ทันทีที่หยุนเหมี่ยวพูดจบ ทั้งฮุ่ยหลิน หยางเฉินและหลินจื้อกั๋ว ภายในจิตใจของคนทั้งสามกำลังเต็มไปด้วยเสียงอื้ออึงและความมึนงง
บรรยากาศภายในเต็นท์เยือกเย็นลงทันทีทันใด
กลับมาที่หยางเฉิน ตอนนี้ใบหน้าของเขากำลังบิดเบี้ยวด้วยความขมขื่นใจ “อาจารย์หยุนเหมี่ยว ตลกร้ายของคุณนี่มันดูไม่ตลกเลยสักนิดนะครับ”
ใบหน้าของหยุนเหมี่ยวสาดประกายเ็าขึ้นมาทันที “ข้าดูเป็คนที่ชอบพูดเื่ตลกรึ?”
“หยุนเอ๋อร์ เ้าจะให้หยางเฉินแต่งงานกับฮุ่ยหลินไม่ได้ ข้าบอกเ้าว่าเด็กนี่แต่งงานกับรั่วซีไปแล้วไง!" เสียงของหลินจื้อกั๋วดังขึ้น
หยุนเหมี่ยวเผยรอยยิ้มบางๆ “การแต่งงานมันก็เป็แค่การจดทะเบียนด้วยกระดาษใบเล็กๆ เท่านั้น หญิงสาวเพียงแค่กล่าวคำสัตย์ว่าจะอยู่เป็คู่ครองของชายหนุ่ม แค่นี้มันเทียบไม่ได้กับตระกูลเ้าที่บีบบังคับให้หญิงสาวคนหนึ่งต้องตกระกำลำบาก แถมยังไม่ยอมรับสายเืตัวเองที่อยู่ข้างนอกตระกูล การแต่งงานหนนี้จะนับเป็อะไรได้ ข้าไม่อาจจะใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสินใจเื่นี้!”
ฮุ่ยหลินมองหยางเฉินด้วยความเขินอายเป็อย่างยิ่ง ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็สีแดงเรียบร้อย หญิงสาวหันไปพูดกับหยุนเหมี่ยว “คุณย่า จะให้หนูแต่งงานกับหยางเฉินได้อย่างไร เขามีภรรยาแล้วนะ! อีกอย่างตอนที่พบเขาครั้งแรกย่าเป็คนบอกเองว่าเขาเป็พวกบ้ากามและไร้ความยับยั้งชั่งใจถ้าหนูแต่งงานกับเขา หนูก็เป็เพียงภรรยารองเท่านั้นนะ”
เมื่อได้ยินฮุ่ยหลินพูด หยุนเหมี่ยวก็เผยรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง นางกล่าวกับหยางเฉิน “ได้ยินที่นางพูดหรือไม่ นางบอกว่าเ้ามันไร้ความยับยั้งชั่งใจโดยสิ้นเชิง”
หยางเฉินไม่เข้าใจว่านาง้าจะสื่อถึงอะไรเขาทำได้แต่เพียงพยักหน้าเบาๆ เท่านั้น
“เ้าไม่พอใจกับเื่นี้?” หยุนเหมี่ยวกล่าว
หยางเฉินเค้นยิ้มขึ้นอย่างขมขื่น “ผมแค่ไม่เข้าใจว่าคุณ้าที่จะสื่อถึงอะไร”
“มันก็คล้ายกับนางกำลังบอกเ้าทางอ้อมว่า ั้แ่ที่พบกันครั้งแรกนางไม่ได้ไม่ชอบเ้าถึงแม้ว่าความรักจะยังไม่ก่อตัวขึ้นในตอนนั้น แต่กลับกันนางยังสำรวจตัวเ้าอย่างละเอียดอีกด้วย ดูเหมือนฮุ่ยหลินจะสนอกสนใจเ้าอยู่มากทีเดียว” อาจารย์หยุนเหมี่ยวอธิบาย
ทั้งหยางเฉินและฮุ่ยหลินยืนแข็งเป็หินทันที การที่นางกล่าวเช่นนี้ก็เหมือนเป็สัญญาณว่านาง้าให้ทั้งสองได้เกี่ยวดองกันอย่างแน่นอน
“ท่านย่า... ข้า... ไม่ได้เป็เช่นนั้นนะ...” ฮุ่ยหลินแทบจะร้องไห้ออกมา
สีหน้าของหลินจื้อกั๋วเปลี่ยนเป็ขี้ริ้วขี้เหร่ลงทันใด “หยุนเอ๋อร์ ทำไมเ้าถึงทำอย่างนี้รั่วซีและฮุ่ยหลินถึงแม้จะคนละพ่อคนละแม่ แต่ทั้งคู่ก็เป็หลานสาวของข้า นั่นก็เท่ากับว่าพวกนางเป็ลูกพี่ลูกน้องกัน การแต่งงานเช่นนี้เป็สิ่งที่ไม่ถูกต้องแม้แต่น้อย!”
