อั้นจิ่วคุกเข่าลงทันทีเมื่อเห็นมู่เอ้าเทียน
หลังสิ้นเสียง เขาก็กระอักเืออกมาเต็มปาก เพราะตลอดทางวิ่งมาอย่างสุดแรง ยามนี้ร่างกายจึงถึงขีดจำกัดแล้ว
มู่เอ้าเทียนใจนสะดุ้งโหยง เขารีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อประคองอั้นจิ่ว ใบหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็จริงจังขึ้นมา “เกิดเื่อันใดขึ้น?”
อั้นจิ่วมองรอบข้าง มู่เอ้าเทียนทราบความหมายว่าอีกฝ่าย้าจะกันผู้อื่นออกไป เขาจึงโบกมือให้คนเฝ้าประตูถอยออกไปก่อน พ่อบ้านหวังเป็คนที่พึ่งพาได้มากที่สุด ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สั่งให้กลับไป
“ฝ่าาถูกลอบสังหาร เป็ตายเท่ากัน ขอร้องท่านอ๋องมู่ โปรดช่วยชีวิตด้วยขอรับ”
อั้นจิ่วกล่าวสั้นๆ กระชับได้ใจความ
เมื่อได้ยินว่าองค์รัชทายาทถูกลอบสังหาร สีหน้าของมู่เอ้าเทียนพลันเปลี่ยนเป็เ็าแข็งกร้าว ทั้งแฝงด้วยรังสีฆ่าฟัน องค์รัชทายาทถูกลอบสังหารนับเป็เื่ใหญ่ ทว่าอย่างไรเขาก็เคยมีประสบการณ์ผ่านสนามรบและเป็ถึงแม่ทัพผู้ปราดเปรื่อง จนได้รับพระราชทานนามอ๋อง ดังนั้นแม้เขาจะตื่นตระหนก ทว่าก็ยังคงสงบนิ่ง
“เปิ่นหวางจำได้ว่าเ้าเป็ลูกน้องขององค์รัชทายาท เื่ใหญ่เช่นการลอบสังหารนี้ เหตุใดจึงมาขอความช่วยเหลือกับข้าเอากลางดึกเล่า?”
มู่เอ้าเทียนถามอย่างเ็า ในแววตาแฝงความตรึกตรอง
องค์รัชทายาทถูกลอบสังหาร สถานที่ที่ควรไปขอความช่วยเหลือมากที่สุดย่อมคือวังหลวง ผู้ใต้บังคับบัญชานามอั้นจิ่วเหตุใดจึงโยนเื่นี้มาใส่ศีรษะของเขาเล่า?
พริบตาต่อมา อั้นจิ่วก็เปิดปากกล่าวว่า “ท่านอ๋องมู่ นี่เป็คำสั่งของแม่นางมู่ องค์รัชทายาททรงได้รับาเ็สาหัส คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่จึงสั่งให้ข้าน้อยมาเชิญท่านและคุณชายน้อยขอรับ”
“ผู้ใด? เป็คุณหนูใหญ่ตระกูลใด?”
ตี้หลิงหานสติเลอะเลือนไปแล้วหรือ แม่นางมู่ที่ว่าหมายถึงผู้ใด?
พ่อบ้านหวังที่อยู่ด้านข้างก็ตกตะลึงเช่นกัน
“เป็คุณหนูใหญ่จากจวนตระกูลท่านขอรับ”
อั้นจิ่วกัดฟันกล่าว
ราวกับมีฟ้าผ่าลงกลางศีรษะ มู่เอ้าเทียนเกือบจะคิดว่าตนยังอยู่ในห้วงฝันแล้ว บุตรีของเขามิใช่ว่ากำลังหลับอยู่หรือ? เหตุใดกลางดึกเช่นนี้จึงไปอยู่ที่จวนขององค์รัชทายาทได้เล่า? เป็ไปได้อย่างไร?
