ห่าวรันแบกซิงเซียน ไว้บนหลัง“ ขนาดมีสัมภาระรวมอยู่ด้วยน้ำหนักยังมีแค่นี้ วันหลังเ้าต้องกินให้เยอะกว่านี้นะรู้สึกว่าน้ำหนักจะเบาไป”
“ ข้าก็กินเยอะอยู่แต่เป็เพราะเราเดินทางตลอด ทำให้ใช้ร่างกายหนักไปหน่อย จะให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ยังไง มีแต่กระดูกกับหนังเท่านั้น”
“ ตรงโน้นพี่ชายห่าวรันตรงนั้นมีถ้ำอยู่ ข้างๆมีน้ำตกมีผลไม้ ข้าอยากอาบน้ำ ไม่รู้ว่าเืของชายชั่วผู้นั้นกระเด็นมาติดเสื้อผ้าข้าบ่างหรือเปล่าไม่รู้”
“ เ้าเจ็บขาอยู่เช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเอาก็ได้ ไปถึงถ้ำเอาสัมภาระข้าวของไปเก็บก่อน”
“ซิงเยียนเ้าสังหาร ชายผู้นั้นได้อย่างไร ฝีมือเขาดีมากผู้หนึ่ง”
“ ข้าไม่รู้เหมือนกัน ขณะที่เขากำลังจู่โจมใช้กระบี่เล็งเข้ามาที่ตำแหน่งหัวใจข้า ระหว่างที่เขาลอยตัวอยู่ ข้าก็หลับหูหลับตาปล่อยธนูออกไปด้วยความใ ไม่ทันได้มองด้วยซ้ำว่าลูกธนูโดนที่ตัวเขาตรงไหน”
“จนร่างของเขาและกระบี่ที่แทงเฉียดตัวข้านิดเดียว ล้มลงมาดีที่ข้าพลิกตัวหลบทัน ไม่งั้นคงโดนเขาล้มทับใส่ไปแล้ว นึกแล้วยังหวาดเสียวคงนอนฝันร้ายไปอีกหลายคืนแน่”
ห่าวรันมองสำรวจภายในถ้ำ ก่อนจะวางซิงเยียนลง
“ เ้ารออยู่ตรงนี้นะข้าจะไปหาตัดไม้ไผ่ต้นใหญ่ มาทำอ่างให้เ้าไว้ใช้ล้างหน้าเช็ดตัว”ซิงเยียนลงจากหลังห่าวรันแล้วก็นั่งอยู่กับที่
“ รู้สึกเหนื่อยจังคงเป็เพราะตอนวิ่ง ใช้กำลังขาเยอะไปหน่อย ไม่รู้พี่ชายห่าวรันจะกลับมาเมื่อไหร่นอนพักสักครู่คงไม่เป็ไร”
ซิงเยียนเอาสัมภาระที่อยู่ด้านหลังออก ใช้ถุงน้ำตาลวางกับพื้นแล้วคลานขึ้นไปนอน ไม่รู้หลับไปนานเท่าไหร่ ตื่นมาเพราะกลิ่นหอมของปลาเผา
“ ข้าแค่นอนเล่น หลับไปนานเลยรึท่านกลับมาั้แ่เมื่อไหร่ทำไมข้าไม่รู้สึกตัวเลย”
“ ก็หลับไปหลายชั่วยามอยู่ ลุกมากินปลาย่างเถอะ จะได้เช็ดเนื้อเช็ดตัวและเปลี่ยนชุด”
ซิงเยียนลุกขึ้นนั่งก็มีปลาย่าง ถูกยื่นมาตรงหน้าแล้ว นางกินอย่างว่าง่าย“เ้านั่งกินให้อิ่ม ข้าจะไปยกน้ำมาไว้ให้เช็ดตัว”
ห่าวรันยกน้ำมาไว้ให้ อ่างขนาดเล็กทำจากต้นไม้ไผ่ขนาดใหญ่ตัดเป็ท่อนสูงขาดหัวเข่านาง แล้วเขาก็เดินหายออกไปจากถ้ำ ให้ซิงได้เช็ดตัวและเปลี่ยนชุด
