บทที่6 เกลือหรือหิมะ
เช้าวันเสาร์... เข็มนาฬิกาแห่งกาลเวลายังไม่ทันแตะเลขหก ตลาดฝูไห่ก็ตื่นขึ้นจากการหลับใหลด้วยความโกลาหลที่แสนมีชีวิตชีวา ที่นี่คือหัวใจของย่านค้าส่งที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน จนแทบไม่มีช่องว่างให้สายลมพัดผ่าน เสียงล้อไม้ของเกวียนลากดังครืดคราดกระทบพื้นดินปนทราย ผสมปนเปกับเสียงะโแจ้งราคาที่กึกก้องสะท้อนไปมา
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านไอหมอกบางๆ เผยให้เห็นภาพของกลุ่มชาวบ้านที่หาบตะกร้าหวายหนักอึ้ง กลิ่นคาวสดของเนื้อสัตว์ที่เพิ่งชำแหละปะทะกับกลิ่นควันไฟจากฟืนไม้ที่โชยมาจากร้านอาหารข้างทาง เป็บรรยากาศที่ดิบเถื่อนทว่าเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการดิ้นรนในปี 1975
ไป๋เย่วหลี ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายปะชุนทว่าซักจนสะอาดสะอ้าน รวบผมเปียไว้อย่างเรียบร้อย เธอเดินผ่านฝูงชนด้วยท่วงท่าที่สงบนิ่ง แววตาที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนจดจ้องมองหาวัตถุประสงค์สำคัญ ในมือน้อยๆ ของเธอมีถุงผ้าใบเล็กที่บรรจุของที่เธอจะซื้อในวันนี้
เมื่อนึกถึงผลึกเกลือที่ขุ่นมัวและเต็มไปด้วยเศษดินปนเปื้อนที่บ้านเมื่อคืน หัวใจของนักควบคุมคุณภาพมือหนึ่งก็สั่นไหวด้วยความไม่ยินยอม "หากอยากได้ของพรีเมียม พื้นฐานต้องบริสุทธิ์เสียก่อน" เย่วหลีคิดพลางกวาดสายตาผ่านแผงขายของแห้งที่ดูซอมซ่อ จนกระทั่งสายตาไปหยุดอยู่ที่แผงขายเครื่องเทศเล็กๆ ตรงหัวมุมถนน
แผงนี้แตกต่างจากที่อื่นอย่างสิ้นเชิง... มันถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย โถดินเผาถูกเช็ดจนเงาวับและมีป้ายเขียนกำกับด้วยลายมือที่สวยงามดูสบายตา และที่สำคัญคือหญิงสาวที่ยืนอยู่หลังแผงนั้น
เธอคือ ฉินอวี้ หญิงสาววัยสิบเก้าปีที่มีใบหน้าสวยสะดุดตา ดวงตาเรียวรีรับกับคิ้วโก่งดั่งคันศรพาดผ่านหน้าผากมน แม้จะสวมชุดผ้าป่านสีซีดและผ้ากันเปื้อนที่มีรอยเปื้อนบ้าง แต่มันกลับไม่สามารถบดบังออร่าของคนที่เคยผ่านการศึกษามาอย่างดีได้ ฉินอวี้เพิ่งเรียนจบมัธยมปลายเมื่อปีที่แล้ว แต่ด้วยภาระทางบ้านที่หนักอึ้ง เธอจึงต้องสละโอกาสที่จะไปเรียนต่อในตัวเมือง เพื่อมาช่วยครอบครัวขายของในตลาดแห่งนี้
“เกลือในโถนั้น...ราคาเท่าไหร่คะพี่สาว?” เย่วหลีเอ่ยถามพลางชี้ไปที่โถเกลือเม็ดขาวที่ดูดีกว่าของบ้านเธอเล็กน้อย
ฉินอวี้เงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชีที่เธอกำลังจดบันทึกด้วยความตั้งใจ เมื่อเห็นเด็กสาวท่าทางฉลาดเฉลียวตรงหน้า เธอจึงคลี่ยิ้มจางๆ ที่ทำให้ใบหน้าดูสว่างไสวขึ้นทันตา “นั่นคือเกลือสมุทรชั้นดีเลยนะจ๊ะสาวน้อย กิโลละ 10 เฟินจ้ะ สนใจรับไปไหม?”
เย่วหลีหยิบเกลือขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “ยังขาวไม่พอค่ะ...พี่สาวฉินอวี้พอจะมี ถ่านไม้ กับ ผ้าฝ้ายเนื้อละเอียด ขายบ้างไหมคะ?”
