หลี่ชิงชิงเอ่ย “หัวปลาราดพริกสับดอง ก็คืออาหารจานที่ท่านเปลี่ยนชื่อเป็เหนียนเหนียนโหย่วอวี๋อย่างไรเ้าคะ”
“ต้นไม้ต้นเดียวยากที่จะกลายเป็ป่า มีอาหารเพียงจานเดียว ไม่อาจเปิดเหลาอาหารได้ เหลาอาหารในเมืองหลวงมีรายการอาหารมากมาย ฝีมือทําอาหารของพ่อครัวอยู่ในระดับชั้นยอด หากเหลาอาหารที่ข้าเปิดไม่มีเอกลักษณ์ เช่นนั้นก็ทําเงินไม่ได้”
“ท่านอย่าได้รีบร้อน ฟังข้าเอ่ยต่อเสียก่อนเ้าค่ะ”
“ข้าจะตั้งใจฟังอย่างดี” หม่าชิงมีสีหน้าจริงจัง
เฟิ่งซื่อและคนอื่นๆ ก็อยากรู้เช่นกัน จึงพากันเงี่ยหูฟัง
หลี่ชิงชิงเอ่ย “เพิ่มอาหารไม่เผ็ดอย่างเช่นหมูนึ่งข้าวคั่ว ซี่โครงนึ่งข้าวคั่ว ข้าวเหนียวไก่ห่อใบบัว ผัดผักตามฤดูกาล และอาหารประเภทผักดองที่มีรสเผ็ดเปรี้ยวเล็กน้อย เครื่องในไก่ผัดพริกดอง หมูสับผัดถั่วดอง สุดท้ายก็ทําน้ำแกงที่มีรสอ่อนแก้เผ็ด น้ำแกงเมล็ดบัวเห็ดหูหนู น้ำแกงผักกาดเต้าหู้เป็ต้น
หัวปลาราดพริกสับดองก็ใช้เป็รายการแนะนำ ท่านอย่าได้ดูถูกหัวปลาราดพริกเชียว อาหารจานนี้เป็อาหารจานใหญ่ที่จัดขึ้นโต๊ะรองรับคนได้ทั้งเหลาอาหาร
จริงสิ คนเมืองหลวงชอบกินอาหารประเภทแป้งหมี่ใช่หรือไม่เ้าคะ?”
หม่าชิงพยักหน้าติดๆ เมื่อได้ยินอาหารประเภทผักดอง ดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็เป็ประกาย เขาลืมผักดองที่เพิ่งออกใหม่ไปเสียได้ “ใช่ ที่ดินในรัศมีพันลี้ของเมืองหลวงสามารถปลูกได้เพียงข้าวสาลี ผู้คนที่นั่นกินแป้งหมี่ ต่างจากการกินข้าวของพวกเาาวเมืองเซียงอย่างสิ้นเชิง”
หลี่ชิงชิงเอ่ย “หัวปลาราดพริกสับดองทุกจานให้บะหมี่สองชาม ด้วยวิธีนี้น้ำแกงของอาหารจานนี้จะถูกเส้นบะหมี่ดูดซึมเข้าไป มีรสเผ็ดเค็มเล็กน้อย อร่อยยิ่งนักเ้าค่ะ”
หม่าชิงมองไปรอบๆ เหมือนมองหาสิ่งของ “ไม่ได้ ข้าอายุมากแล้ว สมองใช้การได้ไม่ค่อยดี ต้องมีพู่กันและหมึก ข้าต้องจดทุกอย่างที่น้องหญิงกล่าวลงไปในนั้น”
หวังเลี่ยงรีบวิ่งเหยาะๆ ไปมาเพื่อนำสมบัติทั้งสี่ในห้องหนังสือออกมา
หม่าชิงจดรายการอาหารที่หลี่ชิงชิงกล่าวเมื่อครู่ลงทีละอย่าง อันดับแรกย่อมเป็เหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ เขายังเขียนอักษรห้าตัวที่ด้านข้างเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋อีกว่าบะหมี่สุกสองชาม
เฟิ่งซื่อเดินเข้ามาดูไปพลางเอ่ยไปพลาง “พอนับดูแล้ว รายการอาหารไม่น้อยเลยจริงๆ เอ๋ ไม่มีเหลียงไช่ [1] หรือ”
หม่าชิงโบกมือ “ทางเมืองหลวงตลอดทั้งปีนอกจากฤดูร้อนที่อากาศร้อนเล็กน้อยแล้ว อีกสามฤดูล้วนอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิที่ลมแรงยิ่ง ลูกค้าจากข้างนอกที่เข้ามากินอาหารในเหลาร้านอาหาร ล้วนดื่มน้ำร้อนครึ่งชามหรือน้ำแกงร้อนเป็อย่างแรก กินเหลียงไช่จะทําให้ท้องเสียได้”
เฟิ่งซื่อยิ้มแล้วเอ่ย “ข้าไม่เคยไปเมืองหลวง ที่นั่นหนาวเพียงนี้เชียวหรือ?”
