เวลาถัดมานั้นก็ได้มีการนำเอาสมบัติวิเศษระดับสูงอีกหลายชิ้นขึ้นเปิดประมูล จนกระทั่งถึงสมบัติวิเศษชิ้นสุดท้ายที่เป็ถึงสมบัติระดับสูงครึ่งก้าวระดับตำนานที่ขึ้นชื่อในเื่การปกปักษ์รักษาชีวิตด้วยอักขระเวทย์ที่เข้มข้นไปด้วยพลังปราณศักดิ์สิทธิ์ที่อัดแน่น ซึ่งสมบัติชิ้นนี้เป็สิ่งของประมูลจากกลุ่มนักล่าสมบัติที่ได้ขุดค้นพบเจอในสถานโบราณสถานเก่าแก่ในแดนลับแห่งหนึ่ง
บรรยากาศในการเสนอราคาประมูลนั้นกล่าวได้ว่าเข้มข้นดุเดือดอย่างถึงที่สุด ด้วยเพราะสมบัติวิเศษระดับครึ่งก้าวระดับตำนานนั้นหาได้พบเจอและโดยง่าย แม้กระทั่งตระกูลใหญ่บางตระกูลยังมีไม่ถึงสิบชิ้นเสียด้วยซ้ำ
ความต่างชั้นระหว่างสมบัติวิเศษระดับสูงหากเปรียบกับสมบัติวิเศษระดับครึ่งก้าวระดับตำนานอาจกล่าวได้ว่ามีความห่างชั้นยากจะนึกถึงได้เลยทีเดียว ท้ายที่สุดแล้วสมบัติวิเศษชิ้นนี้ก็ตกเป็ของกลุ่มอิทธิพลชั้นหนึ่งที่ไม่สะดวกเปิดเผยนาม ด้วยการแลกเปลี่ยนด้วยสมบัติระดับสูงสามชิ้นชิ้น วิชายุทธ์โจมตีระดับสูงหนึ่งตำราและสมุนไพรระดับสูงอีกห้าชนิด หากตีประเมินเป็เหรียญทองแล้วมูลค่าถือได้ว่าเป็ราคาประมูลที่สูงสุดในขณะนี้
“สิ่งของชิ้นต่อไปคือสมุนไพรวิเศษฟ้าดินชนิดหนึ่งนามว่าต้นว่านสุวรรณสุริยาสามสีทุกท่านคงทราบดีถึงสรรพคุณ...” เพียงกล่องหยกสีเขียวอ่อนที่บรรจุสมุนไพรไว้ด้านในถูกเปิดออกได้ปรากฎให้เห็นเป็ต้นสมุนไพรรูปร่างประหลาดที่มีสีสันแห่งสามปราณธาตุไหลเวียนอยู่โดยรอบ สร้างความประหลาดใจแก่ผู้รับชมที่ไม่ค่อยมีความรู้ในเื่สมุนไพรไม่น้อยถึงความพิสดารนี้
สมุนไพรต้นว่านสุวรรณสุริยาสามสีเป็สมุนไพรระดับสูงอายุร้อยปีที่มีความล้ำค่าแต่ก็สามารถนำมาปรุงโอสถได้เพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรความลึกล้ำของสรรพคุณที่ซุกซ่อนอยู่ล้วนเป็ที่สนใจแก่สำนักศึกษาและกลุ่มอิทธิพลที่มีนักปรุงโอสถสังกัดอยู่ไม่น้อย
แน่นอนว่าสมุนไพรชิ้นนี้หาได้ปรากฏขึ้นบ่อยครั้งหรือพบเจอได้ง่ายในโรงประมูลโดยทั่วไป ด้วยเพราะข้อจำกัดของสถานที่เติบโตและความเชี่ยวชาญในการตัดเก็บที่ต้องระมัดระวังยิ่ง หากเก็บเกี่ยวไม่ถูกวิธีแล้ว สมุนไพรระดับสูงอันล้ำค่านี้คงไม่ต่างไปจากสมุนไพรระดับต่ำทั่วไป
“สมุนไพรต้นว่านสุวรรณสุริยาสามสีนี้เริ่มต้นประมูลที่สามแสนเหรียญหรือสิ่งที่ไม่อ่อนด้อยกว่าระดับสูง!!!” สิ้นเสียงของลี่อินนั้นผู้ที่ไม่รับรู้ถึงคุณค่าของสมุนไพรต่างคิดเห็นตรงกันว่าช่างเป็ราคาเริ่มต้นประมูลที่สูงเกินไป สามแสนเหรียญนี้เป็เพียงราคาเริ่มต้นประมูลเท่านั้นไม่รู้ว่ากว่าจะสิ้นสุดลงนั้นมูลค่าจะเพิ่มพูนมากขึ้นไปสักเท่าไหร่กัน
“ตำหนักพฤกษาสุวรรณขอเสนอผลึกเหมันต์จันทราพิภพระดับสูงหนึ่งก้อน โอสถระดับสามจำนวนสิบเม็ดและสูตรโอสถทิพย์ระดับสามจำนวนหนึ่งสูตร!!”