“ก็ใช่” หยุนเหมี่ยวมองหลินจี้อกั๋วด้วยความเกลียดชังที่เต็มอยู่ในอก “ในอดีตที่ผ่านมา ข้ามันหลงผิดเองที่ไปรักคนเช่นเ้า ลูกชายลูกสาวของข้าตายในการสู้รบที่ต่างประเทศ แม้กระทั่งกระดูกก็ไม่ได้เผา ยามนี้เ้ายังจะขัดเื่ที่ข้ามอบสิ่งที่ดีให้กับฮุ่ยหลินอีกรึ? นางถูกส่งไปยังสถานที่ที่ไม่รู้จักโดยเ้า สุดท้ายหลานข้าก็กลายเป็เด็กกำพร้า แล้วตอนนี้ผู้สืบทอดวิชาของพี่ใหญ่ซ่งก็อยู่ตรงหน้าข้า หยางเฉินเองก็เพียบพร้อมไปทุกๆ เื่ แล้วตอนนี้มันอะไร เ้ายังจะขัดขวางนางไม่ให้มีชีวิตที่ดีขึ้นอีก!?”
หลินจื้อกั๋วถอนหายใจด้วยเ็ป “มันเป็ความผิดของข้าเองในตอนนี้ ์กำลังทำให้ข้าชดใช้ในสิ่งที่ก่อเอาไว้สินะ…”
เมื่อฮุ่ยหลินได้ยินสิ่งที่หยุนเหมี่ยวพูด นางก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงหญิงสาว คว้าแขนของอาจารย์นางพลางร้องไห้ “คุณย่า... ย่าบอกว่าพ่อกับแม่ของหนู... พวกเขาเป็...”
หยุนเหมี่ยวเห็นฮุ่ยหลินกำลังจะร้องไห้ นางก็สวมกอดหลานตัวเองด้วยความแแ่ ก่อนจะค่อยๆ ปาดน้ำตาบนหน้าของหลานสาวนาง “ฮุ่ยหลิน ที่ย่าไม่เคยบอกเกี่ยวกับพ่อแม่ของเ้ามาก่อน เพราะข้ากลัวว่าเ้าจะเสียใจ ข้าจึงรอให้เ้าโตพอที่จะรับรู้เื่ราวได้ เื่ที่เกิดขึ้นนั้นมันมากมายเกินกว่าที่หลานจะรับได้ด้วยวัยเด็ก เ้ากับหยางเฉินควรจะรู้ไว้ ว่าคนที่เ้าเรียกว่าปู่นั้นทำอะไรไว้บ้างในอดีต!”
นางปลอบใจหลานของตนอย่างรักใคร่ ก่อนจะเริ่มเล่าเื่ราวในอดีตขึ้น
เมื่อ 40 กว่าปีก่อน
หยุนเหมี่ยวและซ่งเทียนฉิงนั้นอยู่ในตระกูลที่มีชื่อเสียงของหุบเขาผู้ฝึกยุทธ์ปรมาจารย์ฉู่ซาน ทั้งสองเป็ทายาทที่โดดเด่น
ส่วนหลินจื้อกั๋วเป็นายทหารที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง บิดาของเขาเป็ผู้ก่อตั้งตระกูลหลินให้มีชื่อเสียงขึ้นมา ก่อนหน้านั้นทั้งสามคนตอบรับการร้องขอให้เข้าร่วมกับกองพลน้อยเหยียนหวง และเมื่อเข้ามาพวกเขาก็กลายเป็สมาชิกของทีมัที่โดดเด่น
ในเวลานั้นหยุนเหมี่ยวก็มีใจให้กับหลินจี้อกั๋ว อย่างไรก็ตามซ่งเทียนฉิงนั้น้าจะให้พวกเขาทั้งคู่ได้เรียนรู้กันมากขึ้นก่อนจะแต่งงานกัน ทำให้ทั้งคู่ต่างใช้ชีวิตอยู่ข้างกายของอีกฝ่ายภายในทีมัอย่างมีความสุข
อีกทั้งหยุนเหมี่ยวยังเกิดในครอบครัวที่มีชื่อเสียง ทำให้ครอบครัวของหลินจื้อกั๋วสนับสนุนเธอ และ้าให้เธอกับหลินจื้อกั๋วแต่งงานกัน เพราะนอกจากนี้ทั้งสองยังผ่าน่วิกฤตของชีวิตมาด้วยกัน ฝ่าความเป็ความตายมาด้วยกัน ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
