บทที่ 127 ใช้ยาอายุวัฒนะ
กองกำลังใหญ่ ต่างก็พูดไม่ออกไปตามๆ กัน เพราะผู้ที่ส่งตัวไปตระกูลลู่ก่อนหน้านี้ก็ยังไม่กลับมา แต่ตระกูลลู่นี้ก็เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ขึ้นมาอีกครั้งแล้ว สรุปแล้วต้องส่งคนไปอีกหรือไม่? แต่ที่ส่งไปก่อนหน้านี้ล้วนแต่เป็สายเืโดยตรง หรือมีสายสัมพันธ์ทางเครือญาติกับตระกูลลู่ ครั้งแรกแกล้งหาสาเหตุไปร้องขอยาอายุวัฒนะ ทว่าตอนนี้แม้แต่ยาอายุวัฒนะที่หลอมออกมานั้นคืออะไรยังไม่รู้ แล้วจะไปขอร้องอย่างไร?
จะเอาแต่ข้ออ้างเดิมๆ ว่าสามีจะหมดอายุขัยแล้วมาขอร้องยาอายุวัฒนะกับตระกูลลู่ หรือสังเกตเห็นสัญญาณแห่ง์ระหว่างทาง หรือว่ามาบอกว่าสามีของตัวเองได้รับาเ็สาหัสอะไรพวกนี้ดี? กองกำลังหลักแต่ละแห่งย่อมรักในศักดิ์ศรีหน้าตากันอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็การยากที่จะมาเอ่ยปากกับเื่ที่มันต่ำช้าเช่นนี้!
ไม่ว่าโลกภายนอกจะคาดเดากันอย่างไร หรือมีปฏิกิริยาอะไร สถานการณ์ภายในตระกูลลู่กลับเต็มไปด้วยความสุข ลู่อวี่หลอมยาออกมาสามเตา เพราะไม่มีทัณฑ์์เกิดขึ้น ยาชิง์น้อยแต่ละเตาจึงผลิตออกมาได้ถึงสามสิบหกเม็ด ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ก็เลยได้ยาอายุวัฒนะกันมาได้หนึ่งร้อยแปดเม็ดพอดีในเตาสามเตา
ลู่อวี่ไม่เคยมีนิสัยชอบทำงานมือเปล่า แม้ว่าตัวเองจะไม่ได้ใช้ แต่ก็ต้องได้รับผลประโยชน์ โชคดีที่ยาอายุวัฒนะนี้สามารถยืดอายุได้เพียงร้อยปีเท่านั้น เขาก็เลยไม่ถูกตาต้องใจเท่าไรนัก จึงหยิบไปเพียงสิบแปดเม็ดเท่านั้นแล้วเหลือทิ้งไว้ให้เก้าสิบเม็ด จากนั้นก็หันไปพูดกับผู้ให้กำเนิด “ท่านพ่อ ข้าจะเข้าจำศีลภาวนาสักพัก หากไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น ก็อย่าได้ไปหาข้า!” หลังจากพูดจบก็ใช้ ‘แสงหลบหนีลวงตา’ ที่เพิ่งฝึกฝนสำเร็จเปล่งร่างกลายเป็ลูกทรงกลมแห่งแสงลวงตาหายวับไปในพริบตา
เห็นได้ชัดว่าลู่เหว่ยจุนรู้ดีว่าลู่อวี่หมายถึงอะไร เขาทำได้เพียงฝืนยิ้มและสบถขึ้น “ไอ้เด็กบ้านี่!”
