ตอนที่ 6 ผีบรรพบุรุษตระกูลโจว
เมื่อทุกอย่างกลับสู่ความสงบ หลินชิงเหอก็ถอนหายใจยาว เธอเดินไปที่หลุมศพปลอมนั่น แล้วใช้จอบฝังมันลงไปลึกกว่าเดิม
“ระบบ ลบเอฟเฟกต์ผงคันออกให้หมด”
[รับทราบ... การแสดงจบลงแล้ว ยอดแต้มความแค้นที่ได้รับจากตระกูลโจว: 250 แต้ม! ยอดคงเหลือปัจจุบัน: 253 แต้ม]
หลินชิงเหอผ่อนลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ รอยยิ้มเยือกเย็นจางหายไปจากใบหน้า เปลี่ยนเป็ความอ่อนโยนเมื่อหันกลับไปมองในกระท่อม เธอเห็นอาเป่ายืนเกาะขอบประตู ดวงตากลมโตฉายแววทึ่งจัดขณะมองมารดา ราวกับเห็นเทพธิดาลงมาจุติเพื่อปราบปีศาจร้าย
“ท่านแม่... ท่านย่ากับท่านลุงวิ่งหนีไปเหมือนลูกสุนัขเลยขอรับ!” เด็กน้อยพูดพลางทำท่าเลียนแบบ ท่าทางน่ารักนั้นช่วยละลายความตึงเครียดในใจของหลินชิงเหอไปได้มาก
“พวกเขาไม่ได้กลัวแม่หรอกจ้ะอาเป่า พวกเขากลัวเงาในใจตัวเองต่างหาก” เธออุ้มลูกชายขึ้นมาหอมแก้มฟอดใหญ่ กลิ่นดินกลิ่นหญ้าจากตัวเด็กน้อยทำให้เธอรู้สึกว่าภารกิจนี้คุ้มค่าเหลือเกิน
หลินชิงเหอเดินกลับไปหาโจวเฉิงที่นอนมองเธออยู่อย่างเงียบเชียบ แววตาของเขาซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย มันมีทั้งความประหลาดใจ ความสำนึกผิด และความเทิดทูนที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล
“ชิงเหอ เ้า... เ้าเปลี่ยนไปมากจริงๆ” เสียงของเขายังคงสั่นเครือจากพิษไข้ แต่ความกระจ่างชัดในดวงตาบอกว่าเขาอาการดีขึ้นมากแล้วจากน้ำทิพย์ของเธอ “ข้าไม่เคยรู้เลยว่าเ้าจะมีไหวพริบและ ความกล้าหาญถึงเพียงนี้”
เธอนั่งลงข้างเขา ค่อยๆ จัดผ้าพันแผลให้เข้าที่ “ในโลกที่คนดีถูกรังแก ความใจดีอย่างไร้ขอบเขตก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายหรอกค่ะ โจวเฉิง ฉันไม่ใช่คนเดิมที่ยอมให้ใครมาจิกหัวใช้อีกแล้ว ถ้าคุณอยากจะอยู่กับฉัน คุณต้องเลิกแบกความกตัญญูที่ไม่มีค่าไว้บนหลังนั่นทิ้งไปะ แล้วเริ่มแบกอนาคตของพวกเรากับอาเป่าแทน”
โจวเฉิงกำหมัดแน่น น้ำตาบุรุษไหลรินออกมาอีกครั้ง “ข้าสัญญา ต่อจากนี้ ข้าจะมีชีวิตอยู่เพื่อพวกเ้าเท่านั้น ที่ดินผืนนี้ แม้ทุกคนจะบอกว่าเป็สุสานร้าง แต่ข้าจะใช้สองมือนี่ขุดดินให้พวกเ้ามีข้าวกินให้ได้”
หลินชิงเหอยิ้มบางๆ มือเรียวสวยลูบไปที่รอยแผลของเขา “ไม่ต้องรอให้คุณหายดีจนถึงขั้นไปใช้แรงงานหนักหรอกค่ะ เพราะฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้คุณใช้ชีวิตแบบเดิมอีกต่อไป”