“คุณหนูใหญ่อยู่ที่ใด? รีบส่งคนไปดูเร็วเข้าว่าคุณหนูใหญ่ของพวกเ้ากำลังพักผ่อนอยู่หรือไม่!”
ใบหน้าของมู่เอ้าเทียนเย็นะเื พลางกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว
น้ำเสียงนั้นร้อนใจทั้งตื่นตระหนก เขามีลางสังหรณ์ว่าจะไม่มีผู้ใดอยู่ในห้อง...
“ขอรับ ขอรับ...!”
พ่อบ้านหวังพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า ยังไม่ทันได้วิ่งออกไป ก็ได้ยินมู่เอ้าเทียนะโตามหลังว่า “หาคนที่ไม่พูดมาก ห้ามแพร่งพรายเื่นี้ออกไปเป็อันขาด”
“ขอรับ นายท่าน”
พ่อบ้านหวังวิ่งออกไปด้วยฝีเท้าของคนอายุสามสิบปี
ขณะเดียวกันมู่เอ้าเทียนก็มีสีหน้าเ็า เขามองไปที่อั้นจิ่วซึ่งมีท่าทีซวนเซจะล้ม ก่อนจะก้าวขายาวๆ ไปข้างหน้าเพื่อช่วยพยุงอีกฝ่าย เดิมที้าจะไปยังห้องโถง ทว่าสถานการณ์เร่งด่วนนัก “สถานการณ์ในจวนไท่จื่อเป็เช่นไร จงเล่าให้ข้าฟังอย่างละเอียด...!”
อั้นจิ่วจึงเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในจวนคืนนี้...โดยย่อ
ยิ่งมู่เอ้าเทียนได้ฟังมากเท่าไร ใบหน้าของเขาก็ยิ่งมืดครึ้มจริงจังเพิ่มขึ้นเท่านั้น
ทันใดนั้นพ่อบ้านหวังพลันพุ่งตัวเข้ามา เขาวิ่งจนรองเท้าหลุดไปข้างหนึ่ง “นายท่าน ข้าน้อยให้หญิงรับใช้เข้าไปดูคุณหนูใหญ่แล้ว ปรากฏว่าไม่มีผู้ใด คุณหนูใหญ่มิได้อยู่ในห้องขอรับ”
ดึกดื่นค่ำมืด คุณหนูกลับไม่อยู่ในจวน เช่นนั้นสิ่งที่องครักษ์องค์รัชทายาทที่อยู่เบื้องหน้ากล่าวมาย่อมเป็ความจริง
พ่อบ้านหวังปาดเหงื่อบนหน้าผากตน
มู่เอ้าเทียนอ้าปากสูดลมหายใจ เื่ราวเป็เช่นนั้นจริงๆ!
“ดังนั้น เ้าหมายความว่าผู้ลอบสังหารแบ่งออกเป็สองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือทหารเดนตาย ส่วนอีกกลุ่มยังมิอาจตรวจสอบตัวตนได้ ทว่าวรยุทธ์สูงส่งแข็งแกร่ง องครักษ์เงาทั้งเก้ารวมถึงองค์รัชทายาทล้วนได้รับาเ็ และเป็บุตรสาวของข้าที่จู่ๆ ก็โผล่เข้าไปช่วยชีวิตองค์รัชทายาทหรือ?”
มู่เอ้าเทียนสรุปคำพูดของอั้นจิ่ว แล้วถามเข้าประเด็นทันที
อั้นจิ่วพยักหน้า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็เช่นนั้น
“เหตุใดบุตรสาวของเปิ่นหวางจึงไปอยู่ในจวนไท่จื่อของพวกเ้าได้เล่า?”
ดวงตาของมู่เอ้าเทียนเปี่ยมด้วยความประหลาดใจ ทว่าอั้นจิ่วเองก็สับสนเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ปรากฏตัวขึ้นใน่เวลาวิกฤติได้อย่างไร
“อีกทั้งบุตรสาวของข้ายังกล่าวอีกว่าให้ข้าพาหยวนเป่าไปด้วยเพื่อช่วยชีวิตองค์รัชทายาทหรือ?”