ยาเก้าสิบขวดเต็มสามสิบขวดพอดี ซึ่งดูเหมือนจะเยอะไม่น้อย แต่หากไม่มีกฎในการแจกจ่ายแล้วจริงๆ ยาอายุวัฒนะน้อยนิดเพียงนี้ต่อให้มีเป็สองเท่าก็คงยังไม่เพียงพอ ดังนั้นลู่เหว่ยจุนจึงพูดออกมาด้วยว่า “เื่นี้พวกเราควรไปที่หารือกับผู้เฒ่าสูงสุดเสียหน่อยดีกว่าว่าจะแจกจ่ายกันอย่างไร ไม่ว่าจะเป็ญาติเช่นไร ก็จะมาขอกันโดยไม่เสียเงินไม่ได้ หากพวกเขา้าใช้เอง ก็ไม่เป็ไร แต่หากเป็คนอื่น หากไม่มีเืตกยางออกแล้วคิดอยากจะได้ยาอายุวัฒนะของตระกูลลู่เราไป ก็ฝันไปเถิด!”
ผู้เฒ่าอีกหลายคนต่างก็เห็นด้วยเช่นกัน ในขณะที่ลู่หงชางก็พูดออกมาด้วยว่า “ไม่ว่าคนพวกนี้จะมีความสัมพันธ์อะไรในการมาร้องขอยาอายุวัฒนะ นอกจากเครือญาติสายตรงของตระกูลแล้ว ผู้อื่นจะต้องนำของมาแลกเปลี่ยน ต่อให้จะเป็สตรีที่แต่งออกไปจากตระกูลลู่ของเรา หาก้าแล้วก็จำเป็ต้องมาที่ตระกูลลู่ของเรา ให้อยู่ภายใต้การดูแลในการกิน เพื่อไม่ให้คนอื่นคิดว่าตระกูลลู่ของเราเป็คนโง่เขลาที่ตามคนอื่นไม่ทัน”
ผู้เฒ่าสามลู่หงจีฮึดฮัดพูดด้วยความไม่พอใจ “คนเหล่านี้เพียงพยายามหาประโยชน์จากเรา ไม่สนใจผลประโยชน์ของตระกูลลู่ของเราเลย มีอะไรให้ต้องไปเกรงใจพวกเขาด้วย เว้นเสียแต่จะสร้างประโยชน์ใหญ่ให้ตระกูลเท่านั้น มิเช่นนั้นก็ให้พวกเขานำของมาแลกเปลี่ยนกันเอง ตระกูลลู่ของเราเป็หนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่ของเทียนตู ไม่ใช่ศาลาการกุศลที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรเทียนตู!”
ผู้เฒ่าหลายคนต่างพากันพูดคุยหารือกันจนลงความเห็น และหาวิธีร่วมกันได้ แต่การตัดสินใจครั้งสุดท้ายก็ยังคงต้องผ่านผู้เฒ่าสูงสุดอยู่ดี
ลู่หนาน และจีชิงรั่วต่างก็รีบหายตัวทันทีหลังจากที่ลู่อวี่ไปแล้ว แม่สาวน้อยสองคนนี้ห้องในห้องปรุงโอสถเป็ของตัวเองห้องหนึ่ง เพื่อเป็ห้องปรุงโอสถสุดพิเศษสำหรับทั้งสองคน หลังจากดูการปรุงโอสถของลู่อวี่แล้ว ทั้งหัวใจ และสายตาก็เต็มไปด้วยความชื่นชม จากนั้นก็รีบไปที่ห้องปรุงโอสถของตัวเอง เรียกคนรับใช้สองสามคนมา จนได้วัตถุดิบยามากองใหญ่เพื่อเตรียมการปรุงโอสถทันที
โชคดีที่ลู่เหว่ยเซิ่งเห็นทันเวลา ใน่เวลาที่ลู่หงิไม่อยู่ เขารับหน้าที่เป็คนดูแลยาวิเศษทั้งหมดในคลังยา เมื่อรู้ว่าแม่สาวน้อยที่ไม่เคยปรุงโอสถมาก่อนจะลงมือปรุงโอสถ ก็รีบเข้ามาหาทันที
“ลู่หนานน้อย เ้าสองคนคิดจะฏหรืออย่างไร? ไม่ตั้งใจบำเพ็ญเพียร อีกทั้งยังไม่เคยปรุงโอสถมาก่อน ้าวัตถุดิบยาจำนวนมากเช่นนี้ไปด้วยเหตุใด?”
