการทำงานให้นายช่าง
ฮ่วนปิ่งได้ฟัง
“หากคนงานน้อยย่อมใช้เวลานานกว่าจะสร้างเสร็จ ถ้าหัวหน้ารับงานนี้พวกเราต้องหาคนงานเพิ่มอาจจะมากกว่าห้าสิบคนนะขอรับ งานถึงจะดำเนินไปได้ตามกำหนดเวลาไม่ล่าช้าจนเกินไปนัก” จื่อจ้วงเองก็เห็นด้วยกับสหายแต่จำนวนคนงานก็สำคัญเช่นกัน
“พวกท่านสามารถจัดการได้ตามความเหมาะสมของงาน แต่ข้าขอเสนอวิธีการป้องกันเพื่อที่นายช่างฮ่วนปิ่งและท่านน้าทั้งสอง จะได้ไม่ต้องเจอเหตุการณ์เหมือนก่อนหน้านี้อีกเ้าค่ะ หากพวกท่านจะรับคนงานเพิ่มควรทำสัญญาการจ้างงาน โดยให้พวกเขาลงลายมือชื่อไว้เป็หลักฐานถ้าเกิดผู้ใดทำผิด นายช่างฮ่วนปิงสามารถฟ้องร้องทางการเรียกค่าเสียหายได้ทันที สำหรับคนงานที่คิดจะจ้างเพิ่มข้าจะขอรบกวนพวกท่าน ช่วยพิจารณาคนในหมู่บ้านหลูหยางก่อนจะได้หรือไม่เ้าคะ ถือว่าช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้ไม่ต้องเดินทางไกลไปหางานที่อื่นเ้าค่ะ ส่วนค่าจ้างขึ้นอยู่กับพวกท่านจะกำหนดว่าจะให้วันละเท่าไหร่ ค่าวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างขอเป็ของที่มีความทนทาน ถึงจะราคาแพงก็ซื้อมาใช้กับบ้านของข้าได้ไม่ต้องกังวลเื่เงินแต่อย่างใดเ้าค่ะ” หลินหว่านอยากให้คนในหมู่บ้านได้ทำงานนี้ด้วยเพื่อมีรายได้ดูแลครอบครัว
“หัวหน้าวิธีการของคุณหนูโจวไม่เลวเลยนะขอรับ ทำสัญญาการจ้างงานและกำหนดค่าจ้างรายวันพร้อมบทลงโทษ หากมีคนงานคิดจะทำเื่เลวร้ายเ่าั้ลับหลังพวกเราอีก” จื่อจ้วงชอบวิธีนี้ของหลินหว่านที่เสนอให้กับพวกเขา
“ในเมื่อคุณหนูโจวเชื่อใจพวกข้าทั้งสามคนเื่การสร้างบ้าน เช่นนั้นข้าฮ่วนปิ่งจะขอรับงานนี้ด้วยความเต็มใจ และจะพยายามทำสุดความสามารถให้บ้านของคุณหนูโจว ออกมางดงามอวดโฉมต่อสายตาผู้คนทั่วเมืองหยางหลิวขอรับ” ฮ่วนปิ่งพูดกับหลินหว่านด้วยถ้อยคำที่หนักแน่น
“ถ้าเช่นนั้นวันพรุ่งนี้หลังยามเฉินเล็กน้อยท่านอาหยุนเหลียง จะเป็คนพาท่านลุงกับท่านน้าไปดูที่ดินในหมู่บ้านนะเ้าคะ หลังจากนั้นก็คำนวณค่าใช้จ่ายทุกอย่างพร้อมวันที่จะเริ่มงาน ฝากท่านอามาให้ข้า ส่วนเงินค่ามัดจำครึ่งแรกท่านอาจะนำไปมอบให้ พร้อมหนังสือสัญญาการจ้างงานนะเ้าคะ”