ตำหนักพฤกษาสุวรรณถือเป็หนึ่งกลุ่มอิทธิพลที่ขึ้นชื่อในยุทธภพด้วยเพราะอดีตเ้าสำนักนั้นเป็ถึงศิษย์ของผู้าุโในวิหารแห่งโอสถ ดังนั้นในทุกโรงประมูลหากทางตำหนักพฤกษาสุวรรณได้ประกาศเสนอราคาประมูลแล้ว ผู้ที่หมายตาในสมุนไพรชิ้นเดียวกันต่างหลบเลี่ยงไปเสียด้วยเพราะไม่ยากล่วงเกินและสร้างความไม่พอใจจนอาจนำพาเภทภัยมาสู่สำนักศึกษาของตน
“สำนักศึกษาหมื่นบุปผาโอสถขอเสนอตำราโอสถระดับสามจำนวนห้าชนิดและโอสถระดับสามจำนวนสิบเม็ด!!”
“ตำหนักพฤกษาสุวรรณขอเสนอเป็โอสถระดับสี่ขั้นสูงจำนวนสิบเม็ด โอสถระดับสี่ขั้นสูงจำนวนห้าเม็ดและสมุนไพรระดับสูงอีกสามชนิด หากผู้าุโ้าสมุนไพรนี้คงต้องเสนอราคาประมูลที่มากกว่านี้แล้ว”
“สำนักศึกษาหมื่นบุปผาโอสถขอเสนอเพิ่มเติมนอกเหนือจากขั้นต้นนั่นคือสูตรโอสถทิพย์ระดับสี่จำนวนสองสูตรและโอสถทิพย์ระดับสามจำนวนห้าเม็ด หวังว่าทางตำหนักพฤกษาสุวรรณจะเข้าใจ!!” เสียงเยือกเย็นของสตรีวัยกลางคนได้แสดงเห็นชัดถึงห้วงอารมณ์ที่ไม่ปกติ นางเป็ถึงนักปรุงโอสถระดับหกผู้หนึ่ง ยังมีสิ่งใดต้องหวั่นเกรงต่อกลุ่มอิทธิพลที่พึ่งก่อตั้งได้เพียงไม่กี่ปีกัน
“หากทางตำหนักพฤกษาสุวรรณ้าเช่นเดียวกันก็เสนอราคาประมูลมาเสีย แต่ข้าขอเตือนในฐานะของฐานะอัคราจารย์โอสถประจำสำนักศึกษา ทางที่ดีท่านควรพึงรู้ถึงมารยาทที่พึงกระทำ!!” เสียงของนักปรุงโอสถสตรีท่านเดิมจากสำนักศึกษาหมื่นบุปผาโอสถกล่าวด้วยโทสะที่แทบกลั้นไว้ไม่อยู่ จิติญญานักปรุงโอสถอันหนักหน่วงพวยพุ่งสะกดข่มตรงไปยังบริเวณห้องดังกล่าว ทว่าก่อนจะถึงระยะเพียงหนึ่งจั้งพลันสลายไปสิ้น
“ตัวแทนจากสำนักศึกษาหมื่นบุปผาโอสถพึงทราบ หอประมูลสิบเก้าแก้วดาราพิทักษ์แห่งนี้หาใช่เป็สถานที่ประลองยุทธ์แต่อย่างใด โปรดรักษาท่าทีอันพึงกระทำด้วย...” เสียงของท่านหลงดังขึ้นสะท้อนไปทั่วทั้งหอประมูลที่กล่าวว่าเป็ถ้อยคำที่ราบเรียบทว่าแฝงไปด้วยคำตำหนิ จิติญญาของนักปรุงโอสถระดับหกสตรีเมื่อครู่ที่ถาโถมนั้นได้ส่งผลให้ผู้ที่อ่อนด้อยในพลังลมปราณต่างรู้สึกอึดอัดย่ำแย่ไม่น้อย
“ตำหนักพฤกษาสุวรรณต้องขออภัยทุกท่านแล้ว สมุนไพรวิเศษชิ้นนี้ขอยกให้กับท่านผู้าุโ...” สีหน้าของนักปรุงโอสถสตรีจากสำนักศึกษาหมื่นบุปผาโอสถพลันแปรเปลี่ยนสี ถ้อยคำราบเรียบดังกล่าวนี้ได้สร้างความไม่พึงพอใจอย่างถึงที่สุด ราวกับว่าเป็เพียงการละเล่นยื้อแย่งหาได้มีความสลักสำคัญแต่อย่างใด
