อู่ฟางจุนยังคงอธิบายเกี่ยวกับแก่นแท้พญาอสรพิษัต่อไป "และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอีกอย่างของเผ่าอสรพิษันั่นคือพิษที่มีฤทธิ์ร้ายแรง! เนื่องจากอสรพิษัได้สืบเชื้อสายมาจากัที่แท้จริงและมันได้หลอมรวมเข้ากับพิษดั้งเดิมของเผ่าพันธุ์อสรพิษ ดังนั้นผลกระทบจากพิษจึงเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว"
อู่ฟางจุนปิดฝากล่องไม้สลักของแก่นแท้อสรพิษักลับตามเดิม พร้อมมองไปทางฝูงชนและกล่าวอย่างสุภาพ "ในเมื่อทุกท่านได้ทราบถึงความล้ำค่าของแก่นแท้พญาอสรพิษัแล้ว เช่นนั้นจะเริ่มเปิดประมูลที่ 50 ล้านเหรียญเงิน... เริ่มการประมูล!"
"100 ล้านเหรียญเงิน!"
เสียงหนึ่งดังก้องอย่างฉับพลันไปทั่วห้องโถง และเผลอสะกดทุกสายตาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ผู้ที่เสนอไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลี่ชิงหยุนที่้ารายการนี้อย่างมาก
เนื่องด้วยพิษที่น่าสะพรึงกลัวของเผ่าอสรพิษัแล้ว หลี่ชิงหยุนจะปล่อยรายการนี้ไปได้อย่างไร
พิษของมันถือว่าเป็ไพ่ตายชั้นยอดในการลอบสังหารชั้นเยี่ยม และหลี่ชิงหยุนจำเป็ต้องมีมัน!
หลังสิ้นสุดเสียงของหลี่ชิงหยุนได้ไม่นาน หงเจิ้นที่เงียบมาตลอดทั้งการประมูลกลับพูดขึ้นอย่างเฉื่อยชาด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแส "100 ล้านกับอีก 1 เหรียญเงิน!"
"อะไร!?" ทุกคนในห้องโถงแตกตื่นในทันที!
ฝูงชนทั้งหมดที่ได้ยินการเสนอราคาที่ยั่วยุเช่นนี้ พวกเขาทั้งหมดจ้องมองไปที่ห้องหมายเลขสี่โดยไม่ได้ตั้งใจ
เนื่องจากอู่ฟางจุนได้กล่าวเพียงแค่ให้มีการเสนอราคาเท่านั้น แต่เขาไม่เคยระบุราคาของการเสนอราคาขั้นต่ำแต่อย่างใด
เดิมทีอู่ฟางจุนคิดว่าตระกูลขุนนางที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงจะไม่หันไปใช้วิธีการแบบเด็กๆเช่นนี้ แต่เมื่อความจริงปรากฏขณะนี้ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
อู่ฟางจุนเองได้แต่จ้องมองไปที่ห้องหมายเลขสี่ด้วยสายตาที่ไม่พอใจนัก การกระทำเช่นนี้เท่ากับว่าเอาเปรียบอย่างชัดเจนและถือเป็การยั่วยุครั้งใหญ่
อย่างไรก็ตามหงเจิ้นไม่ได้ฝ่าฝืนกฏของห้องโถงประมูลแต่อย่างใด และเป็ความผิดของอู่ฟางจุนที่ไม่ได้กล่าวถึงการเพิ่มราคาขั้นต่ำระหว่างการเสนอ ด้วยเหตุนี้หงเจิ้นจึงสามารถเสนอราคา 1 เหรียญเงินเหนือผู้แข่งขันอื่นได้
ฝูงชนที่กำลังจะเสนอราคาก่อนหน้านี้กลับเงียบไป พวกเขารู้ว่าปรมาจารย์จากห้องหมายเลขหนึ่งและห้องหมายเลขสี่กำลังจะเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ด้วยเหตุนี้พวกเขาตกจึงอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
พวกเขาคาดหวังไว้ว่าปรมาจารย์จากห้องส่วนหมายเลขหนึ่งจะต้องโกรธเป็ฟืนเป็ไฟอย่างแน่นอน และหลังจากนั้นราคาของรายการนี้ก็จะพุ่งสูงขึ้นไปอีกระดับ บางทีราคาอาจจะทะลุรายการก่อนหน้าด้วยซ้ำ
สิ่งที่หงเจิ้นกำลังทำ มัน้าทำให้ปรมาจารย์หยุนหวงผู้นี้อาเจียนเป็เืให้ได้!