“ได้ขอรับคุณหนูโจวพรุ่งนี้พวกข้าสามคนจะรอคนของท่านอยู่ที่นี่ และจะจัดการเื่ที่คุณหนูโจวสั่งให้เรียบร้อยขอรับ”
“ขอบคุณท่านลุงฮ่วนปิ่งมากเ้าค่ะที่รับสร้างบ้านให้ข้า ว่าแต่ท่านลุงพอจะรู้บ้างหรือไม่เ้าคะว่ามีใครให้เช่าบ้านในละแวกนี้บ้าง ตอนนี้ข้ากับคนติดตามพักอยู่ที่โรงเตี๊ยม แต่อีกไม่กี่วันจะเริ่มทำการค้าคิดว่าไม่สะดวกเท่าหาบ้านเช่าเ้าค่ะ”
“คุณหนูโจวถามได้ถูกคนแล้วล่ะขอรับหัวหน้าของพวกเรา ยังมีบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ถัดไปจากที่นี่ไปไม่ไกล คราแรกหัวหน้าคิดจะขายเพื่อนำเงินมาทำการค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ เมื่อคุณหนูโจวอยากเช่าบ้านอยู่ชั่วคราวก็เช่ากับหัวหน้าสิขอรับ” ทงหลิงรีบพูดขึ้นทันทีเพราะอยากช่วยเหลือฮ่วนปิ่งบ้าง
“ท่านลุงมีบ้านอีกหลังหนึ่งว่างอยู่หรือเ้าคะพอจะให้ข้าเช่าอยู่ ระหว่างที่รอให้พวกท่านสร้างบ้านจนเสร็จได้หรือไม่ หากได้อยู่ภายในเมืองตอนเริ่มทำการค้าคงจะดีไม่น้อยเลยเ้าค่ะ ท่านลุงจะคิดค่าเช่าเท่าไหร่เขียนลงในสัญญาเช่าบ้านไปพร้อมกันก็ได้นะเ้าคะ”
“เพื่อเป็การขอบคุณคุณหนูโจวที่ให้พวกข้ามีงานทำอีกครั้ง ข้าคิดค่าเช่ากับท่านเดือนละห้าตำลึงเงินก็พอขอรับ วันนี้ข้าจะเข้าไปทำความสะอาดไว้ก่อนพรุ่งนี้คุณหนูค่อยย้ายเข้าไปพักนะขอรับ”
“ขอบคุณท่านลุงมากเ้าค่ะไว้พบกันใหม่วันพรุ่งนี้นะเ้าคะ”
“ขอรับคุณหนูโจวค่อย ๆ เดินนะขอรับ”
เมื่อส่งหลินหว่านกลับไปแล้วลูกน้องทั้งสองคนของฮ่วนปิ่ง ก็วิ่งเข้ามาแสดงความยินดีที่เขาได้รับงานใหญ่อีกครั้ง และนี่จะเป็โอกาสที่ดีเพื่อที่พวกเขาจะกลับมามีงานจ้างเช่นเดิม แม้แต่ตัวของฮ่วนปิ่งเองยังไม่อยากเชื่อว่าหลินหว่านจะกล้าจ้างตนเอง พอเขานำข่าวดีเื่นี้บอกกับภรรยาและบุตรชายบุตรสาว ทุกคนต่างก็ดีใจเป็อย่างมากแต่พอฮ่วนปิ่ง
บอกว่าหลินหว่านจะขอเช่าบ้านหลังที่คิดจะขาย ยิ่งดีใจมากกว่าเดิมขึ้นไปอีกจึงได้ชักชวนกันไปทำความสะอาด จนบ้านที่มีฝุ่นเขรอะขละมีหยากไย่อยู่ทุกมุมของบ้านกลับมาสะอาดสะอ้านอีกครั้ง เพื่อให้ผู้เช่าอีกทั้งยังเป็ผู้จ้างงานหัวหน้าครอบครัวได้ย้ายเข้ามาอยู่อย่างสบายใจ และเย็นวันนั้นภรรยาของฮ่วนปิ่งยอมนำเงินที่เก็บไว้ใช้ยามจำเป็ ยื่นให้บุตรชายนำไปซื้อเนื้อหมูมาทำอาหารฉลองให้กับฮ่วนปิ่ง ที่จะได้เริ่มงานที่ตนเองถนัดทั้งยังเป็งานใหญ่อีกด้วย