หลินชิงเหอกดไหล่ของสามีให้นอนลงอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น แววตาของเธอมั่นคงจนโจวเฉิงรู้สึกเหมือนกำลังมองนายหญิงผู้สูงศักดิ์มากกว่าหญิงชาวบ้านที่เขาเคยรู้จัก
“ที่ดินรกร้างผืนนี้ สำหรับคนอื่นมันอาจจะเป็สุสาน แต่สำหรับฉัน มันคือเหมืองทอง ที่แท้จริง คุณแค่พักฟื้นให้ดี หน้าที่บริหารจัดการและหาเงินเลี้ยงครอบครัวต่อจากนี้ ให้เป็หน้าที่ของภรรยาคนนี้เองค่ะ”
โจวเฉิงอ้าปากค้าง ความรู้สึกผิดที่เคยเกาะกุมหัวใจเริ่มถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับแม้แต่จากมารดาของเขา “ชิงเหอ ข้า... ข้าช่างโชคดีเหลือเกินที่มีเ้า”
“นอนพักเถอะค่ะ” เธอตบไหล่เขาสองสามที ก่อนจะหันไปหาเ้าก้อนแป้ง “อาเป่า มาช่วยแม่จัดบ้านหน่อยเร็วลูก”
หลินชิงเหอเดินออกไปสำรวจที่ดินที่ได้รับมาอย่างละเอียดอีกครั้ง พื้นที่รวมประมาณ 10 หมู่ (ราว 4 ไร่) นี้เต็มไปด้วยหินและหญ้าแพรก แต่นักวิชาการเกษตรอย่างเธอมองออกทันทีว่า โครงสร้างดินเป็ดินร่วนปนทรายที่มีแร่ธาตุสูงจากการสะสมของใบไม้แห้งมานับร้อยปี เพียงแค่ต้องจัดการหินออกไปให้เป็สัดส่วน และ ปรับสภาพกรด-ด่างเท่านั้น
“ระบบ... ฉัน้าเครื่องมือช่วยชีวิตตัวละครในฝันหน่อย ขอ จอบขุดหินน้ำหนักเบา ถุงมือป้องกัน และที่สำคัญที่สุด น้ำยาเร่งสลายวัชพืชเกรดออร์แกนิก ที่ไม่ทำลายหน้าดิน”
**[ติ๊ง! รายการสินค้า:
1. จอบอัลลอยด์น้ำหนักเบา (เกรดพิเศษ) - 40 แต้ม
2. น้ำยาเร่งสลายวัชพืชและเปลี่ยนเป็ปุ๋ย (เข้มข้น) - 80 แต้ม
3. ถุงมือทำงานและรองเท้าบูทบุขนกันหนาว - 30 แต้ม
รวมทั้งสิ้น: 150 แต้ม... ยืนยันหรือไม่?]**
“ยืนยัน!”
[ยอดคงเหลือ: 103 แต้ม]
ทันทีที่ยืนยัน อุปกรณ์ทั้งหมดก็ปรากฏขึ้นในตะกร้าสานใบเก่า หลินชิงเหอไม่รอช้า เธอสวมถุงมือและรองเท้าบูทที่เบาสบายแต่กันหนาวได้ดีเยี่ยม เธอเริ่มผสมน้ำยาเร่งสลายวัชพืชลงในถังไม้เก่าๆ แล้วใช้กิ่งไม้พรมไปทั่วบริเวณทุ่งหญ้าแห้ง
น้ำยาชนิดนี้คือเทคโนโลยีจากโลกอนาคต เมื่อัักับหญ้าที่ตายแล้ว มันจะทำปฏิกิริยาย่อยสลายภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เปลี่ยนวัชพืชให้กลายเป็ปุ๋ยอินทรีย์ชั้นเลิศโดยไม่ต้องเผาให้เสียหน้าดิน
ขณะที่เธอกำลังใช้จอบขุดหินก้อนใหญ่ออกไปเพื่อเตรียมแปลงปลูก สายตาของเธอก็สังเกตเห็นสีของดินที่อยู่ใต้ก้อนหินเ่าั้ มันมีสีแดงเข้มและมีความเหนียวที่เป็เอกลักษณ์
“หือ? นี่มัน... ดินเหนียวสีชา (Zisha) ที่ใช้ทำกาน้ำราคาแพงไม่ใช่เหรอ?”