หงเจิ้งหยวนกำลังมองไปที่พี่ชายด้วยสายตาที่ชื่นชม 'นี่... พี่ชายกำลังเอาคืนให้ข้า'
เมื่อรู้ความจริงและแผนการของหงเจิ้น รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากของหงเจิ้งหยวนในทันที พลันมองไปที่ห้องหมายเลขหนึ่งอย่างสะใจ "ฮ่าๆๆ ในเมื่อเ้ากล้าจะทำให้ข้าขุ่นเคือง เ้าต้องรับผลในสิ่งที่เ้าทำลงไป!"
หงเจิ้งหยวนพึงพอใจอย่างมากกับการโต้กลับของพี่ชายของมัน
หลี่ชิงหยุนที่กำลังเล่นกับถ้วยชาของเขาพลันเหล่ตามองไปที่ห้องหมายเลขสี่โดยไม่ได้ตั้งใจ เขาเห็นว่าหงเจิ้นอยู่ในท่านั่งที่ผ่อนคลายอย่างมาก
มันกำลังเพลิดเพลินไปกับการจิบชาและเสนอราคาไปด้วย สีหน้าของหงเจิ้นในขณะนี้ทำให้หลี่ชิงหยุนรับรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังโดนเอาคืนเข้าให้แล้ว!
"หงเจิ้น ้าเล่นกับข้างั้นรึ?" หลี่ชิงหยุนยิ้มอย่างเ็า เมื่อมองจากท่าทีที่ผ่อนคลายของหงเจิ้นแล้ว เขารับรู้ได้ทันทีว่าหงเจิ้น้าปั่นหัวเขาเท่านั้น และมันไม่ได้มีความ้าในรายการนี้แม้แต่น้อย
เนื่องด้วยก่อนหน้านี้หลี่ชิงหยุนได้ทำกับหงเจิ้งหยวนไว้หลายครั้งหลายครา รายการเม็ดยาที่เพิ่งผ่านไปหลี่ชิงหยุนขึ้นราคาไว้สูงเกินกว่าราคาปกติถึงหลายสิบเท่า แต่ด้วยความ้าที่อยากจะของหงเจิ้งหยวน ดังนั้นหงเจิ้นจึงไม่ใส่ใจมากนัก
แต่การยั่วยุอย่างต่อเนื่องของหลี่ชิงหยุนทำให้หงเจิ้นไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป แม้แต่หงเจิ้นที่สงบเสงี่ยมและสุขุมก็ไม่สามารถปล่อยปรมาจารย์หยุนหวงผู้นี้ได้สิ่งที่้าไปง่ายๆอย่างแน่นอน
ไม่นานนักผลลัพธ์ที่ฝูงชนกำลังคาดหวังไว้กลับไม่เกิดขึ้น เสียงที่เชื่องช้าจากห้องหมายเลขหนึ่งดังขึ้นอีกครั้ง
"100 ล้านกับอีก 2 เหรียญเงิน..."
"ห้ะ!?" ฝูงชนต่างอ้าปากค้างและลูกตาของพวกเขาแทบจะถลน เสียงอุทานเบาๆเล็ดลอดจากปากฝูงชนหลายร้อยคน
การโต้กลับของหลี่ชิงหยุนในลักษณะนี้เป็สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดมาก่อน การล่อลวงและการยั่วยุของหงเจิ้นกลับไม่สามารถทำให้หลี่ชิงหยุนอารมณ์เสียได้เลยแม้แต่น้อย
การตอบโต้ของหลี่ชิงหยุนนับว่าไร้ยางอายยิ่งกว่าหงเจิ้นเสียอีก!
