บทที่ 10
ลูกของคุณกำลังมีอันตราย
หลินซียกมือขึ้น "จัดแถวให้เรียบร้อยนะคะ อย่าเบียดกันค่ะ วันนี้ดูแค่ห้าดวง"
คุณยายคนหนึ่งถามขึ้น "อาจารย์คะ ทำไมวันนี้ดูแค่ห้าดวงล่ะ?"
หลินซีกระแอมเบาๆ "กฎของสำนักค่ะ"
ในความเป็จริง พลัง "ไอม่วง" บนตัวเธอเริ่มจางลง โชคลาภก็น้อยลงตามไปด้วย เธอจึงไม่สามารถหาเงินได้วันละมากๆ เหมือน่แรก ความฝันที่จะเป็เศรษฐีนีของหลินซีพังทลายลงั้แ่ยังไม่ทันเริ่ม
เธอกำลังวางแผนว่า พอไอม่วงหมดเกลี้ยงเมื่อไหร่ เธอจะแอบย่องไปกัดฟู่จิงเหยาตอนดึกๆ อีกสักคำ แต่คราวนี้ต้องมีแผนการที่รัดกุมกว่าเดิม เริ่มจากทำให้เขาพะอืดพะอมจนสลบไปก่อนแล้วค่อยกัด กัดเสร็จก็ทายาแก้รอยช้ำลบร่องรอย รับรองว่าเขาไม่มีวันรู้ตัวแน่
หลินซีปรับสีหน้าให้ดูขรึม แล้วเริ่มดูดวงต่อ
หม่าชุ่ยเซียง เป็ผู้โชคดีคิวแรก เธอได้ยินมาว่ามีอาจารย์ใหม่มาตั้งแผงแถวถนนของเก่า แถมยังช่วยตาหลี่ตามหาลูกสาวที่หายไปจนเจอ เธอเลยมารอคิวั้แ่ฟ้ายังไม่สาก ด้วยความที่เป็คนชอบดูดวงบ่อยๆ เธอจึงรู้ดีว่าใครเก่งจริงหรือไม่จริง
หม่าชุ่ยเซียงดึงแขนหลานชายก้าวออกมา "อาจารย์คะ ปีนี้หลานชายฉันจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย รบกวนช่วยดูหน่อยค่ะว่าเขาจะสอบติดไหม?"
ข้างๆ กันนั้น สวี่เจ๋อเอิน ทำหน้าเซ็งสุดขีด "คุณย่าครับ คะแนนของผมย่าก็รู้อยู่แล้ว อย่าไปเชื่อเื่งมงายพวกนี้เลย พ่อบอกว่าพวกนี้หลอกลวงทั้งนั้นแหละ"
หม่าชุ่ยเซียงเขกหัวเขาไปหนึ่งที "เด็กจะไปรู้อะไร? นี่เขาไม่ได้เรียกว่างมงาย เขาเรียกว่าการสืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิมอันดีงามของจีนต่างหาก"
เธอเชิดหน้าขึ้น "อีกอย่าง ฉันใช้เงินตัวเอง ใครหน้าไหนจะกล้ามีปัญหา?!"
สวี่เจ๋อเอินเถียงย่าไม่ชนะ จึงได้แต่ยืนกอดอกเชิดหน้ามองฟ้าอยู่ข้างแผงหลินซี
หม่าชุ่ยเซียงยิ้มแหย "อาจารย์คะ เด็กมันไม่รู้ความ อย่าถือสาเลยนะคะ"
หลินซีโบกมือ "ไม่เป็ไรค่ะ วัยรุ่นก็แบบนี้แหละ"
สวี่เจ๋อเอินพูดไม่ออก... ตกลงใครเป็เด็กกันแน่? อาจารย์คนนี้ดูยังไงก็อายุน้อยกว่าเขาเสียอีก คุณย่าเลอะเลือนไปแล้วจริงๆ
หลินซีกางกระดาษเตรียมพู่กัน "เขียนมาคำหนึ่งค่ะ"
อาจารย์เคยสอนว่า การเปลี่ยนรูปแบบการดูดวงบ่อยๆ จะทำให้ลูกค้าสนใจมากขึ้น "การเสี่ยงทายจากตัวอักษร" ก็เป็หนึ่งในวิชาทำนายดวงชะตา
พวกคุณตาคุณยายพากันสวมแว่นสายตายาว จ้องมองอย่างอยากรู้อยากเห็น เพราะไม่เคยเห็นใครดูดวงแบบนี้มาก่อน ช่างน่าแปลกใหม่จริงๆ
สวี่เจ๋อเอินคว้าพู่กันขึ้นมาเขียนคำว่า "เจีย" ( ดีงาม) ด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ "แล้วไงต่อครับ?"