หลินชิงเหอใจเต้นระรัว เธอใช้จอบขุดลงไปลึกขึ้นอีกหน่อย ยิ่งลึก ดินก็ยิ่งมีคุณภาพดีเยี่ยม ดินชนิดนี้ในเมืองหลวงมีราคาแพงยิ่งกว่าทองเสียอีก เพราะเป็ที่้าของเหล่าขุนนางและเศรษฐีที่คลั่งไคล้การดื่มชา
“โชคสองชั้น! ตระกูลโจวพวกคุณมันตาถั่วจริงๆ ทิ้งสมบัติมหาศาลไว้เพียงเพราะเห็นว่าเป็ที่ดินรกร้างขุดยาก!”เธอจึงขุดเอาดินขึ้นมาเพื่อจะลองทำแบบกาน้ำชา
“ท่านแม่! ดูนี่สิขอรับ!” อาเป่าที่กำลังช่วยเก็บหินเล็กๆ วิ่งเข้ามาหา ในมือน้อยๆ มีพืชหัวกลมๆ เล็กๆ ที่เขาขุดเจอ “มันเหมือนหัวหอมเลยขอรับ กินได้ไหม?”
หลินชิงเหอรับมาดูแล้วดวงตาเบิกกว้าง “อาเป่า! นี่มันหัวของ ดอกลิลลีู่เานี่ลูก! มันคือยาสมุนไพรชั้นดีที่ช่วยบำรุงปอดและแก้ไอได้เยี่ยมมาก!”
ในหัวของเธอเริ่มร่างโมเดลธุรกิจทันที: หน้าหนาวที่อากาศเย็นและแห้งแบบนี้ คนเมืองหลวงมักจะมีปัญหาเื่ระบบทางเดินหายใจ ถ้าเธอแปรรูปหัวลิลลีู่เาเป็ของว่างหรือชาสมุนไพร มันจะทำเงินมหาศาล!
เย็นวันนั้น หลินชิงเหอไม่ได้ปล่อยให้ครอบครัวต้องหิวโหย เธอใช้แต้มที่เหลือเพียงน้อยนิดแลกซื้อ เนื้อหมูติดมัน แป้งสาลีชั้นดี และ เครื่องเทศออกมา
ควันไฟเริ่มหมุนวนลอยออกมาจากปล่องควันของกระท่อมท้ายไร่ กลิ่นหอมฟุ้งของ หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง และ หมั่นโถวนึ่งร้อนๆ ลอยละล่องไปตามสายลม พุ่งตรงไปทางบ้านใหญ่ตระกูลโจวที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาถึงกับหยุดกึก
“กลิ่นนี่มัน กลิ่นเนื้อ! บ้านรองไปเอาเงินที่ไหนมาซื้อเนื้อ?”
“หรือว่าที่นังจางซื่อบอกว่าเจอทองจะเป็ความจริง?”
“แต่เมื่อกี้พวกเขาวิ่งหนีกันออกมาบอกว่าเจอผีหลอกไม่ใช่เหรอ?”
ชาวบ้านพากันวิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปรบกวน เพราะความกลัวเื่ คำสาปบรรพบุรุษ ที่หลินชิงเหอสร้างไว้ยังคงขลังอยู่
ภายในกระท่อม โจวเฉิงนั่งมองจานอาหารตรงหน้าด้วยความซาบซึ้ง เขาคีบเนื้อหมูชิ้นโตที่ตุ๋นจนเปื่อยละลายในปากใส่ชามให้ภรรยาและลูกชาย
“ชิงเหอ เ้ากินเถอะ เ้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
“เรากินด้วยกันค่ะคุณ” หลินชิงเหอยิ้มพลางป้อนหมั่นโถวเข้าปากอาเป่าที่เคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มป่อง
“หลังจากนี้เราจะไม่ต้องแอบกินกันอีกแล้ว อีกไม่นาน ฉันจะทำให้คนทั้งหมู่บ้านต้องมาขออ้อนวอนขอทำงานในไร่ของเรา!”
