“คิดแย่งข้าหรือ” ชายหน้ากากรากษสได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะลั่น “อย่าหาว่าข้าไม่เตือน ข้าเป็ผู้ฝึกตนระดับสามดารา ขอแนะนำให้เ้ารู้จักที่ต่ำที่สูงเสียเถิด รีบยอมแพ้แต่โดยดีซะ!”
“อะไรนะ...” เมื่อได้ยินว่าฝีมือของอีกฝ่ายเหนือกว่าตนเองมาก ลู่เต้าก็เริ่มลังเล
“ใจเย็นๆ อีกฝ่าย ‘โกหกระดับฝึกตน’” ไป๋เสียรีบเอ่ยปลอบ “เขากำลังโอ้อวด”
หลังจากััพลังิญญาของอีกฝ่ายแล้ว เขาก็กล่าวต่อ “ไม่แข็งแกร่งไปกว่าเ้าเท่าใดนัก ประมาณระดับยอดฝีมือหนึ่งดารา”
ลู่เต้ามองผู้ฝึกตนที่นอนสลบอยู่ เรือที่ถูกทำลาย และพื้นดินที่พังทลาย เขารู้สึกผิดในใจเล็กน้อย “แต่ท่าไม้ตายพ่นวายุของเขานี่ไม่ใช่เื่เล่นๆ นะ! ถ้าโดนเข้าไปคงลุกไม่ขึ้นแน่”
“แบบนี้ถึงจะมีความท้าทายมิใช่หรือ หากเ้าชนะเ้าเด็กแซ่หวังนั่นได้ง่ายๆ จะมีความหมายอันใดกัน”
“ก็ได้” ลู่เต้าตั้งท่าหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ใช้ ‘กรงเล็บพิษ’ ที่เพิ่งเรียนรู้มาได้ไม่นาน หลังจากนั้นไม่กี่วินาที ปลายนิ้วทั้งสิบก็ถูกปราณสีดำห่อหุ้มเอาไว้
ฮู่...
เช่นเดียวกับตอนล่าสัตว์ตามปกติ ลู่เต้าพ่นลมหายใจแรงๆ เพื่อให้ตัวเองสงบลง จากนั้นจึงเบิกตากว้างด้วยดวงตาของเขาที่ดูคมกริบทันใด
“ข้าจะลองดูว่าพ่นวายุของแคว้นกิเลนนั้นร้ายกาจแค่ไหน”
“กรงเล็บพิษ...เป็ของสำนักพิษหรือ” ชายหน้ากากรากษสขมวดคิ้วภายใต้หน้ากาก เพราะความโเี้ของสำนักนี้และความเ้าคิดเ้าแค้นของแคว้นกิเลนนั้นเลื่องลือไปทั่วทั้งยุทธภพ
อาวุธลับอาบยาพิษนานาชนิดทำให้ผู้คนตั้งรับไม่ทัน ถึงแม้จะหลบได้อย่างหวุดหวิด ก็ต้องระวังไม่ให้ถูกกรงเล็บพิษที่ฝึกฝนด้วยพิษร้ายแรงของพวกเขาทำร้าย มิเช่นนั้นแม้แต่าแถลอกเพียงเล็กน้อยก็อาจถึงแก่ชีวิต
ชายหน้ากากรากษสแค่นหัวเราะเบาๆ คิดในใจ “ขอเพียงรักษาระยะห่าง เมื่ออยู่ต่อหน้าพ่นวายุของข้า อาวุธลับก็ไร้ค่า!”
เขาใช้พลังิญญาพองแก้มทั้งสองข้างอีกหน แล้วพ่นลมปราณใส่ลู่เต้า ครั้งนี้ลู่เต้าฉลาดขึ้นแล้ว เขารู้ว่ากระบวนท่านี้มักพุ่งตรงเข้ามา จึงคาดการณ์ตำแหน่งจากปากของชายหน้ากากรากษส และเตรียมหลบั้แ่เนิ่นๆ
ลู่เต้าหลบกระแสลมปราณได้อย่างง่ายดาย แต่ยังไม่ทันได้ดีใจ เพียงไม่กี่วินาทีก็มีลมปราณพุ่งเข้าใส่หน้าเขาอีกครั้ง
ลู่เต้าอุทานด้วยความใ “อะไรกัน!”
นึกไม่ถึงว่าชายหน้ากากรากษสจะใช้พ่นวายุต่อเนื่องได้ ขณะที่ลู่เต้ากำลังตั้งหลักหลังจากหลบการโจมตีครั้งแรก เขาก็ใช้พ่นวายุใส่ลู่เต้าอีกครั้ง!