ซิงเยียนรักษาตัวอยู่เจ็ดวันอาการถึงดีขึ้น ยังดีที่มีตำราสมุนไพร ห่าวรันออกหาสมุนไพรมาประคบข้อเท้าไม่อย่างนั้นคงจะเจ็บอีกหลายวัน
“พี่ชายห่าวรันข้าอาการดีขึ้นแล้ว พรุ่งนี้พวกเราออกเดินทางกันเถอะ อีกอย่างอยู่แต่ในถ้ำข้าเริ่มเบื่อแล้ว”
ทั้งสองออกเดินทางอีกครั้ง มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ซิงเยียนเดินเองสลับกับขี่หลังของห่าวรัน ถึงช้าแต่ก็ยังดีกว่าอยู่กับที่
“พี่ชายห่าวรันท่านว่าป่านี้แปลกไหม ข้าว่ามันวกวงไปมา เหมือนกับมันขดเหมือนก้นหอย อย่างนั้นแหละ”
“ข้าก็รู้สึกเหมือนกัน ถึงพาเ้าเดินตรงไม่อ้อมไปในป่า แม้จะต้องปีนเขา”
“แต่ก็ลำบากท่าน ต้องแบกข้าเป็ระยะแบบนี้ แต่ข้าไม่ค่อยเจ็บแล้ว เอ๊ะ!นั่น ไม่ใช่ว่าสามคนกำลังต่อสู้อยู่กับหมีตัวใหญ่อยู่ ใช่หรือไม่”
ซิงเยียนและห่าวรัน ที่ยืนอยู่บนยอดเขาลงไปเห็นทั้งสามคน กำลังต่อกับหมีตัวใหญ่
“ หมีที่พวกเขาต่อสู้ด้วยน่าจะเป็อสูรที่ดูเหมือนระดับสูงแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าระดับไหนแสดงว่าป่าที่พวกเราอยู่มีพลังที่ทำให้สัตว์อสูรอาศัยอยู่ได้”
“ ถ้าเป็สัตว์อสูรระดับสูงอย่างนี้พวกเขาจะสู้กันได้ไหม เพราะดูเหมือนพวกเขาจะเสียเปรียบ”
“ ซิงเยียนเ้าเป็ห่วงพวกเขาหรือ เ้าจะลงไปช่วยก็ได้น่ะ”
“พี่ชายห่าวรัน ล้อข้าเล่นแล้ว ที่ข้าเจ็บที่เท้าทรมานมาหลายวันไม่ใช่เป็เพราะพวกเขารึ ข้ายังคิดไว้ว่ารอมีฝีมือเมื่อไหร่แล้วได้เจอกับพวกเขาข้าจะจัดการ กับพวกเขาเหมือนกัน”
“ พวกเราเดินเลี่ยงไปอีกทาง ที่พวกเขากำลังต่อสู้อยู่จากการคาดเดาเดี๋ยวจะมีสัตว์อีกหลายประเภทเข้าไปที่นั่น”
“ ยังดีที่ข้ายังมีธนู ที่ช่วยไม่ให้เจออสูรแต่ถ้าเป็ระดับสูง ไม่รู้ว่าจะเป็ยังไงท่านต้องช่วยข้า มองหาสมุนไพรอีกตัวหนึ่ง มันจะช่วยให้หายไวขึ้นเราจะได้วิ่งไปไม่ต้องเดินไปแบบนี้”
“ พี่ชายห่าวรันดูนั้น ผลไม้สีเหลืองทองแต่มีลิงอยู่บนนั้นสองสามตัว ต้องเป็ผลไม้ที่อร่อยแน่ ลิงพวกนั้นถึงได้เฝ้าอยู่แบบนั้น”
ซิงเยียนเดินไปยังต้นผลไม้ ที่มีสีผลเหลืองทองและไม่เคยรู้จักมาก่อนแต่คิดว่ามันกินได้เพราะลิงยังกินได้เลย
แต่พอเดินเข้ามาใกล้ ลิงพวกนั้นก็เริ่ม ขว้างปาด้วยเม็ดข้างในของผลไม้และกิ่งไม้แห้ง
“ เจี๊ยก เจี๊ยก เจี๊ยก!!”