หลินซีกวาดตามอง "ผลการเรียนของคุณอยู่ในระดับต้นๆ ของโรงเรียน สอบติดมหาวิทยาลัยแน่นอนไม่มีปัญหาค่ะ"
พอได้ยินแบบนั้น หม่าชุ่ยเซียงก็โล่งอกเหมือนยกูเาออกจากอก
สวี่เจ๋อเอินเชิดคางขึ้นอย่างภูมิใจ "ผมสอบได้ที่หนึ่งของสายชั้นมาั้แ่เด็ก ถ้าผมสอบไม่ติดแล้วใครจะติดล่ะ? เงินตั้งหนึ่งพันหยวนเพื่อแลกกับคำพูดประโยคเดียวเนี่ยนะ คุณนี่หาเงินง่ายจัง..."
หม่าชุ่ยเซียงดึงหูเขาเข้าให้ "หุบปากไปเลย!"
"โอ๊ย! ย่าครับ เจ็บๆๆ!" สวี่เจ๋อเอินกุมหูแล้วถอยไปยืนเงียบๆ อยู่ด้านข้าง
หม่าชุ่ยเซียงถามต่อ "อาจารย์คะ แล้วคำว่า 'เจีย' นี้มีความหมายลึกซึ้งกว่านี้ไหมคะ?"
หลินซีเอ่ยเรียบๆ "มีสองความหมายค่ะ" "คำว่า เจีย ซีกซ้ายเปรียบดั่งไฟ ซีกขวาคือดิน ในตำราอี้จิงคือสัญลักษณ์แห่งดวงตะวันรุ่งโรจน์ เป็นิมิตหมายที่เป็มงคลยิ่ง หลานชายของคุณจะสอบติดมหาวิทยาลัยในฝัน และมีอนาคตที่รุ่งโรจน์ค่ะ"
หม่าชุ่ยเซียงยิ้มจนแก้มแทบปริ "เด็กคนนี้ไม่มีความสามารถด้านอื่นหรอกค่ะ ั้แ่เด็กเก่งแต่เื่เรียนอย่างเดียว"
สวี่เจ๋อเอินเชิดคางสูงกว่าเดิม "อันนี้ผมยอมรับครับ คุณพูดถูกมาก"
คนแถวนั้นเริ่มอิจฉา "ยายหม่า นี่ตั้งใจมาอวดหลานใช่ไหมเนี่ย"
หม่าชุ่ยเซียงทำหน้าภูมิใจ "พวกแกอย่ามาขัดสิ" เธอถามต่อ "อาจารย์คะ แล้วความหมายที่สองล่ะ?"
หลินซียิ้มอย่างมีเล่ห์นัย "คำว่า เจีย ยังหมายถึง หญิงงามที่มาเป็คู่ ถือเป็เื่มงคลในชีวิตคนเราค่ะ"
"อะไรนะ?!"
หม่าชุ่ยเซียงเข้าใจทันที เธอหันกลับไปบิดหูสวี่เจ๋อเอินเต็มแรง "ไอ้หลานตัวดี แกริรักในวัยเรียนเหรอ!!"
สวี่เจ๋อเอิน: !!!
เื่ที่เขาแอบคบกับแฟน แม้แต่เพื่อนหรือครูก็ยังไม่มีใครรู้ แล้วผู้หญิงคนนี้รู้ได้ยังไง? ซวยแล้ว! หูเขาไม่รอดแน่
สวี่เจ๋อเอินคอตก ร้องลั่นด้วยความเจ็บ "ย่าครับ เจ็บๆๆ ปล่อยก่อน..."
หม่าชุ่ยเซียงแผดเสียงด่า "วิชาการอื่นไม่จักจำ ดันไปจำวิชาริรักในวัยเรียนเหมือนพ่อแกไม่มีผิด!"
สวี่เจ๋อเอิน: "..." คุณย่าครับ เมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยว่าผมเก่งแต่เื่เรียน ตอนนี้กลายเป็เก่งแต่เื่มีแฟนซะงั้น
เขาส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางหลินซี "อาจารย์ครับ พวกเราคือรักแท้"
หม่าชุ่ยเซียงถอดรองเท้าผ้าใบเตรียมฟาด "เด็กหัวเท่ากำปั้นรู้จักรักแท้ด้วยเรอะ?"