ลู่หนานคิดไม่ถึงตัวเองเพียงเพียง้าวัตถุดิบยาบางอย่างก็ไม่ได้ ทันใดนั้นก็พูดออกมาอย่างไม่พอใจทันที “พี่ชายบอกว่าคนปรุงโอสถก็เริ่มมาจากทำไม่ได้ ก้าวมาทีละขั้นจนทำได้ ตอนนี้ข้าจะฝึกฝนตัวเอง มันมีอะไรไม่ดีหรือ? อีกอย่างลูกศิษย์น้อยของพี่ชายก็อยู่ตรงนี้ด้วย แม้ว่าพวกเราสองคนจะสู้พี่ชายไม่ได้ แต่อย่างไรก็มีคุณสมบัติพอที่จะปรุงโอสถนะ!”
หลังจากฟังเหตุผลที่ไม่ถูกต้องที่ลู่หนานพูดแก้ตัวไม่หยุดแล้ว ลู่เหว่ยเซิ่งก็หน้าขึงขังขึ้นมาทันที นายน้อยลู่อวี่เป็ใคร หากจะหยิบวัตถุดิบยาไปสักเล็กน้อย หรือต่อให้นำวัตถุดิบยาพวกนี้ไปโยนทิ้งก็ไม่มีใครสนใจ แต่พวกเ้าสองคนคือแม่สาวน้อยที่ไม่เคยปรุงโอสถมาก่อนเลย กลับมาใช้วัตถุดิบยาที่ล้ำค่าไม่น้อย เช่นนี้มันไม่ใช่การปรุงโอสถแต่มันเป็การทำสิ้นเปลืองชัดๆ
จีชิงรั่วเป็ผู้ที่มีนิสัยเชื่อฟัง ว่านอนสอนง่าย หากไม่ใช่เพราะมีแม่สาวน้อยลู่หนานนำทาง คงจะเป็เด็กผู้หญิงที่ว่านอนสอนง่ายอย่างแน่นอน ซึ่งเวลานี้เพียงยืนข้างๆ กะพริบตาโตแล้วมองซ้ายทีขวาที โดยไม่พูดอะไรสักคำ!
“หากพวกเ้าสองคน้าที่จะปรุงโอสถก็ย่อมได้ เพียงมีคำสั่งมาจากนายน้อยเพียงคำเดียว พวกเ้า้าวัตถุดิบอะไรก็จะได้ตามนั้น หากไม่มีคำสั่งมาจากนายน้อย ก็สามารถใช้ได้เฉพาะวัสดุยาธรรมดาเท่านั้น วัตถุดิบยาล้ำค่าพวกนี้ พวกเ้าทั้งสองยังใช้ไม่ได้ในขนาดนี้!”
ลู่หงเซิ่งหน้าขึงขังอยู่พูดจนจบ จากนั้นก็หันหลังแล้วเดินจากไป!
ผู้เฒ่าหลายท่านของตระกูลลู่ไปที่ถ้ำของผู้เฒ่าสูงสุดที่อยู่หลังเขาพร้อมกับยาชิง์น้อยกันอย่างรีบเร่ง หลังจากหยิบยาอายุวัฒนะที่ลู่อวี่หลอมออกมาใหม่ให้แล้ว ก็เล่าถึงสถานการณ์ให้ฟังคร่าวๆ ผู้เฒ่าสูงสุดของตระกูลลู่ ลู่ไท่ชัง พยักหน้าอย่างมีความสุข และกล่าวขึ้นว่า “แม้ว่ายาชิง์น้อยจะไม่ได้ผลเท่ากับยาชิง์ที่แท้จริง แต่ก็ยังเป็ยาอายุวัฒนะขั้นห้า และมีปริมาณที่เพียงพอ เช่นนั้นก็นำออกมาประมูลขายสามสิบหกเม็ดแล้วกัน พวกเ้าแจ้งแก่พวกใช้ความสัมพันธ์ต่างๆ หรือโดยการเสแสร้งเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเ่าั้ ไม่ว่าจะเป็ใครก็ตาม คนที่ให้ราคาสูงที่สุดจะได้ไป หากเป็กรณีพิเศษให้มาหาข้า! อ้อใช่สิ ส่งไปให้ผู้เฒ่าสูงสุดของตำหนักมหาเทพด้วยสามเม็ด ส่วนที่เหลืออยู่พวกเ้าก็จัดการกันเองแล้วกัน เอาตามนี้แหละ!”