กว่าลู่เต้าจะรู้สึกตัว กระแสลมปราณก็มาถึงตรงหน้าและะเิขึ้นอย่างกะทันหัน ฝุ่นควันที่ตลบอบอวลไปทั่วปกคลุมร่างของลู่เต้าเอาไว้
ชายหน้ากากรากษสเปลี่ยนคุณสมบัติของปราณเล็กน้อยตอนใช้พ่นวายุครั้งที่สอง ลู่เต้าจึงตั้งรับไม่ทัน
เมื่อฝุ่นควันจางหายไป ลู่เต้าก็ปรากฏตัวขึ้น แม้ว่าจะดูเหมือนไม่เป็อะไร แต่แขนซ้ายของเขาก็าเ็ตอนป้องกันแรงะเิไป จึงขยับไม่ได้ไปชั่วขณะหนึ่ง
นั่นก็คือในกระบวนท่าต่อไป ลู่เต้าเหลือแขนที่ใช้การได้เพียงข้างเดียว สถานการณ์ไม่ดีสำหรับเขายิ่งนัก
เมื่อเห็นเช่นนั้น ชายหน้ากากรากษสก็แสร้งทำเป็ใจกว้าง “เหลือแขนข้างเดียวแล้วยังไม่ยอมแพ้อีกหรือ หากเ้ายอมสละทะเลสาบัทมิฬไปล่าสัตว์ที่ป่าผีคร่ำครวญก็ยังมีโอกาสชนะได้อยู่”
“ไม่ได้...ข้าสัญญากับคนอื่นไว้แล้วว่าจะใช้ปลากระดี่มุกดำช่วยให้นางผ่านการแข่งขัน” แขนของลู่เต้าไม่เชื่อฟังและปวดแปลบ ทว่าเขาก็ยังคงกัดฟันไม่ยอมอ่อนข้อ “ยิ่งไปกว่านั้น...”
ลู่เต้ายกมือขวาที่ยังใช้การได้ขึ้นมา แล้วชูนิ้วก้อยใส่ชายใส่หน้ากากรากษสอย่างเยาะเย้ย “จัดการเ้า ใช้แค่นิ้วเดียวก็พอ ไม่ต้องใช้ถึงสองมือหรอก!”
“หึ” รอยยิ้มบนใบหน้าชายหน้ากากรากษสหายไป เขาเอ่ยด้วยความโกรธ “ปากดีนักใช่หรือไม่ อย่าหาว่าข้าไม่ปรานีก็แล้วกัน!”
ชายหน้ากากรากษสสูดหายใจเข้าลึกๆ ทันใดนั้น หน้าอกของเขาก็พองขึ้นเหมือนคางคก ลู่เต้ารู้สึกได้ว่าปราณในร่างของอีกฝ่ายกำลังรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว เท้าพลันถีบตัววิ่งหนีโดยไม่ลังเล
ในฐานะนายพราน ลู่เต้ารู้ดีกว่าใครๆ ว่าการเล็งเป้าหมายที่กำลังเคลื่อนที่นั้นเป็เื่ยากเพียงใด
ปังๆๆ
กระแสลมปราณที่พลาดเป้าหมายพุ่งผ่านเื้ัลู่เต้าไป พื้นดินด้านหลังพังทลาย หินกระจัดกระจาย ฝุ่นควันตลบ
ถึงแม้ท่านี้จะมีพลังมหาศาล แต่ความแม่นยำกลับต่ำมาก หากผู้ฝึกตนตั้งใจจะหลบก็แทบจะโดนยาก
เพื่อชดเชยข้อบกพร่องของท่านี้ ชายหน้ากากรากษสจึงเลือกใช้พ่นวายุยิงต่อเนื่องกัน
หลังจากยิงไปประมาณห้าหกครั้ง ปราณของเขาก็หมดลง ทันใดนั้นก็ไออย่างรุนแรงและหยุดยิงไป
“เป็อย่างที่คิดจริงๆ” ลู่เต้าคิดในใจ “ท่าไม้ตายที่ทรงพลังเช่นนี้ต้องใช้ปราณมหาศาล และส่งผลกระทบต่อร่างกายเป็แน่”
ถึงแม้ข้อบกพร่องหนึ่งจะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ก็เกิดปัญหาอื่นขึ้นมาอีกนั่นคือ ชายหน้ากากรากษสต้องมีปราณมากเพียงพอที่จะใช้ท่านี้ได้ต่อเนื่อง
แต่จากผลลัพธ์แล้วเห็นได้ชัดว่าชายหน้ากากรากษสไม่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขนี้
“น่าสนใจ...มีคนไม่มากนักที่ทำให้ข้าต้องใช้พ่นวายุจนหมด” ชายหน้ากากรากษสเช็ดมุมปากพลางเผยอยิ้มร้ายกาจ “แต่เ้าคิดว่าเื่นี้จะจบลงแค่นี้หรือ”
เขารีบหยิบห่อกระดาษสีเหลืองออกมาจากอก เมื่อเปิดออกก็มียาเม็ดสีน้ำตาลขนาดเท่าลูกลองกองวางอยู่ข้างในหลายเม็ด
ชายหน้ากากรากษสยิ้มเยาะแล้วหยิบยาเม็ดที่มีกลิ่นแรงใส่ปาก ก่อนกัดลงไปอย่างแรง
รสขมแผ่ซ่านไปทั่วปลายลิ้น เขาขมวดคิ้วแน่น แล้วเคี้ยวยาเม็ดนั้นจนละเอียดก่อนกลืนลงไป ความอบอุ่นค่อยๆ ซาบซ่านไปทั่วร่าง
ไม่นาน ปราณของชายหน้ากากรากษสก็ฟื้นตัวขึ้นมาในระดับหนึ่ง เขากลับมาใช้พ่นวายุใส่ลู่เต้าได้อีกครั้ง!