ทางฝั่งของลี่อินนับถอยหลังจนครบกำหนดเวลาก็ไม่มีผู้ใดเสนอราคาต่อสู้ ดังนั้นการประมูลสมุนไพรต้นว่านสุวรรณสุริยาสามสีจึงตกเป็ของสำนักศึกษาหมื่นบุปผาโอสถท่ามกลางเสียงหัวเขาะขบขันที่ได้ยินอย่างแ่เบา
หลังจากจัดการส่งมอบสมบัติวิเศษแก่ผู้ร่วมประมูลอย่างครบถ้วนแล้ว ลี่อินได้ประกาศเปิดประมูลสิ่งของต่อไปในทันที ตรงด้านหน้าปรากฏเป็ก้อนศิลาสีแดงประกายดำมองคล้ายไปกับก้อนหยกที่มีรูปร่างพิสดารแปลกตา ขนาดใหญ่เทียบเท่ากับหนึ่งฝ่ามือที่ส่งกลิ่นอายและเปลวเพลิงสายหนึ่งหมุนวนโดยรอบ แน่นอนว่าสิ่งของขึ้นประมูลครั้งนี้หาได้มีความสามัญแต่อย่างใดดังนั้นทุกสายตาจึงจดจ้องด้วยความสงสัยว่าสิ่งนี้คืออันใดกัน
หนิงอ้ายที่ััได้ถึงแรงกระตุ้นจากสายโลหิตในตัวจึงได้เพ่งพลังจิติญญาพุ่งพรวดออกไปตรวจสอบในทันที พลังจิติญญาของนักปรุงโอสถระดับเจ็ดขั้นสูงเมื่อถูกประสานเข้ากับเคล็ดวิชาจักษุมหามายา์อันลึกล้ำ จึงทำให้หนิงอ้ายได้เห็นภายในนั้นว่าเป็ม้วนตำราสีทองเก่าแก่เล่มหนึ่ง อักขระเวทย์โบราณทั้งที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคยต่างถูกสลักกำกับเป็ค่ายกลขนาดเล็กล้อมรอบดั่งปราการอันกล้าแกร่ง
เมื่อสามารถทะลวงผ่านปราการชั้นนอกได้แล้ว หนิงอ้ายจึงได้รีดเค้นจิติญญาขึ้นเป็อักขระเวทย์เพื่อคลายผนึกชั้นกลาง ทว่าเขาต้องใช้ความพยายามไม่น้อยจนในที่สุดก็สามารถััได้ถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านในที่มีผนึกกำกับอันแข็งกร้าวสะกดข่มอยู่ เพียงเท่านี้ก็พอรับรู้ได้แล้วว่าสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ด้านในนั้นเป็วิชายุทธ์โจมตีปราณธาตุไฟระดับ์เลยทีเดียว
แม้หนิงอ้ายจะวิชายุทธ์พิฆาตสายโจมตีที่ได้รับจากท่านบิดาบุญธรรมม่อเหยียนมาไม่น้อย ทว่าวิชายุทธ์โจมตีสายนี้กลิ่นอายที่เล็ดลอดออกมานั้นคล้ายคลึงกับเปลวเพลิงของเผ่าพันธ์วิหคาที่ทรงพลังไม่อ่อนด้อย หากผสานเข้ากับวิชายุทธ์ประจำตระกูลหวังแล้วย่อมส่งเสริมการโจมตีให้มีความแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า
