หนิงเทียนขมวดคิ้ว เืของหญิงสาวในชุดขาวเปื้อนร่างของเ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวสองครั้ง บนโลกนี้หาได้มีเื่บังเอิญเช่นนี้ไม่
หากไม่ใช่บังเอิญ เช่นนั้นหญิงสาวในชุดขาวมีเจตนาอันใด?
“นางได้รับาเ็จากอะไร? ใครเป็ผู้ทำร้าย? นางไปยังเขตใจกลางูเาไป่หลิงเพื่ออะไรกันแน่?”
เ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวเอ่ยขึ้นว่า “วังผ่านภาในูเาไป่หลิงซ่อนเร้นความลับโบราณมากมาย เกี่ยวข้องกับซิงซิว หยวนซิว และจื๋อซิว ในอดีตวังผ่านภาเป็หนึ่งในจุดหมายปลายทางของนาง”
หนิงเทียนเคยไปยังวังผ่านภา ซึ่งเคยพบกับิญญาที่สิงสถิตในต้นไม้โบราณ และเคยประลองกับยอดฝีมือหนุ่มแห่งเชื้อสายหยวนซิวและซิงซิว แต่ไม่เคยได้ยินเื่ราวเกี่ยวกับหญิงสาวในชุดขาวมาก่อน
“นางไปวังผ่านภาเพื่อเหตุใด?”
ดวงตาของจิติญญาไผ่เขียวฉายแววหม่นหมอง ขมวดคิ้วอย่างขมขื่น
“ก่อนที่ข้าจะได้พบกับนาง นางเคยเดินทางไปยังวังผ่านภาและได้รับโอกาสมากมายจากที่นั่น นางได้รับรู้เกี่ยวกับเื่ราวลี้ลับในยุคโบราณ ซึ่งเกี่ยวพันกับความขัดแย้งและความเกลียดชังระหว่างหยวนซิว ซิงซิว และจื๋อซิวในยุคนั้น”
หนิงเทียนคุ้นเคยกับเื่ราวความขัดแย้งระหว่างผู้บำเพ็ญทั้งสามสายเป็อย่างดี เขาจึงนึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ทันที
“ท่านบอกว่าหญิงในชุดขาวปรารถนาจะออกจากที่นี่ มุ่งสู่ห้วงมิติอันสูงส่ง แสดงว่านางได้เรียนรู้เื่ราวเกี่ยวกับมิติชั้นสูงบางประการจากวังผ่านภา แต่นางจะใช้วิธีการใดเดินทางสู่จุดหมายปลายทางนั้นเล่า?”
เ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวถอนหายใจ “นางมิได้ปรารถนาที่จะจากไปเพียงลำพัง แต่ปรารถนาให้เหล่าผู้บำเพ็ญหยวนซิวทั้งหมดในดินแดนหยวนซิงติดตามนางไปสู่ห้วงมิติอันสูงส่งนั้นด้วย เพื่อแสวงหาขอบเขตแห่งการบำเพ็ญที่เหนือกว่า เื่ราวนี้เกี่ยวพันกับอนาคตของเหล่าผู้บำเพ็ญ บางฝ่ายในจวนหยวนสนับสนุนนาง บางฝ่ายคัดค้าน และยังลากโยงเหล่าผู้บำเพ็ญซิงซิวและจื๋อซิวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แผนการของนางคือการปลดโซ่ตรวนมิติบนดินแดนหยวนซิง อาศัยพลังของจันทร์อสูรเชื่อมต่อสองโลกเข้าด้วยกัน ด้วยวิธีนี้ เหล่าผู้บำเพ็ญผู้ทรงพลังจะสามารถก้าวเข้าสู่ห้วงมิติอันสูงยิ่งได้ ทว่าโลกเื้ัจันทร์อสูรนั้นมีผู้ทรงพลังที่เหนือกว่าขอบเขตเหนือเมฆาอยู่ พวกเขามีโอกาสสูงที่จะรุกรานดินแดนหยวนซิง หรือแม้กระทั่งทำลายโลกนี้จนสิ้น”
หนิงเทียนสีหน้าตึงเครียด ก่อนเปล่งวาจาว่า “หากเป็เช่นนี้ ข้าเกรงว่าเหล่าผู้บำเพ็ญซิงซิวและจื๋อซิวคงจะขัดขวางสุดชีวิต”
“เหล่าผู้ทรงอิทธิพลในจวนหยวนต่างกังวลเื่นี้ หวาดกลัวว่าจะจุดชนวนความโกรธแค้นของเหล่าผู้บำเพ็ญซิงซิวและจื๋อซิว และนำไปสู่การล่มสลายในที่สุด แต่ผู้ที่เห็นด้วยกลับมีความคิดเห็นว่าภายในห้วงมิติที่มีระดับสูงกว่าย่อมสามารถบรรลุขอบเขตที่สูงขึ้นได้ เหล่าปรมาจารย์เหนือเมฆาจำนวนไม่น้อยล้วนปรารถนาที่จะก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งิญญาที่สูงยิ่งขึ้น”
หนิงเทียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เื่ราวในอดีตนั้นสุดท้ายแล้วจัดการอย่างไร และลงเอยเช่นไร?”
