“วี้ด...”
ซุนเฟยใช้นิ้ววางไว้ในปากก่อนจะเป่าปากออกมา เสียงดังสะท้อนออกไปไกล
จากนั้น
โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!
มีเสียงตอบกลับเสียงเป่าปากนี้ ทุกคนได้ยินเสียงเห่าดังขึ้นมาจากเชิงเขาอย่างชัดเจน เสียงนี้ทั้งฟังดูคุ้นเคยทั้งฟังดูแปลกๆ
ในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัย สุนัขั์สีดำที่พวกเขาไม่รู้จัก แต่เคยเห็นมันปรากฏตัวออกมาแล้วก่อนหน้านั้น ค่อยๆ เดินขึ้นบันไดหินทีละก้าวอย่างช้าๆ แน่นอนว่าการปรากฏตัวของสุนัขตัวหนึ่งสำหรับพวกเขานับเป็อะไรได้ แต่ที่ทำให้ทุกคนแทบกัดจะลิ้นตายก็คงเป็...ร่างสาวน้อยอรชรดั่งดอกไม้สีขาวที่กำลังยิ้มหวานอยู่บนหลังของเ้าสุนัขั์สีดำต่างหาก
นั่นก็คือ…แองเจล่าคู่หมั้นสาวของาาน้อย
ภายใต้แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมา พวกเขาได้มองเห็นสาวน้อยงามพิสุทธิ์ดุจเทพธิดาคนหนึ่งกำลังแย้มยิ้มอย่างอ่อนหวาน ยามที่เห็นแสงตะวันกระทบร่างบางก็นับได้ว่านางเป็สาวงามที่หาจับตัวได้ยาก นอกจากซุนเฟยที่กำลังหัวเราะจนตัวโยนเหมือนคนเป็ลมบ้าหมูแล้ว คนอื่นๆ ก็พากันมองตาค้างด้วยความใ...
พวกเขาไม่อาจมองทุกอย่างได้จากมุมมองคนปกติ
เป็ไปได้อย่างไร!
นี่มันเป็ไปไม่ได้เลย!
ถึงแม้ว่าการต่อสู้ก่อนหน้านี้จะรุนแรงและวุ่นวายมาก แต่พวกเขาเห็นกับตาว่าหลังจากที่นางถูกแพรีสจับเป็ตัวประกัน สาวงามใจเด็ดคนนี้ เพื่อไม่ทำให้คนรักของตัวเองต้องลำบากใจ นางจึงยอมกัดลิ้นตาย ฉากนี้ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยต้องะเืใจ แม้แต่แพรีสที่เป็คนเืเย็นยังรู้สึกเ็ปใจนิดๆ เลย นางถึงได้มอบ ‘ศพ’ ของแองเจล่าให้แก่าาน้อยอย่างเบามือ และหลังจากนั้นาาน้อยถึงได้ะเิความโกรธแค้นออกมาและไล่สังหารยอดฝีมือนับไม่ถ้วนของฝั่งแพรีส...
มารดามันเถอะ ฉากที่เห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้จะอธิบายว่าอย่างไร?
จะอธิบายว่าอย่างไรกัน?
ทำไมผู้หญิงที่น่าจะตายไปแล้วคนนี้ ถึงได้ลุกขึ้นมานั่งขี่หลังสุนัขั์สีดำได้?
แพรีสรู้สึกใมากที่สุด เดิมทีนางคิดว่าหลังจากที่ทำงานรับใช้โดมิงเกวซมานานหลายปี ได้พบเห็นเล่ห์กลและความลึกลับมามากมายจนทำให้นางรู้สึกว่า ตัวเองได้กลายเป็คนนิ่งสงบและไม่ใอะไรง่ายๆ แต่วินาทีแรกที่นางได้เห็นแองเจล่าปรากฏขึ้นมา ทำให้นางรู้สึกตะลึงอย่างมากจนอธิบายออกมาไม่ถูก เป็แบบนี้ไปได้อย่างไร ตอนนั้นนางจำได้แม่นว่า นางรู้สึกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจสาวน้อยคนนี้ช้าลงแล้วค่อยๆ หยุดเต้น สัญญาณทางสรีระร่างกายของคนเราไม่มีอะไรที่จะหลอกลวงได้...ทว่า ทำไมตอนนี้สาวน้อยคนนั้นถึงได้ปรากฏขึ้นมาต่อหน้านางได้ล่ะ?