ก่อนยามเฉินเล็กน้อยของเช้าวันต่อมาหลินหว่านและบ่าวทั้งสอง ได้ออกจากโรงเตี๊ยมที่พักอยู่มายังบ้านเช่าของฮ่วนปิ่ง ซึ่งเ้าของบ้านได้มารอต้อนรับอยู่ก่อนแล้วทั้งครอบครัว พวกเขาต่างมีรอยยิ้มที่บ่งบอกว่ามีความสุขอย่างมาก และยังเป็รอยยิ้มที่ดูจริงใจมากกว่าเสแสร้งแกล้งทำเสียอีก น่าซือกับหยุนเหลียงนำข้าวของเข้าไปเก็บในเรือน ก็เดินสำรวจดูอย่างทั่วถึงจึงพยักหน้าด้วยความพอใจ ที่ครอบครัวนี้รู้หน้าที่ของตนเป็อย่างดี หลังจากนั้นถึงได้แยกย้ายไปทำงานตามที่
ตกลงกันไว้ โดยหยุนเหลียงพาฮ่วนปิ่งกับลูกน้องไปดูที่ดินในหมู่บ้าน ส่วนหลินหว่านกับน่าซือช่วยกันตกแต่งบ้านเล็กน้อย และยังเตรียมห้องพักไว้ให้กับหวังซินหยางอีกหนึ่งห้อง ซึ่งหลินหว่านจะให้หยุนเหลียงไปรับเขาจากโรงหมอในยามเซิน
หยุนเหลียงกลับมาจากหมู่บ้านหลูหยาง พร้อมราคาการก่อสร้างบ้านสวน ที่ฮ่วนปิ่งได้ทำการคำนวณตามที่หลินหว่าน้า เนื่องจากวัสดุที่หลินหว่าน้าใช้สร้างบ้านรวมถึงกำแพง เป็ของดีที่มีราคาแพงค่าใช้จ่ายทั้งหมดจึงสูงตาม แต่เื่เงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับหวินหว่านเพราะที่เสี่ยวลวี่หยิบมาให้นั้น นางใช้สร้างบ้านได้อีกหลายสิบหลังก็ยังได้
“คุณหนูขอรับนายช่างฮ่วนปิ่งได้สำรวจที่ดินแล้ว และทำการคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดฝากมาบอกท่าน ว่าต้องใช้เงินถึงห้าร้อยตำลึงทองเชียวนะขอรับ แล้วพวกเราจะหาเงินจำนวนนั้นมาจากไหนกันขอรับ” หยุนเหลียงบอกกับหลินหว่านด้วยสีหน้าเป็กังวล
“ท่านอาไม่ต้องห่วงเื่เงินไปหรอกเ้าค่ะ ข้าจะบอกความลับให้ท่านอาฟังอย่างหนึ่งก่อนที่จะออกจากจวนมู่ ข้าแอบขโมยเงินของซุนฮูหยินที่นางซ่อนไว้มาทั้งหมด ที่สำคัญมันมีมากถึงสามหมื่นตำลึงทองนางเก็บเป็ตั๋วเงินไว้ในหีบอย่างดี เื่นี้ข้าคิดว่าเสนาบดีผู้ชาญฉลาดคงไม่รู้อย่างแน่นอนเ้าค่ะ ดังนั้นบ้านของข้ากับท่านอาทั้งสองจะต้องเป็บ้านที่ดีที่สุด ถึงจะต้องใช้เงินเป็พันตำลึงทองข้าก็ไม่คิดว่าเกินไปหรอกเ้าค่ะ ท่านอาสบายใจได้แล้วหรือยังเ้าคะ” หลินหว่านบอกกับหยุนเหลียงไปเช่นนั้นทั้งที่จริงมันมากกว่าที่พูดหลายเท่า