เ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวเอ่ยแ่เบา “จบลงด้วยความตายของนาง”
“ย้อนไปในอดีต นางสิ้นชีพ ณ สถานแห่งนี้ด้วยสาเหตุใดกัน? มีผู้ใดบ้างที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้?”
เ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวสีหน้าหม่นหมอง ไม่ปรารถนาจะเอ่ยถึงเื่ราวในอดีต
หนิงเทียนรอคอยอย่างอดทน เขารู้สึกว่าเื่ราวในอดีตยังมีเงื่อนงำอีกมากมาย ยากจะเข้าใจต้นสายปลายเหตุ
ตัวอย่างเช่นผู้หญิงในชุดขาวได้ค้นพบความจริงอันใดในวังผ่านภา?
เหตุใดนางจึงยืนกรานที่จะพาเหล่าหยวนซิวทั้งหมดออกเดินทาง มุ่งสู่การปลดโซ่ตรวนมิติ โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านจากซิงซิวและจื๋อซิว?
แท้จริงแล้วหญิงสาวในชุดขาวคือใคร? ใครเป็ผู้ปักกริชไว้บนหน้าอกของนาง? และใครคือผู้สังหารนางอย่างโเี้?
“ในศึกครั้งนั้น เหล่าผู้บำเพ็ญซิงซิวหาได้เข้าใจต้นตอของเื่ราวไม่ จวนหยวนร่วมมือกับแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ของเหล่าหยวนซิว และได้เปิดฉากการต่อสู้สุดโหดร้ายกับเ้าแห่งจิติญญาในูเาไป่หลิง”
หลังจากเงียบงันอยู่นาน ในที่สุดเ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวก็ตัดสินใจเปิดเผยเื่ราวอันเลวร้ายจากอดีต
หนิงเทียนรู้สึกสงสัยจึงเอ่ยถามอีกว่า “จวนหยวนนำเหล่าผู้ทรงศักดิ์จากสี่แดนศักดิ์สิทธิ์ของหยวนซิวเข้าปะทะกับเหล่าเ้าแห่งจิติญญาบนูเาไป่หลิง แต่กลับพ่ายแพ้หรือ?”
“ในศึกครั้งนั้น เหล่าผู้ทรงศักดิ์จากจวนหยวนมีความคิดเห็นขัดแย้งกัน ฝ่ายต่อต้านพยายามโน้มน้าวฝ่ายสนับสนุนแต่ไร้ผล จึงเลือกที่จะนิ่งเฉย ไม่เข้าร่วมการต่อสู้ มิฉะนั้นเ้าแห่งจิติญญาบนูเาไป่หลิงคงพินาศสิ้นในศึกครั้งนั้นเป็แน่”
หนิงเทียนรู้สึกโชคดีในใจ ลึกๆ แล้วเขารู้สึกขอบคุณเหล่าเ้าแห่งจิติญญาในูเาไป่หลิงที่สามารถหยุดยั้งหายนะครั้งนั้นไว้ได้
“แล้วนางตายอย่างไร?”
เ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวยิ้มอย่างซับซ้อน หันกลับมามองหนิงเทียน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบา “ข้าเป็ผู้สังหารนางด้วยมือของตนเอง และฝังร่างนางไว้ ณ ที่แห่งนี้”
ใบหน้าของหนิงเทียนเปลี่ยนสีด้วยความตกตะลึง เขาเคยคาดเดาเื่นี้มาก่อน แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความจริงกลับรู้สึกตะลึงงัน
ในอดีต เ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวได้ก้าวขึ้นสู่ฐานะเ้าแห่งจิติญญาด้วยแรงหนุนจากหญิงสาวในชุดขาว ความสัมพันธ์ของพวกเขายุ่งเหยิง เต็มไปด้วยทั้งบุญคุณและความแค้น
แต่แล้วในที่สุด ทั้งคู่ก็กลับกลายเป็ศัตรูฟาดฟันต่อสู้กัน เป็ไปได้ว่าภายในใจของเ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวนั้น เต็มไปด้วยความเ็ป
“นางเคยกล่าวว่า การตายในมือของข้าคือจุดจบที่ดีที่สุด และนางก็เคยพูดอีกว่านางจะรอข้าอยู่เบื้องล่าง”
คำพูดเหล่านี้กลายเป็หินก้อนใหญ่ทับถมหัวใจของเ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวที่ยากจะลบเลือน
หนิงเทียนถอนหายใจเบาๆ “นางเกลียดท่านหรือไม่? หรือท่านรู้สึกผิดต่อนางไหม?”
