อาหวงพบอาไป๋ในจุดที่ห่างออกไปเล็กน้อย หลิวจือเยี่ยนและต้าเหอก็นอนอยู่ไม่ไกลจากอาไป๋
ไม่รู้ว่ากระเด็นมาถึงนี่ได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่อาหวงคงยากที่จะหาเจอ
หลี่ชิงหลิงขอให้อาหวงและหลี่ชิงเฟิงไปปลุกอาไป๋ ในขณะที่นางและหลิวจือโม่วิ่งไปหาหลิวจือเยี่ยนและต้าเหอ
"เสี่ยวเยี่ยน ต้าเหอ ตื่นเร็ว ตื่น..."
ทั้งสองะโอยู่นาน หลิวจือเยี่ยนและต้าเหอจึงลืมตาขึ้นช้าๆ เมื่อพวกเขาเห็นหลี่ชิงหลิงและหลิวจือโม่ ตาของพวกเขาก็เปลี่ยนเป็สีแดง
ถ้าอาไป๋ไม่ช่วยผลักจากด้านหลังละก็ พวกเขาคงถูกฝังไปแล้วจริงๆ
“อาไป๋ล่ะ อาไป๋เป็ยังไงบ้าง” หลิวจือเยี่ยนและต้าเหอถามพร้อมกัน
"เสี่ยวเฟิงไปดูอาไป๋แล้ว ไม่รู้ว่าสภาพเป็ยังไง แล้วพวกเ้าละ าเ็ไหม” หลี่ชิงหลิงอยากพยุง แต่กลัวมีตรงไหนาเ็จึงไม่กล้าแตะตัว
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ชิงหลิง หลิวจือเยี่ยน และต้าเหอจึงเพิ่งนึกถึงตัวเอง ลุกขึ้นสำรวจ นอกจากแผลถลอกที่มือกับเข่าแล้ว ไม่มีอะไรร้ายแรง
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลี่ชิงหลิงและหลิวจือโม่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่พวกเขาไม่เป็อะไร
หลี่ชิงหลิงยิ้มเล็กน้อย ลูบหัวพวกเขาเบาๆ “ไปกันเถอะ ไปดูว่าอาไป๋เป็ยังไงบ้าง" พูดจบก็เดินนำไปทางอาไป๋
ไปถึงก็รีบถามหลี่ชิงเฟิงว่าอาไป๋เป็อย่างไร
หลี่ชิงเฟิงเช็ดน้ำตาและพูดด้วยเสียงแหบแห้งว่า "ขาของอาไป๋ถูกหินก้อนใหญ่ทับ" เห็นอาไป๋เ็ปเช่นนี้ เขารู้สึกทรมานใจมาก
สิ้นเสียง ตาของหลิวจือเยี่ยนและต้าเหอก็เปลี่ยนเป็สีแดงเรื่อ ถ้าอาไป๋ไม่ได้พยายามช่วยชีวิตพวกเขาก็คงไม่ได้รับาเ็
เมื่อเห็นอาไป๋คร่ำครวญด้วยความเ็ป พวกเขาก็รู้สึกเศร้ามาก
"อย่าร้องไห้ ลูกผู้ชายร้องทำไม" หลี่ชิงหลิงเหลือบมองพวกหลี่ชิงเฟิง จากนั้นหันไปมองอาหวง "อาหวง นอนลง เราจะวางอาไป๋ไว้บนหลัง ให้เ้าแบกมันกลับไป” ทันทีที่พูดจบนางก็ขมวดคิ้ว บ้านของพวกเขาถูกฝังอยู่ใต้โคลนแล้ว นางจะขอให้อาหวงแบกอาไป๋ไปไหน
นางรู้สึกว่าคนในหมู่บ้านจะไม่ยอมให้อาหวงและอาไป๋ไปที่บ้านแน่
แต่ตอนนี้อาไป๋ได้รับาเ็ หากตากฝนต่อเนื่อง าแจะยิ่งแย่ลง
เมื่อนึกแล้ว คิ้วเด็กสาวก็ขมวดแน่นยิ่งขึ้น
หลิวจือโม่บีบไหล่เพื่อให้นางผ่อนคลาย ก่อนจะหันไปหาผู้นำหมู่บ้าน
“ท่านปู่ผู้นำหมู่บ้าน หมู่บ้านของเรามีบ้านร้างไหม”
