“ถามจริง? พ่อหนุ่มเฉินเฟิงผู้ไม่เคยเหลียวแลสาวๆ คนไหนเลยอะนะ” หลิ่วอีอีพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันระคนขุ่นเคืองใจ
“ที่ชวนฉันไปเที่ยวเนี่ย ไม่กลัวแม่ดาวมหาลัยจ้าวฉินเสวียนั่นจะหึงเอาเหรอ?”
“มื้อดึกครั้งนี้เป็จ้าวฉินเสวียนั่นแหละที่เป็คนออกปากชวนฉันแทนฮูอวี่!”น้ำเสียงและรอยยิ้มเฉินเฟิงเย็นะเื “ไม่งั้นเธอคงไม่มีทางชวนฉันไปหรอก”
หลิ่วอีอีตอบรับคำเชิญในทันที นอกจากนี้ยังจับได้ว่าเฉินเฟิงไม่มีเงินแม้แต่จะกินข้าวเย็น เธอจึงชวนเขาไปกินมื้อใหญ่ที่โรงอาหาร
หลังจากพูดคุยระหว่างมื้ออาหารในโรงอาหารมหาวิทยาลัยกว่าสองชั่วโมง หลิ่วอีอีเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะรีบพูดขึ้นว่า
“สองทุ่มครึ่งแล้วนะ ไม่ใช่ว่าเราต้องรีบไปมื้อดึกที่ฮูอวี่กับจ้าวฉินเสวียชวนเหรอ? ฉันเล่นเป็แฟนปลอมๆ ให้นายได้นะ”
“งั้นก็ไปกัน ขอบคุณสำหรับมื้อเย็น คุยกับเธอสนุกมากจริงๆ” เฉินเฟิงกล่าวขอบคุณจากใจจริง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉินเฟิงและหลิ่วอีอีมาถึงห้องอาหารส่วนตัวห้องเดิม ร้านเดียวกับที่เกิดเื่เมื่อคืนวาน
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เป็เวลาสามทุ่มแล้ว แต่ฮูอวี่กับจ้าวฉินเสวียกลับยังมาไม่ถึง
เป็คนชวนมาแท้ๆ ดันมาสายเองแบบนี้ได้ไง
นิสัยเสียจริงๆ
หลังจากรอนานถึงสิบห้านาที ในที่สุดก็ได้ยินเสียงเหยียบเบรครถเฟอร์รารี่จากด้านนอกร้าน
จากนั้นไม่นาน ฮูอวี่ก็เดินโอบเอวจ้าวฉินเสวียเข้ามาในร้านอย่างมีสไตล์
กระทั่งเดินถึงหน้าห้องอาหารส่วนตัว ฮูอวี่ปล่อยเอวเพื่อให้จ้าวฉินเสวียเดินเข้าไปก่อน แล้วตัวเขาจึงเดินตามเข้าไป
เมื่อจ้าวฉินเสวียเดินเข้าไปในห้องอาหาร พบว่าเฉินเฟิงไม่ได้สนใจเธอเลย เขาคุยกับหลิ่วอีอีด้วยท่าทีสบายๆ โดยไม่สนใจอะไรเธอด้วยซ้ำ
จ้าวฉินเสวียชอบสายตาและคำเยินยอจากผู้คน นั่นจึงทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจที่เห็นเฉินเฟิงทำตัวเฉยชากับเธอ
เธอผงะไปชั่วครู่ แต่มันก็รู้สึกดีเหมือนกันที่เมื่อคืนเธอตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะเลือกฮูอวี่เ้าของรถเฟอร์รารี่
ตัดสินใจถูกแล้วจริงๆ !
“มาถึงเร็วจังนะ อ้าว...เฉินเฟิง นั่นสาวสวยจากห้องพี่อวี่ไม่ใช่เหรอ คนที่สวยอันดับสองรองจากดาวมหาลัย หลิ่วอีอี ใช่ไหม?” แต่ละคำของจ้าวฉินเสวียอาบด้วยยาพิษ เมื่อสังเกตเห็นว่าหลิ่วอีอีแต่งหน้าเยอะเป็พิเศษ จึงไม่พลาดโอกาสพูดเสียดสี
“ลมอะไรพัดมามิทราบ? จำไม่เห็นได้ว่าชวนเธอมาด้วย!”