“ยามนางสิ้นลม นางเคยเอ่ยไว้ว่าแม้ตัวนางจะตาย แต่ยังมีอีกตัวตนหนึ่งยังคงมีชีวิตอยู่ เพียงแต่ตัวตนนั้นก็มิอาจหนีพ้นกฎแห่งกรรม ข้าคิดว่าอีกตัวตนที่นางกล่าวถึงคือข้าเอง”
หนิงเทียนรู้สึกะเืใจ ถ้อยคำเหล่านี้เผยให้เห็นว่าความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างเ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวและหญิงสาวในชุดขาวนั้นมีมากกว่าที่เขาเคยคาดคิดไว้
ในอดีต หญิงสาวในชุดขาวหยดเืลงบนร่างเ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวถึงสองครั้ง แน่นอนว่านางมีเจตนาบางอย่าง
แต่สิ่งที่หนิงเทียนสงสัยคือ เหตุใดหญิงสาวในชุดขาวจึงต้องสร้างเ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวขึ้นมาเพื่อขัดขวางแผนการของตนเอง และท้ายที่สุดก็ต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของอีกฝ่าย
ด้วยความทะนงตน นางจึงประเมินพลังของเ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวต่ำเกินไป เหตุการณ์จึงพลิกผันเกินกว่าที่นางจะควบคุมได้ หรือว่าแท้จริงแล้วนางจงใจใช้เ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวเป็เครื่องมือยุติทุกสิ่ง?
“หลังจากเหตุการณ์นั้นท่าทีของจวนหยวนเป็อย่างไร? ผู้นำคนปัจจุบันของจวนหยวนสนับสนุนหรือต่อต้านการเปิดมิติ?”
“ในศึกครั้งนั้น เหล่ายอดฝีมือหยวนซิวสูญเสียอย่างหนัก เหล่าเ้าแห่งจิติญญาในูเาไป่หลิงล้มตายเกินกว่าสองในสาม เหล่ายอดฝีมือจวนหยวนจำนวนน้อยที่รอดชีวิตต่างพากันถอยหนี ปัจจุบันฝ่ายสนับสนุนยังคงเป็ผู้ควบคุมจวนหยวนอยู่ เพียงแต่อำนาจและอิทธิพลนั้นถดถอยลงไปมากจากอดีต”
หนิงเทียนมองหญิงสาวในชุดขาวด้วยความสงสัย “ตอนนี้นางเป็อย่างไรกันแน่? ตายหรือว่ายังมีชีวิตอยู่?”
เ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวตอบว่า “ร่างกายของนางยังมีชีวิตอยู่เพราะกริชเล่มนั้น แต่ว่าิญญาของนางยังอยู่หรือไม่ข้าก็ไม่แน่ใจ ตอนนี้นางดูแปลกตาไปมาก ไม่มีใครรู้ว่านางยังจำเื่ราวในอดีตได้หรือไม่ เหล่าผู้บำเพ็ญหยวนซิวต่างก็พยายามทดสอบนาง เพราะว่านางคือกลายเป็กุญแจสำคัญในการเชื่อมต่อกับจันทร์อสูร”
“ในบรรดายอดฝีมือหยวนซิวเหล่านี้ คงมีจำนวนไม่น้อยที่สนับสนุนแผนการนี้”
“เื่นี้ย่อมเป็เช่นนั้น เหล่าผู้บำเพ็ญล้วนใฝ่หาความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ปรารถนาผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่าเดิม”
หนิงเทียนอดไม่ได้ที่จะถาม “เหตุใดเหล่าเ้าแห่งจิติญญาแห่งูเาไป่หลิงจึงนิ่งเฉย ปล่อยให้พวกหยวนซิวกร่างทำชั่วร้ายในดินแดนนี้?”
