แสงสีฟ้าอมเขียวจากเห็ดเรืองแสงสาดส่องกระทบหน้ากากทองคำรูปพระจันทร์เสี้ยวคู่ ชายในชุดคลุมสีทองอร่ามก้าวลงมาจากบันไดวิหารโบราณ ทุกย่างก้าวของเขาแผ่กลิ่นอายกดดันจนอากาศในหลุมยุบหนักอึ้ง
"ข้าเฝ้ารอเวลานี้มานานแสนนาน..." เสียงของนายท่านดังก้องกังวาน "เวลาที่ราชวงศ์จันทราจะกลับมาผงาดอีกครั้ง! ไอ้พวกราชวงศ์ปัจจุบันมันก็แค่พวกลักขโมยบัลลังก์ของบรรพบุรุษข้าไป!"
หลี่หยางก้าวออกมายืนบังหน้าเซียวหลัน ดาบอ่อนในมือชี้ตรงไปยังศัตรู "แล้วการที่เ้าสร้างพรรคมารมาฆ่าล้างตระกูลข้า และจับชาวบ้านมาทดลองทำอาวุธประหลาดๆ นั่น มันคือวิถีของกษัตริย์ที่คู่ควรกับบัลลังก์งั้นรึ? เ้ามันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ที่ซ่อนตัวอยู่ในรูหนู!"
"ปากดีนักไอ้เด็กเมื่อวานซืน!"
นายท่านตวาดลั่น ร่างสีทองพุ่งวูบเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าจ้าวมู่หรือราชครูเหยียนหลายเท่า มือที่สวมถุงมือถักจากเส้นไหมทองคำตวัดฟาดลงมาประดุจกรงเล็บั
เคร้ง!
หลี่หยางยกดาบขึ้นรับ แรงกระแทกมหาศาลทำให้พื้นหินใต้เท้าของอดีตแม่ทัพหนุ่มแตกเป็ใยแมงมุม หลี่หยางกัดฟันแน่นััได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากถุงมือทองคำนั้น
"วิชาฝ่ามือไหม้โลหิต!" หลี่หยางอุทานพลางถอยร่นออกไปสามก้าว "เ้าใช้พิษไฟหล่อเลี้ยงชีพจรตัวเอง!"
"ฮ่าๆๆ! ถูกต้อง! เืของข้าเดือดพล่านด้วยพิษที่ไม่มีใครแก้ได้ ใครที่โดนปราณของข้า เืในกายมันจะเดือดจนะเิออกมาจากทวารทั้งเจ็ด!"
นายท่านพุ่งเข้าจู่โจมระลอกสอง หลี่หยางต้องใช้วิชาตัวเบาพลิกหลบอย่างยากลำบาก ดาบอ่อนของเขาฟันสวนกลับไปโดนหน้ากากทองคำของศัตรูอย่างจัง
แก๊ง!
ประกายไฟแลบแปลบ แต่หน้ากากทองคำกลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
"เปล่าประโยชน์! หน้ากากและเกราะของข้าหลอมจากทองคำบริสุทธิ์ผสมแร่เหล็กเย็นใต้พิภพ ไม่มีดาบใดในใต้หล้าฟันเข้า และไม่มีพิษใดกัดกร่อนมันได้!" นายท่านหัวเราะเยาะก่อนจะซัดฝ่ามือกระแทกอกหลี่หยางจนกระเด็น
"อั่ก!" หลี่หยางกระอักเื เขาทรุดลงคุกเข่า รู้สึกได้ถึงความร้อนที่เริ่มลามเข้าไปในเส้นเื
เซียวหลันเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปประคองหลี่หยาง นางป้อนยาเม็ดสีขาวสกัดจากเปลือกหลิวเพื่อลดความร้อนและต้านการอักเสบในกระแสเืทันที
"หลี่หยาง เ้าทนไหวไหม?" นางถามหน้าเครียด
"ไหว... แต่มันแข็งแกร่งเกินไป เกราะทองคำนั่นทำให้ข้าหาจุดตายมันไม่เจอ" หลี่หยางกัดฟันยืนขึ้น
เซียวหลันหันไปจ้องหน้ากากทองคำที่สะท้อนแสงวาววับ ดวงตาของนักวิทยาศาสตร์สาวหรี่ลงอย่างใช้ความคิด
"ทองคำบริสุทธิ์งั้นรึ..." เซียวหลันแสยะยิ้ม "เ้านั่นมันไม่เคยเรียนวิชาเคมี ม.ปลาย สินะ ถึงได้กล้าพูดว่าไม่มีอะไรกัดกร่อนทองคำได้"
"เ้ามีวิธีรึ?"