ครั้งนี้เป็หงเจิ้นเองที่จำต้องขมวดคิ้วแทน มันไม่คาดคิดว่าปรมาจารย์จากห้องส่วนตัวหมายเลขหนึ่งจะไร้ยางอายยิ่งกว่า
มีแม้กระทั่งฝูงชนบางส่วนที่กุมท้องและหัวเราะอย่างหนัก พวกเขาไม่คาดคิดว่าสิ่งนี้จะเกิดในงานประมูลที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้
สีหน้าของหงเจิ้งหยวนกลายเป็น่าเกลียด ดวงตาของมันฉายแววบ้าคลั่งเมื่อทุกอย่างที่ตั้งใจไว้กลับไม่เกิดขึ้นอย่างที่มันคาดหวัง
แต่หงเจิ้นเองสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบสติอารมณ์ มันวางถ้วยชาลงและเผลอมองไปที่ห้องหมายเลขที่หนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ
และแน่นอนว่ามันเองก็ต้องเล่นบทบาทนี้จนถึงที่สุด หงเจิ้นจึงเพิ่มราคาอีกครั้ง "100 ล้านกับอีก 3 เหรียญเงิน"
"100 ล้านกับอีก 4 เหรียญเงิน" สิ้นสุดเสียงของหงเจิ้นได้ไม่ถึงเสี้ยววินาที หลี่ชิงหยุนจึงเสนอราคาโต้กลับไป
"100 ล้านกับอีก 5 เหรียญเงิน"
"100 ล้านกับอีก 6 เหรียญเงิน"
"100 ล้านกับอีก 7 เหรียญเงิน"
"100 ล้านกับอีก 8 เหรียญเงิน"
"100 ล้านกับอีก 9 เหรียญเงิน"
"100 ล้านกับอีก 10 เหรียญเงิน"
"...."
ผู้ที่้าเสนอราคาจากด้านล่างกลับเงียบสนิท ในห้องโถงไม่มีเสียงของผู้ใดเลยยกเว้นคนทั้งสองที่กำลังเสนอราคากันอย่างไม่ใส่ใจ
พวกเขาปล่อยให้การโต้เถียงจากห้องหมายเลขหนึ่งและห้องหมายเลขสี่ได้ต่อสู้กันไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใด และทั้งหมดก็อยากจะรู้เช่นกันว่าสถานการณ์นี้จะลงเอยอย่างไร
อู่ฟางจุนบนเวทีอดไม่ได้ที่จะกุมขมับ 'กว่าสี่สิบปีแล้วที่ข้าได้เปิดห้องโถงประมูลนี้ขึ้น แต่ไม่เคยมีเหตุการณ์ที่บ้าบอเช่นนี้มาก่อน'
นี่เป็ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของห้องโถงประมูลที่มีการเสนอราคาขั้นต่ำเพิ่มขึ้นทีละ 1 เหรียญเงินเช่นนี้! อู่ฟางจุนไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
ไม่ใช่เพียงแค่อู่ฟางจุนเท่านั้น ผู้คนส่วนใหญ่ต่างก็ปวดหัวกับการละเล่นที่ราวกับเด็กน้อยจากปรมาจารย์ทั้งสองนี้
[พวกท่านไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งหรอกหรือ? เหตุใดพวกท่านจึงเสนอราคาปัญญาอ่อนเช่นนี้?]
[ไม่คาดคิดว่าความไร้ยางอายจะเกิดขึ้นกับผู้ฝึกฝนระดับนี้จริงๆ]
[สองคนนี้มันบ้า!]
หลังจากทั้งสองฝ่ายขึ้นราคาไปจนถึง 100 ล้านกับอีก 50 เหรียญเงิน หลี่ชิงหยุนกลับเงียบไปราวกับเขากำลังครุ่นคิดพิจารณาว่าจะเสนอราคาต่อไปดีหรือไม่
และหงเจิ้นเองก็รอให้หลี่ชิงหยุนเสนอราคาต่อไปพลางมองไปด้วยสายตาที่ยั่วยุ 'ในเมื่อเ้าไม่ยอมแพ้ ข้าจะเล่นเ้าจนกว่าเ้าจะสูญเสียทุกอย่างไปเอง!'