กลางดึกคืนนั้น ในขณะที่โจวเฉิงและอาเป่าหลับสนิทเพราะความอิ่มและอ่อนเพลีย หลินชิงเหอยังคงตื่นอยู่ เธอได้ยินเสียงฝีเท้าที่พยายามย่องให้เบาที่สุดอยู่รอบกระท่อม
เธอลุกขึ้นนั่งอย่างเงียบเชียบ แววตาคมปลาบดุจเหยี่ยวในความมืด
“พวกปลิง คิดจะมาสอดแนมกันจริงๆ สินะ”
เธอกดเรียกใช้ไอเทมจากระบบที่เธอแลกไว้ก่อนนอน กับดักเสียงสัญญาณกันขโมย (เกรดสยองขวัญ) ที่จะทำงานทันทีเมื่อมีใครบุกรุกเข้าเขตแปลงผัก
“อ๊ากกกกกก! ช่วยด้วยยย! ผีบรรพบุรุษจะกินหัวข้าแล้วววว!”
เสียงร้องโหยหวนของใครบางคนดังแหวกอากาศขึ้นมา พร้อมกับแสงไฟสีเขียวประหลาดที่สว่างวาบขึ้นหน้ากระท่อม หลินชิงเหอหัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วล้มตัวลงนอนต่ออย่างสบายใจ
“พวกปลิงผู้หิวโหย หวังว่าฝันร้ายคืนนี้จะช่วยขัดเกลาจิตใจที่เน่าเฟะของพวกคุณให้สะอาดขึ้นบ้างสักนิดนะจ๊ะ”
หลินชิงเหอขยับตัวซุกเข้าหาความอบอุ่นของผ้าห่มขนสัตว์ที่แอบซื้อจากระบบ โดยไม่ลืมที่จะเอื้อมมือไปโอบกอดอาเป่าไว้ในอ้อมแขน เสียงร้องโหยหวนข้างนอกนั่นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกผิดแม้แต่น้อย ในโลกธุรกิจที่เธอจากมา การรุกล้ำพื้นที่ส่วนบุคคล มีราคาที่ต้องจ่าย และสำหรับโลกโบราณที่ไร้ข้อยุติแห่งนี้ เธอก็แค่จ่ายคืนด้วย บทเรียนที่จำไปจนวันตาย
เช้าวันต่อมา ข่าวเื่ผีบรรพบุรุษตระกูลโจวพิโรธ กลายเป็ทอล์คออฟเดอะทาวน์ที่สั่นะเืไปทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านที่ตื่นมาตักน้ำแต่เช้าต่างพากันจับกลุ่มซุบซิบถึงสภาพของ โจวต้า และ จางซื่อ ที่วิ่งหนีออกจากท้ายไร่มาในสภาพที่แทบจะดูไม่ได้
โจวต้าเสียสติถึงขั้นพุ่งชนรั้วกั้นคอกหมูจนหน้าเขียวบวมช้ำ ส่วนจางซื่อนางสะดุดรากไม้จนฟันหน้าหักไปหนึ่งซี่ แถมยังเอาแต่ละเมอว่า “เงาเขียวๆ ตาโตเท่าจานข้าว มันจะควักไส้ข้า!”