“ห๊ะ!! สะ สะ สามหมื่นตำลึงทอง อุ๊บ! คุณหนูนั่นมัน พวกเราสามารถใช้จ่ายได้อีกหลายปีเลยนะขอรับ คุณหนูเข้าไปหยิบมาได้อย่างไรแล้วมีใครเห็นท่านแอบเข้าไปหรือไม่ขอรับ” หยุนเหลียงไม่คิดว่าเ้านายของตนจะใจกล้าถึงเพียงนี้
“ไม่มีใครเห็นหรอกเ้าค่ะเพราะข้าต้องเข้าไปทำความสะอาดที่นั่นบ่อยครั้ง จากคำสั่งของมู่จือหย่าจึงได้มองหาลู่ทางเอาไว้ก่อนที่จะลงมือเ้าค่ะ”
“เฮ้อ บ่าวคิดว่าจะมีใครพบเห็นยามที่คุณหนูกำลังขโมยเงินอยู่เสียอีก ท่านสามารถเอาตัวรอดมาได้อย่างปลอดภัยก็ดีแล้วนะขอรับ”
“เ้าค่ะ เช่นนั้นยามเซินรบกวนท่านอานำเงินมัดจำสองร้อยห้าสิบตำลึงทอง รวมกับหนังสือสัญญาว่าจ้างไปมอบให้กับท่านลุงฮ่วนปิ่งด้วย และไปยังที่ดินอีกครั้งดูว่าที่เชิงเขามีต้นเซียงเจียวหรือไม่ ถ้ามีท่านอาช่วยตัดเอาเฉพาะใบของมันมาให้ข้าด้วยนะเ้าคะ เพราะจะนำมาทำที่ใส่ขนมสำหรับทำขายในวันมะรืน จากนั้นเลยไปที่โรงหมอรับคุณชายหวังกลับมาพักฟื้นที่นี่ ข้ากับท่านอาน่าซือเตรียมห้องไว้สำหรับเขาเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ”
“ขอรับคุณหนู”
หยุนเหลียงรับเงินและสัญญาการจ้างงานจากหลินหว่าน และเขาออกไปในยามเซินแวะที่บ้านของฮ่วนปิ่งก่อน และไปตามหาต้นเซียงเจียวตามที่หลินหว่านได้บอกและให้รูปวาดมากับเขา เมื่อพบว่ามีอยู่บริเวณเชิงเขาจริง ๆ จึงได้ตัดกลับไปจำนวนมาก จากนั้นจึงไปรับหวังซินหยางที่โรงหมอกลับมาที่บ้านเช่า เมื่อกลับมาถึงก็ใกล้เวลาอาหารเย็นพอดี
และหลินหว่านได้แยกอาหารของหวังซินหยางไว้ เพราะเขายังต้องทานอาหารอ่อนไปสักระยะ จนกว่าอาการาเ็ภายในจะดีขึ้นกว่านี้ค่อยให้ทานอาหารปกติได้ หวังซินหยางไม่คิดว่าหลินหว่านจะเตรียมห้องไว้ให้อย่างดี รวมถึงคนติดตามทั้งสองก็ดีกับเขามากพูดคุยอย่างเป็กันเอง ไม่มีท่าทางอยากรู้อยากเห็นเช่นคนอื่น ๆ ที่เขาเคยพบเจอมา ยิ่งได้
มาอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกับทั้งสามคน หวังซินหยางยิ่งรู้สึกดีกับพวกเขามากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะหลินหว่านที่ชอบทำให้หัวใจของหวังซินหยางเต้นผิดปกติอยู่บ่อยครั้ง