“ทุกท่านอย่าได้ประเมินว่าสิ่งนี้คือก้อนหยกโลหิตทั่วไป ทางหอประมูลได้เชื้อเชิญนักประเมินผู้เชี่ยวชาญรวมไปถึงนักปรุงโอสถสูงหลายท่านช่วยตรวจสอบและพบว่าด้านในนั้นเป็วิชายุทธ์ไม่ทราบลำดับขั้นวิชาหนึ่งซึ่งถูกขุดค้นพบที่เดียวกันกับสมบัติวิเศษระดับตำนานชิ้นนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้นั้นคือสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่นั้นเป็วิชายุทธ์โจมตีที่เกี่ยวข้องกับปราณธาตุไฟที่ไม่อ่อนด้อยกว่าระดับเทวะหรือระดับ์...เริ่มประมูลที่สิบล้านเหรียญหรือสิ่งของที่เท่าเทียม!!!” เพียงไม่นานหลังจากนั้นการประมูลจึงได้เริ่มขึ้น ทั่วทั้งห้องประมูลล้วนปรากฎสายตาที่ร้อนแรงยิ่ง
เสียงเสนอราคาประมูลที่เพิ่มขึ้นสูงอย่างพรวดพราดนั้นสร้างความตื่นตะลึงแก่ผู้รับชมด้านนอกทั้งสิ้น ด้วยราคาประมูลที่กล่าวเสนอขึ้นไปนั้นสามารถนำไปพัฒนาเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งได้เสียด้วยซ้ำ ทว่าบรรดาผู้แกร่งกล้าด้านในหอประมูลต่างทุ่มเทอย่างสุดกำลังยิ่ง
“ผู้ลงประมูลสิ่งของประมูลนี้กล่าวว่าของแลกเปลี่ยนหาได้จำกัดเพียงเหรียญทองเท่านั้น หากว่าท่านใดเสนอสมบัติวิเศษ วิชายุทธ์พิฆาตหรือสิ่งใดที่น่าสนใจแล้ว สิ่งนี้ย่อมตกเป็ของพวกท่านอย่างแน่นอน...” สิ่งนี้กล่าวว่าเป็อีกหนึ่งในเอกลักษณ์ของการประมูลอย่างแท้จริง ด้วยเพราะไม่จำกัดเพียงเหรียญทองเท่านั้น หากมีสิ่งใดแลกเปลี่ยนที่น่าพึงพอใจแล้วย่อมได้รับสิ่งของประมูลนั้นได้ทั้งสิ้น
“สมุนไพรระดับสูงอายุหนึ่งร้อยปีสามชนิด วิชายุทธ์กระบี่หนึ่งตำราและแร่เหล็กพสุธาภพระดับสูงหนึ่งก้อน...” เสียงของบุรุษดังขึ้นจากห้องพิเศษชั้นบน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้ได้สร้างความสงสัยแก่ผู้ที่จับจ้องสังเกตการณ์ก่อนหน้าทั้งสิ้น ด้วยเพราะก่อนหน้านี้ล้วนมีสิ่งของล้ำค่าที่ขึ้นประมูลไปจำนวนไม่น้อย ทว่ากลับไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าว บ้างก็รู้สึกกดดันอยู่บ้างเล็กน้อยด้วยเพราะหากหนึ่งในห้องพิเศษทั้งสามได้ร่วมลงประมูลแล้วโอกาสในการสิ่งนี้จากการประมูลคล้ายกับว่าหมดสิทธิ์คงไม่เกินจริงไปนัก
“ลำพังเพียงของเท่านี้จะเทียบชั้นได้กับวิชายุทธ์โจมตีนี้ได้อย่างไรกัน? สำนักนารีศักดิ์สิทธิ์ขอเสนอเป็แก่นปราณสัตว์อสูรระดับมายาขั้นสูงสองชิ้น สมุนไพรระดับสูงระดับครึ่งก้าวระดับเซียนสังกัดปราณธาตุน้ำอายุหนึ่งร้อยปีและผลึกธารา์พิสุทธิ์หนึ่งก้อน...” หลังจากตัวแทนจากห้องพิเศษ้าเอ่ยเสนอของประมูล