"จื่อโม่ เ้า… คิดจะไปอยู่หรือ” ผู้นำหมู่บ้านมองหลิวจือโม่พลางลอบถอนหายใจ และพูดต่อ "่นี้อยู่บ้านข้าไปก่อนเถอะ พอจะเบียดกันไหวอยู่”
หลิวจือโม่ส่ายหัว "ท่านปู่ผู้นำหมู่บ้าน ขอบคุณสำหรับความกรุณา พวกเรามีกันหลายคน คงไม่สะดวกที่จะอาศัยอยู่ในบ้านของท่าน" การใช้ชีวิตบ้านคนอื่นย่อมไม่สะดวกสบายเหมือนอยู่ในบ้านตนเอง
เมื่อเห็นท่าทีที่แน่วแน่ของหลิวจือโม่ ผู้นำหมู่บ้านก็ไม่บังคับอีก “บ้านเก่าของข้าไม่มีคนอยู่ ถ้าไม่รังเกียจที่มันเก่าหน่อยก็ไปอยู่ที่นั่นก่อนเถอะ!”
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณมากขอรับ” หลิวจือโม่ขอบคุณเขาอย่างซาบซึ้ง “ท่านปู่ผู้นำหมู่บ้านพาเราไปที่นั่นเลยได้ไหม” เขาไม่รู้จริงๆ ว่าบ้านเก่าของผู้นำหมู่บ้านอยู่ที่ไหน
“ดึกมากแล้ว จะรีบร้อนทำไม คืนนี้ค้างที่บ้านข้าก่อน แล้วพรุ่งนี้เช้าข้าจะพาไป”
ดึกมากแล้ว ตอนนี้ไปก็นอนไม่ได้ อีกทั้งเด็กๆ ก็ตัวเปียกโชกกันอีก ถ้าค้างแบบนี้คงป่วยแน่ๆ
เมื่อได้ยินความกังวลในน้ำเสียงของผู้นำหมู่บ้าน หัวใจของหลิวจือโม่ก็อุ่นขึ้นเล็กน้อย เขาหันมองพวกหลี่ชิงหลิง คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว "ท่านปู่ เสือเราาเ็ ข้าอยากพาไปทำแผล ไว้จัดการมันเสร็จค่อยไปที่บ้านท่านปู่ จะได้ไหม”
ผู้นำหมู่บ้านมองอาหวงและอาไป๋ จากนั้นใตัวสั่น หันมองหลิวจือโม่ด้วยใบหน้าที่เป็กังวล "จือโม่ ทำไมพวกเ้าถึงกล้าเลี้ยงสัตว์ร้ายแบบนี้ พวกมันทำร้ายคนนะ!” เด็กๆ เหล่านี้กล้าหาญเสียจริงๆ
พลันหลิวจือโม่ดูจริงจังขึ้นมา เขาจับจ้องผู้นำหมู่บ้านและพูดช้าๆ "ท่านปู่ เราเลี้ยงพวกมันมา ถ้ามันทำร้ายคนคงทำไปนานแล้ว คงไม่รอจนถึงตอนนี้” เมื่อนึกถึงบุญคุณของพวกมัน สีหน้าของเขาก็มุ่งมั่นมากขึ้น “ถ้าไม่ใช่เพราะพวกมันละก็ ตอนอยู่บนูเา ครอบครัวของเราคงถูกทหารหนานเยี่ยนฆ่าไปแล้ว”
อาหวงและอาไป๋ช่วยพวกเขาไว้มาก คงไม่อาจปล่อยพวกมันไว้เฉยๆ ได้
หลิวจือโม่เล่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในูเาซงและคืนนี้ เพื่อให้พวกมันสามารถอยู่เคียงข้างต่อไปได้
เสียงของเขาไม่ดังหรือเบาเกินไป พอให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นได้ยิน เขาแค่้าให้ทุกคนรู้ว่าอาหวงและอาไป๋ไม่เพียงไม่ทำร้ายผู้คนเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้อีกด้วย
หากได้ยินในเวลาอื่น ชาวบ้านก็คงคิดว่าหลิวจือโม่พูดโกหก
แต่เมื่อกี้พวกเขาก็เห็นด้วยตาตัวเอง มันช่วยชีวิตผู้คนได้จริงๆ