หลินหว่านและบ่าวทั้งสองเข้ามาอยู่ที่บ้านเช่าได้สามวันแล้ว ในที่สุดก็ได้เวลาไปรับอุปกรณ์ที่สั่งทำไว้กับร้านตีเหล็ก แต่หยุนเหลียงอาสาไปรับมาให้นางเองเพื่อที่หลินหว่านจะได้เตรียมวัตถุดิบ สำหรับทดลองทำขนมก่อนจะไปเปิดแผงขายที่ตลาดในยามเช้าของวันต่อไป
เมื่อได้อุปกรณ์ที่สั่งทำไว้หลินหว่านถึงกับยกย่องฝีมือของช่างตีเหล็กจริง ๆ ส่วนวัตถุดิบสำหรับทำขนมหลินหว่านเตรียมไว้พร้อมแล้ว แน่นอนว่าขนมที่หลินหว่านคิดจะทำขายนั้นก็คือขนมครก ซึ่งเป็ขนมของโปรดที่กินได้ทุกวันไม่มีเบื่อ จนแม่ค้าเห็นหน้าก็หยิบใส่กล่องให้ทันที ด้านน่าซือได้ติดเตาถ่านด้วยไฟร้อนปานกลางแล้ว และนำกระทะขนมวางลงบนเตาใช้ผ้าทำเป็ก้อนกลม ๆ ชุบน้ำมัน ทาลงในหลุมของกระทะก่อนจะหยอดแป้งลงไปเขย่ากระทะเล็กน้อย ตามด้วยหน้าขนมอีกครั้งปิดฝารอให้แป้งสุกเสียก่อน ถึงจะตักออกมาทานได้สำหรับวันนี้ยังไม่มีผักโรยหน้าขนม เอาไว้ค่อยหาดูผักต่าง ๆ ที่ตลาดทีหลังก็แล้วกัน
“ฉ่า!!”
“ฟืดดด คุณหนูเ้าคะกลิ่นขนมนี้หอมมากเลยเ้าค่ะ บ่าวอดใจที่จะชิมไม่ได้แล้วสิเ้าคะมันต้องอร่อยมากเป็แน่” น่าซือที่ได้กลิ่นแป้งของขนมครกก็อยากจะลองชิมขึ้นมาแล้ว
“คุณหนูโจวช่างมีฝีมือด้านการทำอาหารและขนมจริง ๆ หากท่านเปิดแผงขายที่ตลาดในวันพรุ่งนี้คงขายดี เพราะแม้แต่ตัวข้าเองก็ยังไม่เคยเห็นขนมชนิดนี้มาก่อน น่าเสียดายที่ข้าไม่สามารถไปช่วยงานท่านได้ในตอนนี้ ต้องขอโทษคุณหนูโจวและท่านน้าทั้งสองด้วย” หวังซินหยางที่ได้กลิ่นหอมของขนมครกก็คิดเช่นเดียวกับน่าซือ แต่เขายังขยับตัวมากไม่ได้จึงไม่อาจตามไปช่วยขายขนมได้
“ขอบคุณคุณชายหวังที่ชมเ้าค่ะเื่ช่วยงานท่านอย่าเพิ่งคิดเลย ท่านต้องคำนึงถึงตนเองให้มากพักรักษาตัวให้ดี ถือเสียว่าช่วยอยู่ดูแลบ้านเช่าให้ข้าก็แล้วกันนะเ้าคะ ส่วนอาหารเช้าและยาของท่านจะให้ท่านอาน่าซือเตรียมไว้ พวกเราน่าจะกลับมาก่อนยามซื่อแล้วจะกลับมาเล่าให้ท่านฟัง ว่าขนมที่ทำขายจะขายดีอย่างที่ท่านพูดหรือไม่นะเ้าคะ”
“อืม ข้าจะรอฟัง”