สายตาตกตะลึงของทุกคนจับจ้องลงไปทางบันได สุนัขั์สีดำตัวนี้ขี้อวดยิ่งกว่าซุนเฟยเสียอีก มันส่ายหางเดินนวยนาดขึ้นมาประหนึ่งอยู่บนพรมแดง ไม่ช้ามันก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าซุนเฟย จากนั้นก็เผยรอยยิ้มประจบประแจงแล้วคุกเข่าลงกับพื้น
ในมือของแองเจล่าถือถุงน้ำสองถุงขณะที่ะโลงจากหลังของสุนัขั์สีดำ
“อเล็กซานเดอร์ นี่คือสิ่งที่ท่าน้า...เจ็มม่าและท่านอาแลมพาร์ดล่ะ พวกเขาเป็อย่างไรบ้าง?” แองเจล่ามองไปยังร่างของพวกผู้ชายที่ทั้งร่างเต็มไปด้วยาแและเืมากมาย ทุกที่เต็มไปด้วยกองเื และแขนขากระจัดกระจายไปทั่วทุกหนแห่ง แองเจล่าไม่ค่อยเห็นฉากนี้บ่อยจึงรู้สึกว่าไม่เหมาะเท่าไร นางข่มความรู้สึกคลื่นไส้อาเจียนไว้ ก่อนจะส่งถุงน้ำขนาดใหญ่สองถุงในมือของตัวเองให้แก่ซุนเฟย จากนั้นก็หลบไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลังซุนเฟยอย่างเชื่อฟัง
แต่ไม่ช้า สาวงามบริสุทธิ์คนนี้ก็เหมือนจะตระหนักถึงอะไรบางอย่างได้ นางก็หยิบชุดคลุมยาวสีฟ้าจากด้านหลังของตัวเองออกมาอย่างระมัดระวัง ใบหน้าหวานแดงระเรื่อเหมือนแอปเปิ้ล “อเล็กซานเดอร์...คือว่า เมื่อครู่ตอนที่ข้าลงจากูเาพร้อมลมกรด ข้าหาโอกาสเตรียมชุดคลุมไว้ให้ท่าน เสื้อผ้าบนร่างท่านมันขาดหมดแล้วข้า...”
“อ่า แองเจล่า เ้าดีต่อข้าที่สุดเลย...” ซุนเฟยจงใจแสดงความหวาน ก่อนจะปรายตามองไปที่แพรีสอย่างยั่วยุ จากนั้นก็จับมือนุ่มนิ่มขาวผ่องของแองเจล่าอย่างอ่อนโยน
พรูด พรูด!
คนบางส่วนบนยอดเขาตะวันออกกระอักเืเป็ลมไป นี่มันคือ่เวลาอะไร? ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ทั้งสองคนยังมีอารมณ์มาแสดงความรักกันอีกเหรอ...จริงจังกันหน่อยเถอะ นี่พวกเรากำลังจะสังหารกันอยู่นะ!