อีกด้านหนึ่งนั้นสำนักนารีศักดิ์สิทธิ์ได้กล่าวเย้ยหยันออกมาเล็กน้อย ด้วยเพราะล่วงรู้และคาดเดาได้ว่าตัวตนของผู้เสนอประมูลก่อนหน้าเป็ตัวแทนจากกลุ่มอิทธิพลใด สิ่งของที่เสนอประมูลนั้นทำให้ผู้ที่ได้สดับฟังล้วนตกตะลึง แก่นปราณอสูรของสัตว์อสูรระดับมายาแม้เพียงหนึ่งก็กล่าวว่ายากที่จะได้แล้ว เห็นได้ชัดว่าสำนักนารีศักดิ์สิทธิ์ที่ก่อตั้งขึ้นด้วยอดีตสุดยอดฝีมือสตรีท่านนั้นได้ถ่ายทอดความแข็งแกร่งไปยังศิษย์สตรีในสำนักให้แข็งแกร่งไม่อ่อนด้อยกว่าบุรุษเพศเลยทีเดียว
“สำนักเทวทูตดารา์ขอเสนอเป็แก่นพิภพปราณธาตุดินระดับสูง สมุนไพรระดับเซียนขั้นต้นอายุสิบปีหนึ่งชนิด เพียงเท่านี้คงเพียงพอแล้วกระมัง...” ขณะนั้นเองก็พลันมีอีกเสียงหนึ่งจากห้องพิเศษด้านข้าง น้ำเสียงแม้จะราบเรียบเพียงใดทว่ากลับแฝงไปด้วยความหยิ่งทะนง ราวกับว่าสิ่งของประมูลที่ถูกเสนอไปก่อนหน้าหาได้สนใจแต่อย่างใดไม่
“ต่อให้จะล้ำค่ามากเพียงใด แต่พวกท่านคิดว่าจะสามารถนำวิชายุทธ์นี้ออกจากก้อนหยกโลหิตนี้ได้อย่างง่ายดายอย่างนั้นรึ? ต่อให้ขุมพลังของพวกท่านจะแข็งแกร่งมากเพียงใด ย่อมไม่อาจเทียบเท่ากับนักปรุงโอสถที่เต็มไปด้วยจิติญญาอันละเอียดอ่อน สำนักนารีศักดิ์สิทธิ์ของข้าล้วนคับคั่งไปด้วยนักปรุงโอสถที่ขึ้นตรงกับวิหารแห่งโอสถ ย่อมไม่ใช่เื่ยากที่จะปลดผนึกวิชายุทธ์พิฆาตนี้...” ผู้าุโสตรีจากสำนักนารีศักดิ์สิทธิ์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงถือดี
“ข้าผู้เยาว์ขอเสนอโอสถทิพย์ระดับสี่จำนวนสามเม็ดและโอสสทิพย์ระดับห้าหนึ่งเม็ดที่มีสรรพคุณรักษามหาสมุทรทะเลลมปราณที่แตกร้าวของราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาให้กลับมาสมบูรณ์พร้อมอีกครั้งโดยไร้ซึ่งผลข้างเคียงทั้งสิ้น!!” ท่ามกลางเสียงสนทนาทุ่มเถียงกันนั้นหนิงอ้ายได้กล่าวเสนอขึ้นซึ่งได้เรียกความสนใจแลพเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้รับชมโดยรอบ
ก่อนหน้านี้แม้การแลกเปลี่ยนสิ่งของประมูลจะมีโอสถวิเศษไปบ้าง ทว่าความเข้มข้นบริสุทธิ์กลับเป็เขตขั้นทั่วไปหาได้เป็ระดับสูงหรือโอสถทิพย์เช่นนี้ ยิ่งกับโอสถทิพย์ระดับสี่ด้วยจำนวนแลกเปลี่ยนมากถึงสามเม็ดรวมไปถึงโอสสทิพย์ระดับห้าหนึ่งเม็ดที่มีสรรพคุณรักษามหาสมุทรทะเลลมปราณที่แตกร้าวของราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาเช่นนี้ กล่าวว่าย่อมคุ้มค่าต่อการแลกเปลี่ยนเป็อย่างยิ่ง เพราะหากเทียบกับวิชายุทธ์ระดับเทวะระดับ์ที่อยู่ภายในก้อนหยกโลหิตนั้นถือว่าเหมาะสมไม่อ่อนด้อยเช่นกัน