หลังจากที่ลู่ไท่ชังพูดจบ เขาหลับตาลง
ลู่หงเซิ่ง และคนอื่นๆ ต่างก็รีบตอบรับด้วยความเคารพ และหันหลังออกไปทันที ไม่นานหลังจากที่ผู้เฒ่าสูงสุดสั่งการแล้ว พวกเขาก็ให้คนแจ้งให้ญาติ และสหายเ่าั้ทราบถึงประสิทธิภาพของยาชิง์น้อยที่หลอมขึ้นมาใหม่ด้วย ในขณะเดียวกันก็แจ้งถึงจุดประสงค์ของผู้เฒ่าสูงสุดด้วย
สัญญาณแห่งบนท้องฟ้าเหนือตระกูลลู่ใช้เวลาหนึ่งชั่วยามกว่าจะสลายตัว แม้ว่าจะไม่มีอานุภาพเกรียงไกรเท่าครั้งแรก แต่ก็ยังทำให้นักพรตจำนวนนับไม่ถ้วนตื่นใ กระทั่งตระกูลลู่ปล่อยข่าวยาชิง์น้อยออกไป ทันใดนั้นภายในเมืองก็เกิดความโกลาหลขึ้นอีกครั้ง
แม้ว่าจะสามารถยืดอายุขัยออกไปได้เพียงร้อยปี แต่มันก็ยังเป็ยาอายุวัฒนะที่สุดยอดไม่น้อย ทว่าตระกูลลู่ก็แสดงออกอย่างชัดเจนแล้วว่า ต่อให้เป็ยาชิง์น้อยก็ไม่ขายจะแลกเปลี่ยนเท่านั้น แน่นอนว่าผู้ที่้ามันจะต้องมาพร้อมกับสมบัติล้ำค่า ยาวิเศษ วัตถุดิบยา วิทยายุทธ์หรืออาวุธวิเศษอะไรก็ได้ แต่ต้องมีมูลค่าพอๆ กันเพื่อนำมาแลกเปลี่ยน
ตระกูลเกา ตระกูลขนาดกลางหนึ่งในพื้นที่ตอนกลางของเทียนตู ประมุขตระกูลเกาฉายหลังจากรู้ข่าวเื่ยาชิง์น้อยของตระกูลลู่ ก็มีสีหน้าประหลาดใจและตื่นเต้นขึ้นมาทันที บิดาได้บรรลุพลังยุทธ์อยู่ตอนปลายขั้นตงซวนมาเมื่อร้อยปีก่อน แต่ยังไม่เข้าในกุญแจสำคัญอย่างถ่องแท้จนบรรลุขั้นเกิดเทพเ้า จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่ผู้เป็บิดาของเขาออกไปร่วมงานสังสรรค์หนึ่งกับสหาย ก็ััได้ถึงขอบของพลังยุทธ์ขั้นเกิดเทพเ้า หากมีเวลาอีกสิบหรือยี่สิบปี ย่อมต้องมีพลังยุทธ์เลื่อนขึ้นถึงขั้นเกิดเทพเ้าอย่างแน่นอน
หากบิดาของเขาสามารถเลื่อนขั้นพลังยุทธ์ถึงขั้นเกิดเทพเ้าได้ สำหรับตระกูลขนาดกลางตระกูลหนึ่งแล้ว ย่อมเป็การเพิ่มคุณสมบัติที่จะท้าทายตระกูลใหญ่ในเทียนตูได้เลย อย่างน้อยก็สามารถสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้ทั้งตระกูลได้หลายร้อยปี!