หลินซีรีบห้าม "คุณยายคะ เื่ของวัยรุ่นปล่อยให้เขาแก้ปัญหากันเองเถอะค่ะ เข้าไปก้าวก่ายสุ่มสี่สุ่มห้าจะทำให้ 'วาสนา' ของเขาเสียหายได้นะคะ"
คำว่า เจียยังมีความหมายที่สาม คือคนที่สวี่เจ๋อเอินชอบมีคำว่า "เจีย" อยู่ในชื่อด้วย แต่หลินซีไม่ได้พูดออกมา เพื่อรักษาหน้าให้เด็กชาย
หม่าชุ่ยเซียงดูดวงมานานเลยเข้าใจคำใบ้ทันที "อาจารย์คะ แสดงว่าเด็กผู้หญิงคนนี้คือ 'เนื้อคู่' ของเขาใช่ไหมคะ?"
หลินซีพยักหน้า เด็กคนนี้ดวงชะตาดีมาก
สวี่เจ๋อเอินทำหน้าซาบซึ้งสุดขีด "ขอบคุณครับอาจารย์ อาจารย์คือผู้วิเศษจริงๆ" ฮือๆ อาจารย์ช่วยรักษาหูผมไว้ได้
หม่าชุ่ยเซียงกล่าวขอบคุณแล้วลากหลานชายกลับบ้าน
ในฝูงชน ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อว่า อู๋เต๋อ กรอกตาไปมา เห็นว่านี่เป็โอกาสเหมาะ เขาเดินเข้าไปหาหลินซีแล้วหยิบพู่กันเขียนคำว่า "เจีย"ลงบนกระดาษเหมือนคนเมื่อกี้เป๊ะ
อู๋เต๋อโวยวาย "ผมขอตรวจดวงเื่การเรียนบ้าง ดูสิว่าผมจะสอบติดมหาวิทยาลัยไหม?" เขาแค่นยิ้มเย็น ตัวอักษรเดียวกัน ดูซิแกจะแถยังไง ถ้าแถไม่ออก ฉันก็จะทำงานที่อาจารย์เฉียนสั่งมาได้สำเร็จ
หลินซีมองหน้าเขาแล้วยังคงยิ้มบางๆ "คุณแน่ใจนะคะว่าจะดูเื่การเรียน? และแน่ใจนะว่าจะเขียนคำนี้?"
อู๋เต๋อเร่ง "ดูเร็วเข้าสิ หรือว่าดูไม่ออก?"
หลินซีตอบ "ก็ได้ตามที่คุณ้า แต่จ่ายเงินมาก่อนค่ะ"
อู๋เต๋อโยนเงินหนึ่งพันหยวนให้พลางสบถอย่างดูแคลน "อย่าเอาคำพูดแบบคนเมื่อกี้มาใช้นะ ฉันไม่ใช่คนที่จะโดนหลอกง่ายๆ"
หลินซีส่ายหัวถอนหายใจ "ดวงชะตาคุณไม่มีพร์ด้านการเรียนเลยแม้แต่น้อย สอบได้ที่โหล่มาั้แ่เด็ก และเลิกเรียนไปั้แ่มัธยมต้นแล้วค่ะ"
อู๋เต๋อเถียงกลับแข็งกร้าว "ตัวอักษรเดียวกันแท้ๆ คุณบอกว่าคนเมื่อกี้เรียนดี พอมาถึงผมทำไมเรียนแย่ คุณดูถูกผมใช่ไหม?"
หลินซีสีหน้าไม่เปลี่ยน "ตัวอักษร 'เจีย' ของคุณขีดข้างบนเขียนเบี้ยวไปเบี้ยวมา ลูกค้าคนก่อนหน้าเขียน 'เจีย' คุณก็เขียน 'เจีย' ซ้ำอีก เหมือนกับการเติมคำว่า 'อีก' (又) ลงไปข้างหน้าตัวอักษร 'เจีย'..."
"มันคือคำว่า 'หนาน' (ยากลำบาก) ค่ะ!"
ฝูงชนแถวนั้นเรียนรู้วิธีการชิงตอบก่อน อู๋เต๋อยังคงงงเต็ก
หลินซีพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ใช่ค่ะ คำว่า 'หนาน' ที่แปลว่ายากนั่นเอง"
อู๋เต๋อยังไม่เข้าใจ "ยากแล้วยังไง?"
หลินซีเอ่ยเรียบๆ "คำว่ายาก ไม่ได้สื่อถึงแค่การเรียนของคุณ แต่มันสื่อถึงโชคชะตาชีวิตของคุณด้วยค่ะ"
"ดูจากโหงวเฮ้ง สามขวบเสียพ่อ หกขวบเสียแม่ อายุสิบหกคุณตาเสียชีวิต จากนั้นคุณก็ออกจากโรงเรียนมาเผชิญโลกคนเดียว ชีวิตในสังคมก็ลุ่มๆ ดอนๆ รับจ้างรายวัน ชอบเอาเปรียบเล็กๆ น้อยๆ ทำเื่ไม่ดีอย่างชกต่อย รีดไถเด็กประถม หรือแม้แต่แอบขโมยไข่ไก่บ้านคนอื่นกิน ชีวิตคุณต้องพเนจรไร้ที่พึ่ง ยามแก่เฒ่าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่มีบ้าน และสุดท้ายต้องจบชีวิตลงที่ริมถนน..."