แต่ในวันหนึ่ง หลินจื้อกั๋วถูกพวกฝรั่งเศสซุ่มโจมตีจนได้รับาเ็สาหัส จนเขาต้องเข้าไปหลบอยู่ในอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งของนักเรียนหญิงต่างชาติ
ถึงแม้ว่าโลกของหญิงสาวต่างชาติคนนั้นกับหยุนเหมี่ยวจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ก็มีสิ่งที่คล้ายๆ กันคือทั้งสองคนต่างเป็ผู้หญิงที่งดงามทั้งคู่
นักเรียนหญิงต่างชาติคนนั้นให้ที่พักแก่หลินจื้อกั๋วเป็เวลาร่วมเดือน จนกระทั่งเขาหายดีและตัดสินใจได้ว่าเขาจะรับเธอมาเป็ภรรยา เมื่อกลับไปยังบ้านตระกูลหลิน หลินจื้อกั๋วบอกเื่ที่เขา้ารับหญิงสาวคนนี้มาเป็ภรรยา แน่นอนว่าเื่นี้ไม่อาจเป็ไปตามที่ทั้งคู่ปรารถนา
ครอบครัวของหญิงสาวธรรมดาเกินไป พ่อเป็เพียงนักธุรกิจธรรมดา ไม่ว่าจะย้อนกลับไปถึงรุ่นปู่รุ่นทวด ก็เป็เพียงแค่นักธุรกิจธรรมดาๆ เท่านั้น ทำให้การแต่งงานของทั้งคู่ถูกคัดค้าน ผู้หญิงคนดังกล่าวไม่มีโอกาสที่จะได้แก้ตัวใดๆ เพียงแค่เธอก้าวเข้ามาในบ้านตระกูลหลิน ทั้งตระกูลต่างก็ไม่ต้อนรับเธอแล้ว!
ตระกูลหลินไม่้าให้หลินจื้อกั๋วแต่งงานกับเธอ อีกทั้งยังมีคนในกองพลน้อยเหยียนหวงต่างก็คัดค้านเื่นี้ทำให้การแต่งงานของทั้งสองคนถูกต่อต้านและถูกห้ามไม่ให้เจอกันอีก แต่อย่างไรก็ตามหลินจื้อกั๋วก็ยังคงรักและรู้สึกผูกพันต่อย่าของรั่วซีเป็อย่างมาก
ในท้ายที่สุดหลินจี้อกั๋วก็แต่งงานกับหยุนเหมี่ยว แต่หัวใจของเขายังคงเป็ของนักเรียนหญิงต่างชาติคนนั้น กระทั่งวันหนึ่งพวกเขาทั้งสองคนก็นัดพบกันที่เมืองจงไห่ ซึ่งเป็เหตุผลที่ย่าของหลินรั่วซีมีพ่อของเธอและยังมีเธอขึ้นมาได้
หลังจากที่ย่าของหลินรั่วซีตั้งครรภ์ หลินจื้อกั๋วได้บอกความจริงว่าเขานั้นมีภรรยาแล้ว ส่วนหยุนเหมี่ยวก็เริ่มสงสัยถึงพฤติกรรมที่แปลกไปของหลินจื้อกั๋ว สุดท้ายหยุนเหมี่ยวก็รู้ความจริงว่าหลินจื้อกั๋วนอกใจนาง
นางเสียใจมากจนไปร้องไห้กับซ่งเทียนฉิงพี่ชายของเธอ แน่นอนว่าซ่งเทียนฉิงโกรธหลินจื้อกั๋วจนแทบจะไปฆ่าล้างตระกูลหลินยกตระกูล แต่หยุนเหมี่ยวได้ห้ามปรามเขาไว้ก่อน
ซ่งเทียนฉิงเข้าใจน้องสาวของตนเป็อย่างดี เธอเป็คนที่รักสามีตนเองมาก ถึงแม้ว่าหลินจื้อกั๋วจะมีคนรักใหม่ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ยังเป็สามีของน้องสาวเขา และเขาก็เป็พี่ใหญ่ของเธอ
หลังจากนั้นซ่งเทียนฉิงก็หายตัวไปโดยไม่ได้บอกลา ทั้งหยุนเหมี่ยวและหลินจื้อกั๋วต่างเศร้าใจต่อเื่นี้เป็อย่างยิ่ง ผ่านไปเพียงไม่นานเท่าไหร่หยุนเหมี่ยวก็ได้รู้อีกว่าหลินจื้อกั๋วได้พยายามช่วยเหลือย่าของหลินรั่วซีอย่างลับๆ ในเื่ธุรกิจและอุตสาหกรรมเสื้อผ้าทำให้บริษัทของเธอเติบโตอย่างรวดเร็ว