มู่เอ้าเทียนถามอีกครั้ง
“ขอรับ”
อั้นจิ่วพยักหน้าอย่างหนักแน่น
มู่เอ้าเทียนยังคงมีความสงสัยอยู่เต็มท้อง แต่เขารู้ดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้เร่งด่วนเพียงใด นี่หาใช่เวลามาตรวจสอบความจริง เื่สำคัญมิควรล่าช้า เขารีบให้คนไปตามหยวนเป่าน้อยมา เด็กน้อยกำลังฝันหวาน และไม่รู้ว่ากำลังหลับฝันถึงสิ่งใด ยามนี้กลับถูกท่านตาปลุกให้ตื่นขึ้น ทว่าก็ไม่มีอาการงอแง ช่างรู้ความและน่ารักเชื่อฟังนัก
“หยวนเป่า มีบุคคลสำคัญยิ่งท่านหนึ่งได้รับาเ็ มารดาของเ้าบอกให้เ้ารีบไปช่วยเขา”
มู่เอ้าเทียนพูดกับหยวนเป่า
กล่าวมาถึงตรงนี้ น้ำเสียงของเขายังแฝงแววหยั่งเชิงอยู่เล็กน้อย
หลังสิ้นเสียง แม้ดวงตาของหยวนเป่าจะง่วงงุนเพียงใด ทว่าก็ยังพยักหน้าอย่างสงบนิ่ง “ได้ขอรับ”
จากนั้นก็เห็นหยวนเป่าลุกขึ้น รีบสวมเสื้อผ้าและรองเท้าผ้าคู่เล็ก ต่อด้วยหยิบกล่องไม้ใบน้อยออกมาจากลิ้นชักข้างเตียงแล้วถือเอาไว้ในมือ เขาเงยหน้ามองมู่เอ้าเทียนก่อนกล่าวว่า “ท่านตา พวกเราก็ไปกันเถิด ท่านแม่เล่า? ไปด้วยกันหรือไม่ขอรับ?”
ั้แ่ต้นจนจบ มู่เอ้าเทียนมิได้เปล่งเสียงออกมาสักคำ
เมื่อเห็นหยวนเป่ารีบลุกขึ้นเก็บของเสร็จสรรพ ทั้งหยิบล่วมยาอย่างเฉยเมย เด็กน้อยกลับมีบรรยากาศของผู้ใหญ่ขึ้นมา
มู่เอ้าเทียนยังคงมีความรู้สึกมึนงงอยู่สายหนึ่ง หลานชายของเขารู้วิชาแพทย์จริงๆ หรือ?
“หยวนเป่า เ้ารู้วิชาแพทย์จริงหรือ?”
มู่เอ้าเทียนถาม
“ขอรับท่านตา เดิมทีข้ามิได้บอกเื่นี้กับท่านไปแล้วหรือ?”
หยวนเป่ากะพริบดวงตาคู่ใส มีเพียงความประหลาดใจบางเบา
มู่เอ้าเทียนพยักหน้า เด็กน้อยเคยกล่าวเอาไว้จริงๆ... ก่อนหน้านี้หยวนเป่าน้อยเคยกล่าวว่าเขารู้ทักษะทางการแพทย์ สามารถปรุงยาได้ แม้กระทั่งปรุงยาเพื่อขายให้หออู๋ิ ทว่าเื่พวกนั้นมิใช่ว่าล้อเล่นหรอกหรือ? มิใช่ว่าพูดไปตามภาษาเด็กหรอกหรือ?
มู่เอ้าเทียนตกตะลึง
“เช่นนั้นแล้ว หยวนเป่า ทักษะทางการแพทย์ของเ้ายอดเยี่ยมมากหรือไม่?”