แต่ใน่หัวเลี้ยวหัวต่อนี้ อายุขัยของผู้เป็บิดากลับจะสิ้นสุดลง ช่างเป็โชคชะตาที่พลิกผันจริงๆ และยาชิง์เม็ดเดียวเท่านั้นที่ตระกูลลู่วางจำหน่ายก็ไม่ใช่สิ่งที่ตระกูลขนาดกลางเช่นพวกเขาจะสามารถหาซื้อได้ ใน่หลายวันมานี้ทั้งตระกูลตกอยู่แต่ท่ามกลางความโศกเศร้า
หากผู้เป็บิดาไม่สามารถก้าวไปสู่ขั้นเกิดเทพเ้าได้ และอายุขัยกำลังจะหมด แล้วตระกูลเกาจะสามารถรักษาสถานะตระกูลขนาดกลางไว้ได้หรือไม่นั้นถือว่าเป็ปัญหาใหญ่เสียแล้ว
ทันใดนั้นก็มีเสียงตื่นเต้นดีใจหนึ่งดังขึ้น จากนั้นก็มีชายหนุ่มในวัยยี่สิบต้นๆ ผู้หนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามา เขาพูดเสียงดังว่า “ท่านพ่อ ตระกูลลู่ได้ปรุงยาชิง์น้อยออกมาอีกจำนวนหนึ่งแล้ว มันสามารถยืดอายุขัยออกไปได้ร้อยปี ท่านปู่รอดแล้ว!”
“อะไรนะ?” จู่ๆ เกาฉายก็ใไม่น้อย พร้อมกับคว้าไหล่ลูกชายมาถามอย่างตื่นเต้น “ยาชิง์น้อย? ตระกูลเกาของเราจะจ่ายไหวหรือ?”
ชายหนุ่มที่ทนอาการเ็ปที่ไหล่ พยักหน้าและตอบกลับไปทันที “อืม ได้ยินมาว่าครั้งนี้ตระกูลลู่ผลิตยาชิง์จำนวนไม่น้อย เพียงพริบตาเดียวก็ได้มาสามสิบหกเม็ดในคราวเดียว และกระจายข่าวออกมาว่า ้าแลกเปลี่ยนเท่านั้น ไม่มีขาย ขอเพียงเป็สมบัติที่ถูกตาต้องใจตระกูลลู่ ต่อให้มีค่าน้อยกว่าก็ตามก็ไม่เป็อะไรเลย!”
“ดีเลย ฮ่าฮ่า ข้าจะไปแจ้งข่าวดีกับท่านปู่ของเ้า แม้ว่าตระกูลเกาของเราจะไม่มีสมบัติที่ทำให้โลกลุกฮือกันขึ้นมาได้ แต่ตระกูลเกาของเราก็ได้สะสมความมั่งคั่งมาหลายชั่วอายุคนแล้ว โดยเฉพาะ ‘ดอกไม้ิญญาโลหิต’ เ่าั้ มันเป็วัตถุดิบยาที่หายากนัก คิดว่าจะต้องเป็สิ่งของที่หายากสำหรับตระกูลลู่แน่นอน รวมกับสมบัติอื่นๆ ก็น่าจะสามารถแลกยาชิง์น้อยมาให้ท่านปู่ได้สักเม็ด เมื่อปู่ของเ้าได้รับการเลื่อนขึ้นจนมาอยู่ขั้นเกิดเทพเ้า สมบัติเพียงนี้พวกเราสามารถหามันกลับมาได้อยู่แล้ว!”
ชายหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วย ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นประมุขของตระกูลเกาฉายหัวเราะด้วยความดีใจแล้ว ก็สงบสติอารมณ์และรีบเดินทางไปยังสถานที่ฝึกฝนของผู้เป็บิดาทันที
่พลบค่ำ ในหุบเขาเล็กๆ ห่างออกไปหนึ่งร้อยลี้ทางเหนือของเมืองเทียนอวิ๋น จู่ๆ ก็มีบุรุษสวมหน้ากากชุดดำสามคนปรากฏตัวขึ้นที่นี่ พวกเขามีแสงสีเทาปรากฏบนผ้าพันคอ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่หน้ากากธรรมดา
“เ้าสาม เื่ของเ้าจัดการอย่างไรบ้าง? ได้ของมาแล้วหรือยัง?” บุรุษชุดดำที่ร่างกายกำยำที่สุดหนึ่งในนั้นเอ่ยปากถาม ดวงตาจ้องเขม็งมองไปที่บุรุษชุดดำรูปร่างผอมบางผู้หนึ่งที่อยู่ทางด้านขวา
“ไม่ต้องกังวล ศิษย์พี่ หึหึ!” บุรุษชุดดำทางขวาหัวเราะเสียงทุ้มเบาๆ
“แล้วเ้าเล่าเ้าสอง ตระกูลเล็กนั้นยังคงปฏิเสธที่จะมอบของให้ใช่หรือไม่?” บุรุษชุดดำที่อยู่ตรงกลางถามบุรุษชุดดำทางด้านซ้ายที่มีรูปร่างปานกลาง
“อืม ศิษย์พี่ไม่ต้องกังวล ข้าจับฮูหยิน และลูกๆ ของประมุขตระกูลเล็กนั้นมาแล้ว รับประกันเลยว่าพรุ่งนี้จะต้องได้สมบัติมาไว้ในมือ คิดว่าพวกเราทั้งสามคนจะมีของพอที่จะไปแลกยาชิง์น้อยกับตระกูลลู่มาได้เม็ดหนึ่งแล้ว อาจารย์ผู้เฒ่าต้องดีใจมากแน่!” บุรุษชุดดำทางซ้ายพูดอย่างใจเย็น
ศิษย์พี่คนโตของชายชุดดำตะคอกขึ้นว่า “อย่าได้ชะล่าใจ แม้ว่าครั้งนี้ตระกูลลู่จะจำหน่ายยาชิง์สามสิบหกเม็ด แต่ก็ยังมีหมาป่าจำนวนไม่น้อยคอยตะครุบอยู่ หากรีบก่อนก็ให้คว้าก่อน มิเช่นนั้นอีกสองสามวัน ต่อให้จะมีสมบัติอยู่ในมือก็อาจจะแลกของมาไม่ได้ ยายืดอายุขัยพวกนี้มีคุณค่าเพียงไหนใน่หลายปีที่ผ่านมาพวกเ้าก็เห็นมากับตา ให้ตายเถอะ ยาอายุวัฒนะของเขาหนิงชุยเฟิงหนึ่งเม็ดสามารถยืดอายุยืนยาวได้สิบหรือยี่สิบปี ก็กวาดเอาทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่ข้าสะสมมาหลายร้อยปีเกลี้ยงแล้ว หากรู้ว่าการปรุงโอสถหาเงินได้มากเช่นนี้ พวกเราก็ไม่ควรเรียนรู้สิ่งอื่นั้แ่แรก ไม่อย่างนั้นตอนนี้จะให้พูดอย่างไรก็คงเป็เศรษฐีไปแล้ว!”
หลังจากฟังคำบ่นของศิษย์พี่ใหญ่ไปแล้ว แววตาดูถูกก็ฉายแววขึ้นในดวงตาของบุรุษชุดดำทางด้านซ้าย หากการปรุงโอสถเป็เื่ง่ายขนาดนั้น มันจะหลุดรอดมาถึงเ้าหรือไม่? คงมีปรมาจารย์ระดับสูงมากมายจากตระกูลใหญ่ และสำนักหลักๆ วิ่งกันเดินขวักไขว่ไปมาเต็มถนนไปแล้ว สิ่งที่ผู้ฝึกฝนบำเพ็ญเพียรแสวงหาคือการมีอายุยืนยาว และอิสรภาพ การเป็เศรษฐีมีเงินถือเป็ความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่ โจรเกิดมามันก็เป็โจร ต่อให้มาเป็นักพรตก็เปลี่ยนสันดานเดิมไม่ได้