"หลี่หยาง ถ่วงเวลามันไว้ให้ข้าหน่อย!"
เซียวหลันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ายากันกระแทกของนาง นางหยิบขวดแก้วหนาสองใบออกมา ใบหนึ่งบรรจุของเหลวสีใสมีควันฟุ้ง อีกใบมีของเหลวสีเหลืองอ่อนที่นางสกัดและเตรียมไว้สำหรับการวิเคราะห์แร่ในป่าแดนใต้
"เสี่ยวชุน! ถอยออกไปไกลๆ! ปิดจมูกให้แน่น!" เซียวหลันสั่งเสียงเฉียบขาด
นางสวมถุงมือหนังสองชั้นอย่างระมัดระวัง เปิดจุกขวดทั้งสอง แล้วเทกรดดินประสิว 1 ส่วน ผสมลงในกรดเกลือ 3 ส่วน ในบีกเกอร์แก้วหนา
ทันทีที่กรดทั้งสองชนิดผสมกัน ปฏิกิริยาเคมีรุนแรงก็เกิดขึ้น ของเหลวเปลี่ยนเป็สีเหลืองส้มและมีก๊าซสีน้ำตาลแดงฟุ้งกระจายออกมา กลิ่นฉุนรุนแรงระดับทำลายปอดลอยคลุ้ง
ทางด้านหลี่หยางเขาใช้ลมปราณเฮือกสุดท้ายร่ายรำวิชาดาบเข้าพัวพันกับนายท่านอย่างไม่คิดชีวิต แม้จะถูกปราณพิษไฟเฉือนจนเสื้อผ้าขาดวิ่นแต่เขาก็ไม่ยอมถอย
"ตายซะเถอะไอ้แมลงหวี่!" นายท่านรำคาญเต็มทน ง้างฝ่ามือเตรียมปลิดชีพหลี่หยาง
"หลี่หยาง! หลบ!" เซียวหลันะโสุดเสียง
หลี่หยางทิ้งตัวกลิ้งหลบไปด้านข้างตามสัญชาตญาณ
เซียวหลันสาดน้ำยาราชันย์ทั้งบีกเกอร์พุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าของนายท่านอย่างแม่นยำ
ซ่าาา!
น้ำกรดสีเหลืองส้มปะทะเข้ากับหน้ากากทองคำรูปพระจันทร์เสี้ยว
"ฮ่าๆๆ ข้าบอกแล้วไงว่าไม่มีพิษไหนทำลายเกราะข้า... อ๊ากกกกกก!!!"
เสียงหัวเราะเปลี่ยนเป็เสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างกะทันหัน
ภาพที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงคือหน้ากากทองคำบริสุทธิ์ที่นายท่านภูมิใจนักหนาเริ่มเกิดฟองฟู่สีส้มแดงอย่างรุนแรง โลหะทองคำถูกทำลายพันธะและละลายกลายเป็ของเหลวเหลวเป๋วหยดแหมะลงมา ราวกับเนยที่ถูกโยนลงในกระทะร้อนจัด
กรดมรณะไม่ได้กัดแค่ทองคำ แต่มันทะลุผ่านหน้ากากเข้าไปกัดกินิับนใบหน้าของนายท่านโดยตรง ควันสีน้ำตาลแดงพวยพุ่งออกมาพร้อมกับกลิ่นเนื้อไหม้ที่ชวนอาเจียน
"ตาข้า! หน้าข้า! ร้อน! อ๊ากกกก!"