ถึงขนาดที่ใช้เงินทุนของตระกูลหลินสนับสนุนเธออย่างลับๆ ทำให้หยุนเหมี่ยวเริ่มน้อยใจหลินจื้อกั๋ว ช่องว่างระหว่างเขาและนางก็กำลังห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งผ่านไป 20 กว่าปี
บุตรชายของนางกับหลินจื้อกั๋วก็ได้แต่งงานกับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งทั้งคู่เป็ผู้ให้กำเนิดฮุ่ยหลินหลานสาวของนาง ต่อมาอีก 1 ปีหลังจากที่ฮุ่ยหลินลืมตาดูโลกได้เพียงสามเดือน หลินจื้อกั๋วได้ออกคำสั่งให้ทั้งคู่ออกไปทำภารกิจที่แถบแคชเมียร์
หลินจื้อกั๋วไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว สำหรับเขานั้นประเทศต้องมาก่อนครอบครัว
และในที่สุด สองสามีภรรยาก็ไม่ได้กลับมายังบ้านเกิดของพวกเขาอีกเลย...
หยุนเหมี่ยวเศร้าใจอย่างมากต่อการจากไปของลูกชายและลูกสะใภ้ของนาง
ความโกรธและความเกลียดหลินจื้อกั๋วที่สะสมมานานนับสิบปีปะทุขึ้นอย่างรุนแรง จากการที่นางสูญเสียคนสำคัญของเธอไป
หลินจื้อกั๋วไม่อาจที่จะโต้เถียงหยุนเหมี่ยวได้ในเื่นี้ได้ เพราะเขาเป็ฝ่ายผิดเต็มๆ จึงทำได้เพียงนิ่งเงียบเท่านั้น
หลังจากที่หยุนเหมี่ยวทำใจได้จากการสูญเสียลูกชาย นางก็พาฮุ่ยหลินไปยังหุบเขาผู้ฝึกยุทธ์ฉู่ซาน นางช่วยเหลือและเลี้ยงดูหลานของตนให้เติบโตเป็หญิงสาวที่งดงามและได้เป็ศิษย์นอกของสำนัก
กว่า 20 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าหลินจื้อกั๋วเคยเข้าไปในหุบเขาผู้ฝึกยุทธ์และพบกับฮุ่ยหลิน และฮุ่ยหลินเองก็รู้ว่าเขาคือปู่ของเธอ แต่หยุนเหมี่ยวกลับไม่เคยออกมาให้หลินจี้อกั๋วเห็นหน้าแม้เพียงครั้งเดียว หลินจื้อกั๋วเคยคิดว่าหากผ่านไปนานปีเข้า หยุนเหมี่ยวก็คงจะค่อยๆ ใจอ่อนลงและกลับมาคืนดีกับเขาในที่สุด
น่าเสียดายที่ถึงแม้ว่าจะผ่านมาถึง 20 ปี แต่นางก็ไม่เคยคิดที่จะยกโทษให้หลินจื้อกั๋วเลย
หยางเฉินกำลังฟังหยุนเหมี่ยวเล่าเื่ราวในอดีตด้วยความโมโห ในตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมรั่วซีถึงดูไม่เป็มิตรกับหลินจื้อกั๋วนัก
จากมุมมองของหยางเฉินนั้นหลินจื้อกั๋วดูจะเป็คนมีคุณธรรมจากการที่เห็นประเทศมาก่อนครอบครัว แต่กลับออกไปพลอดรักกับย่าของรั่วซีและยังส่งเสริมธุรกิจของเธอด้วยเงินของตระกูล คอยช่วยเหลือหลานสาวของตนมาโดยตลอด นั่นย่อมจะดูไม่เป็ธรรมต่อหยุนเหมี่ยวอยู่บ้าง อีกอย่างรั่วซีก็ดูจะไม่ชอบให้ปู่ของเธอมาวุ่นวายกับชีวิตมากนัก
แต่กับเื่ของฮุ่ยหลิน การตายของสามีภรรยาเป็ตัวจุดชนวนอ้อมๆ ให้ะเิของหยุนเหมี่ยวปะทุขึ้นมา ปู่ของนางมีผู้หญิงอื่น ใช้สมบัติของตระกูลอุ้มชูจนกระทั่งกิจการเติบใหญ่ นั่นทำให้หยุนเหมี่ยวเกลียดหลินจี้อกั๋วจนเข้ากระดูกดำ