“ ข้าแค่จะมาเก็บผลไม้กินใยพวกเ้าต้องขว้างปาข้าด้วย ไม่ได้เก็บไปทั้งต้นเสียหน่อย อย่างมากก็สี่ห้าลูกเท่านั้น”
“ ป๊อก ป๊อก ป๊อก!!”
“โอ๊ย! โยนมาดีๆก็ได้ทำไมต้องขว้างปามาโดนตัวข้าด้วย ถ้าไม่ติดว่าเท้ายังไม่หายดีพวกเ้าปาไม่ถูกตัวข้าหรอก” ซิงเยียนบ่นแล้ว ก็ก้มลงเก็บผลไม้มาสามลูกขึ้นมา
“พี่ชายห่าวรัน ข้าขอน้ำมาล้างผลไม้หน่อย มันร่วงลงพื้นแล้วข้าจะชิมดูว่ามันอร่อยแค่ไหน ถ้ามันอร่อยข้าจะไปแย่งชิงกับลิงพวกนั้น”
“ อืม!! มันอร่อยมากหวานกรอบมัน พี่ชายลองกินดูแถมยังรู้สึกสดชื่นและอุ่นในท้องด้วย”ห่าวรันกัดกินตามทันที
“ ผลไม้นี้ต้องมีพลังแน่ทำให้รู้สึกอุ่นในท้อง แต่ว่าเราทั้งสองยังไม่ได้ฝึกพลังมันจึงทำให้แค่รู้สึกว่ามีแรงขึ้นมาเท่านั้น”
“ แค่มีแรงขึ้นมาก็ดีแล้ว ถ้าได้กินอีกสักลูกสองลูกไม่แน่ว่าเท้าข้าอาจจะหายเจ็บ แต่…เอ๊ะ! ลิงพวกนั้นฟังภาษามนุษย์ออกรึข้าบอกว่า้าผลไม้มันก็โยนผลไม้แทนกิ่งไม้”
ซิงเยียนเดินกลับไปที่ต้นผลไม้อีกครั้ง
“ ข้าขอผลไม้อีกสี่ลูกได้ไหม เท้าข้าเจ็บกินแล้วข้าจะได้หายและเดินไปจากที่นี่”ซิงเยียนพูดพร้อมกับ ยกมือขึ้นมาสี่นิ้ว
ลิงพวกนี้ไม่ได้กลัวนางแต่เกรงใจธนูที่อยู่ด้านหลังของนางต่างหาก มันจึงโยนผลไม้มาแทนการขว้างปา “ พวกเ้าฟังภาษามนุษย์ออกจริงด้วย”
ซิงเยียนได้ผลไม้มาสี่ลูกก็ทำมือเป็เครื่องหมายโอเค ให้กับพวกลิงก่อนจะเดินกลับมาหาชายหนุ่ม
“ พี่ชายกินผลไม้นี่เถอะแล้วเราก็เดินทางกันต่อ”ซิงเยียนยื่นผลไม้สองผลให้ห่าวรันที่ทั้งตัว เต็มไปด้วยสัมภาระ
“ กินแล้วรู้สึกดีจริงๆแต่ข้าต้องรักษาสัจจะ บอกว่าขอสี่ลูกก็ต้องสี่ลูกเดี๋ยวพวกลิงมันจะว่าได้”ซิงเยียนพูดอย่างเสียดาย
“เ้าก็อย่าเสียดาย ทางที่เราจะไปมีแต่ป่าทั้งนั้น ต้องมีผลไม้ที่เ้าชอบอย่างแน่นอน”
ทั้งสองเดินอยู่ในป่าที่มีพลัง ยิ่งเดินเข้าลึกเท่าไหร่ ร่างกายของพวกเขายิ่งมีพลังขึ้นเท่านั้น
“พี่ชายห่าวรัน ข้าแข็งแรงไม่เจ็บข้อเท้าอีกต่อไปแล้ว เราเร่งการเดินทางได้แล้ว”ซิงเยียนวิ่งนำหน้า
“อู้!อาวู้วว!”
