คนชราในหมู่บ้านหลายคนถึงกลับยืนขึ้นกันหมด มีชายชราหนวดเคราขาวคนหนึ่งเดินเข้ามาถามอย่างตื่นเต้นว่า “เ้าเป็พี่ชายของหลี่ซื่ออย่างนั้นหรือ?”
“ใช่ขอรับ ข้าเป็บุตรคนที่สามของบ้าน เป็พี่สามของนาง” หลี่เอ้อร์หลินรีบร้อนไปพบหลี่ชิงชิง เขาจึงกล่าวไปพลางเดินเข้าไปในหมู่บ้านหวังไปพลาง
เขาเคยมาที่หมู่บ้านหวังเมื่อครั้งส่งตัวเ้าสาว จึงรู้ตำแหน่งที่ตั้งของบ้านตระกูลหวังโดยไม่ต้องเอ่ยถามทาง
ชายชราหนวดเคราขาวตบที่ต้นขา แล้วเอ่ยเสียงดัง “เ้าหนุ่มตระกูลหลี่ หลี่ซื่อน้องสาวของเ้าเก่งกาจยิ่งนัก วิชาแพทย์ในการช่วยชีวิตคนสูงส่งเหนือชั้น และยังหาเงินได้จำนวนมาก นำมาสร้างเรือนอิฐให้บ้านหวังเฮ่า”
“อ้อ” หลี่เอ้อร์หลินย่อมไม่มีทางเชื่อ ตอนที่หลี่ชิงชิงน้องสาวของเขาอยู่ที่บ้านเดิม นางเรียนรู้อักษรกับถงเซิงในหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนเพียงไม่กี่คําเท่านั้น ย่อมไม่มีทางรู้วิชาแพทย์ได้อย่างแน่นอน และยิ่งไม่มีทางหาเงินได้
คนชราหลายคนชี้บอกทางให้หลี่เอ้อร์หลินอย่างกระตือรือร้น มีชายชราสองคนแย่งกันนําทางให้เขา
ห่างออกไปสิบจั้งก็เห็นเรือนอิฐที่สร้างแล้วครึ่งหนึ่ง หมู่บ้านหวังที่อยู่บริเวณรอบๆ ล้วนเป็บ้านหลังคามุงจาก ทำให้เรือนอิฐของพวกเขาดูโดดเด่นยิ่งนัก
ในใจของหลี่เอ้อร์หลินพลันรู้สึกประหลาดใจ ตระกูลหวังเพิ่งใช้เงินจำนวนมากในการแต่งหลี่ชิงชิงเข้าตระกูล และยังสร้างเรือนอิฐอีก นี่พวกเขาร่ำรวยแล้วอย่างนั้นหรือ?
ชายชราสองคนมีความมั่นใจอย่างยิ่ง ะโใส่กลุ่มคนที่กําลังสร้างบ้านอย่างแข็งขันว่า “น้องห้า พี่สามของหลี่ซื่อลูกสะใภ้เ้ามาหา!”
“หวังจื้อ พี่สามของน้องสะใภ้เ้ามาเยี่ยมน้องสะใภ้เ้า เ้ารีบออกมาเร็ว!”