"ข้าว่ามันมีความเป็มนุษย์!" มีคนพูดขึ้น
"ถูกต้อง เมื่อกี้ข้าพูดไม่ดี มันก็หันกลับมาจ้องเลย มัน… เหมือนเข้าใจสิ่งที่เรากำลังพูดจริงๆ"
คนในหมู่บ้านเริ่มคุยถกกันขึ้นมาอีกครั้ง
"ในเมื่อเ้าพูดเช่นนั้น ข้าก็คงไม่อาจห้ามอีก” ผู้นำหมู่บ้านพยักหน้าอย่างประนีประนอม "อย่างไรก็ตาม เ้าจะปล่อยให้พวกมันวิ่งออกมาตามใจชอบไม่ได้ มันจะทำให้ชาวบ้านใ เข้าใจไหม?"
เมื่อได้ยินคำตอบของผู้นำหมู่บ้าน หลิวจือโม่ยิ้มและพยักหน้า "ท่านไม่ต้องห่วง ปกติมันอยู่แต่บ้าน ไม่ค่อยออกไป"
ผู้นำหมู่บ้านถอนหายใจอีกครั้ง ไม่แน่ใจว่าการตัดสินใจของเขาถูกหรือผิดกัน
“ไปกันเถอะ ข้าจะพาเ้าไปบ้านเก่า”
“ขอบคุณมาก”
หลิวจือโม่ขอบคุณผู้นำหมู่บ้านอย่างจริงใจ จากนั้นวิ่งไปหาพวกหลี่ชิงหลิงและบอกข่าวดีกับพวกเขา
พวกหลี่ชิงหลิงได้ฟังแล้วร้องอย่างมีความสุขทันที เมื่อมีความช่วยเหลือจากปู่ คืนนี้อาหวงและอาไป๋จะไม่ต้องตากฝน
"อาหวง ไปกันเถอะ พาอาไป๋ไปทำแผลกัน!"
หลังจากที่พวกหลิวจือโม่ไปขอบคุณชาวบ้านแล้ว พวกเขาก็พาอาหวงและอาไป๋เดินตามผู้นำหมู่บ้านไปยังบ้านหลังเก่า
บ้านเก่าของผู้นำหมู่บ้านอยู่ท้ายหมู่บ้าน รอบๆ ไม่มีผู้อยู่อาศัย
“ตรงนี้ล่ะ” ผู้นำหมู่บ้านชี้ไปที่บ้านทรุดโทรม ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ข้าไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้มาหลายปีแล้ว ไม่คิดว่ามันจะโทรมขนาดนี้”
ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดว่าหากจัดการหน่อยจะพออยู่ได้เสียอีก
เขากระแอมและพูดด้วยความลำบากใจว่า "ไปเบียดอยู่บ้านข้าก่อนเถอะ ตรงนี้อยู่ไม่ได้จริงๆ” ตรงนี้ก็ค่อนข้างไกล ให้เด็กๆ มาอยู่ เขาก็เป็ห่วง
แต่ก่อนเขาก็ไม่ชอบความห่างไกลและไม่มีคนอาศัยอยู่รอบๆ ของที่นี่ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจะไม่มีใครรู้เลย
หลิวจือโม่ชำเลืองมองหลี่ชิงหลิง ส่ายหัวเบาๆ จากนั้นเขาก็ยิ้มและพูดกับผู้นำหมู่บ้าน "ไม่เป็ไร ข้าว่าแค่นี้ก็ดีแล้ว ไว้พรุ่งนี้มาจัดการก็อยู่ได้แล้ว” เขาหยุดเล็กน้อย “ท่านปู่ไม่ต้องห่วง เรามีเสือสองตัว ไม่เป็ไรหรอก” พวกเขาที่มีอาหวงและอาไป๋ อยู่ตรงนี้ก็เหมาะดี จะได้ไม่ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว
หลังจากได้ยินเช่นนี้ ผู้นำหมู่บ้านก็หันหน้าไปมองอาหวงและอาไป๋ กลืนคำพูดที่กำลังจะพูดลงไป
“ถ้าเ้ายืนกรานก็ตามนั้น!”