มู่เอ้าเทียนเอ่ยถามอีกครั้ง หากมิได้เยี่ยมยอด เช่นนั้นบุตรสาวของเขาเรียกหยวนเป่าไปเพื่ออันใด อีกฝ่ายเป็ถึงองค์รัชทายาทหาใช่คนธรรมดา กลับกันเด็กอายุห้าขวบแม้จะเก่งกาจ แต่จะเก่งกาจได้สักเพียงใด?
มู่เอ้าเทียนกังวลเล็กน้อย มิ้าให้หลานคนสำคัญของตนเข้าไปเกี่ยวข้องกับเื่ที่ยุ่งยากและซับซ้อนเช่นนี้
“พอใช้ได้ขอรับ”
ได้ยินเพียงหยวนเป่าน้อยกล่าวออกมาอย่างสงบ
มู่เอ้าเทียนยังคง้าถามต่อ ทว่าหยวนเป่าน้อยกลับคว้าล่วมยาเล็กเดินออกไปข้างนอกแล้ว “ท่านแม่เล่าขอรับ? ไปช่วยผู้ใดหรือ?”
มู่เอ้าเทียนมีคำถามเต็มท้องที่อยากเอ่ย ทว่า...
“มารดาของเ้าล่วงหน้าไปก่อนแล้ว”
เมื่อคำพูดนี้ที่ถูกกล่าวออกไป ในใจพลันอึดอัดยิ่ง เขาเป็ถึงบิดา แต่กลับไม่รู้ว่าเกิดเื่อันใดขึ้นแม้สักน้อย
“ขอรับ?”
หยวนเป่ากะพริบตาและเดินออกจากประตูห้องนอน
“คุณชายน้อย ได้โปรดช่วยนายท่านด้วย อั้นจิ่วรู้สึกซาบซึ้งจนหาที่สุดมิได้”
รอบดวงตาของอั้นจิ่วเปลี่ยนเป็สีดำ อวัยวะภายในทั้งห้าและอวัยวะกลวงทั้งหกของเขาล้วนาเ็สาหัส ทว่ากลับอดกลั้นเพื่อโค้งคำนับให้หยวนเป่า
“เป็เ้าหรือ? ข้ารู้จักเ้า”
หยวนเป่าขมวดคิ้ว ดวงหน้าเล็กของเขาตึงเครียด อั้นจิ่วที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ แม้จะกลายเป็เถ้าถ่านเขาก็ยังจดจำได้ บุรุษผู้นี้คือคนที่ลักพาตัวเขาไปยังจวนไท่จื่อ เช่นนั้นเ้านายของอีกฝ่ายก็คือตี้หลิงหาน องค์รัชทายาทที่ท่านแม่ของเขาเกลียดชังเป็อย่างยิ่ง
ใบหน้ายิ้มแย้มของหยวนเป่าถูกดึงลงโดยพลัน
“เ้าขอให้ข้าช่วยเ้านายของเ้าหรือ? เช่นนั้นท่านแม่ของข้าอยู่ที่ใด? เ้าจับท่านแม่ของข้าเอาไว้ใช่หรือไม่?”
หยวนเป่ากล่าวอย่างโมโห
เขารู้ว่าหลังจากรุ่งสาง มารดาของเขามิอาจนำเงินสามล้านตำลึงออกมาได้ ความเกลียดชังที่มีต่อตี้หลิงหานจึงยิ่งทวีความล้ำลึกมากขึ้นไปอีก
มารดาของเขาเกลียดชังตี้หลิงหานเพียงใด เขาย่อมทราบดี เช่นนั้นท่านแม่จะให้เขาไปช่วยตี้หลิงหานได้อย่างไร?
“คุณชายน้อย ท่านเข้าใจผิดแล้ว เป็แม่นางมู่ที่ช่วยชีวิตนายท่านเอาไว้ ตอนนี้นางเป็ผู้มีบุญคุณของจวนไท่จื่อขอรับ...”