ฉินอวี้เลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ เธอไม่ได้แปลกใจที่เด็กสาวรู้จักชื่อเธอ เพราะคนในตลาดต่างรู้จักเธอในนาม แม่ค้าคนสวย อยู่แล้ว แต่เธอแปลกใจที่เด็กสาวท่าทางยากจนคนนี้ถามหาของที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันได้
“มีจ้ะ... แต่เธอจะเอาไปทำอะไร? ถ่านน่ะเอาไว้หุงต้ม แต่ผ้าฝ้ายเนื้อดีมันแพงนะ”
เย่วหลีขยับเข้าไปใกล้ พลางลดเสียงลงให้ได้ยินกันเพียงสองคน “หนูจะเอาไปกรอง ิญญา ของเกลือค่ะพี่สาว เกลือที่คนทั้งมณฑลใช้กันอยู่ตอนนี้มันยังมีสิ่งเจือปนที่ทำให้รสชาติเสีย หนูอยากได้เกลือที่บริสุทธิ์เหมือนหิมะ”
คำพูดที่ดูเป็วิชาการทว่าแฝงไปด้วยจินตนาการ ทำให้ฉินอวี้ซึ่งมีความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ถึงกับชะงัก เธอเริ่มมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความชื่นชมผุดขึ้นในดวงตาคู่สวย
“เธอหมายถึงการตกผลึกใหม่ (Recrystallization) งั้นเหรอ?” ฉินอวี้พึมพำเสียงแ่ด้วยความทึ่ง
เย่วหลียกยิ้ม ประกายตาของเธอวนวับ “พี่สาวเก่งจังค่ะ...รู้ศัพท์พวกนี้ด้วย!ใช่ค่ะ หนูจะละลายเกลือที่บ้านในน้ำเดือด กรองผ่านชั้นถ่านและผ้าละเอียดเพื่อดึงความขุ่นออก แล้วค่อยเคี่ยวให้มันกลับมาเป็เกลือที่ขาวบริสุทธิ์ที่สุดค่ะ”
ฉินอวี้จ้องมองเย่วหลีอย่างไม่เชื่อสายตา เธอไม่เคยเห็นเด็กสาวคนไหนในหมู่บ้านชาวประมงพูดจาฉะฉานและมีแผนการที่ชัดเจนขนาดนี้ ความรู้สึกถูกชะตาเกิดขึ้นในพริบตา ราวกับเธอได้เจอ เพื่อนร่วมอุดมการณ์ ที่โชคชะตาเล่นตลกให้ต้องมาหยุดอยู่ที่ตลาดแห่งนี้เหมือนกัน
“ผ้าฝ้ายที่ร้านพี่มีเศษที่ตัดเหลืออยู่บ้าง พี่จะไม่คิดเงินเธอ” ฉินอวี้เอื้อมมือไปหยิบห่อผ้าข้างหลังแผงมายื่นให้ด้วยน้ำใจ “ส่วนถ่าน...ไปดูที่ท้ายตลาด แผงของลุงจางนะ บอกว่าฉินอวี้แนะนำมา แกจะลดราคาให้จ้ะ”
“ขอบคุณมากค่ะพี่ฉินอวี้!ต่อไปพี่เรียกฉันว่าเย่วหลีก็ได้นะคะ” เย่วหลีรับห่อผ้ามาด้วยความดีใจ
“เย่วหลี...?” ฉินอวี้เรียกชื่อก่อนที่เด็กสาวจะเดินจากไป แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ถ้าเธอทำเกลือหิมะนั่นสำเร็จ... เอามาให้พี่ดูหน่อยนะ บางที...พี่อาจจะมีช่องทางช่วยเธอส่งมันไปได้ไกลกว่าในตลาดฝูไห่แห่งนี้”
เย่วหลีพยักหน้าอย่างมั่นคง เธอมองเห็นพันธมิตรคนสำคัญในดวงตาของแม่ค้าคนสวยคนนี้
เย็นวันนั้น ณ หลังกระท่อมไป๋...
เสียงน้ำเดือดปุดๆ ในหม้อดินเผาดังคลอไปกับเสียงลมทะเลที่พัดเอื่อย เย่วหลีเริ่มกระบวนการ ฟอกขาว เกลืออย่างพิถีพิถัน เธอใช้ถ่านไม้ที่บดจนละเอียดมาทำเป็ชั้นกรองร่วมกับผ้าฝ้ายของฉินอวี้ น้ำเกลือที่เคยขุ่นดำค่อยๆ หยดผ่านผ้ากรองออกมาเป็ของเหลวที่ใสสะอาดราวกับหยาดน้ำค้าง
เธอเคี่ยวน้ำเกลือบริสุทธิ์นั้นด้วยไฟอ่อนๆ อย่างใจเย็น กระทั่งน้ำระเหยออกไปจนหมด... และสิ่งที่ปรากฏอยู่ก้นหม้อก็ทำให้ ไป๋อาเป่าน้องชาย ที่มายืนแอบดูถึงกับอ้าปากค้าง
“พี่ใหญ่! นั่นมันหิมะหรือเปล่าครับ!”
ผลึกเกลือสีขาวโพลน ละเอียดนุ่ม และส่องประกายระยิบระยับภายใต้แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดปรากฏแก่สายตา เย่วหลี่หยิบขึ้นมาทดสอบทันที มันไม่มีความขม ไม่มีกลิ่นดิน มีเพียงรสเค็มที่สะอาดและกลมกล่อมที่สุดเท่าที่โลกในปี 1975 จะเคยััได้ เย่วหลีหยิบเกลือขาวบริสุทธิ์ขึ้นมาเพียงปลายเล็บ พลางมองไปทางโอ่งหมักปลาที่วางเรียงรายอยู่ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวัง!
เกร็ดความรู้ มาตราเงินตราจีน (ยุค 1970)
หน่วยเงิน ชื่อเรียกหน่วยพื้นฐาน (1 หยวน = 10 เจี่ยว = 100 เฟิน)
หน่วยรอง (1 เจี่ยว = 10 เฟิน) หน่วยย่อยที่สุด (100 เฟิน = 1 หยวน)
ตัวอย่างการคำนวณราคาเกลือในเื่ ราคาเกลือ 10 เฟิน = 1 เจี่ยว (หรือ 0.1 หยวน)