“อื้ม ท่านอาน่าซือช่วยกันตักขึ้นมาวางบนจานเถิดเ้าค่ะ ขนมสุกได้ที่แล้วส่วนท่านอาหยุนเหลียงช่วยพัดไล่ความร้อนนะเ้าคะ หากกินทั้งที่ยังร้อน ๆ อาจจะลวกปากทำให้ทานข้าวไม่อร่อยได้เ้าค่ะ”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
ทั้งสามคนช่วยกันคนละไม้คนละมือกับการตักขนมครก และพัดไล่ความร้อนส่วนคนป่วยอย่างหวังซินหยาง ก็เอาแต่นั่งมองความสดใสของหญิงสาวที่มีผลกับหัวใจของเขา จนเผลอยิ้มน้อย ๆ ออกมาอย่างไม่รู้ตัว จนกระทั่งจานขนมขนาดเล็กที่ส่งกลิ่นหอมมาอยู่ตรงหน้า จึงได้สติกลับคืนมาพร้อมกับหยุดรอยยิ้มลงเช่นกัน
“นี่ขนมของท่านเ้าค่ะช่วยชิมให้ข้าหน่อยสิ ว่ารสชาติเป็อย่างไรก่อนที่จะนำมันไปทำขายในวันพรุ่งนี้เป็วันแรก” หลินหว่านยื่นจานขนมมาให้กับหวังซินหยางและทันเห็นรอยยิ้มอบอุ่นนั่น
“ขอบคุณคุณหนูโจว”
“เวลาท่านยิ้มแบบนี้ข้าคิดว่าท่านดูดีมากเ้าค่ะ” ก่อนจะกลับไปนั่งชิมขนมหลินหว่านไม่ลืมหยอดคำชื่นชมให้หวังซินหยางไปหนึ่งที
คนที่ถูกหญิงสาวหยอกเย้าด้วยคำพูดชื่นชมตนเอง ถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะจนต้องหยิบขนมขึ้นมาชิมแก้อาหารขัดเขิน หลินหว่านแอบอมยิ้มเมื่อหันหลังกลับไปแล้ว ไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าบุรุษหน้าตาหล่อเหลาแต่ยิ้มยากผู้นี้ จะไม่หวั่นไหวกับคำพูดของนางที่จะเดินหน้าเกี้ยวพาบุรุษก่อน โลกโบราณที่มีขนบธรรมเนียมเคร่งครัดแล้วอย่างไร นั่นไม่สามารถใช้ได้กับคนอย่างหลินหว่านแน่นอน และนางไม่ลืมที่จะแบ่งขนมครกให้กับเสี่ยวลวี่ ที่ร่ำร้องอยากทานด้วยอยู่ในมิติบ้านสวนของตน
ผลของการทดลองทำขนมครกในวันนี้เป็ที่น่าพอใจ รสชาติหวานมันเค็มกำลังดีสามารถทานกับน้ำชาได้ คงต้องทดลองตลาดกันเสียหน่อยแล้วว่าจะเป็ไปในทิศทางตามที่ได้คิดไว้หรือไม่ หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จทั้งสี่คนจึงช่วยกันทำกระทงจากใบเซียงเจียว สำหรับใส่ขนมครกที่จะเริ่มขายเป็กิจการแรกในวันพรุ่งนี้ หวังซินหยางดีใจมากอย่างน้อยเขายังได้ช่วยงานหลินหว่าน แม้จะเป็งานที่ไม่หนักหนามากนักก็ตามที รอให้เขาอาการดีขึ้นกว่านี้เมื่อไหร่จะไม่ให้นางต้องลงมือให้เหนื่อยเช่นนี้อย่างแน่นอน
“ข้าเอาอีกสามกระทง!!”
“ข้าก็เช่นกันเอามาอีกห้ากระทง!!”