หงเจิ้นรับรู้ได้ว่าหลี่ชิงหยุน้ารายการนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากหลี่ชิงหยุนได้ขึ้นราคาจาก 50 ล้านเหรียญเงินเป็ 100 ล้านเหรียญเงินั้แ่ต้นเช่นนี้ มันเชื่อว่าหลี่ชิงหยุนจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้รับแก่นแท้อสรพิษัเป็แน่
โดยไม่คาดคิดว่าหลี่ชิงหยุนจะทำท่าทีส่ายหัวเบาๆ และกล่าวบางอย่างขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งราวกับชายชรา "หากตระกูลหงสนใจรายการนี้ เช่นนั้นข้าจะยกสิ่งนี้ให้แก่เ้า..."
โดยที่เขายังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังเยาะเย้ยให้แก่ความโง่เขลาของหงเจิ้น "เดิมทีข้าไม่ได้สนใจรายการนี้อยู่แล้ว ข้าแค่ร่วมสนุกในรายการนี้เท่านั้น ฮี่ๆๆ~ ในเมื่อตระกูลหงสนใจถึงเพียงนี้ ข้าจะยอมหลีกทางให้แต่โดยดี"
ในห้องหมายเลขสี่ หงเจิ้นและหงเจิ้งหยวนแทบจะอาเจียนออกมาเป็เื!
ก่อนหน้านี้ตระกูลหงของพวกมันสูญเสียความมั่งคั่งไปกว่า 500 ล้านเหรียญเงินจากการประมูล ความมั่งคั่ง 500 ล้านเหรียญเงินแทบจะเป็รายได้จากธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์ของตระกูลหงตลอดปีเลยด้วยซ้ำ และขณะนี้หลี่ชิงหยุนกลับหยุดการเสนอราคาอย่างกะทันหันโดยที่พวกมันไม่ทันได้ตั้งตัว
หงเจิ้นเองก็ไม่ได้คาดหวังผลลัพธ์นี้เช่นกัน มันอารมณ์เสียถึงขีดสุดจนอยากจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า!
อีกทั้งเงินติดตัวของมันขณะนี้ก็ไม่ได้มีถึง 100 ล้านเหรียญเงินด้วยซ้ำ! เนื่องจากหงเจิ้งหยวนได้หยิบยืมเงินของตนไปหมดแล้ว
ขณะนี้หงเจิ้นตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างแท้จริง ในชีวิตมันไม่เคยรู้สึกอึดอัดเช่นนี้มาก่อน
มันกำลังครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะหนีจากสถานการณ์ที่น่าอับอายเช่นนี้ไปได้อย่างไร?
"ลุงเจี้ยน ท่านพอจะมีเงินให้ข้าหยิบยืมบางส่วนหรือไม่?" ในเมื่อไม่สามารถหาที่วิธีรับเงินจากที่อื่นได้ หงเจิ้นรีบหันไปถามหงเจี้ยนเจี้ยนที่ยืนคร่อมอยู่ด้านหลังด้วยน้ำเสียงที่หดหู่
แต่หงเจี้ยนเจี้ยนกลับลูบจมูกอย่างเขินอายและตอบกลับ "นายน้อย ข้าเองไม่ได้พกเงินมามากมายขนาดนั้น"
สีหน้าของหงเจิ้นเปลี่ยนเป็สีเขียวและสีดำอย่างฉับพลัน ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ
หากมันไม่นำเหรียญเงินออกมาจ่าย ณ ขณะนี้ ชื่อเสียงของตระกูลหงอาจจะกลายเป็เื่ตลกในราชวงศ์เป็แน่
เหตุการณ์นี้หงเจิ้นเป็ผู้ที่ยั่วยุหลี่ชิงหยุน แต่มันกลับไม่มีเงินจ่ายเสียเอง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุการณ์นี้จะกลายเป็เื่ตลกครั้งใหญ่อย่างแน่นอน
ในเมื่อหงเจิ้นไม่สามารถยืมเงินจากหงเจี้ยนเจี้ยนได้ หงเจิ้นจึงถือโอกาสกระซิบผ่านจิติญญากับเล่ยตงเทียนในห้องข้างๆด้วยน้ำเสียงที่อ้ำอึ้ง "เอ่อ... พี่เล่ย ท่านพอจะมีเงินให้ข้าหยิบยืมสัก 100 ล้านเหรียญเงินหรือไม่? ข้าไม่มีเงินเพียงพอในขณะนี้"
"เอ๊ะ!" เล่ยตงเทียนอุทานเบาๆเมื่อได้ยินการกระซิบผ่านจิติญญาจากหงเจิ้น
แต่ก่อนที่มันจะได้ตอบกลับไป ในวินาทีเดียวกันนั้นอู่ฟางจุนที่อยู่บนเวทีกลับเริ่มนับถอยหลังขึ้นมาโดยไม่รอให้หงเจิ้นพูดคุยกับเล่ยตงเทียนต่อ
"100 ล้านกับอีก 50 เหรียญเงิน ครั้งที่หนึ่ง..."