“เด็กน้อยเอ๋ยยามนี้พวกข้าตัวแทนของสามสำนักศึกษาใหญ่กำลังถกเถียงถึงสิ่งของแลกเปลี่ยนประมูล อย่าคิดว่าการที่เ้าสามารถอยู่ในห้องพิเศษและได้รับการดูแลจากท่านหลงแล้วจะสามารถกระทำอย่างไร้มารยาทเช่นนี้ได้!!” ตัวแทนของสำนักเทวทูตดารา์ได้ตวาดขึ้นด้วยน้ำเสียงดังกร้าว
“ข้าเพียงเสนอสิ่งของประมูลด้วยเพราะ้าวิชายุทธ์สายนี้เพียงเท่านั้น หากพวกท่าน้าเช่นกันก็จงเสนอสิ่งของแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมหรือเหนือชั้นกว่าที่ข้าเสนอเสีย!!!” หนิงอ้ายตอบกลับไปอย่างไม่กลัวเกรง
“บังอาจยิ่งนัก!!!”
“เ้าเด็กคนนี้ช่างปากร้ายเสียจริง!!”
“ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่าพึ่งหยิ่งผยองโดยขาดเขลาเช่นนี้!!!”
ตู้ม!!!
กระแสพลังปราณเข้มข้นถึงสามสายถาโถมพุ่งตรงไปยังห้องพิเศษที่หนิงอ้ายกับเยว่ซินอยู่ด้านใน แต่ก่อนที่จะบรรลุถึงนั้นหนิงอ้ายได้บีบอัดจิติญญาโต้กลับไปจนเกิดเป็แรงสั่นะเืไปทั่วทั้งหอประมูลแห่งนี้ ส่งผลให้สีหน้าของตัวแทนจากทั้งสามสำนักต่างซีดขาวลงไปเล็กน้อย การโต้กลับเมื่อครู่ถือเป็การจู่โจมทางจิติญญาโดยตรงเมื่อไร้ซึ่งการป้องกันด้วยไม่คาดว่าอีกฝ่ายจะลงมือโต้กลับเช่นนี้
“ข้าขอเตือนเป็ครั้งสุดท้าย!! การประมูลในครั้งนี้ล้วนเต็มไปด้วยตระกุลใหญ่และกลุ่มอิทธิพลชั้นแนวหน้าที่แข็งแกร่งและผู้แกร่งกล้าที่ไม่ประสงค์ออกนามอยู่ไม่น้อย โปรดรักษามารยาทด้วย!!” จังหวะนั้นเองท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้น น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจของท่านหลงได้ดังกึกก้องสนั่นไปทั่วทั้งหอประมูลคล้ายกับเป็การย้ำเตือนครั้งสุดท้าย
“ผู้เยาว์ขออภัยที่เสียมารยาทต่อทุกท่าน” หนิงอ้ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ การสร้างความไม่พึงพอใจต่อกลุ่มอิทธิพลทั้งสามในยามนี้อาจไม่ใช่เื่ที่พึงกระทำนัก แม้กลิ่นอายของทั้งสามที่เขาััได้นั้นจะเป็ถึงราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาขั้นสูงหรือราชทินนามเทพ์ิญญาก็ตามทว่าอย่างไรเขาก็ต้องให้เกียรติสถานที่นี้เช่นกัน