ในขณะที่บ้านใหญ่ตระกูลโจวกำลังวุ่นวายกับการเรียกหมอผีมาทำพิธีสะเดาะเคราะห์ ที่กระท่อมท้ายไร่กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของข้าวต้มธัญพืชและไข่เค็มอุ่นๆ
“คุณคะ ลองทานนี่ดูหน่อยค่ะ” หลินชิงเหอประคองชามข้าวต้มไปวางที่ข้างเตียงโจวเฉิง
โจวเฉิงพยายามพยุงตัวลุกขึ้น แผลที่ขาของเขาแห้งไวอย่างน่าประหลาดใจ แต่อาการปวดหน่วงๆ ยังคงมีอยู่บ้าง “ชิงเหอ เมื่อคืนข้าได้ยินเสียงร้องดังมาก เหมือนเสียงพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
หลินชิงเหอยิ้มอย่างมีเลศนัยขณะจัดหมอนให้สามี “ก็แค่บรรพบุรุษมาตรวจตราที่ดินของท่านน่ะค่ะคุณ ท่านคงเห็นว่ามี หนูตัวโตแอบมาขุดคุ้ยดินของท่าน ท่านเลยแวะมาทักทายนิดหน่อย”
โจวเฉิงมองใบหน้าเรียบเฉยของภรรยาแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาว เขาเริ่มชินกับ ความมหัศจรรย์ ของเธอทีละน้อย “เ้าช่างมีวิธีจัดการที่เด็ดขาดจริงๆ แต่ระวังนะชิงเหอ คนพวกนั้นเหมือนหมาลอบกัด หากไม่ได้ด้วยเล่ห์ พวกเขาจะเอาด้วยกล”
“เล่ห์กลของพวกเขาก็แค่ของเด็กเล่นค่ะ” เธอตอบพลางป้อนข้าวให้สามี “ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่พวกเขา แต่คือที่ดินของเราค่ะ วันนี้ฉันจะเริ่มปรับหน้าดิน และคุณมีหน้าที่กินยาแล้วก็นอนพักให้แข็งแรงที่สุด เพราะอีกสามวัน ฉันจะพาคุณเข้าไปในเมือง”
“ไปในเมือง?” โจวเฉิงขมวดคิ้ว “เราไม่มีเงินสักอีแปะเลยนะชิงเหอ”
หลินชิงเหอแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ “เงินน่ะ มันไม่ได้มาจากการขอหรอกค่ะ แต่มันมาจากปัญญาเดี๋ยวคุณก็รู้เอง”
หลังจากดูแลโจวเฉิงและส่งอาเป่าไปนั่งเล่นเรียงก้อนหินอยู่หน้าบ้าน หลินชิงเหอก็เริ่มลงมือกับงานใหญ่ เธอเปิดระบบตรวจสอบพื้นที่อีกครั้ง
[ติ๊ง! ตรวจสอบพบซากวัชพืชที่สลายตัวแล้ว 90% หน้าดินมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น 3 ระดับ พร้อมสำหรับการเพาะปลูก!]
เธอหยิบน้ำยาเร่งการเติบโตแบบเข้มข้นที่เพิ่งแลกมา ผสมลงในน้ำแล้วเดินพรมไปทั่วบริเวณหน้าดินร่วนสีดำที่เธอเตรียมไว้ จากนั้นเธอก็เริ่มนำ หัวลิลลีู่เา ที่ขุดเจอเมื่อวานลงดิน พร้อมกับเมล็ดพันธุ์ผักโตไวที่ได้รับจากระบบ
ด้วยเทคโนโลยีจากระบบและมือที่เชี่ยวชาญของนักบริหารจัดการเกษตร เธอจัดวางระบบชลประทานแบบประหยัดน้ำโดยใช้รางไม้ไผ่เก่าๆ ที่เก็บได้รอบๆ มาต่อกัน ทุกย่างก้าวของเธอเต็มไปด้วยความทะมัดทะแมง ราวกับหญิงสาวผู้เกิดมาเพื่อบัญชาการผืนแผ่นดิน
“ในโลกเก่า ฉันต้องดีลกับพนักงานนับร้อย ปัญหาการตลาดนับพัน แค่ฟื้นฟูดิน 10 หมู่ มันจะยากสักแค่ไหนกันเชียว”
เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายบนหน้าผากมน แต่ดวงตาของเธอกลับวาวโรจน์ด้วยความหวัง
จังหวะนั้นเอง ป้าหวัง หญิงหม้ายใจดีในหมู่บ้านที่เคยแอบแบ่งน้ำข้าวให้บ้านรองบ่อยๆ เดินผ่านมาเห็นเข้าพอดี นางหยุดมองหลินชิงเหอด้วยความทึ่ง
“สะใภ้รอง นี่เ้าขุดดินเองหมดเลยรึ? ไหวรึนั่น ผอมบางแค่นี้ แถมที่ดินนี่เขาก็ลือกันว่ามันเป็ที่ต้องสาปนะ” ป้าหวังพูดด้วยความเป็ห่วง
หลินชิงเหอหยุดมือแล้วยิ้มตอบอย่างเป็กันเอง “ป้าหวังคะ ที่ดินน่ะไม่มีคำสาปหรอกค่ะ มีแต่โอกาสที่รอคนมองเห็น ป้าคอยดูนะคะ อีกไม่กี่วัน ที่นี่จะไม่ได้มีแค่หญ้าแห้ง แต่มันจะมีทองคำงอกขึ้นมาให้คนทั้งหมู่บ้านต้องตาค้าง!”