หลี่ชิงชิงเอ่ย “เหลียงไช่สามารถทําอาหารคาวจำพวกตุ๋นพะโล้ได้เ้าค่ะ ขาหมูพะโล้ หูหมูพะโล้ เนื้อหัวแกะพะโล้ ถั่วลิสงทอด”
หม่าชิงจดทั้งหมดนี้ลงไปเช่นกัน
หลี่ชิงชิงเอ่ยถาม “เมืองหลวงสามารถซื้อปลาซ่งฮื้อขนาดใหญ่ได้หรือไม่เ้าคะ?”
หม่าชิงเอ่ยตอบ “ได้ รอบๆ เมืองหลวงมีแม่น้ำ ในแม่น้ำมีปลาขนาดใหญ่ ทว่าผู้คนในเมืองหลวงไม่ค่อยชอบปลา ได้ยินมาว่าบางคนไม่กินปลาตลอดชีวิต”
หม่าเฟิงเลี่ยเอ่ยถาม “ปลาอร่อยขนาดนั้น เหตุใดคนเมืองหลวงไม่กินเล่าขอรับ?”
หม่าชิงไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร
หลี่ชิงชิงเอ่ย “คงกลัวก้างกระมัง บรรพบุรุษทำอาหารจากปลาน้อย คนรุ่นหลังก็กินน้อยลง สุดท้ายก็ไม่กินเลย”
ชาติที่แล้วเป็ยุคที่การขนส่งไม่ดี ทางตอนเหนือขาดแคลนน้ำและมีปลาน้อย ชาวบ้านจํานวนมากไม่กินปลา และยิ่งทำอาหารจากปลาไม่เป็
หม่าอวิ๋นหรงทอดถอนใจแล้วเอ่ย “คนเมืองหลวงไร้วาสนาจริงๆ” นางและพี่น้องโหยหาความเจริญรุ่งเรืองของเมืองหลวงมาโดยตลอด ผู้ใดจะรู้ว่าคนเมืองหลวงไม่ชอบกินปลา วิถีชีวิตเช่นนี้แตกต่างจากพวกนางอย่างสิ้นเชิง
หลี่ชิงชิงครุ่นคิด เอ่ยว่า “อาหารแนะนำก็ใช้เหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ เพิ่มซี่โครงหมูอบแป้งข้าวเ้า ข้าวเหนียวไก่ห่อใบบัว”
หม่าชิงขีดเส้นใต้ตรงซี่โครงหมูอบแป้งข้าวเ้า ข้าวเหนียวไก่ห่อใบบัวลงบนกระดาษ
เฟิ่งซื่อเอ่ยถาม “ครั้งที่แล้วพวกเราได้กินซี่โครงหมูอบแป้งข้าวเ้า รสชาติดีอย่างยิ่ง ข้าวเหนียวไก่ห่อใบบัวจานนี้เป็อาหารใหม่ที่เ้าคิดค้นออกมาหรือ?”