นายท่านล้มลงกลิ้งทุรนทุรายกับพื้น ใช้มือที่สวมถุงมือพยายามจะถอดหน้ากากที่กำลังละลายติดหนังหน้าของตนออก แต่ยิ่งจับถุงมือทองคำก็ยิ่งทำปฏิกิริยากับกรดจนละลายติดมือเข้าไปอีก
ความเย่อหยิ่งและความน่าเกรงขามของทายาทราชวงศ์จันทรา ถูกน้ำยาราชันย์ลอกคราบออกจนหมดสิ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงที่บิดเบี้ยวและเน่าเฟะจากผลข้างเคียงของพิษไฟที่เขาสะสมมานานนับสิบปี
หลี่หยางไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอย เขาดันตัวลุกขึ้นรวบรวมปราณทั้งหมดไว้ที่ปลายดาบอ่อน
"นี่สำหรับบิดาข้า และทุกชีวิตที่เ้าทำลาย!"
สวบ!
ดาบสีเงินพุ่งทะลวงเข้าที่ขั้วหัวใจของนายท่านอย่างแม่นยำ ไร้ซึ่งเกราะทองคำคุ้มกัน ปราณดาบตัดขั้วหัวใจขาดสะบั้น ร่างที่เคยดิ้นทุรนทุรายกระตุกเฮือกสองครั้งก่อนจะนอนแน่นิ่งไปท่ามกลางกองเืและเศษทองคำที่ละลาย
หลี่หยางหอบหายใจหนักหน่วง ดึงดาบออก เขย่าขาสั่นๆ เดินเข้าไปหาเซียวหลัน
"เ้า... เ้าเอาน้ำอะไรสาดมัน?" หลี่หยางถามด้วยความทึ่งปนสยอง
"น้ำประสานทอง" เซียวหลันรีบเก็บขวดแก้วให้มิดชิด "มันคือการผสมกันของกรดรุนแรงสองชนิด เพื่อสร้างสารประกอบที่สามารถละลายทองคำได้ ข้าเตรียมมาเผื่อเจอสายแร่ทองคำในป่า ไม่คิดว่าจะได้เอามาใช้ลอกหน้ากากคน"
"คุณหนูสุดยอดไปเลยเ้าค่ะ!" เสี่ยวชุนวิ่งออกมาจากหลังโขดหิน
แต่ยังไม่ทันจะได้ฉลองชัยชนะ...
ครืนนนน!
จู่ๆ พื้นดินของหลุมยุบก็สั่นะเือย่างรุนแรง เห็ดเรืองแสงสีฟ้าอมเขียวรอบๆ ตัวพวกเขากะพริบถี่ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็สีแดงเื
"เกิดอะไรขึ้น!" เสี่ยวชุนกรีดร้อง
เซียวหลันมองไปที่แท่นบูชาของนายท่าน มีกลไกรูปเฟืองหินกำลังหมุนอย่างบ้าคลั่ง สระน้ำใต้ดินรอบๆ วิหารเริ่มมีฟองก๊าซผุดขึ้นมาอย่างหนาแน่น กลิ่นเหม็นคล้ายไข่เน่ารุนแรงพุ่งขึ้นมาจนแสบจมูก
"เ้านั่นผูกกลไกชีพจรตัวเองไว้กับค่ายกลของวิหาร!" เซียวหลันหน้าซีดเผือด "เมื่อมันตายระบบทำลายตัวเองจะทำงาน! สระน้ำนั่นกำลังปล่อยก๊าซไข่เน่าปริมาณมหาศาลออกมาจากใต้พิภพ!"
"ก๊าซไข่เน่า? มันอันตรายแค่ไหน?" หลี่หยางถาม
"ดมเข้าไปสองอึกก็ล้มตึงตายคาที่!" เซียวหลันะโ "และที่สำคัญ ก๊าซนี้ติดไฟได้! ถ้ามันสะสมมากพอกับประกายไฟเพียงนิดเดียว หลุมยุบนี้จะกลายเป็ะเิขนาดั์!"
หินจากผนังหลุมยุบเริ่มร่วงหล่นลงมา เส้นทางเถาวัลย์ที่พวกเขากำลังจะใช้ปีนกลับขึ้นไปถูกหินถล่มทับจนขาดสะบั้น
"ทางออกถูกปิดแล้ว!" หลี่หยางกัดฟัน "เราติดกับดักอยู่ในเมืองบาดาลนี่แล้ว!"