บนใบหน้าของผู้เฒ่าหวังและหวังจื้อล้วนเต็มไปด้วยฝุ่น วิ่งออกจากกลุ่มคน ครั้นเห็นหลี่เอ้อร์หลินก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย
พวกเขารู้จักกันยามพบปะทานอาหารร่วมกันระหว่างสองครอบครัว
ผู้เฒ่าหวังใช้มือเช็ดคราบฝุ่นบนใบหน้า ผู้ใดจะรู้ว่ายิ่งเขาเช็ดก็ยิ่งสกปรก ดังนั้นจึงไม่เช็ดแล้ว ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เอ้อร์หลิน รีบไปนั่งที่หลังเรือนเร็วเข้า ครอบครัวพวกข้าพึ่งวาสนาของชิงชิงสร้างเรือนอิฐอยู่”
ในใจของหลี่เอ้อร์หลินยิ่งใมากขึ้น เขามอบของขวัญให้หวังจื้ออย่างสงบเยือกเย็น
หวังจื้อกล่าวขอบคุณแล้วรับมา กะประมาณน้ำหนักปลาลิ่นในมือ ไม่น้อยเลยจริงๆ นอกจากนี้ยังมีตั๊กแตนที่สานอย่างดี ในใจพลันเกิดความสงสัยว่า หลี่ชิงชิงไม่เคยเอ่ยถึงพี่ชายบ้านเดิมเลยสักครั้ง ทว่าหลี่เอ้อร์หลินผู้นี้ดูเหมือนจะดีต่อหลี่ชิงชิงมาก
ผู้เฒ่าหวังพูดอย่างตื่นเต้นว่า “อ้อ จริงสิ ที่บ้านค่อนข้างวุ่นวาย สองวันก่อนชิงชิงไปเยี่ยมพี่สาวสองคนของนาง ก็คือพี่สาวของเ้านั่นแหละ คาดว่าพรุ่งนี้หรือมะรืนถึงกลับมา เ้าก็พักอยู่ที่บ้านข้าอีกสองสามวัน รอชิงชิงกลับมาแล้วค่อยพูดคุยกับนาง”
หลี่เอ้อร์หลินตอบตกลงอย่างไม่ลังเล เขายังไม่ได้พบกับหลี่ชิงชิง จึงรู้สึกไม่วางใจเล็กน้อย รอหลังจากพบคนแล้ว เขาค่อยไปทํางานที่อําเภอเหอ
ในบรรดาคนที่กําลังทํางานอยู่ มีหลายคนที่ชอบเื่สนุก จึงวางเครื่องมือลงและเดินมาทักทายหลี่เอ้อร์หลิน
มีชายหนุ่มที่ใบหน้าเต็มไปด้วยสิวคนหนึ่ง ผลักเด็กหนุ่มหน้าตาดีไปด้านหน้าหลี่เอ้อร์หลิน “พี่ชายสามบ้านดอง นี่คือน้องชายของข้า ปีนี้อายุสิบสี่ปี ยังไม่ได้แต่งงาน บ้านท่านยังมีสตรีดีๆ เช่นหลี่ซื่ออีกหรือไม่?”
หลี่เอ้อร์หลินเห็นเด็กหนุ่มหน้าตาดีเขินจนใบหน้าแดงก่ำ ก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “จะว่ามีก็มี”
ชายหนุ่มหน้าสิวตื่นเต้นกว่าเด็กหนุ่มหน้าตาดีเสียอีก เอ่ยเสียงดังว่า “เช่นนั้นก็ดียิ่งนัก บ้านพวกข้าจะไปสู่ขอที่บ้านท่านประเดี๋ยวนี้ขอรับ”
“อย่าเพิ่ง ฟังข้ากล่าวให้จบก่อน ที่ว่ามีนั่นก็มี แต่ต้องรออีกหลายปี บุตรสาวคนเล็กของข้าปีนี้อายุสองขวบ [1]” หลี่เอ้อร์หลินเองก็เป็คนชอบความสนุกสนานคนหนึ่ง
เวลาที่เขาทํางานให้ชาวประมงที่ตําบลชิงอวี๋ เขาก็มักจะพูดหยอกล้อกับชาวประมงเป็ประจำ เป็การหยอกล้อที่รู้จักหนักเบา ไม่ทําให้อีกฝ่ายอึดอัดวางตัวไม่ถูก
“อ๋า เพิ่งจะสองขวบหรือ?” ชายหนุ่มใบหน้าสิวหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
ชายวัยกลางคนอีกคนตบไหล่เด็กหนุ่ม แล้วเอ่ยติดตลกว่า “ยังไม่ก้าวไปข้างหน้าแล้วเรียกพ่อตาอีกหรือ?”