อู๋เต๋อถึงกับสติหลุด "พอแล้ว! ไม่ดูแล้ว!"
เขาขโมยเล็กขโมยน้อยมาั้แ่เด็ก ออกมาทำงานตอนอายุสิบหก ทั้งแบกปูน ไขน็อต เก็บของเก่า ทำมาหมดทุกอย่าง ไม่นึกเลยว่าชีวิตตัวเองจะรันทดขนาดนี้ เขาลืมภารกิจที่เฉียนฟู่กวงสั่งมาจนหมดสิ้น
เขาจ้องมองหลินซีตาค้าง "อาจารย์ครับ... ผมไม่อยากมีชีวิตรันทดแบบนั้น ผมต้องทำยังไงครับ?"
หลินซีตอบ "ดวงชะตานั้นถูกกำหนดไว้ แต่ 'วาสนา'เปลี่ยนแปลงได้ค่ะ เื่เลวๆ ที่คุณทำจะค่อยๆ ทำลายโชคของคุณเอง เพราะฉะนั้นจงทำตัวให้ติดดิน ตั้งใจทำงาน และเลิกทำเื่ไร้คุณธรรมเสีย"
"อาจารย์ครับ ผมจะจำคำสอนของท่านไว้ขึ้นใจครับ!" อู๋เต๋อร้องไห้โฮแล้ววิ่งหนีไป
อาจารย์ช่างดีเหลือเกิน ไม่หลอกขายยันต์แก้ดวง แต่สอนให้เขาเริ่มชีวิตใหม่ ไปตายซะเถอะไอ้อาจารย์เฉียนเฮงซวยกับภารกิจบ้าๆ นั่น! อู๋เต๋อคิดได้แล้ว ั้แ่วินาทีนี้เขาจะกลับตัวเป็คนดี และเปลี่ยนชื่อจากอู๋เต๋อ (ไร้คุณธรรม) เป็อู๋ฉีเต๋อ (ละทิ้งสิ่งเลวร้าย) แทน
หลินซีดูดวงต่ออีกสามดวงแล้วจึงเลิกแผง คุณตาคุณยายต่างพากันเดินจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์ อยู่กับอาจารย์คนนี้แล้วกินถั่วกินเมล็ดทานตะวันอร่อยกว่าปกติ แถมตอนเย็นยังเจริญอาหารขึ้นอีกด้วย
"อาจารย์ พรุ่งนี้จะมาอีกไหมจ๊ะ?"
หลินซีโบกมือ "พรุ่งนี้เวลาเดิมนะคะ ใครมาก่อนได้ดูก่อนค่ะ"
เมื่อคนแยกย้ายกันไป หลินซีก็เก็บแผงไปหาของอร่อยกิน เธอเดินตามกลิ่นหอมมาหยุดอยู่ที่แผงขายพะโล้ "เถ้าแก่เนี้ย เอาหูหมูครึ่งกิโล เมนูผักครึ่งกิโล ตีนไก่ครึ่งกิโล แล้วก็ขาหมูอีกโลครึ่งค่ะ"
"ได้เลยจ้า รอประเดี๋ยวนะ"
โจวหยุน เ้าของร้านรีบแพ็กของให้อย่างคล่องแคล่ว "อาจารย์จ๊ะ มื้อนี้ไม่ต้องให้เงินหรอกจ้ะ ถือว่าป้าได้อานิสงส์จากอาจารย์มาด้วย สองวันนี้ยอดขายป้าดีขึ้นเยอะเลย เมื่อก่อนคนจะแห่ไปทางโน้นกันหมด เดี๋ยวนี้คุณตาคุณยายเดินผ่านทางนี้ตลอด เป็เพราะบารมีอาจารย์แท้ๆ"
หลินซีมองหน้าเธอแวบหนึ่ง
ใบหน้ากว้าง จมูกใหญ่ ริมฝีปากหนา เป็คนซื่อสัตย์และขยันขันแข็ง แต่บริเวณ "วังบุตร" (ใต้ตา) กลับมีไอสีดำจางๆ ปกคลุมอยู่
หลินซีขมวดคิ้ว "คุณป้าคะ รีบเก็บร้านกลับบ้านเถอะค่ะ ลูกของคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย!"
