พลีกาม
เมืองลับแล
กลางดึกของคืนหนึ่ง
รจนาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกในสภาพเหงื่อกาฬแตกซ่านเต็มใบหน้า ภาพในความฝันเมื่อครู่ยังชัดเจนอยู่ในความทรงจำของหล่อน
ในความฝันเมื่อครู่… หล่อนเห็นศักดาผู้เป็สามีที่ตอนนี้กลายเป็บุคคลสูญหายไปนานปีกว่า ในภาพนิมิตเมื่อครู่หล่อนเห็นเขาถูกขังอยู่ในคุก ทุกด้านล้อมไว้ด้วยต้นไผ่สูงตระหง่านแข็งแรงโอบล้อมเป็วง ที่ข้อเท้ามีโซ่ตรวนเส้นเขื่องพันธนาการเอาไว้ เขานั่งอยู่ในสภาพร่างกายผ่ายผอม ใบหน้าซูบซีด ผมยาว หนวดเครารุงรังั์ตาเศร้าน่าเวทนา
“ทำไมเราฝันซ้ำๆ แบบนี้นะ… ”
รจนาพึมพำด้วยความสงสัย
ด้วยหล่อนฝันในลักษณะนี้ติดต่อกันมาตลอดหนึ่งปี หลังจากวันที่สามีหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
“หรือว่าเขายังมีชีวิตอยู่… ?”
รจนารำพึงกับตัวเองอย่างมีความหวัง ความฝันทำให้หล่อนเริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็ยอมรับว่าจนปัญญาที่จะติดตามหา เพราะไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน แต่ที่หล่อนเชื่อว่าเขายังไม่ตายก็เพราะว่าไม่มีใครเคยพบศพของศักดา
วันต่อมา
ตอนหัวค่ำ ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้รจนานำอาหารคาวหวานมาเส้นไหว้รุกขเทวดาที่ต้นไทรสูงใหญ่ ยืนต้นตระหง่านอยู่ติดกำแพงอิฐสีแดงเก่าคร่ำหลังหมู่บ้านจัดสรรที่หล่อนอยู่อาศัยมานานเกือบสิบปี
เคยมีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมา ว่าไทรใหญ่ต้นนี้น่าจะมีอายุมากกว่าร้อยปี
บางคนบอกว่ามีผี!
บ้างก็เชื่อว่าเป็ผีเ้าที่ เป็รุกขเทวดาที่สิงสถิตอยู่ในต้นไทร มันรอดพ้นจากการโดนตัดโค่นมาได้จนป่านนี้ก็เพราะความเฮี้ยน บ้างก็ว่าเ้าที่แรงจัด ใครคิดตัดจะมีอันต้องตายโหงตายห่า
รจนาตั้งจิตอธิษฐานกับต้นไทร ขอให้สามีของหล่อนกลับมา หรือถ้าเขาตายก็ขอให้มีคนพบศพของเขา
และในกลางดึกของคืนเดียวกันนั้น
รจนาก็เกิดนิมิตขึ้นอีกครั้ง หากเื่ราวในความฝันแตกต่างไปจากคืนก่อนๆ ซึ่งเป็ผลมาจากการนำเครื่องเส้นไหว้มากราบต้นไทร
ในความฝันครั้งนี้…
รจนาได้เจอกับชายชราคนหนึ่ง หลังจากกลุ่มควันสีขาวที่พวยพุ่งออกมาจากต้นไทรจางลง ก็เห็นร่างของเขายืนตระหง่านอยู่ใต้ต้นไทร ผมยาวขาวโพลนไปทั้งศีรษะ นุ่งขาวห่มขาว มีแสงเรืองๆ รายล้อมอยู่รอบกาย
“ท่านเ้าขา… ท่านรู้หรือไม่ว่าสามีของข้าอยู่ที่ไหน… ตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่… ท่านรู้หรือไม่?”