เด็กหนุ่มหน้าตาดีหัวเราะแห้งๆ
หลี่เอ้อร์หลินถูกผู้เฒ่าหวังและหวังจื้อพาไปยังลานบ้านแถวที่สอง ถึงได้รู้ว่าที่แท้บ้านแถวแรกของตระกูลหวังก็ถูกรื้อออกไปเพื่อสร้างเป็เรือนอิฐ คนตระกูลหวังอาศัยในบ้านแถวที่สองเป็การชั่วคราว
เมื่อหลิวซื่อและจางซื่อรู้ข่าว ก็พาสามพี่น้องกลับมาจากบ้านของคนในตระกูลเพื่อพบหลี่เอ้อร์หลิน
“ข้าจะไปทําอาหารให้พี่ชายบ้านดอง” หลิวซื่อแสดงความรักและขอบคุณที่มีต่อหลี่ชิงชิงในการต้อนรับของหลี่เอ้อร์หลิน
นางทำอาหารให้หลี่เอ้อร์หลินด้วยตัวเอง และให้หวังจื้อไปซื้อเนื้อกับสุราที่ตําบล
ในตอนที่ซื่อจางไปช่วยก่อไฟที่ห้องครัวนั้น นางเห็นปลาลิ่นหลายตัววางอยู่ในกะละมังไม้ ได้ยินว่าเป็หลี่เอ้อร์หลินนำมา สักพักก็เห็นบุตรสาวสามคนถือตั๊กแตนสานเล่นอยู่ในมือ ได้ยินว่าหลี่เอ้อร์หลินเป็คนสานเอง ในใจพลันเกิดความรู้สึกประทับใจต่อหลี่เอ้อร์หลินยิ่ง
ขณะที่หลิวซื่อแม่สามีลูกสะใภ้ทําอาหาร ผู้เฒ่าหวังก็เล่าเื่ที่หลี่ชิงชิงทําตอนอยู่ในบ้านตระกูลหวังพร้อมใบหน้าที่บานเป็กระด้ง หลังจากที่หลี่เอ้อร์หลินได้ยินแล้ว ในใจพลันรู้สึกสงสัยยิ่งว่า นี่คือหลี่ชิงชิงน้องสาวของเขาใช่หรือไม่?
“หวังเฮ่าของบ้านพวกข้าโชคดีจริงๆ ที่ได้แต่งงานกับชิงชิง” ผู้เฒ่าหวังเอ่ยอย่างซาบซึ้งใจมามากกว่าหนึ่งครั้ง
หลี่เอ้อร์หลินเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “นี่เป็โชคชะตาของพวกเขาสองคนขอรับ”
“ใช่ โชคชะตา!” ผู้เฒ่าหวังตบมือหนึ่งที หัวเราะฮ่าๆ กล่าว “คู่สร้างคู่สม โชคชะตานำพาทั้งคู่ให้มาพบกัน!”
เสียงของหลิวซื่อทั้งสูงและดัง “เ้ากินรองท้องไปก่อน รอหวังจื้อกลับมาจากตำบล ข้าจะทําอาหารให้เ้ากิน”
หลี่เอ้อร์หลินถือชามไข่ต้มด้วยสองมือ นับจำนวนไข่ไก่ได้หกฟองเต็มๆ นี่พอที่จะขายได้ห้าเหรียญทองแดงแล้ว ตระกูลหวังเกรงใจมากไปแล้วจริงๆ
แต่เขาก็หิวมากแล้วเช่นกัน อีกทั้งยังไม่ได้มามือเปล่า ดังนั้นจึงกินไข่ต้มทั้งหกฟองในรวดเดียว ตัวเขาไม่ได้กินอาหารเช่นนี้มาหลายปีแล้ว ช่างมีความสุขมากจริงๆ
จากนั้นไม่นานหลิวซื่อก็นําขนมและผลไม้แห้งมาอีก กล่าวว่านี่เป็ของที่เซียงเยวี่ยไจ๋มอบให้หลี่ชิงชิง นำมาให้หลี่เอ้อร์หลินกิน
รอจนหวังจื้อกลับมา หลิวซื่อก็ทำหมูผัดพริกหนึ่งชามใหญ่ ตักข้าวครึ่งชาม ให้หลี่เอ้อร์หลินกินคนเดียว
ในปากของหลี่เอ้อร์หลินเต็มไปด้วยเนื้อ เขามีความสุขจวนจะหลั่งน้ำตาแล้ว เขาเคยไปที่บ้านสามีของหลี่หงหงและหลี่หลานหลาน การต้อนรับขับสู้ดีไม่เท่าบ้านสามีของหลี่ชิงชิงเลย