“เพราะการปรากฏตัวของเ้าได้นำพาความเปลี่ยนแปลงมาสูู่เาไป่หลิง หลังจากเหตุการณ์นั้นเ้าแห่งจิติญญาหลายตนต่างพากันศึกษาวังผ่านภา เพื่อไขปริศนาว่าหญิงสาวในชุดขาวได้ค้นพบสิ่งใดเมื่ออดีตกาล เหตุใดนางจึงยอมเสี่ยงฝ่าฝืนกฎ์ ดึงดูดจันทร์อสูรเชื่อมต่อสองภพมิติเข้าด้วยกัน และยอมทำลายล้างดินแดนหยวนซิง”
หนิงเทียนตกตะลึง เหตุใดเื่ราวถึงโยงมาเกี่ยวข้องกับเขาได้?
“กริชบนหน้าอกของนางช่างน่าสะพรึงกลัว ท่านรู้ที่มาของมันไหม?”
“อาวุธนี้มาจากวังผ่านภานามว่ากริชถามใจ ในอดีตมีเพียงข้ากับนางเท่านั้นที่ควบคุมมันได้ แต่ดูเหมือนตอนนี้มันจะกลายเป็หนึ่งเดียวกับนางไปเสียแล้ว”
“ท่านสนิทกับนางขนาดนี้ นางเคยเล่าเื่ราวที่พบเจอในวังผ่านภาให้ฟังบ้างหรือไม่?”
เ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวส่ายหน้า ดวงตาฉายแววโศกเศร้าอย่างประหลาด
“จนกระทั่งสิ้นลมหายใจนางก็ไม่เคยเอ่ยปากบอกข้าเลยว่านางพบสิ่งใดในวังผ่านภาเมื่อปีนั้น”
หนิงเทียนคิดครุ่นอย่างหนัก ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน หรือหญิงสาวในชุดขาวผู้นี้จะรู้เื่ราว “หนึ่งแสนปีแห่งหลิงฮวง วังดาราดวลอำนาจกับไท่เสวียน”
เหตุการณ์นั้นคือความอัปยศร้ายแรงที่สุดของซิงซิวและหยวนซิวในอดีต หนิงเทียนวิเคราะห์ว่าเหตุการณ์นี้ย่อมมีการจดบันทึกและสืบทอดต่อมา แต่อย่างไรก็ตาม เื่ราวนี้ก็เกิดขึ้นเนิ่นนานมาแล้ว หญิงสาวในชุดขาวไม่น่าจะยอมเสี่ยงฝ่าฝืนกฎ์เพียงเพราะเื่นี้
นางมีใจมุ่งมั่นอยากออกจากที่นี่ พาเหล่ายอดฝีมือหยวนซิวผู้เก่งกล้าไปยังห้วงมิติที่สูงกว่า ไล่ล่าวิถีแห่งเซียนที่ยิ่งใหญ่ อะไรกันหนอที่เป็สิ่งกระตุ้นนาง?
หนิงเทียนมองหญิงสาวในชุดขาวที่อยู่ไกลออกไป ก่อนความสงสัยจะก่อตัวขึ้นในใจ นางยังจดจำเจตนารมณ์แรกเริ่มของตนได้หรือไม่?
“เนื่องจากในอดีตมียอดฝีมือในจวนหยวนที่เห็นพ้องกับนาง ย่อมแสดงว่ามีผู้าุโของจวนหยวนทราบถึงเหตุผล เหตุใดจึงไม่ลงมือจากแง่มุมนี้?”
“ข้าเคยซักถามเื่นี้ไปแล้ว แต่เหล่าผู้ทรงพลังแห่งจวนหยวนกลับปิดปากไม่ยอมเอ่ยถึง บัดนี้จันทร์อสูรปรากฏขึ้น ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวคงจะเปิดเผยออกมา”
เ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวจ้องมองวงล้อทองคำบนท้องฟ้าด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่โหมกระหน่ำในดวงตา
หนิงเทียนเงยหน้ามองใจกลางูเาไป่หลิง ก่อนความทรงจำอีกเื่หนึ่งจะแล่นเข้ามาในหัว
“หญิงสาวในชุดขาวจะปลดโซ่ตรวนมิติของโลกนี้ได้อย่างไร?”
เ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “สถานที่นั้นมีเหล่าจิติญญาระดับาุโคุ้มครอง เ้าไม่ต้องกังวล ภัยพิบัติครั้งใหญ่กำลังใกล้เข้ามา ในฐานะผู้บำเพ็ญเชื้อสายรากพฤกษา เ้าควรเร่งฝึกฝนตนเองให้แกร่งกล้าขึ้น”
“วางใจเถิด ข้าจะไม่ปล่อยให้ซิงซิวและหยวนซิวดูถูกเราเป็แน่!”
หนิงเทียนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ เขารู้สึกได้ว่าเ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวให้ค่ากับตนมากเพียงใด
“เวลาไม่เอื้ออำนวยแล้ว เ้าควรกลับไปเสีย”
เ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวหันหลังอย่างสง่างาม ก่อนหายวับไปในพริบตาดั่งสายลมเย็นยามค่ำคืน
หนิงเทียนโบกมือเบาๆ การเดินทางครั้งนี้ถือว่าราบรื่น แต่ยังมีปมปริศนาและอุปสรรคอีกมากมายที่รอการไขให้กระจ่าง
ตัวอย่างเช่น รายละเอียดของศึกอันเลวร้ายเมื่อปีนั้น เหตุใดหญิงสาวในชุดขาวจึงสิ้นชีพลงด้วยน้ำมือของเ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียว?
นางมิอาจต่อกรกับเ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวได้หรือ?
จากการคาดเดาของหนิงเทียน หญิงสาวในชุดขาวนั้นน่าจะมีพลังแกร่งกล้าถึงขอบเขตเหนือเมฆาก่อนที่เ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวจะแปลงกาย พลังของนางย่อมเหนือกว่าเ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวอยู่หลายขุม ทว่ากลับจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของเ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียว เื่นี้ช่างน่าพิศวงเสียจริง
หนิงเทียนััได้ว่าเ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวไม่อยากรำลึกถึงอดีต และปิดบังบางสิ่งบางอย่างไว้
หากไม่ใช่ตัวเขาที่เดินทางมาเอง เปลี่ยนเป็บุคคลอื่น คงยากจะสืบหาข่าวคราวใดๆ ได้
บัดนี้ เื่ราวได้ลุกลามไปไกล กลายเป็ที่จับตามองของเหล่าจื๋อซิว อีกทั้งการปรากฏของจันทร์อสูรยังดึงดูดความสนใจจากวังดาราเช่นกัน ม่านแห่งหายนะอันยิ่งใหญ่กำลังจะเปิดฉากขึ้น และมันจะแผ่คลุมไปทั่วทั้งดินแดนหยวนซิง
หนิงเทียนกลับมายังสำนักร้อยบุปผา และเล่าเื่ราวที่ได้ยินมาให้อาจารย์ฟัง
เยี่ยหลิงหลานขมวดคิ้ว เรียวปากบางเม้มเข้าหากัน ครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “เ้าแห่งจิติญญาไผ่เขียวปิดบังรายละเอียดสำคัญไว้มากมาย เช่นเดียวกับเหล่าเ้าแห่งจิติญญาในูเาไป่หลิงที่ต่างก็ปิดบังความลับบางอย่างเอาไว้ ดูเหมือนเื่นี้จะซับซ้อนกว่าที่เราคิดไว้มาก และเหตุที่ในอดีตวังดาราไม่เคยเข้ามาแทรกแซง คงมีเหตุผลบางประการแฝงอยู่”
“หรือว่าเราควรไปลองสืบถามที่วังผ่านภา?”
“เื่นี้ไม่ควรรีบร้อน ปล่อยให้สำนักหยวนซิวจัดการไปก่อนก็แล้วกัน หายนะกำลังใกล้เข้ามา เวลาของเรามีน้อย เ้าควรทุ่มเทเวลาให้กับการฝึกฝนตนเองมากกว่า อีกสองวันข้างหน้าจะมีการประมูลที่จักรวรรดิเชียนเสวี่ยพวกเราไปดูหน่อยก็แล้วกัน”
“งานประมูลหรือ? จัดที่เมืองใด?”
“เมืองเสวี่ยอวิ๋น เมืองหลวงแสนตระการตาของจักรวรรดิเชียนเสวี่ย การประมูลครั้งนี้จัดโดยสมาคมการค้าสามสายมรรคา มุ่งเน้นไปที่บุคคลสำคัญในเชื้อสายซิงซิว หยวนซิว และจื๋อซิว ผู้มาร่วมงานล้วนเป็ผู้ทรงอิทธิพลหรืออัจฉริยะ เป็โอกาสอันดีที่ข้าจะพาเ้าไปเปิดหูเปิดตา”
ั้แ่เกิดจนได้เป็ผู้บำเพ็ญจื๋อซิว หนิงเทียนไม่เคยก้าวออกจากจักรวรรดิเชียนซานมาก่อน เขาจึงไม่ค่อยรู้จักเื่ราวของดินแดนหยวนซิงสักเท่าไร