“ฮุ่ยหลิน การที่ข้า้าให้เ้าเป็ภรรยาของหยางเฉินนั้นไม่ใช่เพียงแค่เพราะเพื่อที่จะชดใช้ความผิดกับพี่ใหญ่ซ่ง แต่หยางเฉินเองก็เป็ผู้สืบทอดวิชามาจากพี่ใหญ่ อีกทั้งเ้าก็เห็นก่อนหน้านี้ว่าเขาเป็คนที่แข็งแกร่ง พึ่งพาได้ มีความคิด และยังเฉลียวฉลาดเป็อย่างยิ่ง ไม่จำเป็ต้องพูดถึงคนในวัยเดียวกับเขาแม้กระทั่งคนที่เ้าเรียกว่าปู่ก็ไม่อาจเทียบได้ ถึงแม้ว่าหยางเฉินจะเป็พวกบ้ากามและไม่มีความยับยั้งชั่งใจแต่ถึงยังไงเขาก็ยังคงเป็คนที่เชื่อถือได้มาก” หยุนเหมี่ยวอธิบายอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อหยางเฉินได้ฟังดังนั้น ก็ยิ้มขึ้นอย่างมีความสุขไม่น่าเชื่อว่าในโลกนี้จะยังคงมีคนมองเห็นข้อดีของเขาอยู่ด้วยถึงจะมีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ก็เถอะ...
ฮุ่ยหลินหน้าแดง เธอพูดขึ้นอย่างลังเล "คุณย่า หนูรู้ว่ามันดีสำหรับหนู แต่... เเต่เขาแต่งงานแล้ว หนูไม่อาจทำให้ทั้งสองคนหย่าร้างกันได้ อีกอย่าง หยางเฉินก็เหมือนจะไม่ได้ชอบหนูด้วย” เมื่อพูดจบฮุ่ยหลินก็ลอบมองไปยังหยางเฉิน
หยุนเหมี่ยวยกยิ้มขึ้นก่อนจะหันมาหาหยางเฉิน “หยางเฉินเ้ากับรั่วซีจัดงานแต่งกันรึยัง?”
“...” หยางเฉินส่ายหัวปฏิเสธตรงไปตรงมา
“หึ” หยุนเหมี่ยวเค้นเสียงออกมา “ข้ารู้ว่าการแต่งงานนั้นเป็การป่าวประกาศให้กับคนอื่นๆ รู้ว่าคนทั้งสองมีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา ในเมื่อเ้าทั้งสองยังไม่ได้จัดงานแต่งขึ้นดังนั้นฮุ่ยหลินของข้าก็ยังคงมีคุณสมบัติเพียบพร้อมที่จะแข่งขันอย่างเป็ธรรม เ้าไม่คิดหรือว่านางอาจจะดีกว่ารั่วซีก็เป็ได้?”
หยางเฉินมองดูหลินจื้อกั๋วที่ไม่อาจออกปากได้แม้เพียงนิด สุดท้ายหยางเฉินก็ยิ้มขึ้นก่อนจะหันไปพูดกับหยุนเหมี่ยว “แน่นอนว่าฮุ่ยหลินหลานสาวของคุณนั้นเป็หญิงสาวบริสุทธิ์และเธอยังน่าสนใจ ชายหนุ่มทุกคนที่ได้เห็นคงชอบเธอได้ไม่ยาก”
หยุนเหมี่ยวพยักหน้าด้วยความพอใจ นางหันไปหาฮุ่ยหลินที่กำลังหน้าแดงก่อนจะพูดขึ้น “ฮุ่ยหลิน หลานได้ยินหรือไม่ หยางเฉินสนใจเ้าั้แ่แรกที่พบกันแล้ว เขามองว่าเ้าทั้งบริสุทธิ์และน่าสนใจอีกทั้งยังเข้าใจความรู้สึกของเ้า ยังจะมีอะไรให้ต้องกังวลอีก?”
...หา? แบบนี้มันจะดีจริงๆ หรือ?
ในตอนนี้ หยางเฉินทำได้แต่เพียงร้องไห้อย่างขมขื่นในใจเท่านั้น
ถึงแม้ว่าวิชายุทธ์ของหยุนเหมี่ยวจะไม่โดดเด่นอะไรมากมาย แต่ฝีปากของเธอนั้นจัดว่าอยู่ในระดับของเทพเ้าทีเดียว!