“เสียงเหมือนลูกสุนัข ดังมาจากข้างหน้าใต้พุ่มไม้”ซิงเยียนรีบวิ่งไปดู
“ โอ้!เ้าหมาน้อยทำไมมาอยู่ตัวเดียวพ่อแม่หรือฝูงของเ้าอยู่ไหนกัน”ซิงเยียนเอาน้ำและเนื้อย่างให้ลูกสุนัขสีดำที่นอนหมดแรงอยู่ใต้พุ่มไม้
พอมันมีแรงก็ยืนขึ้น แล้วงับชายกระโปรงแล้วดึงลาก“มันคงให้เ้าตามไปที่ไหนสักที่หนึ่ง”ห่าวรันที่ยืนดูพูดขึ้น
ซิงเยียนเดินตามลูกสุนัขสีดำไปในถ้ำ พบร่างสุนัขจิ้งจอกสีน้ำตาลนอนเสียชีวิตอยู่ร่างกายมันมีแต่ ร่องรอยการต่อสู้
“ สุนัขจิ้งจอกตัวนี้คงจะเป็แม่ของเ้า ดูเหมือนจะเสียชีวิตไปนานแล้ว ร่างกายจนแข็งไปหมดแล้ว ข้าช่วยเ้าไม่ได้หลอก”ลูกสุนัขยังไม่เลิกดึงชายกระโปรง
“ เ้า้าให้ข้าเอาร่างแม่ของเ้าไปฝังอย่างนั้นรึ”ลูกสุนัขมองหน้านาง
“ตัวแค่นี้ก็คิดเป็แล้วหรือ ได้ข้าจะช่วยฝังร่างของแม่เ้า”ซิงเยียนหันไปมองหน้าห่าวรัน เป็อันรู้กันว่าใครต้องขุดหลุมฝังแม่สุนัข
“แม่เ้าข้าก็ฝังให้เรียบร้อย เ้าไม่ต้องตามข้ามา กลับไปหาฝูงของเ้าได้แล้ว”แม้จะไล่ไปลูกสุนัขก็ยังตามไม่เลิก ซิงเยียนเลยเลิกสนใจ คิดว่ามันเบื่อก็เลิกตามไปเอง
ถึงจะไม่สนใจเวลากินอะไร ก็แบ่งให้กิน“พี่ชายห่าวรัน ดูเหมือนเราจะเดินผ่านป่านั้นมาแล้ว ไม่ใช่ว่าเราใกล้ถึงหุบหมื่นเมฆาแล้วหรือ”
“น่าจะใกล้แล้วดูจากพลังที่เข้มข้น ถ้าผ่านป่านี้ไป ไม่แน่ว่าจะถึงก็ได้”ซิงเยียนตาเป็ประกายทันที
“จริงหรือเ้าค่ะใกล้จะถึงแล้ว ข้ามีความรู้สึกว่าั้แ่ออกเดินทางจากเมืองตงหยางอี้มา น่าจะสองปีแล้วถึงไวขนานนั้นเลยไม่ใช่ว่าต้องใช้เวลาหลายปีหลอกหรือ“
“ที่ใช้เวลาหลายปี พวกเขาไม่ได้เดินทางต่อต่างหาก เหมือนกับหลายคนที่มาพร้อมกับเ้า ถ้าไม่แวะอยู่ตามเมืองต่างๆก็อาจจะเสียชีวิตระหว่างทางไปแล้ว”
“ทุกปีจะมีแปดคนที่ถูกส่งตัวให้เดินทางมา ข้าต้องรีบเดินทางไปให้ถึงและเล่าเรียนวิชาที่จะไปช่วยบ้านเมืองให้ได้”