สีหน้าของหงเจิ้นซีดลงอย่างกะทันหัน 'ไอ้บ้าเอ้ย! เหตุใดจึงรีบร้อนเช่นนี้!?'
แต่อู่ฟางจุนไม่ได้สนใจสิ่งใดเพราะเขาไม่รู้ เขาแค่ทำหน้าที่ตามปกติของเขาต่อไป "100 ล้านกับอีก 50 เหรียญเงิน ครั้งที่สอง..."
"100 ล้านกับอีก 50 เหรียญเงิน ครั้งที่—"
"ผู้าุโอู่ ได้โปรดรอก่อน!" ทันใดนั้นเสียงของหงเจิ้นดังสนั่นหยุดการนับถอยของอู่ฟางจุนในทันที
อู่ฟางจุนขมวดคิ้วอย่างเ็า 'เหตุใดเ้าหนูนี้ถึงได้มีปัญหามากนัก!?' เมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบโต้ที่เร่งด่วนของหงเจิ้น เขาจึงถามออกไปอย่างสงสัย "นายน้อยหง มีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่?"
แม้แต่ฝูงชนเองก็ยังสงสัย เหตุใดหงเจิ้นจึงหยุดการนับถอยหลังของอู่ฟางจุนเช่นนี้
และความคิดของพวกเขากำลังไปในทิศทางเดียวกัน 'เป็ไปได้ไหมว่าเขาไม่้าที่จะจ่ายเงินหลังจากเสนอราคาไปแล้ว?'
และสิ่งที่ฝูงชนกำลังคิดก็เป็ความจริง หงเจิ้นพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกัก "ขณะนี้...ข้ายังไม่มีเงินเพียงพอ"
อู่ฟางจุนที่ได้ยินเช่นนั้นก็แทบจะลื่นล้ม 'อะไร! เ้ากล้าเสนอราคาเพื่อยั่วยุผู้อื่น แต่ตนกลับไม่มีเงินเพียงพอที่จะจ่ายเสียเอง เ้ามันบ้าไปแล้ว!'
'เ้าใช่นายน้อยของตระกูลขุนนางจริงๆหรือไม่?'
ในขณะเดียวกันหลายคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ แม้แต่น้ำตาก็ไหลออกมาจากอาการปวดท้องอย่างหนัก ทำให้สีหน้าของหงเจิ้นเปลี่ยนเป็สีตับหมูในทันที!
[บ้าเอ้ย! น่าอายอย่างอะไรเยี่ยงนี่!]
[ไอ้สารเลวหยุนหวงนั่นทำให้ข้าต้องตกอยู่ในสถานการณ์บ้าๆนี่!]