“เธอคือแฟนใหม่ฉันเอง ไหนๆ เธอกับฮูอวี่ก็เชิญฉันมางานเลี้ยงหงเหมิน [1] อยู่แล้ว ฉันพาหลิ่วอีอีมาด้วยก็ไม่น่าแปลกอะไรนะ” เฉินเฟิงตอบกลับอย่างเป็ธรรมชาติ เขาไม่แค่พูดเฉยๆ มือข้างหนึ่งก็โอบเอวบอบบางของหลิ่วอีอีพร้อมหอมแก้มเบาๆ ด้วย
หลิ่วอีอีไม่ได้แสดงท่าทางขัดขืน อีกทั้งยังเล่นอีกด้วย ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อ แล้วเธอก็ซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดของเฉินเฟิง
ได้มีโอกาสเริ่มชีวิตใหม่แบบนี้ เฉินเฟิงจะปล่อยให้คู่รักน่ารังเกียจนี่มาหักหน้าเขาได้อีกเหรอ?
ไม่มีวัน!
เขาต้องชิงลงมือก่อน เปิดก่อนได้เปรียบ!
เมื่อเห็นเช่นนี้ จ้าวฉินเสวียรู้สึกราวกับหน้าถูกจิกไปถูพื้นด้วยฝีมือเฉินเฟิงกับหลิ่วอีอี สำหรับเธอนี่เป็การตบหน้าฉาดใหญ่
“เฉินเฟิง ความอดทนที่เคยมีหายไปไหนหมดแล้ว? นายมันก็ไม่ต่างกับผู้ชายคนอื่นๆ ที่ตามจีบฉันแค่ปีสองปีแล้วก็ยอมแพ้” จ้าวฉินเสวียตีโพยตีพาย “เดิมทีฉันวางแผนไว้ว่าชวนนายมาวันนี้เพื่อชดเชยเื่ที่เราพลาดไปที่งานเลี้ยงวันเกิดเมื่อคืนวาน ฉันเตรียมจะบอกคนอื่นๆ ว่านายเป็แฟนฉันเมื่อตอนที่นายสร่างเมาแล้ว! แต่ดูการกระทำนายตอนนี้แล้ว น่าผิดหวัง…”
สีหน้าฮูอวี่ที่เดินตามเข้ามาเผยให้เห็นถึงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
ครั้งหนึ่งเขาเคยตามจีบหลิ่วอีอี แต่เธอกลับปฏิเสธเขาอย่างไม่ไยดี
มาวันนี้ หลิ่วอีอีคนนั้นกลับยอมให้เฉินเฟิงโอบกอด คนที่เขาเกลียดที่สุด แล้วยังยอมให้มันหอมแก้มอีก!
ฮูอวี่อยากพุ่งเข้าไปต่อยตีเฉินเฟิงตอนนี้เลย
แล้วหลังจากนั้น เขาจินตนาการถึงการได้โอบกอดสองสาวงามต่อหน้าเฉินเฟิง คนหนี่งคือคนที่เฉินเฟิงรัก และอีกคนคือคนที่แอบชอบเฉินเฟิง เขาจินตนาการเพ้อถึงการสวมบทเป็หนึ่งัหยอกล้อสองฟินิกซ์
สำหรับฮูอวี่ แท้จริงแล้วใน่สองปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยมีใครมาชอบหรือชอบใครเลย!
สิ่งที่มีก็เป็เพียงความรู้สึก้าสองสาวงามของหมหาวิทยาลัยอย่างจ้าวฉินเสวียและหลิ่วอีอีเท่านั้น ซึ่งทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกับเฉินเฟิง
“เฉินเฟิง พี่ชายสกุลฮูของนายคนนี้คอยช่วยผลักดันนายมาตลอดสามปีนะ!” แต่ด้วยสถานะชื่อเสียงดีๆ ของเฉินเฟิง ฮูอวี่ยังจำต้องกัดฟันใส่หน้ากากพูดด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด
“ไม่เคยคิดเลยว่านายจะมายอมแพ้ตอนเข้าด้ายเข้าเข็มแบบนี้ ความจริงใจของฉินเสวียที่มีให้กลับสูญเปล่า”
ได้ยินเช่นนี้ ความรู้สึกขยะแขยงก็ไต่ขึ้นบนตัวเฉินเฟิงอย่างรวดเร็ส เขาพ่นน้ำชาที่เพิ่งดื่มออกมากระเด็นไปโดนเต็มใบหน้าของฮูอวี่กับจ้าวฉินเสวีย
ทั้งคู่คงไปค้างคืนด้วยกันที่โรงแรมแล้ว และน่าจะไม่ได้นอนกันทั้งคืน
น่าขยะแขยงจริง!
แต่ไม่นาน ภาพที่น่าสับสนยิ่งกว่ากำลังรอเฉินเฟิงอยู่
เมื่อถูกพ่นน้ำชาใส่หน้า ทั้งสองกลับไม่แสดงท่าทางโกรธเคืองอะไร
กลับกัน หลังจากเช็ดน้ำชาที่เปื้อนอยู่บนใบหน้าจนหมด ทั้งสองกลับเดินแยกไปนั่งเก้าอี้ที่ห่างออกไป โดยไม่แสดงท่าทางโกรธเกลียดเลย
เฉินเฟิงเข้าใจได้ในทันที
ทั้งคู่กำลังสวมบทเป็ผู้เคราะห์ร้ายถูกรังแก
สองคนนี้ตั้งใจจะวางตัวให้ดูมีศีลธรรม เตรียมพร้อมป่าวประกาศเื่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พรุ่งนี้!