ชุดสีฟ้าที่ซุนเฟยสวมก่อนหน้านี้ได้ฉีกขาดไปในระหว่างการต่อสู้ ตอนนี้สภาพซุนเฟยไม่ต่างอะไรไปจากขอทาน บนชุดก็เว้าๆ แหว่งๆ ที่โดดเด่นสุดก็คงจะเป็ตรงบริเวณหน้าอกที่มันกลวงโบ๋ ซุนเฟยครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะฉีกชุดบนร่างของตัวเองกลายเป็ชิ้นๆ เผยให้เห็นถึงกล้ามเนื้อแน่นตึงที่ซ่อนไว้
ร่างกายและสัดส่วนที่สวยงามของซุนเฟยถูกย้อมด้วยลำแสงสีทองของพระอาทิตย์ ยิ่งเสริมให้ร่างของเขาดูสมบูรณ์กำยำมากขึ้น คราบเืบนใบหน้าและเส้นผมหยดลงกระทบขวานในมือ...ฉากนี้ทำให้ซุนเฟยดูองอาจเหมือนเทพเ้าที่กลับเข้าสู่สนามรบ เมื่อก่อนพวกเขาต่างดูถูกดูแคลนาาน้อยของอาณาจักรแซมบอร์ด แต่เพียงชั่วพริบตา ตอนนี้พวกเขารู้สึกว่าาาน้อยดูสูงส่งจนไม่กล้าที่เงยหน้ามองด้วยซ้ำ
แพรีสและองค์หญิง ทั้งสองคนแทบจะหรี่ตาลงพร้อมกัน ไม่รู้ว่าพวกนางกำลังคิดอะไรอยู่ แต่สำหรับแองเจล่าแล้ว หัวใจของนางได้ถูกซุนเฟยเข้าไปรุกล้ำเป็ที่เรียบร้อย ตอนนี้สายตานางยามมองไปที่ซุนเฟยเต็มไปด้วยความรักลึกล้ำอย่างไม่ปกปิด ตอนนี้นางกำลังก้าวเดินไปบนถนนแห่งความรักอันอบอุ่น
มือแองเจล่าถูกซุนเฟยดันกลับไป “เก็บไว้ก่อน อีกสักพักคงได้สวม...”พูดจบเขาก็ลูบหัวของเ้าสุนัขั์สีดำที่กระดิกหางอยู่ข้างๆ เ้าสัตว์เลี้ยงตัวนี้เหมือนได้รับการขัดเกลามาอย่างดี เพียงครู่เดียวมันก็เข้าใจความหมายที่ซุนเฟยจะสื่อ มันจึงะโโลดเต้นไปทั่วยอดเขา เห็นได้ชัดว่ามันสามารถหลีกเลี่ยงกับดักเวทมนตร์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้ ไม่ช้าศพของแลมพาร์ด ดร็อกบา เจ็มม่า และสาวใช้คนอื่นๆ ก็ถูกคาบกลับมาวางตรงหน้าซุนเฟย
ทุกคนพากันสับสน ไม่มีใครรู้ว่าาาน้อยคิดจะทำอะไร
บางคนอาจเดาอะไรบางอย่างออก แต่พวกเขาก็ไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่ตัวเองคาดเดา
มีเพียงดวงตาขององค์หญิงและแพรีสที่คอยจ้องมองไปที่ร่างของสุนัขั์สีดำตลอดเวลา คอยจดจำทุกเส้นทางที่เ้าสุนัขั์ตัวนี้มันะโผ่านไป
ในระหว่างนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างยากที่จะรักษาท่าทีสงบนิ่งไว้ได้
ทุกคนพากันกลั้นหายใจ และรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อสังเกตเห็นการกระทำต่อมาของาาน้อย เพราะมันเกี่ยวข้องกับความเป็ความตายของพวกเขา...จนถึงตอนนี้ แม้แต่คนที่โง่ที่สุดก็เริ่มจะเข้าใจแล้วว่า เหตุการณ์ในวันนี้ดูเหมือนว่า การควบคุมสถานการณ์และความเป็ไปได้ทุกอย่างที่ก่อนหน้านี้อยู่ในมือขององค์หญิงและแพรีสได้ถูกย้ายมาอยู่ในกำมือของาาน้อยตรงหน้าแล้ว
“ตอนนี้พวกเ้าจะได้เป็สักขีพยานใน่เวลามหัศจรรย์แล้ว...วะฮะฮ่า!”
ซุนเฟยหัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนจะท่องคาถาที่ขโมยมาจากหมอผีชื่อดังในโลกก่อน เมื่อท่องจบก็เผยรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ เขาไม่มีทางปล่อยให้โอกาสโอ้อวดของตัวเองผ่านไปเฉยๆ เป็แน่ เขาตัดสินใจที่จะดันตัวเองเป็ผู้มีบทบาทในการต่อสู้ครั้งนี้ เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในกำมือของเขา แล้วทำไมบิดาจะต้องแสร้งทำเป็อ่อนน้อมถ่อมตนด้วยเล่า?
าาน้อยกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างยั่วยุ โดยเฉพาะใบหน้างามของแพรีส จากนั้นก็ดึงจุกถุงน้ำออกแล้วราดลงไปบนหน้าของศพที่นอนอยู่บนพื้น
บางคนที่เดาออกแล้วว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้น ก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
คิ้วของแพรีสขมวดแน่น ขณะมองไปยังน้ำที่ถูกราดออกมาด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจ
แล้วมันก็เป็จริง...