ยิ่งกับเขาที่เป็ต้นเหตุของความวุ่นวายเมื่อครู่เขาจึงสมควรกล่าวขอโทษด้วยมารยาทของรุ่นเยาว์ที่พึงกระทำด้วยเพราะหลายคนในที่นี้ล้วนต่างรู้จักเยว่ซินมารดาของเขาในฐานะของบุตรสาวเพียงคนเดียวของประมุขหวังจิ่งหลงผู้ปกครองมหานครจูเชว่แห่งนี้แล้ว ย่อมคาดเดาถึงฐานะของเขาได้เช่นกัน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็การเสื่อมเสียถึงชื่อเสียงของตระกูลหวังจึงยิ่งสมควรเอ่ยวาจาขออภัยต่อผู้แกร่งกล้าท่านอื่นที่เข้าร่วมงานประมูลครั้งนี้
“ลี่อินขอเป็ตัวแทนของหอประมูลสิบเก้าแก้วดาราพิทักษ์ขออภัยในความวุ่นวายนี้ เมื่อครู่เ้าของสิ่งของประมูลนี้ได้เลือกยอมรับข้อเสนอของผู้ประมูลห้องพิเศษหมายเลขหนึ่ง ขอขอบคุณผู้แกร่งกล้าทุกท่านที่เข้าร่วมการประมูลให้คึกคักเช่นนี้...” ท้ายที่สุดแล้ววิชายุทธ์โจมตีนี้หนิงอ้ายก็ได้มาในที่สุด
“ต่อไปนี้จะเป็การประมูลบรรดาสมุนไพรวิเศษฟ้าดิน หวังว่าแขกผู้มีเกียรติทุกท่านจะร่วมลงประมูลและสมหวังได้กันทุกท่าน...” ลี่อินกล่าวด้วยน้ำเสียงน้ำเสียงน่าฟัง การประมูล่แรกอันประกอบด้วยสมบัติวิเศษ วัสดุหลอมสร้างหายากรวมไปถึงบรรดาตำรายุทธ์ได้จบลงไปแล้วสมควรเริ่มต้นประมูลในส่วนต่อไปได้เสียที
การประมูลยังคงดำเนินต่อไปจนเวลาได้ล่วงเลยมาเกินสองชั่วยามแล้ว สิ่งของล้ำค่าจำนวนนับไม่ถ้วนต่างถูกเสนอขึ้นราคาประมูลสร้างบรรยากาศความคึกคืนยามเมื่อมีผู้ร่วมเสนอราคาประมูลอย่างไม่ยอมแพ้ บางสิ่งนั้นกล่าวได้ว่ามีความพิสดารหายากอย่างแท้จริง ทว่าจนถึงตอนนี้หนิงอ้ายยังไม่ได้ร่วมลงประมูลสิ่งอื่นเพิ่มแต่อย่างใด ด้วยเพราะสิ่งที่เขา้านั้นอยู่ในลำดับ่ท้าย
ก่อนหน้านี้โสมทารกโลหิตของหนิงอ้ายได้ถูกสำนักนารีศักดิ์สิทธิ์ประมูลไปได้ ด้วยเงื่อนไขที่เป็ไปตามที่้านั่นคือสมุนไพรระดับเซียนสังกัดปราณธาตุน้ำและสมุนไพรระดับสูงอีกนับสิบชนิดพร้อมกับโอสถระดับสี่อีกสามเม็ดถือเป็การแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่ายิ่ง
บรรยากาศในการประมูลนั้นกล่าวได้ว่าดุเดือดเป็อย่างมากแม้เงื่อนไขที่หนิงอ้ายตั้งขึ้นจะดูเหมือนจำกัดเฉพาะสำนักศึกษาหรือนักปรุงโอสถ ทว่าผู้ร่วมลงประมูลต่างทุ่มเทแย่งชิงกันอย่างสุดกำลัง ด้วยเพราะโสมทารกโลหิตนี้เป็ถึงสมุนไพรระดับเซียนที่มีคุณสมบัตินำไปสกัดหรือปรุงโอสถเพื่อความเข้มข้นแข็งแกร่งปราณธาตุไฟในตัวของผู้ดูดซับได้อีกด้วย…