เพราะเมื่อคืน เฉินเฟิงถูกฮูอวี่มอมเหล้าค่อนข้างเร็ว
ทั้งสองคงคิดว่าเฉินเฟิงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อคืน
เื่ที่ว่าไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืนก็เป็แค่คำพูดของฮูอวี่คนเดียว
ส่วนเฉินเฟิงก็ไม่มีทางเชื่ออยู่แล้วว่าด้วยสภาพร่างกายอย่างฮูอวี่จะอยู่ทั้งคืนไหวจริงๆ
แต่เฉินเฟิงก็ค่อนข้างมั่นใจว่าทั้งสองได้ทำเื่อย่างว่ากันไปแล้ว
แต่ยังไงเขาก็ขอเลือกพิสูจน์ให้เห็นกับตา แล้วหาหลักฐานมัดตัวสองคู่รักเฮงซวยแน่นๆ ไปเลยดีกว่า
ในเมื่อพวกแกอยากจะเล่นเกม ได้เลย เฉินเฟิงคนนี้จะเล่นด้วยจนจบ!
มาอ่านหนังสือบนหลังลา [2] งั้นก็ไปให้สุดทางด้วยกันนี่แหละ จะได้เห็นดีกัน!
“งานเลี้ยงอำลาครั้งนี้มีแค่อาหารกับเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่ต้องคุยกัน ฉันเลี้ยงเอง!”
จ้าวฉินเสวียพูดขึ้นในขณะที่เธอสั่งอาหาร
ทั้งสี่นั่งเงียบ ไม่มีการพูดคุยกันแต่อย่างใด ต่างคนต่างกินอาหารพร้อมดื่มไวน์แดงไม่ส่งเสียง
ในระหว่างนี้เฉินเฟิงสังเกตเห็นโดยไม่ได้ตั้งใจ ระหว่างจ้าวฉินเสวียซึ่งเป็รักแรกของเขากับพี่ชายเคยแสนดีฮูอวี่นั้นแอบส่งสายตาให้กันโดยไม่ให้เขารู้
เฉินเฟิงรู้สึกเสียใจเป็อย่างยิ่ง เกิดความสงสัยว่าทำไมในชาติก่อนเขามายึดติดกับจ้าวฉินเสวียมากขนาดนั้นได้ยังไง
น่าขำ ตอนนั้นถึงแม้เธอจะสวมเขา และทำให้เขาดูเป็คนโง่ แต่เขากลับยังรักเธออยู่
หลังจากทุกคนกินอาหารของตนเองจนหมด จ้าวฉินเสวียจึงจ่ายค่าอาหารซึ่งเป็ครั้งแรกในรอบสามปีให้
“พรุ่งนี้เป็วันรับปริญญาของพวกรุ่นพี่ หวังว่าตัวสำรองคนที่สิบสามของฉันอย่างนายกับหลิ่วอีอีแฟนสาวจอมปลอมที่ใช้มาหักหน้าฉันจะไปร่วมพิธีด้วยนะ”
หลังจากจ่ายค่าอาหารเสร็จ จ้าวฉินเสวียส่งยิ้นเย็นะเืให้เฉินเฟิงกับหลิ่วอีอี
“ฉันหวังจริงๆ นะว่าพวกเธอจะสละเวลามาสักหน่อย ฉันเตรียมเซอร์ไพรส์ไว้ให้แล้ว บอกเลยว่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเมื่อคืนหรือคืนนี้แน่!”
เมื่อเธอพูดจบ ฮูอวี่โอบเอวจ้าวฉินเสวียโดยไม่รีรอ แล้วเดินออกจากห้องอาหารส่วนตัวไป
เฉินเฟิงมองร่างทั้งคู่ค่อยๆ ห่างออกไป และกำหมัดแน่นอีกครั้ง
ปลายเล็บเจาะลึกเข้าฝ่ามือ ลึกเสียจนเืไหล!
เชิงอรรถ
[1] งานเลี้ยงหงเหมิน เป็สำนวนที่มีความหมายว่า การวางแผนเพื่อทำร้ายอีกฝ่ายโดยที่อีกฝ่ายไม่มีทางเลือก
[2] อ่านหนังสือบนหลังลา เป็สำนวนจีนคล้ายๆ กับายังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร หมายถึงให้รอดู หรือรอให้มั่นใจในผลลัพธ์เสียก่อนที่จะเสียใจหรือดีใจ