“แค่กๆๆ!”
เสียงไอดังขึ้นมาจากใบหน้าที่เปื้อนเืของแฟรงก์ แลมพาร์ด ก่อนที่เขาจะยันกายลุกขึ้นนั่งขณะที่เช็ดน้ำบนใบหน้า ในดวงตาของเขาไม่มีร่องรอยมึนงงหรือสงสัยหลังจากที่ฟื้นคืนชีพจากความตาย เขากำดาบั์สีดำที่อยู่ด้านหลังก่อนจะะโขึ้นมายืนอยู่ด้านหลังของซุนเฟยพร้อมๆ กับกวาดสายตามองไปรอบๆ
ท่าทางของแลมพาร์ดได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงในการคาดเดาของทุกคน
ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ได้มีการไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า
ซ่า
น้ำสะอาดยังคงราดต่อไป
และมันก็เหมือนน้ำเย็นๆ ราดลดลงไปที่หัวใจอันหนาวเหน็บของพวกเขา
ไม่ช้า ทุกศพที่อยู่บนพื้นต่างก็พากันลืมตาขึ้นมา หนึ่งในนั้นยังยกมือลูบก้นตัวเองเบาๆ พลางโอดครวญขึ้นมาว่า “โอ๊ย เวรเอ๊ย ก้อนหินนี่มันหนักจริงๆ กระดูกกระเดี้ยวแทบจะหักหมดแล้ว นอนเฉยๆ อยู่ตรงนั้นเหนื่อยแทบตายเลย!”
พวกเขาเห็นผู้คุ้มกันขององค์าาน้อยแต่ละคนพากันเช็ดเืตามใบหน้าและตัวด้วยท่าทางตกตะลึง ใบหน้าของพวกเขาดูแจ่มใสและหมวดเกราะก็ยังคงแวววาวไม่มีร่องรอยการขีดข่วนใดๆ ความจริงข้อนี้ทำให้พวกเขารู้สึกเดือดดาล พวกผู้ชายที่ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีของนักรบกลุ่มนั้นไม่มีแม้แต่อาการาเ็ ชุดของพวกเขาไม่มีแม้กระทั่งรอยฉีกขาดเล็กๆ รอยเืที่น่าตื่นใทั้งหมดล้วนเป็สิ่งที่พวกเขาต่างเอามาจากเืที่ไหลออกมาจากศพคนอื่นแล้วนำมาทาตัว...
ด้านหลังของแพรีส เมื่อพวกเขาเห็นผู้คุ้มกันของเมืองแซมบอร์ดแต่ละคนกำลังเดินไปยืนอยู่ด้านหลังของาาน้อยโดยไร้ซึ่งาแ บางคนก็รับไม่ได้พวกเขาพากันสติแตก มองไปที่พวกนั้นพลางพูดกลับไปกลับมาด้วยประโยคซ้ำๆ เดิมๆ “เป็ไปไม่ได้...เป็ไปไม่ได้...เป็ไปไม่ได้...”
องค์หญิงถอนหายใจออกมาพลางก้มหน้าลง
อาร์ชาวินและสาวน้อยจื่อเยี่ยนที่กำลังโคจรคลื่นพลังเผาไหม้ร่างตัวเองเพื่อรักษาอาการาเ็ ในใจของทั้งสองคนต่างรู้สึกตื่นใ จนเปลวไฟคลื่นพลังที่กำลังรักษาตนเกือบจะสลายไป...
สายตาของแพรีสมองไปที่ใบหน้าของซุนเฟยด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ราวกับมองเห็นชายคนรักที่หายไปนานหลายปีปรากฏขึ้นตรงหน้าของนาง ท่าทางของนางเหมือนไม่อยากจะเชื่อ มันเหมือนเหล็กกล้าที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกหลอมละลายตัวเอง
แม้กระทั่งนักฆ่าที่นิ่งเงียบมาตลอด ก็ยังเผลอกำดาบแน่นจนนิ้วขาวซีด
นี่มันเป็ฉากที่น่าขบขำที่สุดในตลอดชีวิตของพวกเขา
--------------------------