หลี่ชิงชิงยิ้ม “เป็อาหารใหม่ ทว่าไม่ใช่ข้าคิดออกมา ข้าอ่านเจอจากตำราเบ็ดเตล็ด วันนี้จะทําให้พวกท่านได้กินเ้าค่ะ”
ข้าวเหนียวไก่ห่อใบบัวเป็อาหารทานเล่นที่มีชื่อเสียงของมณฑลกวางตุ้ง ใบบัวที่ใช้สามารถใช้เป็ใบบัวแห้งก็ได้ ใบบัวแห้ง ข้าวเหนียว ไก่ ล้วนเป็วัตถุดิบธรรมดา ใช้วิธีทำง่ายๆ คือนำทั้งสามอย่างมารวมกัน แล้วนำขึ้นซึ้งนึ่งนึ่งให้สุก ก็จะได้ข้าวเหนียวไก่ห่อใบบัวที่เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
หม่าเฟิงเลี่ยเอ่ยกับหม่าอวิ๋นหรงอย่างมีความสุขว่า “พี่หญิงใหญ่ วันนี้ข้าจะได้กินอาหารใหม่อีกแล้วขอรับ”
หม่าอวิ๋นหรงฟังคําพูดที่เป็ระเบียบแบบแผนของหลี่ชิงชิง อย่าคิดว่าทั้งหมดที่พูดถึงนั้นล้วนเป็เื่อาหาร แต่ในคำพูดยังรวมไปถึงอากาศทางเหนือและทางใต้ นิสัยการกินของชาวบ้าน นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะคิดได้ ในใจมีความเลื่อมใสต่อหลี่ชิงชิงเพิ่มขึ้นหนึ่งส่วน
ทว่าหม่าอวิ๋นหรงเลื่อมใสในวิชาแพทย์ของหลี่ชิงชิงมากกว่า หากวันนี้ได้เห็นหลี่ชิงชิงรักษาผู้ป่วยคงเป็การดี เช่นนั้นเมื่อนางกลับไปสนทนากับเหล่าพี่น้องที่เมืองเซียงก็จะมีเื่ราวให้เล่าแล้ว
“ยามฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิของเมืองหลวงไม่มีผักสด รายการอาหารแนะนำของเหลาอาหารที่พี่เขยเปิดก็เลือกอาหารที่ไม่ต้องใช้ผัก ด้วยวิธีนี้ลูกค้าก็สามารถกินอาหารแนะนำได้ทุกวันตลอดทั้งปี” หลี่ชิงชิงกล่าวเสริมว่า “ใบบัวที่ใช้ในข้าวเหนียวไก่ห่อใบบัวสามารถใช้เป็ใบบัวแห้งได้ ใบบัวแห้งไม่ใช่ของหายาก ทุกที่ล้วนมีเ้าค่ะ”
หม่าชิงพยักหน้าอีกครั้ง “เป็เช่นเ้ากล่าว”
“น้องหญิงคิดได้ถี่ถ้วนจริงๆ” เฟิ่งซื่อมองไปที่หม่าชิง “ท่านมาถามน้องหญิงถือว่าถามถูกคนแล้วจริงๆ”
“เป็เช่นนั้น” หม่าชิงคิดในใจว่า คนที่เปิดเหลาอาหารในเมืองเซียงล้วนพ่ายแพ้ต่อข้า ข้าคงไม่ไปถามพวกเขา มีเพียงหลี่ชิงชิงเท่านั้นที่มีความคิดฉลาดหลักแหลม สามารถเปลี่ยนวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็อาหารอันโอชะได้ ข้าไม่ถามหลี่ชิงชิงแล้วจะถามผู้ใด?