คำพูดที่มั่นใจของเธอทำให้ป้าหวังถึงกับขนลุก “เ้าพูดจาเหมือนหมอดูเลยนะสะใภ้รอง แต่เอาเถอะ ถ้ามีอะไรให้ป้าช่วยก็บอกนะ ป้าทนเห็นนังพวกบ้านใหญ่นั่นเชิดหน้าชูตาบนหยาดเหงื่อพวกเ้าไม่ไหวแล้วเหมือนกัน”
“ขอบคุณค่ะป้าหวัง อีกไม่นานหรอกค่ะ ฉันจะทำให้ป้าไม่ต้องลำบากทนเห็นพวกบ้านใหญ่นั่นเชิดหน้าชูตาอีกต่อไป”
ตะวันลับขอบฟ้าทิ้งแสงสีส้มทองไว้บนยอดเขา หลินชิงเหอกลับเข้าบ้านด้วยความเหนื่อยล้าที่แสนสุขใจ เธอเปิดระบบดูสถานะล่าสุด
[แต้มความแค้นสะสม: 353 แต้ม (จากการสะดุ้งผวาของบ้านใหญ่ตลอดทั้งวัน)]
[สถานะพืชพรรณ: เมล็ดพันธุ์ผักโตไวจะเก็บเกี่ยวได้ในเช้าวันที่สาม!]
“ดีมาก ฉันจะเอาผักพวกนี้ กับเครื่องปั้นดินเหนียวสีชาต้นแบบ เข้าไปเปิดตลาดในเมือง”
เธอมองไปที่ดินสีชา (Zisha) ที่เธอขุดขึ้นมาได้บ่ายวันนี้ เธอใช้เวลา่เย็นลองปั้นมันเป็ ถ้วยชา ทรงเรียบง่ายแต่ดูหรูหราแบบ Minimalist ตามสไตล์สมัยใหม่ แม้จะยังไม่ได้เผา แต่เนื้อดินที่เนียนละเอียดและสีแดงเข้มสม่ำเสมอก็บ่งบอกว่านี่คือของล้ำค่า
หลินชิงเหอทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียงโจวเฉิงที่หลับสนิทไปแล้วเพราะฤทธิ์ยา เธอจับมือของเขาที่เต็มไปด้วยรอยแผลจากการทำงานหนัก
คุณรู้ไหมโจวเฉิง... ในโลกของฉัน มีคำพูดหนึ่งว่า ความยากจนไม่ใช่กรรมพันธุ์ และฉันจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า ต่อให้เราจะเริ่มจากติดลบในกระท่อมร้างหลังนี้ แต่ด้วยสมองของฉันและหัวใจของคุณ เราจะสร้างอาณาจักรที่แม้แต่จักรพรรดิก็ยังต้องเกรงใจ
เธอก้มลงจูบหน้าผากสามีเบาๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนเคียงข้าง ความเหนื่อยล้าค่อยๆ ดึงเธอเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่ในฝันนั้น เธอไม่ได้ฝันถึงความลำบากอีกต่อไป เธอฝันถึงไร่สวนที่เขียวขจี กลิ่นหอมของดอกลิลลี่ที่อบอวลไปทั่วหุบเขา และเสียงหัวเราะของอาเป่าที่ดังไปถึงก้อนเมฆ
[ติ๊ง! ระบบตรวจพบความมุ่งมั่นของโฮสต์เกิน 100% ปลดล็อคฉายา: สะใภ้รองเ้าปัญญา อย่างเป็ทางการ!]