เขากินจนอิ่มมากเกินไป รู้สึกกระสับกระส่ายเล็กน้อย และยังตื่นเต้นดีใจมาก จึงเดินไปรอบๆ รอให้อาหารย่อย แล้วเป็ฝ่ายเรียกร้องขอช่วยทำงาน
ในตอนแรกคนตระกูลหวังไม่เห็นด้วย ครั้นเห็นว่าหลี่เอ้อร์หลินยืนกรานที่จะทํางานให้ได้ จึงให้เขาเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าขาดของหวังจื้อ แล้วให้ช่วยสร้างเรือนอิฐกับทุกคน
ยามพลบค่ำ หลี่เอ้อร์หลินกินข้าวร่วมกับทุกคน เมื่อถึงตอนกลางคืนก็อาบน้ำพร้อมกับหวังจื้อ และนอนห้องเดียวกันกับหวังจื้อ
“นี่เป็ห้องของน้องเล็กข้า ครอบครัวข้าไม่วางใจที่น้องสะใภ้เดินทางไกล จึงให้น้องเล็กของข้าไปกับน้องสะใภ้” หวังจื้อคุ้นเคยกับหลี่เอ้อร์หลินแล้ว คำพูดจึงมีมากขึ้น
“ครอบครัวพวกท่านดีกับน้องสาวข้า” เดิมทีหลี่เอ้อร์หลินอยากถามเื่สูตรไข่เค็ม แต่เมื่อไตร่ตรองแล้ว เื่นี้คงต้องถามหลี่ชิงชิง เขาจึงเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ
หวังจื้อเอ่ยว่า “น้องสะใภ้ดีกับครอบครัวของพวกข้า”
อย่าว่าแต่หมู่บ้านหวัง ในรัศมีรอบนอกหลายสิบลี้ จะมีลูกสะใภ้คนใดที่เพิ่งแต่งงานได้ไม่ถึงสองเดือน ก็ออกเงินครึ่งหนึ่งเพื่อสร้างบ้านและซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้บ้านสามีบ้าง?
หลี่เอ้อร์หลินเอ่ยถามเสียงเบา บ้านท่านมีที่ดินกี่หมู่หรือ?
ครั้งที่แล้วที่มาส่งตัวเ้าสาวในหมู่บ้านหวัง เขารีบร้อนไม่ได้มองให้ละเอียด ตอนที่มาวันนี้ได้สังเกตดูแล้ว หมู่บ้านหวังมีที่ดินค่อนข้างเยอะทีเดียว
“มีที่ดินสิบหมู่” หวังจื้อกล่าวอีกว่า “น้องสะใภ้ซื้อที่ดินสองหมู่ หากรวมกับที่ดินของนางก็เป็สิบสองหมู่”
“น้องสาวข้ายังซื้อที่ดินด้วยหรือ?” หลี่เอ้อร์หลินแปลกใจอีกครั้ง สำหรับเขาแล้ว เรือนอิฐและเสื้อผ้าชุดใหม่ล้วนไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่ที่ดินที่เกี่ยวข้องกับเสบียงอาหาร เกี่ยวข้องกับความอิ่มท้องต่างหาก ถึงจะเป็สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง...
-----------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] สมัยโบราณมีการนับอายุที่เรียกว่า “อายุลวง (虚岁)” โดยจะนับอายุั้แ่เด็กอยู่ในครรภ์ เมื่อเด็กคลอดออกมาก็จะถือว่ามีอายุ 1 ปีทันที หลี่เอ้อร์หลินบอกว่าลูกสาวคนเล็กอายุ 2 ขวบ ก็คือการนับอายุแบบอายุลวง