ครั้งที่แล้วที่เฟิ่งซื่อมาเยือน หลี่ชิงชิงไม่ได้ลงครัวทําอาหาร ครั้งนี้เพื่อทําอาหารจานใหม่ หลี่ชิงชิงจึงลงครัวทำอาหารด้วยตนเอง
ผู้เฒ่าหวังพาหม่าชิงไปดูต้าหวงอย่างตื่นเต้น “นายท่านหม่า วัวตัวนี้ที่ครอบครัวท่านมอบให้บ้านพวกข้ามีประโยชน์ยิ่งนัก พวกข้าใช้วัวตัวนี้ทำสิ่งใดก็ประหยัดแรงได้มาก นายท่านหม่า ท่านว่าข้าเลี้ยงวัวเป็อย่างไรบ้าง?”
หม่าชิงที่ไม่ค่อยรู้เื่วัวหัวเราะพลางเอ่ย “ท่านลุงเลี้ยงได้ดี”
ผู้เฒ่าหวังตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น ตบหน้าอก เอ่ยอย่างภาคภูมิใจว่า “คนในหมู่บ้านของพวกข้าล้วนบอกว่าข้าเลี้ยงวัวเป็”
เหอๆ ทั่วทั้งหมู่บ้านก็มีวัวเพียงตัวนี้ บ้านอื่นไม่มีวัว แม้แต่ขนวัวก็ไม่มี ไม่รู้ว่าควรเลี้ยงวัวอย่างไร ดังนั้นเพียงผู้เฒ่าหวังถาม ชาวบ้านก็บอกว่าเขาเลี้ยงได้ดีที่สุด
หลังจากอาหารกลางวันอันหอมกรุ่นที่หลากหลายเต็มโต๊ะจบลง คนตระกูลหม่าก็ได้กินอิ่มแปล้อีกครั้ง จึงได้แต่เดินเล่นรอบๆ เพื่อย่อยอาหารเหมือนคราวที่แล้ว จากนั้นค่อยนั่งรถม้ากลับไป
ไม่นานนักตระกูลหวังก็มีแขกมาอีกแล้ว นั่นก็คือไต้ซื่อที่มาหาหลี่ชิงชิงเพื่อตรวจโรคทางนรีเวชเมื่อเดือนที่แล้ว
ครานี้ยังคงเป็ครอบครัวของเถียนหู่ ไต้ซื่อ เถียนฉางเซิงทั้งสามคน
ไต้ซื่อสวมกระโปรงยาวสีฟ้า เสื้อคลุมกันลมด้านนอกสีเทา ท่าทางกระฉับกระเฉง เมื่อเห็นหลี่ชิงชิงก็โค้งคํานับอย่างสุดตัว แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นบางส่วน “อาการป่วยของข้าดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณท่านมาก”
เถียนหู่พ่อลูกเห็นว่าตระกูลหวังมีแขกสูงศักดิ์ก็ไม่กล้ารอที่ห้องโถง จึงออกมายืนอยู่ในลานบ้าน คราวนี้เถียนหู่นำขาหมูหนักยี่สิบกว่าจิน ยังมีผ้าฝ้ายสีแดงชั้นดีหนึ่งชิ้นมามอบให้
หลี่ชิงชิงพาไต้ซื่อไปตรวจร่างกายที่ห้องนอน
หม่าอวิ๋นหรงมองแผ่นหลังของทั้งสองคน ถึงกลับรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย ไม่คิดว่าวันนี้นางจะได้เห็นหลี่ชิงชิงรักษาผู้ป่วยจริงๆ
เฟิ่งซื่อเกิดความสงสัยอยู่บ้าง เอ่ยกับตนเองว่า “ฮูหยินผู้นั้นสีหน้าดูดีมาก นางเป็โรคอันใด?”
ภายในห้องนอน ไต้ซื่อถอดกระโปรงและกางเกงซับในออก นางนอนอยู่บนเตียงไม้ไผ่ที่หลี่ชิงชิงนำมาเป็การชั่วคราว เอ่ยถามอย่างประหม่าว่า “โรคของข้าเป็อย่างไรบ้างหรือ”
----------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] เหลียงไช่ (凉菜) หมายถึง อาหารจานเย็น หรืออาหารเรียกน้ำย่อยที่ไม่ร้อน เช่น ถั่วลิสง สาหร่าย ยำต่างๆ เป็ต้น