หงเจิ้นอดไม่ได้ที่จะสาปแช่งในใจอย่างดุเดือด ขณะนี้ชื่อเสียงของตระกูลหงหม่นหมองไปหมดแล้วด้วยการกระทำที่มันเองก็ยังคาดไม่ถึง
"ฮ่าๆๆๆ!" เสียงหัวเราะที่เย้ยหยันของชายชราดังขึ้นจากห้องหมายเลขหนึ่งเช่นกัน ดูเหมือนว่าหลี่ชิงหยุนจะชื่นชอบสถานการณ์นี้จริงๆ
โดยไม่คาดคิดว่าหงเจิ้นที่เป็ถึงตระกูลขุนนางได้เสนอราคาที่สูงเสียดฟ้า แต่กลับไม่มีเงินเพียงพอในการซื้อ นี่ถือเป็การเปิดหูเปิดตาเสียจริง
เล่ยตงเทียนก็เกือบจะหัวเราะออกมาเช่นกัน แต่ไม่นานมันก็ไอเบาๆเพื่อกลบเกลื่อน "หงเจิ้น หากเ้า้า ข้ามีให้เ้าหยิบยืม"
หงเจิ้นที่ได้ยินเช่นกันก็รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก
แต่ก่อนที่อู่ฟางจุนจะได้เริ่มนับถอยหลังอีกครั้ง จู่ๆก็มีเสียงชายหนุ่มเสนอราคาดังขึ้นจากห้องหมายเลขห้า
"100 ล้านกับอีก 1 แสนเหรียญเงิน!"
เสียงนี้คือปิงเสวียนที่นั่งเงียบมาตลอดทั้งการประมูล โดยไม่คาดคิดว่าปิงเสวียนจะสนใจรายการนี้เช่นกัน
หงเจิ้นที่ได้ยินเสียงของปิงเสวียน มันอยากจะก้มกราบแทบเท้าปิงเสวียนอย่างงามที่มาช่วยปลดปล่อยมันจากความอับอายนี้
มันเองไม่ได้สนใจรายการนี้อยู่แล้ว และเพียงแค่เล่นสนุกกับปรมาจารย์หยุนหวงเท่านั้น แต่ในเมื่อปิงเสวียนสนใจและเสนอราคาไปแล้ว หงเจิ้นไม่มีความจำเป็ที่จะต้องหยิบยืมเงินจากเล่ยตงเทียนอีกต่อไป
เมื่อฝูงชนเห็นว่าปรมาจารย์หยุนหวงและหงเจิ้นไม่ได้ต่อสู้เพื่อรายการนี้อีกต่อไป ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถขึ้นราคาได้อีกครั้ง
สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ของแก่นแท้พญาอสรพิษัได้ตกอยู่ในการของปิงเสวียนในราคา 110 ล้านเหรียญเงิน
ราคานี้ไม่ถือว่าสูงมากนักหากจะเทียบกับมูลค่าที่แท้จริงของมัน เนื่องจากผู้คนในอาณาจักรล่างไม่ได้มีความรู้เพียงพอในการกลั่นพิษเท่ากับผู้คนจากอาณาจักรนภา ดังนั้นคุณค่าของแก่นแท้อสรพิษัจึงมีเพียงน้อยคนนักที่สามารถกลั่นและนำไปใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้
. . .
"เอาล่ะ หลังจากผ่านไปนาน ก็มาถึงรายการสุดท้ายของวันนี้..." ในระหว่างที่กำลังพูด อู่ฟางจุนได้หยิบกล่องไม้โบราณที่แลดูลึกลับออกมา กล่องไม้โบราณนี้มีความกว้าง 30 เิเและยาว 15 เิเ
ในระหว่างนั้นอู่ฟางจุนเริ่มเปิดฝากล่องไม้ออกอย่างระมัดระวัง
ฝูงชนต่างกำลังจ้องมองอย่างสนใจ เนื่องจากนี่คือรายการหลักของวันนี้ พวกเขาอยากจะดูด้วยตาของตนเองว่า 'สิ่งประดิษฐ์ลึกลับ' ที่กล่าวถึงมีรูปร่างอย่างไร?
ในขณะเดียวกันหลี่ชิงหยุนที่มองไปด้านล่างอย่างเฉยเมย ก็รับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังสั่นสะท้านในตัวของเขา
จู่ๆในตันเถียนเกิดการสั่นะเืเบาๆ หลี่ชิงหยุนรับรู้ได้ว่าบางสิ่งในร่างกายของเขากำลังแสดงอาการตื่นเต้นอย่างชัดเจน!
โดยไม่คาดคิดว่าเจดีย์ปฐมกาลที่อยู่อย่างสงบมานานแสนนานกลับมีปฏิกิริยาต่อสิ่งประดิษฐ์ลึกลับที่กำลังจะปรากฏขึ้นตรงหน้า!