“ไม่นะ! ยังมีวิธีสู้แบบไร้ยางอายแบบนี้อีกหรือ” ลู่เต้ารีบวิ่งหนีสุดกำลัง
“หนีไป หนีไป ข้าคอยดูว่าเ้าจะหนีไปได้นานแค่ไหน!” ชายหน้ากากรากษสยิงพ่นวายุต่อเนื่อง คิดในใจอย่างยินดี “ข้ามียาบำรุงปราณแบบนี้ถมเถไป!”
เมื่อปราณหมด ชายหน้ากากรากษสก็จะกินยาฟื้นฟูเพื่อยืดเยื้อการต่อสู้ออกไป
ลู่เต้าเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วดุจวานร เขาะโไปมา ชายหน้ากากรากษสยิงพ่นวายุไปหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีครั้งไหนโดนเขาเลย
ชายหน้ากากรากษสเริ่มหมดความอดทน เขาคิดจะยิงเรือที่เหลืออีกลำให้จมลงไป แล้วจบเื่นี้เสียที
เขาจึงไม่สนใจลู่เต้า หันไปพองแก้มเตรียมยิงเรือลำเล็ก
ลู่เต้าไม่เข้าใจพฤติกรรมบ้าคลั่งของอีกฝ่าย เขาะโห้าม “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
โดยไม่รู้ตัว เขาก็ชะลอฝีเท้าลง แต่ชายหน้ากากรากษสกลับหันหน้ากลับมายิ้มเยาะใส่ลู่เต้า
ชายหน้ากากรากษสรู้ดีว่าลู่เต้าไม่ยอมให้เขาทำลายเรือลำสุดท้าย จึงใช้โอกาสนี้ล่ออีกฝ่ายให้เผยช่องโหว่ แล้วเล็งเป้ายิงออกไป
ลู่เต้าที่พุ่งเข้าใส่พ่นวายุพอดี เมื่อเห็นว่าหลบไม่พ้น ก็กัดฟันสู้ ยกมือขวาที่ใช้กรงเล็บพิษขึ้นมาจู่โจมใบหน้าของอีกฝ่าย
ทั้งสองต่างออกกระบวนท่าโจมตี พ่นวายุที่ชายหน้ากากรากษสใช้พลังทั้งหมดพลาดเป้าหมายอีกครั้ง ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความชื้นบนใบหน้า เมื่อเอื้อมมือไปััก็พบว่ามีาแบนแก้ม
ส่วนลู่เต้าที่พุ่งเข้าไปด้วยแรงมหาศาลก็ใช้พลังอย่างมากเพื่อตั้งหลักร่างกาย เมื่อหันกลับไปมอง ก็พบว่าตนเองใช้กรงเล็บพิษทำร้ายอีกฝ่ายได้สำเร็จ เขาร้องลั่นอย่างดีใจ “สำเร็จแล้ว!”
ชายหน้ากากรากษสเพียงแค่หันหลังก้าวเท้าไปหนึ่งก้าว ก็ััได้ว่าปราณในเส้นชีพจรไหลเวียนผิดปกติ ปราณในอกปั่นป่วน เขากระอักเืสีดำออกมา
“เ้าทำอะไรข้า!” ชายหน้ากากรากษสถามอีกฝ่ายด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
พิษของกรงเล็บพิษที่ลู่เต้าดูดซับมาจากเจี่ยเหยียนอันนั้นเหมือนกับพิษเจ็ดก้าวมรณา ดังนั้นเขาจึงเริ่มนับถอยหลังให้อีกฝ่าย
“ก้าวที่หนึ่ง”