พอรู้ว่าใกล้จะถึงแล้ว ทำให้มีกำลังแรงใจขึ้นมา เดินทางไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยสัตว์อสูรที่ในป่านี้ตัวใหญ่ เดินหรือร้อง เสียงดัง ทำให้ทั้งสองหลบหลีกเปลี่ยนเส้นทางได้
ถึงแม้จะตั้งใจเดินทางขนาดไหน แทบจะไม่หยุดพักด้วยซ้ำ แต่ก็ยังเดินทางไม่พ้นป่าเสียที
“พี่ชายดูเ้าดำมันโตจนวิ่งได้เก่งแล้ว ไม่ใช่เราอยู่ในป่านี้มานานแล้วหรือ”
“อืม!พวกเราอาจจะเข้าเขต หุบเขาหมื่นเมฆาแล้วก็ได้ แต่เป็รอยต่อด้านนอก”
“ถึงเมื่อไหร่ก็เมื่อนั่นแหละ แต่ผลไม่แถวนี้อร่อยมาก แถมกินแล้วอิ่มข้าไม่ต้องกินอาหารเลย เนื้อแห้งพวกนั้นไปอยู่ในท้องเ้าดำไปหมดแล้ว”
ซิงเยียนวิ่งเล่นอยู่ในป่ากับสุนัขสีดำ ปีนเก็บผลไม้ขึ้นต้นนั้นที ต้นนี้ทีจนลืมเวลาว่าผ่านไปกี่วันแล้ว
“ โอ๊ะ!พี่ชายดูผลไม้พวกนั้น ต้นหนึ่งมีตั้งหลายสี เหมือนขนมเลยข้าไปเก็บก่อน”ซิงเยียนะโไม่กี่ก้าวก็ไปอยู่ บนต้นไม้แล้ว
“พี่ชายรสชาติมันอร่อยมาก ยิ่งเป็สีทองและม่วง ท่านรีบมาช่วยเก็บเลย เอาไว้เป็เสบียงด้วย”ซิงเยียนชิมผลไม้จนอิ่ม
ห่าวรันะโขึ้นไปเก็บผลไม้ ตอนนี้สิ่งของที่ขนมามีแต่ถุงย่ามและเสื้อผ้าและอาวุธเท่านั้น ที่เหลือขาดชำรุดไปหมดแล้ว
“สงสัยข้าจะกินเยอะไปหน่อย รู้สึกจุกแน่นไปหมด ข้าเก็บแต่มีทองและม่วง พี่ชายชอบรสชาติไหน ก็เก็บได้เลย”
ซิงเยียนลงมาจากต้นไม้ และเดินเล่นเพราะรู้สึกอิ่มจนจุกอึดอัด และร้อนไปทั้งตัว
“เด็กน้อยเ้ามาทำอะไรที่นี่ พวกเ้าเป็มนุษย์ธรรมดานี่ ที่นี่ไม่เคยมีมนุษย์มาก่อนพวกเ้ามาจากที่ไหนกัน” เ้าของเสียงคือชายวัยประมาณห้าสิบ รูปร่างท้วมผิวขาวแก้มอมชมพู สวมชุดสีขาวท่าทางใจดีถามขึ้นเมื่อเห็นซิงเยียนยืนอยู่ใต้ต้นไม้
“โอ้!ท่านลุงก็เดินทางมาที่หุบเขาหมื่นเมฆาเหมือนกันหรือเ้าค่ะ ข้าเป็ตัวแทนแคว้นตงหยางอี้ อยู่ไกลจากที่นี้มากเลยกว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่ก็หลายปีแล้ว”
“ท่านลุงมาจากแคว้นหรือเมืองไหนเ้าค่ะ ท่านได้วิชาความรู้ที่จะไปช่วยคนที่เมืองท่านหรือยัง”
“คนที่เมืองเ้าเป็อะไรหรือ ถึงได้เดินทางมาไกลขนาดนี้”