หลิวจือโม่ตอบรับ ให้อาหวงและอาไป๋เข้าไปในบ้าน เมื่อเขาและหลี่ชิงหลิงทำแผลเสร็จจึงไปกับผู้นำหมู่บ้าน
เมื่อกลับมาที่บ้านของผู้นำหมู่บ้านก็ยุ่งอยู่พักใหญ่จึงได้ขึ้นเตียง
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่ชิงหลิงตื่นก็ได้ยินลูกสะใภ้คนโตมาเรียก บอกว่าท่านปู่มา
ท่านปู่มา? มาทำไม?
หลี่ชิงหลิงมีความคิดมากมายในหัว ก่อนจะลุกจากเตียง และเดินตามลูกสะใภ้คนโตของผู้นำหมู่บ้านออกไป
ทันทีที่ออกไปก็เห็นผู้เฒ่าหลี่กำลังคุยกับหลี่ชิงเฟิง น้องชายของนางสีหน้าจริงจังมาก
"ท่านปู่มาทำไมหรือ" นางเดินไปเรียกทักผู้เฒ่าหลี่
ผู้เฒ่าหลี่เงยหน้ามองหลี่ชิงหลิง รู้ว่าหลี่ชิงเฟิงเชื่อฟังนาง จึงพูดโดยตรง "ข้ามาที่นี่เพื่อขอให้พวกเ้าสามพี่น้องย้ายไปอยู่กับข้า” หลานแท้ๆ มาอยู่บ้านคนอื่นแบบนี้มันไม่เหมาะสม
ถ้าเขาไม่ได้แวะมา ไม่รู้ชาวบ้านจะนินทาลับหลังว่าอย่างไรบ้าง
หลี่ชิงหลิงมองผู้เฒ่าหลี่ด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าเขาจะมาพูดเกี่ยวกับเื่นี้
“ท่านได้คุยกับท่านย่าหรือยัง”
นางรู้สึกว่าถ้าคุยกันแล้ว ท่านย่าคงไม่ยอมให้มาแน่
เมื่อนึกถึงนิสัยของภรรยา สีหน้าของผู้เฒ่าหลี่ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เขาไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าหลานจึงพูดเสียงต่ำ "ข้าให้ไปก็ไป พูดไร้สาระอะไรเยอะแยะ” หลานสาวคนนี้ก็ทำตัวไม่เป็เสียเลย “รีบเก็บข้าวของแล้วตามข้ามา! อย่ามัวรีรอ”
"ถ้าท่านยังไม่ได้คุยกับท่านย่า เราก็จะไม่ไป เราจะทำให้ท่านปู่ทะเลาะกับท่านย่าไม่ได้" หลี่ชิงหลิงส่ายหัวปฏิเสธอย่างหนักแน่น ถ้าพวกนางกลับไปต้องโดนทรมานตายแน่ “ขอบคุณสำหรับความเมตตาเ้าค่ะ”
